ถ้าการย้อนเวลากลับมามันจะเป็เหมือนเดิมเธอต้องหาทางป้องกันปัญหานี้ไม่ให้มันเกิดขึ้นเธอเชื่อว่าเค้าเสียใจกับการแต่งงานครั้งนั้น เพราะถึงเค้าจะเ็ากับเธอมาตลอด
แต่การอยู่ด้วยกันหลายปีนั้นบางครั้งเธอก็เห็นสายตาที่แสดงความเ็ปผิดหวังในแววตาของเค้าถึงมันจะไม่นานกับการแสดงออกมา แต่เธอก็สังเกตเห็นได้บ่อยๆ
ก็คงไม่แปลกหรอก เพราะการอยู่ร่วมกันนอกจากการที่ต่างคนต่างอยู่ การพูดคุยแต่ละครั้งก็เหมือนคนแปลกหน้าถ้าเธอไม่แสดงความเ็าก็ประชดประชันหรือไม่ก็ต่อว่าไม่เคยมองเค้าดียิ่งเค้าทำตัวเ็าใส่ เธอก็ยิ่งไม่เกรงใจ เหมือนเค้าเป็แค่เบี้ยล่างเธอเท่านั้น
ระหว่างที่หลิวอี้กำลังทบทวนเหตุการณ์ในอดีต ก็มีเสียง ฟางซื่อดังขึ้นจากนอกประตูห้อง
“ลูกแม่ ตื่นหรือยัง แม่เข้าไปนะ”ดูจากแสงที่ลอดเข้ามาภายในห้องเวลานี้ก็น่าจะบ่ายคล้อยแล้ว
“เข้ามาได้เลยค่ะ ฉันตื่นแล้ว”
ฟางซื่อถือโจ๊กข้าวโพดค่อนข้างใสและยาเข้ามาในห้อง “กินโจ๊กก่อนนะ จะได้กินยาแล้วค่อยนอนต่อลูกไม่ได้กินอะไรมาวันหนึ่งแล้ว”
“ขอบคุณค่ะแม่” หลังจากกินโจ๊กใสถ้วยนั้นเสร็จและดื่มยาเรียบร้อยแล้วเพราะหลิวอี้กำลังนึกถึงเื่ในตอนนั้นเธอเลยตัดสินใจถามแม่ว่า
" แม่ค่ะถ้าเกิดเื่ฉันตกน้ำมันกลายเป็ข่าวเสื่อมเสียจนแก้ไม่ได้พ่อกับแม่จะรู้สึกแย่แล้วผลักไสฉันให้แต่งงานไปให้พ้นๆ หรือเปล่าคะ " หลิวอี้พูดและมองตาฟางซื่อไปด้วยเพราะตัวเธออยากได้ความจริงจากเื่นี้จริงๆ
“โอ๊ย ตายแล้ว ทำไมคิดแบบนี้ได้ล่ะลูกถ้ามันเกิดเื่ขึ้นจริงๆ และแก้ไม่ได้ เหตุผลเดียวที่พ่อกับแม่ให้ลูกแต่งออกไปก็เป็เพราะไม่อยากให้ใครตราหน้าลูกสาวแม่ว่าเป็คนไม่ดี ไหนจะปู่ย่าของลูกอีกที่ไม่รู้จะหาคนแบบไหนมาแต่งงานกับลูก พวกเค้าจะสนใจหรือเปล่าว่าลูกแม่หลังแต่งงานจะเป็ยังไง”
“ข่าวลือเราจะไม่สนใจก็ได้แต่ตอนนี้พวกเราไม่ได้แยกบ้านเราต้องเคารพผู้าุโในบ้านพ่อกับแม่รักลูกต้องพยายามหาคนที่ดีมากที่สุดให้ลูกอยู่แล้ว” ฟางซูจับมือหลิวอี้ลูบหลังมือเบาๆ เพื่อปลอบโยน
“ทำไมลูกถึงถามแม่แบบนี้ล่ะ ลูกไม่สบายใจเื่นี้เหรอ”
“เปล่าค่ะ ฉันถามไปงั้นแหละค่ะแค่อยากรู้ถ้ามันมีเื่แย่ๆ แบบนั้นเกิดขึ้น พ่อกับแม่ยังจะรักฉันไหม”
