-BAD MASTER-
6
ตอนนี้ฉันยืนรับลมอยู่ที่ระเบียงหลังห้องที่มองเห็นทะเลพอดีความจริงฉันอยากจะออกไปเดินเล่นเหมือนเมื่อวานอีกเพราะพรุ่งนี้เราก็ต้องเดินทางกลับแล้วแต่ถูกพี่ริต้ากำชับไว้ว่าไม่ให้ไปคนเดียว
พี่ริต้ากับปีเตอร์กลับมาเห็นตอนที่ฉันกำลังร้องไห้พอดีแกปเปอร์จึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ทั้งพี่ริต้าและปีเตอร์จึงเป็ห่วงฉันกันใหญ่แถมฉันยังถูกปีเตอร์ว่าว่าไม่เจียมตัวอีก
‘ก็รู้ว่าตัวเองว่ายน้ำไม่เป็แล้วจะลงไปแบบนั้นทำไมเธอนี่ห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองแบบนี้เสมอเลยนะ’
ถึงปากจะว่าฉันแต่ก็ยังดึงฉันเข้าไปกอดปลอบอยู่ดีโดราเอม่อนของฉันยังน่ารักเสมอเลยเมื่อฉันรู้สึกดีขึ้นแล้วพี่ริต้าจึงพาฉันขึ้นมาพักบนห้องส่วนตอนนี้พวกเขากลับหนีฉันไปท่องราตรีที่ผับใกล้ๆกับโรงแรมที่เราพักอยู่กันหมดความจริงแล้วพวกเขาก็ชวนฉันไปเหมือนกันแต่ฉันไม่ชอบไปเที่ยวในที่แบบนั้นแค่ฉันไปทำงานอย่างเดียวก็เกินพอแล้วฉันก็เลยปฏิเสธจะว่าไปแล้วอยู่คนเดียวก็เหงาเหมือนกันนะ คิดถึงแม่กับเมฆจัง
“กำลังคิดอะไรอยู่”
“เอ๊ะ!” ฉันใเมื่ออยู่ๆแกปเปอร์ก็เดินมายืนอยู่ข้างๆฉัน “นายไม่ได้ออกไปกับพี่ริต้าหรือไง”
“ถ้าไปเธอจะเห็นฉันยืนอยู่ตรงนี้หรือเปล่าล่ะ”
“แล้วนายเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง” ฉันถามเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้
“ทำไมจะเข้ามาไม่ได้ ในเมื่อเธอไม่ได้ล็อกห้องไว้”
นี่ฉันสับเพร่าถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
“งั้นเหรอ แล้วนายปล่อยให้พี่ริต้าไปกับปีเตอร์สองคนเหรอ”
เขาไม่รู้หรือไงว่าปีเตอร์เองก็ชอบพี่ริต้าเหมือนกันทำไมถึงปล่อยให้ไปด้วยกันแบบนั้นล่ะ ถ้าเป็ฉันล่ะก็ไม่ยอมแน่ๆ
“ฉันรู้นะว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่”
“นายจะรู้ได้ยังไงว่าฉันคิดอะไร”
“แค่มองหน้าเธอฉันก็รู้หมดนั่นแหละ”
“ชิ”
จริงสิไม่ว่าฉันจะคิดอะไรก็ดูเหมือนเขาจะเดาออกไปซะทุกอย่างฉันหันหน้าหนีเขามามองทะเลที่ตอนนี้เงียบสงัดแตกต่างจากเมื่อตอนกลางวันลิบลับเลยตอนนี้มันก็คงจะเหงาเหมือนกันกับฉันสินะ แล้วแม่กับเมฆจะเป็ยังไงกันบ้างนะ
“คิดถึงเื่เมื่อตอนกลางวันอยู่หรือไง”
