ไม่นานนัก ซูหยางก็มาตามนัด
ทันทีที่เดินเข้าประตูมา เขาก็เห็นกองเสื้อผ้าขาด ๆ วางกระจัดกระจายบนโต๊ะในห้องนอนของจูเทา
มองไปรอบ ๆ แม้จะดูรกหน่อย แต่อย่างน้อยก็ไม่สกปรก เห็นได้ชัดว่ามีการทำความสะอาดอยู่เป็ประจำ
“ใช้ได้นะ สะอาดดี”
จูเทาไม่ได้ส่งเสียง เพียงแต่ถามด้วยความสงสัย “การเย็บผ้ามันเกี่ยวอะไรกับวิชาเข็มด้วย?”
แต่ซูหยางเพียงแค่เดินสำรวจไปมารอบ ๆ ห้องนอน โดยเอามือไพล่หลัง
เมื่อเห็นว่าซูหยางไม่ตอบ จูเทาก็ทำหน้าบึ้งทันที “ผมถามทำไมไม่ตอบ?”
“หือ? กำลังพูดกับครูเหรอ?” ซูหยางตอบลวๆ “ครูจำได้ว่าตัวเองมีทั้งชื่อและแซ่นะ!”
“...”
“ครูครับ”
“อืม” ซูหยางเพิ่งจะหันมามองจูเทาตรง ๆ “มีอะไรเหรอ?”
“การเย็บเสื้อผ้ากับวิชาเข็มมันเกี่ยวข้องกันด้วยหรือครับ?”
“มีสิ” ซูหยางอธิบาย “การเย็บเสื้อผ้าต้องใช้ความชำนาญ และยังเป็การฝึกความคล่องแคล่วของนิ้วมือและความสามารถในการประสานงาน เป็การวางพื้นฐานให้เธอก่อนที่จะฝึกวิชาเข็ม”
จูเทาอดไม่ได้ที่จะกลอกตา “ผมไม่มีทางเริ่มฝึกใหม่ และยิ่งไม่มีทางฝึกทั้งสองอย่างพร้อมกัน!”
ซูหยางไม่ได้ยืดเยื้อกับหัวข้อนี้มากนัก เขานั่งลงและถามว่า “เป็ไงบ้าง ตอนเย็บผ้ามีความรู้สึกอะไรพิเศษไหม?”
“จะมีความรู้สึกอะไรได้ล่ะ?” จูเทาหมดคำจะพูด “มันแค่ใช้มือทำก็ได้ไม่ใช่เหรอ? ง่ายจนน่าเบื่อ!”
“จริงเหรอ?” ซู่หยางเลิกคิ้ว “มีตัวอย่างที่เย็บเสร็จแล้วไหม? ให้ฉันดูหน่อย”
จูเทาส่งเสื้อผ้าที่เย็บเสร็จแล้วให้ซู่หยาง อย่างไรก็ตาม หลังจากซูหยางตรวจสอบดู เขารู้สึกสงสัยเล็กน้อย “เย็บตรงไหนเหรอ? ครูมองไม่ออกเลยนะ!”
จูเทาชี้ไปที่จุดที่เคยขาดก่อนหน้านี้ ตอนเย็บเขาได้เก็บด้ายเข้าไปในตะเข็บด้วย ทำให้แทบมองไม่เห็นรอยเย็บเลย
สวยางทันทีมีสีหน้าประหลาด “เธอ… เย็บผ้าครั้งแรกจริง ๆ เหรอ?”
“ทำไมล่ะ?”
“ฉันบอกว่าเธอมีพร์แต่ไม่เชื่อ!” ซูหยางรีบพูด “เย็บผ้าครั้งแรกแล้วได้มาตรฐานขนาดนี้ถือว่าเก่งมากนะ ถ้าเป็ครูคงเย็บไม่ดีเท่าเธอแน่ นี่แหละพร์!”
น่าแปลกไม่น้อยที่จูเทาและเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้ามีความเข้ากันได้สูงมาก ที่แท้พร์จริง ๆ อยู่ตรงนี้นี่เอง
ไอ้หมอนี่ชาติที่แล้วต้องเป็ช่างตัดเสื้อมาก่อนแน่ ๆ!
จูเทาส่ายหน้าด้วยความดูถูก คิดแค่ว่าซูหยางพยายามหลอกให้เขาเรียนวิชาเข็ม “พอได้แล้ว ๆ อย่าโม้เลย มันไม่ได้ความหมายอะไรเลยสักนิด!”
“แล้วผมก็ไม่มีทางเริ่มฝึกวิชาเข็มใหม่ด้วย!”
“ไม่ได้บอกให้เธอเริ่มใหม่นี่! แต่ให้ฝึกควบคู่กัน!” ซูหยางพูดอย่างจริงจัง “ฝึกเคล็ดวิชาหมัดเทพัขด และเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าที่ครูเลือกให้พร้อมกัน”
“ไม่สิ...” จูเทาทำหน้างุนงง “ทำไมครูถึงคิดว่าผมฝึกควบคู่ได้ล่ะ?”
“อยากฟังความจริงหรือคำลวงล่ะ?”