“โธ่ เด็กคนนี้นี่ พ่อกับแม่ไม่มีวันทอดทิ้งลูกอย่าห่วงไปเลย นอนพักผ่อนได้แล้ว อย่าคิดมาก ไม่ว่ายังไงพ่อแม่และน้อง ๆก็จะอยู่เคียงข้างลูก”
“ค่ะ ฉันจะนอนต่อล่ะ แม่ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะ”หลิวอี้น้ำตาซึม หลังจากได้ยินคำตอบของฟางซื่อ การมีครอบครัวห่วงใย มันดีมากจริง ๆมันมีความรู้สึกแบบนี้นี่เอง ถึงมันจะเป็ความห่วงใยลูกสาวของพวกเค้าแต่คำตอบที่เธอได้รับมันทำให้เธอรู้สึกอึ้งไปเหมือนกัน
จากการที่เธอได้เห็นท่าทางของพ่อกับแม่อย่างตั้งใจในวันนี้ท่าทางที่แสดงออกมา ความรู้สึกที่เธอได้ยินจากแม่พวกท่านเป็ห่วงเธอจริงๆไม่มีความจำเป็ที่พวกท่านต้องเสแสร้งกับเธอ มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิดมากกว่าเดิม
“ชาติก่อนฉันเข้าใจผิดไปซินะว่าครอบครัวนี้หักหลังและไม่ได้้าฉัน ซูหลิวอี้ ฉันขอโทษนะต่อไปนี้ฉันจะทำหน้าที่ดูแลพวกเค้าแทนเธอเอง ฉันจะดูแลพ่อแม่และน้อง ๆของเธอให้ดีที่สุด ฉันสาบาน หลับให้สบายไปสู่สุคติเถอะนะ”
ชาติก่อนเธอทอดทิ้งครอบครัวเพราะคิดว่าโดนหักหลังและทอดทิ้ง เธอจึงเมินเฉยและเลือกจะตัดขาดแบบเงียบๆ และอีกคนเซียวจื่อหานก็เป็คนที่เธอเมินเฉย ไม่เห็นค่าด้วยเช่นกัน
ไม่รู้ว่าตอนนั้นพ่อไปคุยกับเค้าว่ายังไงสุดท้ายเธอก็ต้องแต่งงานกับเค้าเพราะเค้าเลือกจะรับผิดชอบเธอไม่ต้องแต่งงานกับใครก็ไม่รู้มากมายที่ย่าเธอพยายามหามา
เธอเรียกเซียวมาคุยเื่ปัญหาที่หลังหมู่บ้านเพื่อให้เค้าหาทางแก้ไขข่าวลือเพราะเค้าก็เป็ฝ่ายเสียหายเช่นกันและเธอเองไม่คิดจะแต่งงานกับเค้า ไม่มีสักเสี้ยววินาทีที่คิดจะแต่งเค้ายืนรอเธออยู่แล้ว
ในตอนนี้เธอมาถึงเค้าก็ยังมีท่าทางที่เ็า แทบจะไม่มองหน้าเธอด้วยซ้ำเธอรีบเดินเข้าไปหาเค้าเพื่อคุยธุระครั้งนี้มันเป็ความหวังสุดท้ายของเธอแล้วที่จะไม่ต้องแต่งงาน
“ที่เรียกนายมาฉันอยากคุยเื่แต่งงานของเราฉันไม่เคยคิดจะแต่งงานกับนาย ฉันไม่เคยรู้สึกอะไรกับนาย และฉันก็คิดว่านายก็ไม่ได้มีความรู้สึกกับฉันเช่นกัน ฉันอยากให้นายหาทางแก้ไขเื่ข่าวลือตอนนี้ฉันทำอะไรไม่ได้เลย หวังว่านายจะแก้ไขเื่นี้” หลิวอี้จ้องตาเซียวจื่อหาน
