[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์]

    ตอนที่ 96 หาหนทางสู่โลกเดิม

    ตอนที่ 96หาหนทางสู่โลกเดิม

            ข้อเสนอของโพรทาเลียทำให้หนุ่มสาวต่างเถียงกันเล็กน้อยระหว่างไม่มีเต็นท์กับมีเต็นท์จะแบบไหนกันทำเอาเธอเครียดเลยที่มีแต่คนเรื่องมากกันเต็มไปหมด จนไครอนให้เธอพาบางคนที่อยากช่วยไปหาเต็นท์นอนที่คลังแสงโพรทาเลียเข้าใจที่อีกฝ่ายสั่งก็พาคนอื่นไปยังคลังแสงที่เธอไม่ค่อยได้มาบ่อยนักเพราะส่วนใหญ่อาวุธก็อยู่ติดตัวเธอตลอดเลยไม่ต้องมาเอาถึงคลังเก็บของเท่าไหร่พอมาถึงทุกคนก็ต่างพากันหาเต็นท์ที่น่าจะมีอยู่ในนี้มั้งระหว่างที่หานั้นพวกเฟอร์ร่าก็ลอยตัวมาช่วยหาแต่การลอยตัวของทั้งห้าคนนั้นเป็นที่เด่นสะดุดตา ทว่าคนอื่นไม่เห็นพวกเขาเท่านั้นแต่ก็มีโดนชนจนคนอื่นกรี๊ดกร๊าดกันอย่างเดียวทำเอาเหนื่อยใจไปเลยเวลาผ่านไปไม่นานนักลักซ์ค้นหาอยู่กับรัลพวกเขาสองคนก็ไปเจอสิ่งบางอย่างทันที

             

            “เจอเต็นท์แล้ว!!” ลักซ์รีบลอยเข้าไปดู

            “เจอแล้วเหรอ?” โพรทาเลียเอ่ยพูดขึ้นก็รีบวิ่งไปหาพวกลักซ์ทันที

            โฟกัสหันไปตามทางที่พี่สาวเดิน เธอก็รีบตามพี่สาวไปด้วย “ดีจริง ๆเจอเร็วดีนะ”

             

            ทุกคนฟังคำพูดของทั้งสองคนก็สงสัยว่าพวกนั้นคุยกับใครทำเอาบางคนเกิดกลัวว่าทั้งสองคนคุยกับผีหรือเปล่าโพรทาเลียเดินมาตามทางจนมาถึงจุดที่พวกลักซ์กำลังจับกลุ่มกันพวกนั้นอยู่รอบ ๆถุงทรงยาว โพรทาเลียมองอย่างสงสัยว่าสิ่งนี้คืออะไรก่อนจะดึงออกมารอบ ๆมันเป็นผ้าทรงยาวที่ปลายปากเป็นเชือกมัด ยิ่งสงสัยว่ามันใช้เต็นท์แน่เหรอ

             

            “นี่คือเต็นท์เหรอ?”

            “ใช่ เต็นท์เก่า ๆ สไตล์ยุคโบราณตั้งแต่ร้อย...200ปีก่อนนะ” ลักซ์กล่าวพร้อมกลับมาอยู่ใกล้ ๆ เต็นท์ที่อีกฝ่ายหยิบขึ้นมา “แล้วอีกอย่างสิ่งนี้ต้องเอาออกมาประกอบนะโพรทาเลียไม่เคยสินะ”

            “ไม่เคยนะ...” โพรทาเลียเอ่ยตอบแล้วกอดอกมองอีกฝ่าย ”มันไม่ผุแล้วเหรอนั้น?”

            “ไม่ เต็นท์นี้มีเวทมนตร์ปกคลุมอยู่”

            “เวทมนตร์? อย่าบอกนะ...พลังของเฮคาทีเหรอ?”

            “ไม่เชิงมันเป็นเวทมนตร์ในแขนงของท่านแม่...คือเป็นสิ่งที่แม่สรรค์สร้างแล้วให้สิ่งที่แม่สรรค์สร้างขึ้นนั้นพัฒนาตัวเองไปจนเกิดความมหัศจรรย์”

            “อย่างเช่น?”

            “รู้ไหมนอกจากโลกของเทพยังมีโลกอีกอย่างถูกซ่อนเร้นอยู่ในเงาของโลกนะ”

            “หมายถึงอะไรนะ?”