“คำลวงคือ?”
“เธอเป็อัจฉริยะทางด้านวรยุทธ์ที่หาได้ยาก มีลักษณะของเทพเ้าแห่งการต่อสู้”
“......” จูเทาอดกระตุกมุมปากไม่ได้ ผมรู้แล้วว่าคุณกำลังหลอกผม!
“แล้วความจริงล่ะ?”
“เธอไม่มีพร์ทางด้านวรยุทธ์ ไม่อย่างนั้นด้วยทรัพยากรของตระกูลเธอ เธอคงไม่ได้อยู่แค่ระดับจิติญญายุทธ์ขั้นแปดหรอก ตอนนี้ฉันให้โอกาสเธอหนึ่งครั้ง เธอจะเลือกเฉาตายอย่างไร้ค่าไปตลอดชีวิต แบบที่เป็อยู่ตอนนี้...” เสียงของซูหยางขึ้นลงอย่างมีจังหวะ สายตาของเขาเปล่งประกาย “หรือจะเชื่อครู ฝึกวิชาควบคู่ ให้ความไว้วางใจครูสักครั้ง แล้วครูจะให้อนาคตกับเธอ!”
“......”
จูเทาแสดงสีหน้าประหลาดอย่างที่สุด
“กับสภาพครอบครัวของผม ตราบใดผมที่ไม่ก่อเื่ ไม่ต้องสร้างธุรกิจ ทรัพย์สินที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ก็เพียงพอให้ผมนอนกินได้หลายชั่วอายุคน”
“อนาคตแบบนั้น... ไม่ดีเหรอ?”
“...”
คำพูดแทบทำให้ซูหยางเกือบสำลัก
ฉันประเมินสถานการณ์พลาดไป
ลืมไปว่าคนพวกนี้ล้วนเป็ลูกของผู้มีอำนาจและร่ำรวย พวกเขาไม่ได้ขาดเงินเลยสักนิด
คนอื่นเกิดมาเป็วัวเป็ม้า แต่พวกเขากลับเกิดที่กรุงโรม
“งั้นพวกเธอไม่อยากให้ครอบครัวมองพวกเธอด้วยความภาคภูมิใจหรอกเหรอ!?” ซูหยางพูดอย่างจริงจัง “ไม่หวังให้ทั้งครอบครัวภูมิใจในตัวเธอหรือไง?”
“ถ้าเผื่อเธอสอบติดมหาวิทยาลัยป้องกันประเทศวรยุทธ์ได้ละก็ สมุดบันทึกตระกูลจะต้องแยกหน้าพิเศษให้เธอแน่นอน!”
“มหาวิทยาลัยป้องกันประเทศวรยุทธ์งั้นเหรอ!?” จูเทาถึงกับงงไปเลย “แค่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็ดีมากแล้ว นี่จะให้ไปเข้ามหาวิทยาลัยป้องกันประเทศวรยุทธ์อีก? ทำไมอาจารย์ฝันได้มากกว่าผมอีกล่ะ? ผมแม้แต่ฝันยังไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสอบติดมหาวิทยาลัยป้องกันประเทศวรยุทธ์เลยนะ!”
นั่นมันสถาบันการศึกษาอันดับหนึ่งที่นักวรยุทธ์ของประเทศหัวเซี่ยฝันถึงเลยนะ!
ไอ้คนแซ่ซู่นี่พูดได้ง่ายจริง ๆ!
“อย่ามาวาดฝันให้ผมเลย ผมไม่หลงกล และไม่สนใจด้วย”
ซูหยางรู้สึกจนปัญญาในใจ
ดูท่าเป็คนที่ไม่ยอมรับฟังอะไรเลยจริง ๆ
วิ่งไล่ป้อนข้าวก็ยังไม่ยอมกิน จะมีวิธีอะไรล่ะ?
ช่างเถอะ ไม่ควรจะรีบร้อนเกินไป ค่อย ๆ ทำงานทางความคิดไปเรื่อย ๆ ก็แล้วกัน!
“นี่คือวิชาเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้า ครูคัดลอกมาแล้ว ถ้าสนใจก็ลองเปิดดู ถ้าไม่สนใจก็แล้วแต่เธอจะจัดการ” ซูหยางวางแฟลชไดรฟ์ที่คัดลอกไว้ลงบนโต๊ะ แล้วพูดต่อว่า “เย็บผ้าต่อไปด้วยล่ะ ฉันจะมาตรวจทุกวัน”
จูเทาตอบรับส่ง ๆ หลังจากที่ซูหยางออกไป สายตาก็หยุดอยู่ที่แฟลชไดร์ฟที่ซูหยางทิ้งไว้บนโต๊ะ ใบหน้าเผยความครุ่นคิด
หลังจากออกจากหอพักนักศึกษา ซูหยางเดินกลับห้องพักพลางคิดถึงปฏิกิริยาสีหน้าของจูเทาระหว่างที่พูดคุยกันก่อนหน้านี้
เมื่อพูดถึงพ่อแม่ อารมณ์ของจูเทาดูตกลงอย่างชัดเจน แต่พอถึงเื่ที่ประวัติตระกูลจะเปิดหน้าใหม่ให้ ก็มีร่องรอยของความตื่นเต้นปรากฏขึ้น
ดูเหมือนว่าไม่มีนักยุทธ์คนไหนปฏิเสธการล่อลวงของการได้มีชื่อปรากฏบนหน้าใหม่ในประวัติตระกูลได้!