“เปล่าหรอก” ฉันหันไปมองแกปเปอร์ที่ยังคงทอดสายตามองไปยังทะเลเบื้องหน้าโดยที่ไม่ได้หันมามองฉันเลยสักนิดแม้ว่าเขาจะพูดกับฉันก็ตาม “ฉันกำลังคิดถึงแม่กับเมฆน่ะ ถ้าทั้งสองคนมาเที่ยวทะเลด้วยกันก็คงจะดี”
“วันหลังเธอก็พาพวกเขามาด้วยสิ”
“อืม ฉันก็หวังว่าสักวันเราจะได้มาเที่ยวด้วยกัน”
“ฉันจะไปชงกาแฟ เธอจะเอาด้วยหรือเปล่า”
“อื้อ ก็ดีเหมือนกัน”
เขาเดินหกลับเข้าไปก่อนจะออกมาพร้อมแก้วกาแฟสองแก้ว
“ขอบคุณนะ”
“อืม”
ฉันยื่นมือไปรับแก้วกาแฟหอมกรุ่นมาจากแกปเปอร์ฉันรู้สึกว่าวันนี้ฉันไม่ค่อยประหม่าเวลาอยู่กับเขาแล้วหรือบางทีฉันอาจจะมองเขาในแง่ร้ายเกินไปก็ได้
“ขอบคุณจริงๆนะ”
“เธอจะขอบคุณฉันทั้งคืนเลยหรือไง แค่กาแฟแก้วเดียวเนี่ยนะ”
“ฉันขอบคุณที่นายช่วยฉันเมื่อตอนกลางวันต่างหากล่ะถ้าไม่ได้นายช่วยไว้ฉันคงจะไม่ได้มายืนขอบคุณนายแบบนี้หรอก”
ฉันยิ้มให้เขาจากใจจริงทุกครั้งที่ฉันมีปัญหาเขามักจะเข้ามาช่วยฉันเสมอเลยต่อไปฉันจะมองเขาในแง่ดีมากขึ้นถ้าเขาไม่ทำร้ายฉันอีกน่ะนะ
“ถึงไม่ใช่เธอฉันก็เข้าไปช่วยอยู่ดี” พูดจบเขาก็หลบตาของฉันทันทีแถมยังหันหน้าหนีฉันไปอีก
“ฉันก็จะยังขอบคุณนายอยู่ดี”
“ประสาท หึ” เขาแค่นหัวเราะก่อนจะยิ้มออกมา
นี่ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่มั้ยเขายิ้มจริงๆด้วย นี่เป็ครั้งแรกเลยนะที่เห็นเขายิ้มแบบนี้นอกจากตอนที่อยู่กับพี่ริต้าแล้วเขายังไม่เคยยิ้มให้ฉันอย่างนี้มาก่อนเลย
ตึกตักตึกตัก...
หืมมมมทำไมหัวใจฉันถึงเต้นผิดจังหวะแบบนี้ล่ะ ต้องเป็เพราะฤทธิ์ของกาแฟแน่ๆเลย
“เป็อะไรหรือเปล่า”
“หา...เอ๊ะ”
“จะใทำไม หน้าเธอดูแดงๆนะ” ไม่พูดเปล่าแกปเปอร์เอาหลังมือมาอังที่หน้าฝากฉันเพื่อวัดอุณหภูมิให้ “ไข้ก็ไม่มีนี่”
“เอ่อ...ฉันไม่เป็อะไรหรอก”
ฉันรีบจับมือของเขาออกก่อนที่หน้าฉันจะแดงมากกว่านี้นี่ฉันเป็อะไรไปนะ
แกปเปอร์ดูจะงงกับท่าทีของฉันในตอนนี้อย่าว่าแต่เขางงเลยฉันเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
“ทำไมเธอถึงลงไปช่วยคนอื่นในขณะที่เธอว่ายน้ำไม่เป็ล่ะ”
“ก็ตอนนั้นฉันะโให้คนมาช่วยแต่ก็ไม่มีใครได้ยินเสียงที่ฉันเรียกเลยแล้วฉันก็ทนเห็นเด็กคนนั้นจมน้ำไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้เหมือนกัน”
“แล้วไม่คิดว่าจะไม่รอดกันทั้งคู่หรือไง”