            “พวกเธอเคยเห็นอะไรแปลก ๆ ที่คนไม่เห็นไหมล่ะ?”

            “อะไรแปลก ๆ เหรอ?”

            ทั้งสองคนต่างครุ่นคิดกันอยู่สักระยะก่อนที่โฟกัสจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

            “อ๋อ! เคยสิ เห็นคนหนึ่งเหมือนถือไม้บางอย่างแล้วสะบัดไปมาแล้วบางอย่างก็เข้ามาหาเขาตอนนั้นฉันนึกว่าเขาเล่นมายากลเลยล่ะนะ แต่...ก็เห็นบ่อย ๆเป็นบางครั้ง...ฉันเลยคิดว่ามันอาจจะไม่ใช่มายากลนะ”

            “ทางฉันก็เคยนะ...ตอนเดินทางไปอังกฤษแล้วเดินทางไปแถวๆ ป่าหนึ่ง ระหว่างทางฉันเห็นรถไฟแปลก ๆ ที่มันไม่มีอยู่ในรายชื่อรถไฟด้วยทำให้สงสัยว่ามันคืออะไร แต่คนอื่น ๆ ไม่เห็นมันนะ”

            “นั้นคือความวิเศษของอีกโลกที่แม่ลงเมล็ดแล้วให้มันเจริญเติบโต สักวันพวกเธอก็อาจจะได้เจอโลกนั้นก็ได้”

            ทั้งสองคนมองหน้ากันพร้อมกับหันมามองลักซ์อีกครั้งแล้วพูดพร้อมกัน “แล้วโลกอะไร?”

            “โลกเวทมนตร์ โลกที่มีพ่อมดแม่มดโรงเรียนเวทมนตร์ อะไรอีกมากที่ฉันยังไม่เคยรู้ หลังจากที่ตายน่านะฉันดูโลกยังไม่หมด ดีที่ว่าจะถูกรวมร่างกับพวกเธอเคยมีอิสระในการเที่ยวไปเรื่อย ๆช่วงหนึ่ง”

            “ตายแล้วมีเที่ยวได้ด้วยเหรอ?”

            “อืม ๆ” โฟกัสก็พยักหน้าอย่างงง

            “มีสิ ตอนก่อนพวกเธอจะเกิดสัก 10 ปีช่วงนั้นเราได้เที่ยวแต่ต้องระวังพวกที่จะเก็บวิญญาณไม่งั้นโดนพาไปยังดินแดนคนตายแน่ๆ”

            “อืม ๆ” พวกอดีตชาติต่างพยักหน้ากันอย่างเห็นด้วย

            “ลำบากกันแย่เลย...แต่ว่าเต็นท์มีอันเดียวเองนะ”

            “จุ ๆ อย่าดูถูกเพราะมันมีแค่อันเดียวนะ”

            “หือ?” โพรทาเลียมองอย่างสงสัย

             

            ประโยคของอีกฝ่ายวนอยู่ในหัวของโพรทาเลียตลอดว่าอย่าดูถูกเพราะมันมีแค่อันเดียวเธอคิดว่ามันมีอันเดียวมันจะบรรจุคนได้กี่คนเชียวพอออกมาจากคลังแสงอาจารย์ไครอนก็รออยู่ เขาบอกจะพาไปยังบ้านใหญ่เพราะว่าบริเวณบ้านพักคงต้องสั่งห้ามใครผ่านจนกว่าจะหาวิธีซ่อมบาเรียที่เป็นรูอยู่ในตอนนี้พอมาถึงข้าง ๆ บ้านใหญ่ก็มีพื้นที่ว่างอยู่แถว ๆ สวนสตรอเบอรี่โพรทาเลียหยิบอุปกรณ์กางเต็นท์ออกมาทำให้หลายคนที่เห็นต่างคิดว่ามีเต็นท์เดียวได้มีคนนอกข้างนอกแน่ ๆก็เริ่มมีคนเถียงกันว่าใครจะนอนในเต็นท์ เธอไม่สนใจว่าพวกนั้นจะเถียงอะไรจนกระทั่งเธอตั้งเต็นท์จนเสร็จ

             

            “เสร็จสักที...”

            “เสร็จแล้วใช่ไหม?” ลักซ์โผล่ออกมาอยู่ตรงหน้าโพรทาเลีย

            โพรทาเลียเห็นก็ยิ้มให้อีกฝ่าย “อืม เสร็จแล้ว”

            “งั้นขอเสียมารยาทสักครั้ง” ลักซ์ลอยไปทางเต็นท์ทันที

            “หือ?”

