ป้ายหยกในมือสะท้อนแสงอาทิตย์เป็ประกายบางเบา
อวิ๋นเสวียนเทียนยืนอยู่หน้าประตูบ้านไม้ของตนเอง ลมหอบกลิ่นข้าวใหม่จากทุ่งเข้ามาแตะปลายจมูก ความรู้สึกบางอย่างแน่นอยู่ในอกอย่างที่ไม่คุ้นเคย
เขาผลักประตูเข้าไป
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว”
เสียงฟืนแตกดัง
“เป๊าะ”
พ่อเงยหน้าขึ้นทันที
สายตาหยุดลงที่ป้ายหยกในมือเขา ก่อนจะค่อย ๆ ลุกยืนเต็มตัว
แม่เดินออกมาจากครัว เมื่อเห็นแสงหยก นางถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก
“ผ่านแล้วหรือ…”
เสวียนเทียนพยักหน้า
เพียงเท่านั้น เสียงหัวเราะของพ่อก็ดังลั่นลานบ้าน
“ฮ่า ๆ! ลูกข้าได้เป็ศิษย์สำนักชิง
อวิ๋นแล้ว!”
แม่เดินเข้ามาจับแขนเขาแน่น เหมือนกลัวว่าถ้าปล่อยแล้วทุกอย่างจะหายไป
“เหนื่อยไหมลูก”
คำถามเรียบง่าย แต่ทำให้หัวใจเขาอ่อนลงอย่างเงียบงัน
คืนนั้น บ้านไม้เล็ก ๆ สว่างไสวกว่าทุกคืน พ่อเปิดไหเหล้าที่เก็บไว้นานปี แม่ทำอาหารเพิ่มอีกหลายอย่าง เสียงหัวเราะ เสียงหยอกล้อดังไม่ขาดสาย
“เข้าไปแล้วอย่าทำตัวหัวแข็งเหมือนตอนเด็ก ๆ ล่ะ!”
พ่อพูดพลางหัวเราะ
“ฟังอาจารย์ให้มาก
ฟังคนอื่นให้น้อย” แม่เสริมเบา ๆ
เสวียนเทียนมองทั้งสองคนตรงหน้า
ในชีวิตก่อน เขาเคยวิ่งไล่ตามยอดเขาสูงจนลืมหันกลับมามองบ้าน
ครั้งนี้ เขาจะจำไว้
รุ่งเช้า หมอกบางปกคลุมหมู่บ้าน
แม่ผูกด้ายแดงเส้นเล็กที่ข้อมือเขา
พ่อวางมือหนักแน่นบนบ่า
“อย่ารีบร้อน” พ่อกล่าวช้า ๆ
“ทางยาวกว่าที่เ้าคิด”
“ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น บ้านยังอยู่ที่เดิม” แม่พูดเบา ๆ
เสวียนเทียนโค้งคำนับลึกหนึ่งครั้ง
จากนั้นจึงออกเดิน
เขาไม่ได้หันกลับไปมอง
ถนนสู่ยอดเขาชิงอวิ๋นเต็มไปด้วยผู้คน
ศิษย์ใหม่จากสารทิศมุ่งหน้าไปยังที่เดียวกัน เสื้อผ้าหลากสี เสียงฝีเท้านับร้อยกระทบพื้นดินเป็จังหวะยาวต่อเนื่อง
เมื่อถึงเชิงเขา บันไดหินทอดยาวขึ้นไปในหมอก
และเมื่อก้าวถึงลานกว้าง้า ศิษย์ทั้งหมดถูกจัดแถวอย่างเป็ระเบียบ
ลมพัดแรง ชายเสื้อปลิวสะบัด
อาจารย์หลายท่านยืนอยู่ด้านหน้า หนึ่งในนั้นก้าวออกมา ใบหน้าสงบนิ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองทั่วลาน
เสียงของเขาไม่ดังมาก แต่ชัดเจนจนทุกคนได้ยิน
“ั้แ่วันนี้ พวกเ้าคือศิษย์สำนักชิงอวิ๋นอย่างเป็ทางการ”
ลานทั้งลานเงียบสนิท
“การเรียนการสอนจะจัดขึ้นที่อาคาร ‘รู้แจ้ง’ ทุกวันจะมีอาจารย์ผลัดเปลี่ยนกันมาถ่ายทอดวิชา ใครจะเข้าฟังหรือไม่ ไม่มีผู้ใดบังคับ”
เสียงลมหยุดลงชั่วขณะราวกับตั้งใจฟัง
“ทุกสองเดือน สำนักจะแจกโอสถระดับต่ำคนละหนึ่งเม็ด เพื่อช่วยพวกเ้าเปิดเส้นลมปราณและเร่งการฝึกฝน”
สายตาหลายคู่สว่างขึ้นทันที
อาจารย์หยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ
“พวกเ้าทุกคนมีสิทธิ์เข้าสู่หอคัมภีร์ และเลือกยืมเคล็ดวิชาได้คนละหนึ่งเคล็ดวิชาเท่านั้น”
น้ำเสียงหนักแน่นขึ้น
“หนึ่งครั้ง และไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนภายหลัง”
บรรยากาศในลานตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ในป้ายหยกที่พวกเ้าได้รับั้แ่วันสอบผ่าน มีเหรียญบรรจุอยู่หนึ่งร้อยเหรียญ”
เขายกมือขึ้นเล็กน้อย
“เหรียญนี้ใช้ได้เฉพาะภายในสำนัก สามารถแลกทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการฝึกฝนได้เกือบทั้งหมด”
สายตาคมกริบหยุดลงชั่วครู่
“ยกเว้นคัมภีร์”
ลานเงียบยิ่งกว่าเดิม
“ชุดศิษย์และห้องพักของพวกเ้าถูกจัดเตรียมไว้แล้ว หลังจากนี้แยกย้ายไปยังที่พัก เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย”
เสียงลมหวนกลับมาอีกครั้ง
“พรุ่งนี้ จะเป็วันแรกของการเรียน”
ดวงตาของอาจารย์กวาดผ่านศิษย์นับร้อยคน
“โอกาสถูกวางไว้ตรงหน้าแล้ว จะคว้าไว้หรือปล่อยผ่าน อยู่ที่ตัวพวกเ้าเอง”
เสียงแถวคลายตัวดังขึ้น ผู้คนเริ่มแยกย้าย