“คิดสิ” ฉันหันไปมองหน้าแกปเปอร์ซึ่งเขาเองก็มองฉันอยู่ก่อนแล้ว “ตอนนั้นฉันคิดว่ายังไงก็ไม่รอดแน่ ฉันเกือบจะหมดหวังแล้วถ้าไม่ได้ยินเสียงนายเสียก่อนขอบคุณนะ”
“เธอไม่เบื่อบ้างหรือไง ที่เอาแต่พูดซ้ำๆแบบนี้” เขาพูดพร้อมกับทำหน้าเบื่อหน่ายเต็มที
“ฮะๆๆ ”
“หัวเราะอะไร”
“หน้านายตลก”
“ยังไง? ”
“ก็ตลก”
“ประสาท”
“โอ้ย...อะไรของนายเนี่ย” แกปเปอร์เอามือมาผลักหัวฉันเบาๆแต่ก็สามารถทำให้ฉันเซได้เหมือนกัน เขาลืมไปหรือเปล่าว่าเขาน่ะแรงเยอะขนาดไหน
“สำออย”
“นิสัยไม่ดี” ประโยคนี้ฉันพูดกับตัวเองเบาๆเพื่อไม่ให้เขาได้ยินถ้าไม่อย่างนั้นเขาอาจจะทุ่มฉันลงจากระเบียงก็ได้ ก็เขาน่ะเดาอารมณ์ได้ที่ไหนกัน
“เธอพูดว่าอะไรนะ”
“เปล่านี่”
แกปเปอร์หรี่ตามองฉันอย่างจับผิดทำให้ฉันต้องรีบหันหน้าหนี
“ว่าแต่...” ฉันที่เพิ่งนึกอะไรออกก็เลยถือโอกาสนี้เปลี่ยนเื่ซะเลย
“ว่า”
“นายจะไม่ไล่ฉันออกใช่มั้ย”
“ห้ะ?...”
“เอ่อ...ก็วันนี้ฉันทำผิดกฎ”
ทุกคนยังจำกฎนั้นได้ใช่มั้ย
‘อย่าร้องไห้ให้ฉันเห็นอีก’
“อ๋อ...ถ้าอย่างนั้นเธอก็โดนไล่ออกแล้วล่ะ”
“นายไม่ได้พูดจริงใช่มั้ย” เขาหลอกฉันเล่นใช่มั้ย
“ฉันเคยพูดเล่นด้วยเหรอ”
“แต่ว่า...”
ทำไงดีตอนนี้ฉันนึกเหตุผลอะไรไม่ออกเลยจริงๆฉันไม่น่าไปถามเขาเลยบางทีเขาอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ โอ๊ยยยย ยัยโง่เอ๊ย!
“ทึ้งหัวตัวเองแบบนั้นไม่เจ็บหรือไง” เขาถามเพราะฉันกำลังทึ้งหัวตัวเองอย่างเอาเป็เอาตาย
“ไม่เจ็บเท่าที่นายไล่ฉันออกหรอก”
“ฮ่าๆๆ พอแล้วๆ ” เขาหัวเราะก่อนจะรีบมาจับมือที่กำลังทึ้งผมตัวเองของฉันออก “เดี๋ยวผมก็หลุดติดมือมาจริงๆหรอก”
“ช่างมันสิ”
“ฮ่าๆๆๆ ฉันไม่ไล่เธอออกหรอกน่า ตอนนั้นเธอไม่ได้อยู่ในเวลางานนี่ฉันไม่นับก็ได้”
“จริงๆนะ นายพูดแล้วห้ามคืนคำด้วย”
ฉันรีบจับมือของแกปเปอร์ที่จับมือของฉันอยู่ก่อนแล้วทันทีก่อนจะเขย่ามันไปมา
“ฉันแมนพอ”
“ขอบคุณนะ”
“เฮ้ยยย”
ฉันะโกอดแกปเปอร์อย่างกับเด็กอนุบาลได้ของเล่นจากพ่อแม่เขาใและรีบดันฉันออกแต่มีหรือว่าฉันจะปล่อยเขาง่ายๆวันนี้ฉันรู้สึกว่าเขาน่ารักที่สุดเลย ไม่เหมือนกับแกปเปอร์ที่ฉันรู้จักในตอนแรกวันนี้เขาทั้งยิ้มแล้วก็หัวเราะกับฉัน ขอให้นายเป็แบบนี้ไปตลอดนะฉันไม่ชอบโหมดโหดแล้วก็เ็าของนายเลย
“ถ้าไม่ปล่อยฉันจะไล่เธอออกจริงๆด้วย!”
