ปี ค.ศ. 2045 เกิดเหตุไวรัสแปลกประหลาดขึ้นบนโลก ทั้งนักวิทยาศาสตร์ แพทย์ นักวิจัยชั้นนำทั่วโลก ต่างไม่มีใครทราบว่าต้นตอมันมาจากที่ใด ไม่สามารถหาสาเหตุ แหล่งกำเนิดไวรัสตัวนี้ได้
เนื่องจากไวรัสตัวนี้ ปรากฎขึ้นทันทีทั่วทุกมุมโลก
ไวรัสแพร่กระจายผ่านสารคัดหลั่ง น้ำลาย ที่กระจายทั่วอากาศจากการหายใจ ไอ หรือจาม
ไวรัสชนิดนี้ไม่ทำให้คนตายโดยตรง แต่จะทำให้เกิดอาการชักกระตุก กล้ามเนื้อหดเกร็ง เป็เวลาหลายนาที โดยจะสุ่มเกิดอาการอย่างไม่มีใครคาดคิด ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด
แม้ว่าจะไม่ตายจากการชักกระตุก แต่คนที่ตายส่วนมาก เกิดจากอุบัติเหตุ ที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ทั้งจากทางรถยนต์ หรือยานพาหนะทุกชนิด
ผู้คนไม่กล้าลงน้ำเพราะกลัวจมน้ำตาย
ไม่กล้าทานอาหารเป็เวลานานเพราะกลัวเกิดอาการชักกระตุก ทำให้กลืนอาหารไม่ได้ อาหารอุดตันหลอดลม หากแก้ใขไม่ทัน ก็ตายจากการขาดอากาศหายใจได้เช่นกัน นี่ไม่ใช่เื่ตลกเพราะเกิดการตายจากสาเหตุนี้เกิดขึ้นทั่วโลก
ผู้คนต้องรอให้เกิดอาการชักกระตุกเสร็จก่อนค่อยทานอาหาร เพราะโอกาสเกิดชักกระตุกซ้ำมีน้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี หากวันนั้นคุณเกิดอาการชักกระตุกซ้ำติดต่อกัน ถือว่าคุณซวย หรืออาจมีใครสาปแช่ง ให้คุณตายจากโลกนี้ไปซะ เพราะทนเหม็นขี้หน้าคุณเกินจะทนแล้ว
หลังจากเกิดไวรัส เศรษฐกิจโลกล่มสลาย ผู้คนไม่กล้าออกจากบ้าน เพราะกลัวว่าถึงแม้คุณจะเดินไป ก็จะยังมีคนไม่กลัวตายอยู่เสมอในโลกใบนี้ ใช้ยานพาหนะ พุ่งมาชนคุณให้ตายฟรี
หลังจากนั้นผ่านมาอีก 5 ปี มนุษย์ต่างดาวบุกโลก
บนท้องฟ้า ปรากฎยานอวกาศขนาดใหญ่ขึ้นทั่วทุกมุมโลก
หากแต่ยานอวกาศไม่เข้าสู่เขตเมือง กลับหายลับเข้าไปในเขตป่าขนาดใหญ่ หรือพุ่งลงไปในทะเลลึก
เื่นี้ทำให้ผู้คนโล่งใจได้เพียงไม่นาน หลังจากนั้นมนุษย์ก็พบว่าไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ ดาวเทียมทุกดวงบนโลกถูกทำลาย ต่อให้ใช้หัวแม่เท้าคิด ก็ทราบได้ว่าใครเป็คนทำ
มนุษย์ต่างดาว !!!
หลังจากนั้นมนุษย์ต่างดาวก็เริ่มทำลายล้างมนุษย์โลก
เนื่องจากไม่สามารถสื่อสารกันได้ มนุษย์จึงทำได้เพียงหลบหนี หาทางเอาชีวิตรอดของตัวเอง ไม่รู้สภาพโลกภายนอก
มนุษย์ดิ้นรนอยู่หลายร้อยปี
พยายามหาทางต่อสู้ จนถึงมนุษย์ชุดสุดท้าย นักวิทยาศาสตร์ 4 คน ทดลองคิดคน จนพบวิธีตอบโต้ ใช้เทคโนโลยีสุดท้ายทางของมนุษย์ ส่งข้อมูล ย้อนกลับมายุคก่อนที่มนุษย์ต่างดาวจะบุกโลก
" มนุษย์ต่างดาว พวกนี้ไม่ได้ใช้เทคโนโลยี่ทางวิทยาศาสตร์ แต่ใช้พลังพิเศษ แม้แต่ยานอวกาศก็ขับเคลื่อนด้วยพลังพิเศษ สิ่งที่ผมได้รับมาจากการโดนฟ้าผ่า คือวิธีการที่มนุษย์จะสามารถมีพลังพิเศษ "
ไวทินพูดต่อหน้าแม่ ด้วยแววตาจริงจัง
ไวทินเล่าทุกอย่างให้แม่ฟังโดยไม่ปิดบัง ด้วยหวังว่าจะช่วยให้ครอบครัวของตนปลอดภัย
หลังจากดานิกาได้ฟังเื่ราวทั้งหมดที่ลูกชายเล่า เธอนั่งนิ่งไปอยู่เป็นานด้วยความตกตะลึง สมองมึนงง ราวกับว่าฟังเื่ตลกเหลวใหล ถ้าคนอื่นได้ยิน จะมีใครเชื่อคำพูดของเด็กอายุเพียง 12 ปี
แต่เธอเชื่อ ไม่ใช่เชื่อว่าจะเกิดเื่ราวตามที่ได้ฟัง แต่เธอเชื่อลูกชายของเธอว่าจะไม่มีวันโกหกเธอ
" ลูกแม่ ขอแม่คิดเกี่ยวกับเื่นี้ซักพัก แล้วเราค่อยมาคุยกัน "
ดานิกาเดินออกจากห้องลูกชายด้วยความตกตะลึง ด้วยไม่สามารถประมวนผลเื่ราวอย่างสงบได้
จากนั้นตอนเย็น หลังจากสงบจิตใจได้แล้ว ดานิกาก็เดินเข้าไปหาลูกชายอีกครั้ง ทั้งสองพูดคุย ปรึกษา วางแผนเอาตัวรอด 4 ชั่วโมงต่อมา ดานิกาค่อยเดินกลับเข้าห้องนอนของเธอกับลูกสาวด้วยสภาพเหนื่อยล้า