ตอนที่6:แปลกใหม่
หลังจากที่ฉันต้องติดแหงกอยู่ในวังแห่งนี้ด้วยความเบื่อ ก็เลยลองหาข้อมูลต่างๆจากหนังสือและจากไอรีนก็พอรู้อะไรขึ้นนิดหน่อย อย่างแรกก็คืออณาจักรนี้มีชื่อว่าอณาจักร “ดูมดอร์เนีย”และท่านาามีนามว่า“กอร์รันเดล” ส่วนท่านราชินีมีนามว่า“โซเรนตาเรีย”และผู้บังคับบัญชากองทหารมีชื่อว่า“เรย์”
อณาจักรนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของทวีป“อินลาเทียร์”คงเพราะแบบนั้นเลยมักถูกรุกรานจากอณาจักรรอบข้างค่อนข้างบ่อยๆเพราะเหตุผลคงจะเป็เมื่อหลังาที่สั่นะเืไปทั้วโลกเมื่อ300ปีก่อนได้รับชัยชนะมาด้วยความช่วยเหลือส่วนใหญ่มาจากอณาจักรนี้จึงทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นอย่างกว้างขวางทางสภาใหญ่ที่สึดในในทวีปจึงมอบทรัพย์สินสวนใหญ่ให้เป็ของตอบแทน
“นอกจากลานปะากับข้างในวังนี้รอบๆเมืองฉันก็ยังไม่เคยเห็นเลยสินะ” ไคน์นั้งบ่นกับตัวเองอยู่ภายในห้องสมุด
“อ้อจริงด้วยสินะนายพึ่งจะมาอยู่ในร่างของไครอสโดยไม่รู้เื่อะไรเลยหนินะ” ไอรีนตอบกลับไคน์ด้วยท่าทางสงสัย
“มีแต่เื่ชวนให้คิดตลอดเลยแห๊ะ… เบื่อจะตายแล้วเนี่ย”
“นั้นสินะทั้งเื่ของนายและเื่ที่เกิดขึ้นกับคนสงสารคนนั้นอีก”
“เธอหมายความว่าไง?”
“ก็นั้นไงที่อยู่ๆก็เจอกับร่างของเขาเสียชีวิตอยู่แถวๆชายแดนเมืองหนะ”
“แล้ว….” ไอรีนพูดด้วยท่าทางตะกุกตะกัก
“……มีไร?” ไคน์ถามด้วยความสงสัย
“ที่ว่านายมาจากโลกอื่นหนะ… โลกของนายต่างจากโกลนี้มากไหม?”
“เธออยากรู้จริงดิ?”
“อะ……อืม”
ก่อนหน้านี้เธอเล่าเื่ของเธอให้ฟังอยู่นิดหน่อยเธอคงจะไม่เคยออกไปนอกอณาจักรนี้เลยสินะ เธอเลยจะสนใจมุมมองของนอกอณาจักรนี้น่าดู คงจะได้ไครอสช่วยเล่าอะไรหล่ายๆอย่างให้ฟังไม่น้อยแน่ๆ คงเพราะแบบนั้นเธอเลยชอบฟังเื่เพวกนี้งั้นสิ?