“(-_-)! “
ห้อง 709
ฉันกลับมาสู่โลกแห่งการทำงานเหมือนเดิมแต่ที่ไม่เหมือนเดิมคงจะเป็ความรู้สึกของฉันนี่แหละก่อนหน้านี้แค่คิดว่าจะต้องมาเจอหน้าเ้าของห้องฉันก็ไม่อยากมาแล้วแต่ตอนนี้ฉันเริ่มโอเคกับเขามากขึ้น ก็บอกแล้วไงว่าฉันจะมองเขาในแง่ดีและก็ขอให้เขาดีให้ตลอดด้วย
ส่วนปีเตอร์ขออยู่เที่ยวต่ออีกสองวันเพราะว่าเขาไม่ได้เที่ยวที่เมืองไทยมานานแล้วและเราก็ไม่ลืมที่จะแลกเบอร์กันไว้แต่ถึงยังไงนายโดราเอม่อนของฉันก็รู้จักบ้านของฉันอยู่ดี
“เธอจะไปไหน”
แกปเปอร์ที่เดินออกมาจากห้องนอนเอ่ยทักฉันที่กำลังจะเปิดประตูออกไปข้างนอกเพื่อที่จะไปซื้อของเข้าครัวในซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโดของเขามากนักนั่งรถเมล์ไปอีกป้ายเดียวก็ถึงแล้ว
หลังจากที่กลับมาจากทะเลเราสองคนก็ยังไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลยไม่สิ หลังจากคืนนั้นต่างหากเช้าวันที่เราเดินทางกลับเขาแทบจะไม่มองหน้าฉันด้วยซ้ำ ส่วนฉันก็แอบหลบหน้าเขาด้วยก็ในเมื่อฉันทำเื่น่าอายไปขนาดนั้นฉันเองก็ต้องเขินเป็ธรรมดาน่ะสิมีอย่างที่ไหนที่ไปะโกอดผู้ชายก่อนแบบนั้น น่าอายชะมัดเลย
“ไม่ได้ยินที่ฉันถามหรือไง” เมื่อเห็นว่าฉันยังไม่ตอบเขาเลยถามขึ้นอีกครั้งทำให้ฉันละสายตาจากเขาแล้วรีบหันหลังหนีทันที
“ฉันจะไปซุปเปอร์มาเก็ต”
“หลบหน้าฉันทำไม”
“ปะ...เปล่าสักหน่อย ฉันไปก่อนนะ”
ฉันรีบเปิดประตูออกแล้วปิดมันอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินไปที่ลิฟท์รอมันขึ้นมาถึงชั้นที่ฉันยืนอยู่อย่างร้อนรนสาบานว่าที่ฉันทำอยู่นี่ไม่ใช่อาการของคนที่กำลังหลบหน้าให้ตายเถอะทีตอนทำน่ะไม่คิดแต่กลับมาคิดได้เมื่อทำไปแล้วฉันนี่มันประสาทอย่างที่เขาบอกจริงๆด้วย
ติ๊ง!
เมื่อประตูลิฟต์เปิดฉันก็เดินเข้าไปทันทีก่อนจะกดไปที่เลขหนึ่งแต่ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดก็มีใครบางคนเดินเข้ามาเสียก่อนและมันก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเ้านายที่ฉันกำลังหลบหน้าเขาอยู่นั่นเอง
วันนี้เขาใส่เสื้อยืดคอกลมสีดำกับกางเกงยีนส์สีเข้มขาดๆแต่แค่นี้ก็ทำให้เขาดูดีมากๆแล้ว คนอย่างเขาทำอะไรก็ดูดีไปเสียหมดจริงๆนี่ฉันไม่ได้กำลังอิจฉาเขาเลยนะ (-_-!)