            โพรทาเลียมองลักซ์กำลังลอยไปที่เต็นท์อีกฝ่ายใช้มือยื่นไปสัมผัสเต็นท์อยู่ไม่นานนักลักซ์ก็หันมายิ้มให้เธออย่างเจ้าเล่ห์ เธอเห็นก็รู้สึกแปลก ๆ

            “นายทำอะไรนะ?”

            “อะไรนิดหน่อยนะ งั้นลองเข้าไปดูสิ”

            “เข้าไปเหรอ? มันก็แค่เต็นท์จะไปมีอะไรนะ?”

            “ลองเข้าไปเถอะน่า” ลักซ์กล่าวพร้อมยิ้มอย่างชอบใจ

             

            สีหน้าอีกฝ่ายทำให้โพรทาเลียรู้สึกว่าไม่น่าไว้ใจอีกฝ่ายยิ่งกว่าอะไรเธอมองทางเข้าอย่างสงสัยว่าข้างในเต็นท์มันมีอะไรหรือเปล่าจนกระทั่งเธอยอมที่จะเข้าไปข้างในเต็นท์พอเธอเดินเข้าไปสายตาของเธอที่มองภาพตรงหน้าต้องหยุดชะงักแล้วค่อย ๆเดินถอยหลังอย่างอ้ำอึ้งว่าสิ่งที่เธอเห็นเมื่อกี้มันใช่อย่างที่เธอเห็นใช่ไหม

             

            “นั้นมัน...อะไรกัน?”

            โพรทาเลียหันหน้าไปมองลักซ์ที่ยังยิ้มอย่างชอบใจกับสีหน้าของอีกฝ่ายโฟกัสที่เดินมาหาพี่สาวก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

            “มีอะไรเหรอ? พี่”

            “ก็เจ้าบ้าลักซ์...มันทำบางอย่างกับเต็นท์นะสิ”

            “เอ๊ะ? หมายความว่าไง?”

            “ไม่ต้องเอ๊ะแล้ว! เข้าไปดูเองเลย!!” โพรทาเลียดันน้องสาวเข้าไปในเต็นท์

            “เอ๋!?”

            โฟกัสตกใจที่พี่สาวดันเธอเข้ามาแต่ภาพตรงหน้าก็ทำเอาเธอตกใจเช่นกันบางคนที่อยู่แถวนั้นต่างมองกันอย่างสงสัยว่าทั้งสองคนนั้นทำอะไรกันจนกระทั่งโฟกัสถอยหลังออกมาจากเต็นท์ด้วยสีหน้าตกตะลึงเช่นเดียวกันเธอหมุนตัวหันมาหาพี่สาวทันที

            “เดียว...ใช่ อย่างที่หนูเห็นใช่ไหม?”

            โพรทาเลียพยักหน้าให้น้องสาวอย่างอึ้ง ๆ ทั้งสองคนต่างไม่คิดว่าจะได้เห็นสิ่งที่ไม่คาดคิดกระทั่งการกระทำของทั้งสองเตะตาของไครอน จนเขาเดินไปหาเด็กทั้งสองคน

            “พวกเธอเป็นอะไรกัน โพรเทีย เมก้า”

            “อ๊ะ...เอ่อ...อาจารย์ไครอนเชิญเข้าไปดูก่อนได้เลยค่ะ...”

            “จะบ้าหรือ? อาจารย์ตัวใหญ่นะเข้าไม่ได้หรอก”

            “แต่ว่าพวกหนูคิดว่าได้นะ...” ทั้งสองคนต่างพูดพร้อมกัน

            “หือ?”

            ไครอนยกคิ้วมองอย่างสงสัยว่าภายในนั้นมันมีอะไร เขาลองเปิดผ้าเต็นท์เข้าไปข้างในภาพที่ทุกคนเห็นทำให้ทุกคนตกใจที่อาจารย์ไครอนเข้าไปทั้งตัวได้ยังไงโดยที่เต็นท์ไม่มีการขยับแต่อย่างใด แต่แล้วอาจารย์ก็โผล่หน้าออกมา

            “เหล่าฮาล์ฟบลัดเข้ามากันได้!”

            “เอ๋?”