“หึหึ…..โลกของฉัณหนะนะมีสิ่งที่เื่ว่ารถยนต์ด้วยหล่ะนะ” ไคน์พูดด้วยท่าทางภูมิใจ
“แล้วมันคืออะไรงั้นหรอ?!!!” ไอรีนพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแววตาเป็ประกาย
“มันก็คือสิ่งอนวยความสะดวกยังไงหล่ะ ทั้งการขนย้ายสิ่งของ หรือใช้เดินทางไกลๆโดยไม่ต้องเสียแรงยังไงหล่ะ”
“แล้วมันต่างกับรถมายังไง?” ไอรีนถามกลับด้วยความสงสัย
“ก็เพราะมันสามารถเดินทางได้ตลอดระยะทางโดยไม่จำเป็ต้องหยุดพักเหมือนรถม้ายังไงหล่ะ”
“โห้ว!!!” ไอรีนตื่นเต้นขึ้นทันที
“ไหนสิ่งที่เรียกว่าสมาร์ทโฟน ทีวี บลา บลา บลา”
“ว้าววว!!! ฉันอยากเห็นจัง”
“ถึงจะพูอย่างงั้นก็เถอะฉันไม่มีความสามารถที่จะสร้างขึ้นมาให้เธอได้เห็นนะสิ ฮ่าฮ่า”
“งั้นหรอ….” ไอรีนรู้สึกเศร้าขึ้นมานิดหน่อย
ไคน์เห็นท่าทางไอรีนไม่สู้ดีนักจึงนักเงียบและคิดหาวิธีทางที่จะให้เธอรู้สึกดีขึ้น แต่หลังจากนั้นสถานารณ์ก็เงียบอยู่แบบนั้นจนกระผ่านไม่นานแค่ไหนก็ไม่รู้ เพราะด้วยความสามารถของไคน์ในด้านการเอาใจใส่คนอื่นค่อนข้างต่ำมากๆจึงไม่รู้วิธีการแก้ปัญหาด้านนี้สักเท่าไหร่
เอาไงดีหว่า…. เอ๋…. แบบนั้นดีไหมนะ… โถ่เว้ยคิดหม่ออกเลยวุ้ย… นี้ไม่เหมือนตอนทำงานกับคนอื่นๆเลยแห๊ะสมองตันไปหมดแล้ว!!! จริงสิลองวิธีแบบที่ใช้กับหัวหน้าดีกว่านั้นก็คือให้เธอเล่าเื่ที่เธอชอบ ฉันมักจะถูกหัวหน้าถามแต่เื่หนักอกหนักใจอยู่เสมอแต่มันแก้ด้วยการที่จะมาถามแต่เื่ของฉันก็ให้เล่าเื่ของตัวเองสะก็จบๆพวกคนแก่ๆหนะมักจะชอบมองว่าตัวเองนั้นเก่งมีความสามารถและชอบคิดว่าตัวเองจะถูกอยู่เสมอเพราะงั้นพวกนั้นจะเล่าเื่มโนของตัวเองแบบไม่หยุดอย่างมีความสุขยังไงหล่ะ
(หาเอาน้องไปเปรียบจริงๆ)
“นี… ฉันเองก็อยากรู้เื่ของโลกนี้มากกว่านี้อีกหน่อยช่วยเล่าให้ฟังทีสิ”
“……” ไอรีนเงยมองหน้าไคน์ก่อนจะเริ่มยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ฉันเองก็ม่เคยออกไปดูกะบตาตัวเองหรอกนะแต่พวกเื่นี้ฉันฟังมาจากไครอาอีกทีหนะ” ไอรีนแสดงท่าทีมีความสุขและนึกถึงเื่ราวในอดีต
ได้ผล…ฮ่าฮ่า อย่าได้ดูถูกมนุษย์เงินเดือนอย่างฉันหล่ะ ถึงจะเ้าสังคมและผู้คนไม่เก่งแต่่เวลาทำงานหนะฉันมีทางแก้เสมอแหละนะ
ไอรีนเริ่มเล่าเื่ราวต่างๆที่เธอรู้จากไครอสให้ไคน์ฟังด้วยท่าทีสนุกสนาน ถึงแม้ไคน์จะไม่ได้สนใจมากนักเพราะนั่นเป็แค่วิธ๊การที่จะทำให้ไอรีนรู้สึกดีขึ้น แต่ตัวเขานั้นก็ไม่อาจจะเข้าใจความรู้สึกเล็กๆในใจตัวเองได้ ด้วยปกติไคน์ไม่เคยจะใส่ใจผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย แต่ทุกครั้งที่เขาเห็นท่าทางของไอรีนมันกลับทำให้เขารู้สึกไปตามตัวเธอเช่นกัน
เอาเป็ว่าเธออารมณ์ดีขึ้นมาแล้ว ก็ปล่อยเธออยู่แบบนั้นไปอีกพักก็แล้วกัน ส่วนฉันก็จะนั้งพักกินเวลาไปเลื่อยๆยังไงหล่ะ ฮ่าฮ่า….