“นายจะไปไหนเหรอ”
“เื่ของฉัน”
‘ย่ะ แล้วแต่นายแล้วกัน ฉันก็ถามไปตามมารยาทเท่านั้นแหละ’>>>เสียงในความคิด-_-
“โอเค” ฉันไม่น่าไปถามเขาเลยรู้อย่างนี้อยู่เงียบๆดีกว่า
ระหว่างอยู่ในลิฟต์ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยแต่ว่าฉันเริ่มชินกับบรรยากาศน่าอึดอัดแบบนี้แล้วล่ะ หรือว่าฉันควรพูดถึงเื่ที่ฉันไปกอดเขาในคืนนั้นดีถ้าฉันบอกไปว่าฉันเมากาแฟเขาจะเชื่อฉันหรือเปล่านะ ฉันว่าฉันประสาทเสียแล้วจริงๆ
“เอ่อ...” ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาเสียก่อน
เขาหันมามองทางฉันก่อนจะหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงขึ้นมารับสาย
“ว่าไง ริต้า”
เมื่อได้ยินเขาเรียกพี่ริต้าฉันจึงหันไปมองก็เห็นว่าเขาเองก็มองมาทางฉันเหมือนกันฉันจึงรีบหันหน้าหนีแล้วทำเป็ไม่สนใจสิ่งที่เขาพูด แต่จริงๆแล้วหูฉันนี่ผึ่งเลย
“ฉันกำลังไป”
“[…] ”
“อืม ฉันเอามาแล้ว”
“[…] ”
“รู้แล้วน่า”
พวกเขากำลังคุยเื่อะไรกันแล้วทำไมแกปเปอร์ต้องยิ้มอะไรขนาดนั้นด้วยทีอยู่กับฉันนี่คีปคาแรกเตอร์เ็าจังนะ ไอ้บ้า แล้วฉันจะหงุดหงิดทำไมเนี่ยยย
“มองอะไร”
“ห้ะ...เปล่านะ ฉันไม่ได้แอบฟังนายสักหน่อย” นี่ฉันแอบมองจนเขาจับได้แล้วเหรอ
โอ๊ยยยยยแล้วฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย เด็กอนุบาลยังดูออกเลยว่าฉันกำลังร้อนตัวฉันหายตัวไปตอนนี้ยังทันมั้ยนะ
“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”
“ก็...”
ติ๊ง!
“ฉันไปก่อนนะ”
เสียงประลิฟต์ที่ดังขึ้นราวกับเสียง์ได้ช่วยชีวิตฉันเอาไว้เมื่อมันเปิดออกฉันจึงรีบวิ่งออกมาทันที
“หึ”
ถึงจะวิ่งออกมาแล้วก็ยังมิวายได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของเขาตามมาอยู่ดี
“ฝากไว้ก่อนนะแกปเปอร์ อย่าให้นายพลาดบ้างก็แล้วกัน”
ฉันเดินไปบ่นไปจนมาถึงป้ายรถเมล์ทำไมวันนี้แดดร้อนจังนะ คนก็ไม่ค่อยมีด้วยแต่ก็ดีแล้วล่ะจะได้ไม่ต้องแย่งกันขึ้นรถ
ปริ๊น...
วันนี้ฉันจะทำสปาเก็ตตี้ก็แล้วกันส่วนน้ำก็จะเป็สตอเบอรี่ปั่น เพราะ...
ปริ๊น...ปริ๊นนน
เอ๊ะ...ทำไมรถสีดำคันนี้ถึงได้บีบแตรไม่หยุดแบบนี้นะฉันเห็นมาจอดใกล้ริมฟุตบาทสักพักแล้ว ตอนแรกฉันก็คิดว่าเขามารอรับใครเสียอีกแล้วจะบีบแตรทำไมนักหนาจะไปก็ไปสิฉันไม่เห็นว่าจะมีอะไรมาขวางทางเขาเลยหรือว่าเขาจะตั้งใจเรียกใครหรือเปล่า แต่แถวนี้ก็ไม่มีใครนอกจากฉันจะว่าไปแล้วรถคันนี้ฉันก็คุ้นๆเหมือนกันนะ หรือว่า...