“แล้วการแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากความรักทั้ง 2 ฝ่าย มันไม่ใช่สิ่งที่ฉัน้า ฉันไม่ใช่คนดีหรอกนะที่จะมาเชื่อฟังสามีแบบผู้หญิงส่วนใหญ่ ฉันอยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยากใช้ชีวิตของฉัน หวังว่านายจะเข้าใจฉัน ช่วยฉันเื่นี้”
หลิวอี้พยายามอธิบายสิ่งที่เธอ้า
“ข่าวลือแก้ไม่ได้หรอก อันที่จริงฉันไม่ใส่ใจอยู่แล้วถ้าคนเลือกจะเชื่อข่าวลือต่อให้ร้องไห้ กราบกรานเธอคิดว่าคนอื่นเขาจะเชื่อเธอเหรอ” เซียวจื่อหานยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ท่าทางสงบนิ่ง น้ำเสียงเ็า
“ก็แค่แต่งงานไม่ใช่เหรอ แต่งแล้วก็จบ”เขาพูดมาทั้งหมดโดยไม่มองหน้าด้วยซ้ำ
“เฮ้!!! นายเป็ลูกผู้ชายหรือเปล่า มีศักดิ์ศรีบ้างไหมเขาบอกให้นายทำอะไร นายก็ทำอย่างนั้นเหรอ อย่าทำตัวอ่อนแอไร้ค่าไปหน่อยเลยนายจะมารับผิดชอบอะไร มันไม่มีอะไรให้ต้องรับ เราไม่ได้ทำผิด”
“คิดว่าการแต่งงานมันง่ายเหรอฉันกับนายไม่ได้มีความรู้สึกต่อกัน นายไม่คิดจะสู้บ้างเหรอ ทำไมนายอ่อนแอขนาดนี้ไม่คิดที่จะสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเองบ้างเหรอไง นายมันขี้ขลาด ไร้ค่าน่าขยะแขยง”
หลิวอี้สาดอารมณ์ใส่ะโถามเค้าเซียวจื่อหานคือคนเดียวที่เธอพึ่งได้ในตอนนี้แค่ต้องพึ่งพาคนอื่นเธอก็รู้สึกแย่มากพอแล้ว ต่อให้ฉลาดยังไงตอนนี้เธอก็แก้ปัญหาเื่แต่งงานด้วยตัวคนเดียวไม่ได้อยู่ดี
เซียวจื่อหานหลังจากฟังคำพูดหลิวอี้แล้วเค้าหันกลับมามองเธออย่างช้า ๆ ดวงตาเ็าคู่นั้นเข้มขึ้น หรี่ตามองเธอริมฝีปากเม้มแน่นเป็เส้นตรง บรรยากาศรอบตัวอึดอัดกดดันก่อนเค้าจะพูดกับเธอน้ำเสียงราบเรียบเ็า
“ซูหลิวอี้โวยวายยังไงสุดท้ายเธอก็ต้องแต่งงานกับฉันอยู่ดี”
“นายทำได้แค่นี้เหรอหะ เฮงซวยเอ๊ย!!!”
เซียวจื่อหานหันมามองหน้าหลิวอี้ อยู่นาน มันนานมากสายตาของเค้าเหมือนทะเลกว้างใหญ่เธอไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าตอนนี้เค้าคิดอะไรอยู่เค้ามองจนเธออึดอัดแล้วก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
“ถ้านายจะยืนยันจะรับผิดชอบแทนที่จะแก้ปัญหาข่าวลือนายอย่าหวังเลยว่าจะมีความสุขในชีวิตแต่งงาน” หลิวอี้ะโตามหลังเซียวจื่อหานที่กำลังเดินจากไปด้วยความโกรธ
“นี่เขาบ้าหรือโง่ ที่ทำแบบนี้ โธ่เว้ย!!!”