ระหว่างที่ไคน์กำลังนึกตัวเขาก็กำลังรู้สึกดีที่สามารถแก้สถานการณ์นี้ได้ เขาไม่แม้แต่ที่จะฟังเื่ที่ไอรีนเล่าออกมาเลยแม้แต่นิดเดียวจนกระทั้งเขาได้ยินเื่ที่เตะหูเขาเป็อย่างมาก
“แล้วไครอสก็พูดว่าเจอพลังวเทย์แปลกๆด้วย”
“?!!!!” ไคน์หันควับด้วยท่าทางใแบบสุดขีด
พลังเวทย์? หมายถึงเวทย์มนต์… เอ๊ะโลกนี้… มีเวทย์มนต์!!!!
“เธอว่าพลังเวทย์หรือมันคือเวทย์มนต์งั้นหรอ!!!” ไคน์จับไหลของไอรีนก่อนที่จะะโถามไอรีน
“เอ๊ะ…อะ…อืม” ไอรีนตอบกลับด้วยท่าทาทีมึนงง
นี่มันสุดยอดเลยความฝันของโอตาคุเป็จริงแล้ว!!! ไคน์นึกและยืนขึ้นด้วยท่าทางใจสุดขีด
“………?” ไอรีนนั้งเงียบและกำลังแปลกใจกับท่าทางของไคน์
“เป็อะไรของนาย?….”
“เอ๊ะ… อ่า… ฉันแค่ตื่นเต้นนิดหน่อยที่โลกนี้มีเวทย์มนต์ด้วยหน่ะ”
“โลกของนายไม่มีงั้นหรอ?”
“ไม่หล่ะ ไม่ของสุดยอดแบบนั้นหรอก”
“ทั้งๆที่มีของสุดยอดมากมายแต่กลับไม่มีเวทย์มนต์ได้ไงกัน?”
“นั่นนะสิ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
“แล้วเวทย์มนต์นี่ใช้ได้ทุกคนไหมอะ?!!!” ไคน์กุมมือไอรีนและถามด้วยความตื่นเต้น
“เอ๊ะ!!!….อืม” ไอรีนก้มหน้าและพูดด้วยสีหน้าเขินอาย
ในที่สุดอย่างงั้นก็หมายความว้าฉันเองก็สามารถใช้ได้สินะคอยดูเถอะฉันจะเป็ยอดนักเวทย์ที่เก่งกาจให้มีชื่อเสียงทั่วโลกเลยคอยดูฮ่าฮ่า ไคน์นึกอยู่ในเขาคิดว่ามันเป็เหมือนในเกมที่เขาชอบเล่น
“ถ้างั้นช่วยแสดงให้ฉันเห็นหน่อยสิฉะนอยากเห็น” ไคน์ขอร้อวไอรีนอย่างมีความสุข
“ดะ…ได้สิ”
ไอรีนเธอยืนขึ้นและ ยื่นมือซ้ายออกมาก่อนจะมีแสงาสว่างขึ้นจากฝ่ามือของเธอ ก่อนที่จะเริ่มมีแสงรอบๆตัวค่อยสว่างขึ้นจนเกิดเป็รูปร่างของภูติตัวน้อยทั้งสี่ตนบินไปมารอบๆตัวเธอ ไคน์ที่เห็นก็ตื่นเต้นดีใจจนแทบจะกรี๊กออกมา
“ว้าว!!! สุดยอดไปเลย”
“อะหะ…ห่า…ไม่ขนาดนั้นหรอก” ไอรีนพูดท่าทีเขินอายเล็กน้อย
“แล้วนี่มันคือเวทย์อะไรงั้นหรอ?”