ก่อนที่ฉันจะเดาอะไรไปมากกว่านี้กระจกรถฝั่งตรงข้ามคนขับก็ถูกลดลงโดยคนที่นั่งอยู่ข้างในเผยให้เห็นเ้าของรถที่ตอนนี้ได้สวมแว่นตาสีดำปกปิดดวงตาคู่สวยเอาไว้แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาดูหล่อน้อยลงเลยมิหนำซ้ำมันยังทำให้เขาดูเท่ห์มากขึ้นกว่าเดิมอีกแกปเปอร์มองมาที่ฉันนานหลายวินาทีฉันจึงตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ๆกับรถที่เขาจอดอยู่
“ยืนทำอะไร ไม่ขึ้นมาหรือไง”
“หือ ฉันเหรอ” ฉันชี้มาที่ตัวเองอย่างงงๆ
“แล้วฉันพูดกับใครอยู่ล่ะ”
“นายจะให้ฉันไปกับนายด้วยเหรอ”
“เธอจะไปซื้อของไม่ใช่หรือไง ขึ้นมาสิเดี๋ยวฉันไปส่ง”
“ไม่เป็ไรหรอก ฉันขึ้นรถเมล์ไปได้นายไปทำธุระของนายเถอะ”
“รีบขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังอารมณ์ดีอยู่” เขาพูดเสียงเรียบเพื่อกดดันฉัน
นี่นายอารมณ์ดีแล้วเหรอแกปเปอร์ดุอย่างกับหมีกินผึ้ง ทีตอนคุยโทรศัพท์ในลิฟท์ยังยิ้มหน้าบานอยู่เลยที่ฉันไม่ไปก็เพราะไม่อยากให้เขาเอาเวลาที่จะได้อยู่กับคนสำคัญอย่างพี่ริต้ามาเสียไปกับฉันหรอกนะถึงมันจะแค่แปบเดียวก็เถอะ
“ก็ได้”
ฉันรับปากก่อนจะเดินไปขึ้นรถด้านหลังแต่ยังไม่ทันได้เข้าไปนั่งเ้าของรถก็พูดขึ้นมาก่อน
“มานั่งข้างหน้า ฉันไม่ใช่คนขับรถของเธอ”
“ชิ”
ฉันทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอก่อนจะแกล้งปิดประตูรถแรงๆเพื่อเป็การประชดแล้วขึ้นไปนั่งข้างหน้าแทนแกปเปอร์หันมามองหน้าฉันไม่ต้องให้เขาถอดแว่นออกฉันก็รู้ว่าเขาต้องส่งสายตาอาฆาตมาให้ฉันอย่างแน่นอน
แกปเปอร์ออกรถไปด้วยความเร็วสูงก่อนจะเบรกแบบกะทันหันฉันที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเซไปข้างหลังก่อนจะไถลไปข้างหน้าทำให้หน้าผากฉันไปชนกับคอนโทรลรถเข้าอย่างจัง
“โอ๊ย!” ฉันรีบเอามือไปลูบที่หน้าผากทันทีฉันเดาได้เลยว่าอีกสักพักมันต้องปูดขึ้นมาแน่ๆ
“หึ”
ฉันหันไปมองต้นเหตุที่ทำให้ฉันเป็แบบนี้ด้วยสายตาไม่พอใจแบบสุดๆถ้าเขาทำแล้วขอโทษฉันจะไม่โกรธขนาดนี้เลยแต่นี่อะไรทำฉันเจ็บแต่ตัวเองกับหัวเราะใส่นิสัยเสียที่สุด!
“เห็นฉันเจ็บแล้วมีความสุขมากหรือไง”
“เปล่านี่” เขาบอกหน้าตายก่อนจะยักไหล่แล้วส่งยิ้มมาให้ฉัน
“แต่เมื่อกี๊นายหัวเราะเยาะฉัน”
“ฉันเคยทำแบบนั้นด้วยเหรอ”
“นายนี่มัน”
ให้ตายเถอะฉันไม่อยากเถียงกับเขาเลยทำได้แค่หันหน้าหนี พูดไปเขาก็คงไม่รู้สึกผิดกับฉันอยู่ดีในเมื่อเขาเองก็เคยทำร้ายฉันมาหลายครั้ง และบางครั้งก็มากกว่าครั้งนี้ด้วยซ้ำคนอย่างเขาน่ะจะทำอะไรก็ได้เพราะเขามันไม่มีหัวใจหรอก
“ไหนมาดูซิ” เขาพูดพร้อมกับเอามือมาจับหน้าของฉันให้หันกลับไปทางเขาก่อนที่เขาจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆเพื่อที่จะได้ดูหน้าผากของฉันให้ชัดๆ
ตอนนี้ใบหน้าของเราอยู่ใกล้กันมากใกล้จนฉันััได้ถึงลมหายใจของเขาที่มากระทบกับใบหน้าของฉัน เขามองสำรวจหน้าผากของฉันก่อนจะมองต่ำลงมาที่ดวงตาทำให้เราสองคนสบตากันนิ่งเนื่องจากตอนนี้ฉันไม่สามารถละสายตาไปจากดวงตาคู่นี้ได้เลย
- TBC -