หลิวอี้ได้แต่ยืนโกรธอยู่กับที่พ่นลมหายใจอย่างแรงพร้อมกับความรู้สึกเหนื่อยกับชีวิตของเธอตอนนี้ต้องมาเจอปัญหาที่แก้ไม่ได้แบบนี้ เธอก็รู้สึกท้อใจเหมือนกัน
อาทิตย์ต่อมาก็ถึงวันคุยเื่แต่งงานนับจากวันที่ทะเลาะกันวันนั้น หลิวอี้ก็ไม่ได้เจอเซียวจื่อหานอีกวันนั้นมีแค่ผู้ชายสูงวัยคนนึงอายุประมาณ 50 กว่าปีที่มาพร้อมกับอ้างว่าเป็ลุงของเค้า
คนคนนั้นบอกกับพ่อแม่ของเธอว่าพ่อแม่เค้าอยู่ปักกิ่งกว่าจะเดินทางมาถึงก็คงอีกนานอยากให้จัดพิธีก่อนเพราะหากรอช้าไปมันจะไม่ดีค่อยกลับไปปักกิ่งเคารพพ่อแม่ทีหลังก็พอ
ซูหลิวอี้เกลียดการกระทำของเซียวจื่อหานเธอมีความสามารถ ไม่ต้องพึ่งพาผู้ชายเลยก็ได้ แต่เธอแค่ยังไม่พร้อมในการตั้งตัวปีนี้เริ่มสอบเข้ามหาลัยแล้ว ปีหน้าพื้นที่ที่เธออยู่อาจจะมีสิทธิยกเลิกระบบนารวมเป็พื้นที่แรกๆ การค้าก็จะเสรีมากขึ้นเธอมีโอกาสมากมายในชีวิตแต่ต้องมามีตัวถ่วงเป็ผู้ชายไร้ค่าคนนี้ทุกคนทำลายชีวิตเธอ
ได้!! ถ้าต้องแต่งก็แต่งเธอจะคุยกับเซียวจื่อหานว่าจะต่างคนต่างอยู่รอเธอพร้อมเมื่อไหร่เธอจะหย่าให้เค้าทันที
เหอะ!! สังคมชายเป็ใหญ่งั้นเหรอให้ฉันออกไปจากที่นี่ได้ก่อน ตั้งหลักได้ ผู้ชายก็ไม่จำเป็จะเป็แม่ม่ายแล้วยังไง บ้านนี้ก็ไม่ใช่บ้านฉัน คนพวกนี้ก็ไม่ใช่ครอบครัวฉันไม่ต้องสนใจว่าใครจะคิดยังไงการแต่งงานให้คนบ้านนี้คิดว่าตอบแทนที่ให้ใช้ร่างนี้แล้วกัน ต่อไปนี้ก็ต่างคนต่างอยู่
ระหว่างที่รอแต่งงานก็มีแค่คนเพียงสองคนเท่านั้นที่อยู่เคียงข้างเธอหลิวเหมยฮวาและจูเจียงหยง คอยปลอบใจเธอให้กำลังใจพวกเค้ารับฟังและเข้าใจเธอด้วยความจริงใจ
รอยยิ้มซื่อๆ ดวงตาสดใสที่พวกเค้ามองมาให้เธอรู้สึกถึงความจริงใจ บวกกับตอนนี้เธอพ่ายแพ้ให้กับยุคสมัยนี้เธออ่อนแอเกินกว่าจะระวังตัว เปิดรับทั้งสองคนเข้ามาในพื้นที่ของตัวเองอย่างเต็มใจ
สองชาติที่หลิวอี้มีโอกาสได้เกิดมานั้นไม่เคยจริงใจกับเธอแบบนี้มาก่อนเด็กกำพร้าที่ต่อสู้มาทั้งชีวิตตัวคนเดียวและยังเป็ิญญาที่มาสิงร่างคนอื่นแบบเธอได้รับสิ่งที่เธอคิดว่ามันคือความจริงใจจากคนอื่น เธอจะไม่พลาดได้ยังไงกันมันคงเป็ความโหยหาข้างในใจลึกๆ ของจิตใจเธอ ที่อยากจะมีคนข้างกายสักคน
แต่มันก็พลาด ความเชื่อใจบวกกับความหลงตัวเองคิดว่าตนนั้นฉลาดพอ มันก็ทำให้โง่ คำว่าโง่แล้วยังอวดฉลาดมันคงเหมาะสมกับคนแบบเธอที่สุด