“มันเป็เวทย์(คำสาบานหาแห่งภูติ)หนะ”
“แล้วใช้ทำอะไรบ้างงั้นหรอ?”
“ภูติของฉันมีอยู่สี่ตนและแต่ละตนตะมีพลังธาตุที่แตกต่างกันหนะ”
คำสาบานของไอรีนคือการใช้ความสามารถของภูติตามลักษณะเฉพาะของแต่บะตน ซึ่งภิติทั้งสี่มีความสามารถธาตุที่ต่างกัน ตนแรกคือภูติแห่งไฟ ตนที่สองคือภูติแห่งลม ตนที่สามคือภูติแห่งน้ำแข็ง และตนที่สี่คือภูติแห่งดินด้วยหลังเวทย์นี้ไอรีนจึงสามารถใช้พลังธาตุได้ดีกว่าคนอื่นๆที่จะถนัดธาตุเฉพาะในแต่ละคน
“ฮุฮุฮุ ช่วยสอนเวทย์ให้ฉันหน่อยสิ!!!” ไคน์ที่เห็นถึงเวย์ก็ตื่นเต้นจนรีบอยากจะลองใช้
“อ่าได้สิ”
ตื่นเต้นเป็บ้าเื่สุดยอดแบบนี้อยากจะใช้ให้ได้จังฉันจะตั้งใจฝึกฝนอย่างเต็มที่เลย!!!!
“นายลองหลับตาลงและััถึงการไหลเหวียนของเืในร่างกายดูสิ”
“อ่า…ฉะนจะลองดู”
ััถึงเืที่กำลังไหลไปทั่วร่างกายงั้นสินะ ไคน์หลับตาผมทำตามที่ไอรีนบอก
“พลังเวทย์ในตัวจะไหลไปทั่วร่างกายพร้อมกระแสเืหลังจากนั้นก็ลองควบคุมให้มันออกมาในฝ่ามือดู”
“แบบนี้งั้นหรอ?”
ไอรีนเริ่มรู้สึกถึงพลังเวทย์ที่ค่อยๆรวมตัวอยู่ในจุดเดียวกันบนฝ่าของไคน์ สำหรับเธอมันเป็พลังเวทย์ที่น่าคิดถึงและมันก็ทำให้เธอสบายใจเล็กน้อย
“แบบนั้นแหละแล้วค่อยจินตนาการว่ามันกำลังก่อตัวเป็รูปร่างขึ้นมา”
“จินตนาการ……” หลังจากที่ไคน์ค่อยๆลืมตาดูพลังเวทย์ที่ออกมาและก็ตกตะลึง
พลังเวท์ที่ออกมานั้นเป็พลังเวทย์แสงสีทองหุ่มแขนทั้งสองข้างอย่างสว่างไสว มันคือพลังเวทย์ที่ไครอสถนัดที่สุด
“เห็นไหมนายก็ใช้มันได้นะ” ไอรีนยิ้มออกมาด้วยความอ่อนโยน
“สุดยอดเลยฉันใช้เวทย์มันต์ได……อ๊าก!!!” ไคน์ะโออกมาด้วยความเ็ป
“เอ๊ะ!!! เป็อะไรไปหนะ….” ไอรีนตกตะลึงกับท่าทาของไคน์เป็อย่างมาก
“เจ็บ!!! แขนฉัน!!! อ๊าก!!!”
เจ็บๆ!!! ทำไมถึงเจ็บแบบนี้หล่ะ ทรมานจัง…. ทนไม่ไหวแล้วอ๊ากกกก!!!!
แขนทั้งสองของไคน์มีเส้นสีทองคอยๆขึ้นเป็เสนแจนของเขากำลังจะเบิดออกมาด้วยพลังเวทย์ ด้วยความเจ็บทรมานเขาก็สลบเหือดไปทั้งๆอย่างนั้น จนพลังเวทย์ในตัวเขาก็ค่อยๆสงบตัวลง