“สภาพแวดล้อมครอบครัวของจูเทา... คงจะซับซ้อนพอสมควรสินะ?”
ซูหยางไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับภูมิหลังครอบครัวของจูเทา เพียงแค่รู้ว่าเื้ัของจูเทาคือตระกูลจูแห่งตงไห่ ตระกูลใหญ่ทางวรยุทธ์ มีสมาชิกมากมาย ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันเป็ราชันยุทธ์ขั้นห้า ซึ่งถือเป็หนึ่งในนักรบระดับสูงสุดในเมืองตงไห่
ภายในตระกูล ดูเหมือนจะมีอัจฉริยะรุ่นเดียวกับจูเทาอยู่ไม่น้อย ส่วนใหญ่เรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมปลายวรยุทธ์ตงไห่แห่งที่หนึ่งกันทั้งนั้น
ที่นั่นเป็โรงเรียนมัธยมวรยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองตงไห่ เกณฑ์การรับนักเรียนอยู่ที่ระดับลึกลับยุทธ์ขั้นเจ็ด ผู้ที่สามารถฝึกฝนจนถึงระดับลึกลับยุทธ์ขั้นเจ็ดได้ในวัย 15-16 ปี ถือว่าเป็ัในหมู่มนุษย์
ภายใต้ทรัพยากรเดียวกัน จูเทาเพียงแค่พอจะไปถึงจิติญญายุทธ์ขั้นแปดอย่างยากลำบาก
ในแต่ละระดับใหญ่ยังมีการแบ่งระดับโดยละเอียดอีก มีทั้งขั้นเริ่มต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง และขั้นสุดยอด รวมสี่ระดับ โดยในเอกสารของจูเทาระบุว่าเขาอยู่ในระดับกลางของจิติญญายุทธ์ขั้นแปด ยังไม่ได้ฝึกฝนจนถึงขั้นสุดยอด ช่องว่างระหว่างเขากับลูกหลานที่เก่งกาจของตระกูลจึงถือว่าใหญ่มาก
มือทั้งสองข้างของจูเทาเต็มไปด้วยรอยด้านและาแมากมาย เป็หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเขาเคยพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะตามทันลูกหลานในตระกูลเดียวกัน และได้รับการยอมรับจากครอบครัว
ในห้องนอน คำพูดของซูหยางทำให้จูเทารู้สึกลังเลอยู่บ้าง
ซูหยางได้จุดประกายความอยากรู้อยากเห็นในตัวเขา
หรือว่าเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้านี้จะมีความลับอะไรกันแน่!?
หลังจากลังเลอยู่นาน เขาก็เปิดไฟล์อิเล็กทรอนิกส์คัมภีร์วิชาเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าที่ซูหยางทิ้งไว้ให้ดูแวบหนึ่ง
แน่นอนว่าเป็วิชาพื้นฐานที่ไม่อาจเรียกได้ว่าพื้นฐานกว่านี้อีกแล้ว มันไม่อาจเทียบชั้นกับเคล็ดวิชาหมัดเทพัขดของตระกูลตนได้เลย
หลังจากอ่านติดต่อกันหลายรอบ จูเทาก็ยังมองไม่ออกว่ามีความลับอะไรซ่อนอยู่
เคล็ดวิชาประเภทอาวุธลับนี้เขาก็ใช่ว่าไม่เคยเห็น แทบจะเหมือนกันทั้งหมด แม้กระทั่งวิชาเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้านี้ก็ยังเข้าใจไม่ชัดเจนเท่าวิชาอื่น ๆ เลย
อ่านจบทั้งหมดแล้วสรุปได้เพียงประโยคเดียว
‘ใช้เข็มเป็ตัวนำ ใช้ปราณเป็เส้นด้าย’
สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดคือวิธีการฝึกฝนของวิชาเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้านี้
จำเป็ต้องควบคุมลมปราณให้นำทางปลายเข็ม เย็บปะชุดไม่หยุดหย่อน ตามตำราวิชานี้ใช้เวลาแค่สามปีในการฝึกฝน ก็จะสามารถควบคุมได้อย่างคล่องแคล่ว และบรรลุวิชาเข็มขั้นต้น
“...”
จูเทาโกรธจนตบโต๊ะ
“จะให้ฉันเย็บไปจนเรียนจบมัธยมปลายเลยสินะ!?”
“แม่ง ไอ้คนแซ่ซูนี่มันแกล้งฉันจริง ๆ ด้วย!!”
“คนอื่นเขาเข้าสอบวรยุทธ์มีทั้งดาบ กระบี่ ไม้พลอง กระบอง ขวาน แล้วแกจะให้ฉันเข้าห้องสอบพร้อมกับกล่องเข็มกับด้ายเนี่ยนะ!?”