             

            ทุกคนต่างมองว่าอย่างงุนงงว่าอีกฝ่ายโผล่ออกมาแล้วบอกให้พวกเขาเข้าไปกันแต่บางคนก็ไม่กล้าเข้าไปกันเท่าไหร่แต่บางคนก็กล้าที่จะเข้าไปอย่างเช่นพวกบ้านแอรีสที่ขี้เกียจที่จะอยู่ข้างนอกแล้วพวกเขาเดินเข้าไปในเต็นท์หลายสิบคนก็ทำให้บางคนต่างยังตะลึงว่าพวกนั้นหายไปไหนกันบางคนก็เริ่มตามกันเข้าไปจนกระทั่งพวกเขาเห็นบางคนที่เข้ามาก่อนหน้ากำลังตรวจสถานที่ตรงหน้ากันอย่างสนุก

             

            มันเป็นพื้นที่ภายในที่กว้างมาก ๆแล้วตรงหน้าเป็นห้องโถงที่มีที่นั่งพักอย่างสบายและประตูหลายบานแล้วแต่ละบานนั้นมีสัญลักษณ์ของเทพแตะละองค์โพรทาเลียกับโฟกัสได้เห็นก็พอใจที่ทุกคนได้อยู่ในที่ดี ๆ ก่อนที่พวกเธอทั้งสองคนจะเดินออกมาข้างนอกกันโฟกัสจับมือพี่สาวพร้อมกับเอ่ยพูดบางอย่าง

             

            “แบบนี้เราจะเอายังไงต่อ...พี่...” โฟกัสเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างสงสัย

            โพรทาเลียมองน้องสาวพร้อมกับเอามือจับปลายคางของเธอ “ฉันว่าเราต้องหาจุดเชื่อมก่อนล่ะ...ว่าทำไมทุกอย่างถึงบิดเบี้ยวไปหมด...”

            “จริง เรามาจากอีกโลกที่มาจากอีกเวลาหนึ่ง”

            “ฉันว่าเราควรใช้คำพูดให้พูดล่ะงงมาก ๆ เลยว่าเราอยู่โลกเดียวกันหรือคนละเวลา คนละสถานที่ แต่ว่าเราอยู่ในเวลาเดิมของตนเองแต่ว่ากาลเวลาและสถานการณ์เปลี่ยนไปหมด”

            “ก็เหมือนกับเรามาจากอีกโลกนั้นล่ะแค่ที่นี่อยู่แยกจากเวลาเดิมของเรา”

            “อีกโลกงั้นหรือ?”

            เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น ทำให้ทั้งสองคนที่ได้ยินถึงกับค่อย ๆหันหน้าไปมองข้างหลังนั้นก็คืออาจารย์ไครอนที่ตอนแรกยังอยู่ข้างในเต็นท์แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังออกมาแล้วได้ยินคำพูดอีกฝ่ายทำให้ทั้งสองคนทำเป็นว่าไม่ได้พูดอะไร

            “อะไรเหรอคะ? ไครอน”

            “อีกโลกกำลังพูดถึงดวงดาวเหรอคะ?”

            ไครอนมองเด็กทั้งสองคนอย่างพินิจว่าทั้งสองนั้นกำลังเบี่ยงเบนไปเรื่องอื่นโดยที่เขายังไม่ได้ถามอะไรเลยด้วยซ้ำ จนเขามองเด็กทั้งสองอย่างพินิจวิเคราะห์จนเขารู้สึกประหลาดตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วจริงๆ

            “พวกเธอไม่ใช่โพรเทียกับเมก้าสินะ”

            “อ๊ะ!”

            ทั้งสองต่างตกใจกับคำพูดอีกฝ่าย จนมองหน้ากันว่าจะทำยังไงดีก่อนที่โพรทาเลียจะอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง

            “คือว่า...”

            “อย่าบอกว่าคืนเดียวคนเราเปลี่ยนได้นะ”

            ไครอนกอดอกมองเด็กสาวผมดำที่หน้าตาคล้ายโพรเทียแต่ว่าใบหน้าของอีกฝ่ายถ้ามองดี ๆ มีแต่รอยแผลเป็น ต่างกับคนข้าง ๆที่ดูยังไงก็เป็นเมก้า แต่ความรู้สึกของเขากับบอกว่าไม่ใช่น้อง

            “ฉันสอนมนุษย์กึ่งเทพมานับพันกว่าคนมีหรือว่าฉันจะจำเด็กของฉันไม่ได้”

            ทั้งสองต่างทำหน้าหงอยทันทีที่อีกฝ่ายพูดแบบนั้นพวกเธอประมาทไปหมดว่าอีกฝ่ายดูจับทางพวกเธอได้จริง ๆ

            “คือว่าพวกเรา...”

            “ช่างเถอะ...เราไปหาที่เงียบ ๆ คุยกันดีกว่านะ”

             

            อีกฝ่ายไม่ฟังคำแก้ตัวของพวกเธอ แต่เรียกพวกเธอไปหาที่สงบ ๆคุยกัน ทั้งสองมองหน้ากันว่าจะตามไปดีไหม แต่อีกฝ่ายเป็นถึงคนที่พวกเธอไว้ใจกันก็ต้องตามกันไปจนถึงจุดที่ไม่ห่างใกล้มากนัก จากบ้านใหญ่นั้นก็คือบ้านอีกฝ่ายโพรทาเลียมองรอบ ๆ แต่รู้สึกว่าไม่มีบางอย่างที่เธอเดินผ่านก็จะเจอตลอดจนเธอหันไปถามอีกฝ่าย

             

            “คาเอลไม่อยู่เหรอคะ? ไครอน”

            “คาเอล? ใครงั้นเหรอ?”

            “เอ๋?”

            ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันอย่างตกใจที่อีกฝ่ายถามว่าคาเอลเป็นใครทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่รู้จักคาเอล

            “คาเอล...ลูกสาวของคุณนะคะ...”

            “!!” ไครอนตกใจที่ตัวเองนั้นมีลูกด้วยงั้นเหรอ

            “ในโลกพวกเธอ...ฉันมีลูกด้วยงั้นเหรอ?”

            “ค่ะ เธอชื่อ คาเอล...เป็นเพื่อนที่ดี...และพี่ที่ดีที่สุดตั้งแต่หนูมาอยู่ค่ายนี้เลยล่ะ”โฟกัสนึกถึงคาเอลที่เคยช่วยเหลือมาตลอด

            “ฉันไม่รู้ว่าคาเอลเป็นคนยังไงแต่ว่าเธอเป็นเด็กสาวที่เหมือนคุณมากค่ะไครอน...น่าเสียดายที่คุณไม่ได้มีเธอนะคะ...”

            “งั้นเหรอ...” ไครอนหันหน้าทางข้างหน้ามันทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ บางอย่างจริง “เอาล่ะงั้นเล่าเรื่องของพวกเธอว่ามาอยู่นี้ได้ไง?”

            “ค่ะ!!”

             

            พวกเขานั่งลงคุณกันข้างในบ้านไครอนอยู่ในร่างที่นั่งบนรถเข็นธรรมดา เหมือนคนพิการที่อยู่ในรถเข็นโพรทาเลียส่ายหน้าเลิกสนใจรถเข็นปลอมของอีกฝ่ายก่อนจะเริ่มอธิบายตั้งแต่ต้นว่าโลกของเธอนั้นมีอะไรจนกระทั่งช่วงเวลาปัจจุบันที่สงบสุขหลังจากที่พวกเธอรวบรวมพลังเทพจนครบแต่ว่าชื่อหนึ่งที่เธอเอ่ยตอนเล่าเรื่องนั้นทำให้อาจารย์ไครอนไม่อยากเชื่อหูตัวเองที่ได้ยินชื่อนั้นอีกครั้งจริงๆ

             

            “เมื่อกี้...เธอเอ่ยชื่อนั้น...จริงงั้นเหรอ?”ไครอนถามขึ้น

            “ค่ะ?”

            “ชื่อนั้น...ชื่อที่ข้าไม่ได้ยินมานาน...” ไครอนทำหน้าอย่างสร้อยเศร้าแต่ก็ดีใจที่ได้ยินชื่อนั้นอีกครั้ง

            “อ๋อ...ชื่ออาจารย์ของหนูสินะคะ...ใช่ค่ะไครอน...” โพรทาเลียนึกถึงภาพของอาจารย์กับไครอน“อาจารย์ของฉัน...โอเซซัสน้องชายของท่าน”

            “เขา...ยังมีชีวิตอยู่งั้นเหรอ?”

            “ค่ะ...หนูว่าเขาคงอยู่ที่เกาะที่แซเทิร์นสร้างขึ้นนะคะ...กับ...เทพีที่หนูรู้จัก...”

            โพรทาเลียนึกถึงเทพีอลิซ่าเบ็ธที่เธอรักมาก ๆแต่ว่าโลกนี่เธอกับอีกฝ่ายไม่ได้รู้จักกันซะงั้น

            “โลกของเธอ...เธอช่วยพวกเขาออกมาสินะ”

            “ค่ะ...เพราะหนูโดนจับตัวไปตั้งแต่เล็ก...แล้วก็ได้ทั้งสองคนนั้นช่วยเอาไว้...พอมาย้อนนึกว่าโลกนี้หนูไม่รู้จักพวกเขา...มันช่างรู้สึกแย่ยิ่งกว่าอะไร...”

            “ชะตาของใครของมันล่ะนะ โพรเทีย...อ๊ะ...โทษทีๆ เธอชื่อโพรทาเลียสินะ”

            “ค่ะ เป็นชื่อที่พ่อตั้งให้นะคะ”

            “เพอร์ซีย์...ถ้าเขายังอยู่ก็คงได้เห็นพวกเธอเติบโต...แต่โลกนี้ไม่มีเขาอยู่...”

            “นั้นล่ะค่ะโลกของหนูนั้นทุกอยู่กันอย่างมีความสุข ถึงเราจะเสียเด็กฮาล์ฟบลัดไปมั้งก็ตามแต่ก็ยังมีคนอยู่เยอะกว่าที่นี่อีกนะคะ”

            “อืม แล้วพวกเธอต้องการอะไรงั้นเหรอ?”

            “กลับโลกเดิมของตัวเองค่ะ เรายังมีเหตุการณ์ที่ต้องต่อสู้กับแซเทิร์นอีก!”

            “งั้นเหรอ? แล้วพวกเธอได้อะไรแล้วมั้งล่ะ?”

            “รู้แค่ว่าโลกนี้ไม่มีพ่อแล้วไม่มีประตูผ่านไปทางค่ายจูปิเตอร์…”

            “มีประตูไปค่ายจูปิเตอร์ด้วยงั้นเหรอ?”

            “ค่ะ ได้ไปกินของอร่อยที่ค่ายจูปิเตอร์เวลาว่างๆ ด้วย”

            “มีของอร่อยด้วยเหรอ? พี่ยังไม่เคยไปเลยนะ”โพรทาเลียได้ยินก็สนใจทันที

            “ไว้ครั้งหน้าฉันจะพาไปนะ”

            “เอาล่ะ ๆ เลิกนอกเรื่องดีกว่านะ” ไครอนเตือนสติของเด็กทั้งสองทันที

            “ขอโทษค่ะ!”

             

            ทั้งสองคนหันกลับมามองอีกฝ่ายเหมือนเดิมไครอนกำลังครุ่นคิดให้เด็ก ๆ ก่อนที่จะนึกบางอย่างว่าถ้าอยากรู้เรื่องก่อนหน้าก็ต้องถามคนที่มีอายุมากกว่าเด็กทั้งสองคนทำให้เขานึกถึงคนกลุ่มหนึ่งที่อีกไม่นานจะรวมตัวกันเพื่อพูดคุยกันหรือง่าย ๆประชุมหารือกันข้างนอกนั้น

             

            “ถ้าอยากหาเบาะแสจุดเริ่มความบิดเบี้ยวที่พวกเธอพูดนั้นฉันแนะนำให้ไปหาคนที่มีอายุมากกว่าพวกเธอน่าจะดีกว่านะ”

            “คนที่มีอายุมากกว่าเหรอ?” สีหน้าโพรทาเลียดูเจื่อน ๆเหมือนรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังจะบอกให้ไปหาคนใหญ่คนโต “พวกหนูไม่ขอไปหาพวกเทพได้ไหมล่ะนั้น”

            “เอ๋? ฮ่า ๆ” ไครอนหัวเราะออกมาพร้อมกับมองเด็กน้อย”ฉันไม่ได้จะส่งเธอไปเทพนะคนอายุมากนั้นพวกเธอน่าจะรู้จักกันดีเลยล่ะนะ”

            “เอ๋?”

            ทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างสงสัยว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นหมายถึงอะไรจนเขานั้นยิ้มเยาะก่อนจะพูดขึ้น

            “ผู้ใหญ่ที่พอจะช่วยพวกเธอบอกได้ว่าโลกนี้มีอะไรเปลี่ยนไปในช่วงเวลาของเขายังไงล่ะ”

             

    จบตอนที่ 96 โปรดติดตามตอนที่ 97ต่อไป

    คล้ายกับเรื่อง[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788