ภายในวังจื่อเซียว เหล่าผู้บำเพ็ญระดับแนวหน้าต่างนั่งประจำที่ของตน
ทว่าบนอาสนะทั้งเจ็ดที่อยู่แถวหน้าสุด คราวนี้กลับเว้นว่างไปหนึ่งที่นั่ง นั่นคือที่นั่งของหงอวิ๋นผู้ที่ะเิตัวเองไปแล้วนั่นเอง
ยามนี้ทั้งตี้จวิ้น ตงหวง และสิบสองบรรพชนอู๋ ต่างก็เดินทางมาถึงวังจื่อเซียวแล้ว
ขุมกำลังทั้งสองฝ่ายถูกมรรคาจารย์หงจวินสั่งให้ยุติศึกชั่วคราวเป็เวลาหนึ่งพันปี ดังนั้นเมื่อมาเผชิญหน้ากันที่นี่ แม้ต่างฝ่ายต่างจะเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่กันเพียงใด ก็หามีผู้ใดกล้าลงมือทำร้ายกันไม่ พวกเขาทำได้เพียงแค่นเสียงเ็าใส่กันแล้วแยกย้ายไปนั่งคนละฝั่ง พลางสะบัดหน้าหนีอย่างไม่กินเส้น
ไม่นานนัก เมื่อบุคคลสำคัญมากันจนครบหน้า หงจวินก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง
“การบรรยายเต๋าในครั้งนี้ จะว่าด้วยเื่วิถีแห่งปราชญ์...”
หงจวินกำลังจะเริ่มบรรยาย แต่เมื่อเขากวาดสายตามองลงไปยังเบื้องล่าง เขากลับพบว่าทงเทียนยังคงไม่มาปรากฏตัวอีกเช่นเคย
“???”
หงจวินถึงกับชะงักงันไปทันที
มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมเ้าเด็กอกตัญญูนั่นถึงยังไม่มาอีก!
ยามนี้ข้าและวิถี์หลอมรวมกันลึกซึ้งยิ่งขึ้น กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินย่อมไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใดหยั่งรู้มหาเต๋าได้เองง่าย ๆ แล้วมิใช่รึ แล้วเหตุใดเ้าเด็กนี่ถึงยังเอาแต่กบดานอยู่ในถ้ำพำนักไม่ยอมออกมาอีก?
หรือว่าเขาจะไม่อยากเพิ่มพูนพลังตบะอีกต่อไปแล้ว?
ยามนี้หงจวินรู้สึกอึดอัดคับแค้นใจจนแทบจะกระอักเื
เหตุผลที่เขาประวิงเวลาอยู่นานกว่าจะเริ่มการบรรยายครั้งที่สาม ก็เพื่อรอให้ทงเทียนเดินทางมายังวังจื่อเซียว ขอเพียงทงเทียนยอมออกจากลานเต๋าของตนและปรากฏตัวบนมหาพิภพหงฮวง หงจวินก็มั่นใจว่าเขามีวิธีร้อยแปดที่จะล่อหลอกให้ทงเทียนกลับเข้าสู่เส้นทางที่เขาขีดเขียนไว้ได้
ยิ่งวิถี์สมบูรณ์ขึ้น หงจวินก็ยิ่งมั่นใจว่ายามนี้สรรพชีวิตในหงฮวงย่อมมิอาจหยั่งรู้มหาเต๋าได้ด้วยตนเองอีกต่อไป เว้นแต่ว่าทงเทียนจะบรรลุขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้าไปแล้ว
แต่มันจะเป็ไปได้อย่างไร?
อย่างน้อยหงจวินก็ปักใจเชื่อว่านี่เป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด
แต่น่าเสียดายที่เื่ที่เป็ไปไม่ได้นั้น... ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว
หลังจากสวีทงทะลวงผ่านขอบเขตเซียนทองต้าหลัวมาได้ เขาก็หลุดพ้นจากพันธนาการของวิถี์ ต่อให้รั้งอยู่ในพิภพหงฮวง เขาก็ยังสามารถหยั่งรู้กฎเกณฑ์มหาเต๋าได้ตามปกติ การปิดกั้นของหงจวินหาได้ส่งผลกระทบต่อเขาไม่
เพียงแต่หงจวินยังไม่ล่วงรู้ความลับนี้เท่านั้น
ในขณะนี้ สวีทงกำลังง่วนอยู่กับการวางข่ายอาคมภายในลานเต๋าของตน
เขารู้ดีว่าการที่ตนไม่ไปฟังการบรรยายเต๋าเป็ครั้งที่สาม ย่อมทำให้หงจวินมิอาจนิ่งเฉยได้เหมือนครั้งก่อน อีกฝ่ายจะต้องส่งจิตััมาตรวจสอบอย่างรุนแรง หรือไม่ก็อาจจะลงมือทดสอบเขาก็เป็ได้
แต่เขาจะให้ความจริงถูกเปิดเผยไม่ได้เด็ดขาด
หากหงจวินพบว่าเขามีพลังบำเพ็ญถึงขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้า หงจวินย่อมจะมองว่าเขาเป็หนามยอกอกและจะหาทางกำจัดเขาทิ้งทันที ทว่าตราบใดที่เขาปกปิดพลังเอาไว้ และใช้เล่ห์กลอื่นคอยต้านทาน หงจวินย่อมทำอะไรเขาไม่ได้
สวีทงวางแผนไว้แล้ว ยามนี้พลังบำเพ็ญของเขาสูงขึ้น เขาจึงสามารถหลอมรวมมุกโกลาหลได้ถึงสามส่วน ซึ่งเพียงพอจะปิดกั้นการตรวจสอบจากแผ่นหยกรังสรรค์ได้ ประกอบกับอำนาจลึกลับของลานเต๋าแห่งปราชญ์ เขาเชื่อมั่นว่าต่อให้เป็หงจวินก็ยากจะมองทะลุเข้ามาเห็นความจริงได้
หลังจากจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จสิ้น สวีทงก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“เช่นนี้น่าจะปลอดภัยหายห่วงแล้ว”
ทันทีที่เขาวางข่ายอาคมเสร็จสิ้น เสียงของระบบก็ดังก้องขึ้นอีกครั้ง
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์ไม่ได้ไปฟังการบรรยายเต๋า ณ วังจื่อเซียวติดต่อกันถึงสามครั้ง เป็เหตุให้มรรคาจารย์หงจวินโกรธเป็อย่างยิ่ง และเตรียมจะส่งจิตััมาตรวจสอบเพื่อบีบบังคับให้โฮสต์เข้าสู่มหันตภัยชำระกัลป์ โปรดเลือกทางเลือกของท่าน]
[ทางเลือกที่ 1: ออกจากด่านด้วยตนเอง ยอมรับผิดและปฏิบัติตามคำสั่งของหงจวิน รางวัล: แผ่นหยกรังสรรค์ (ฉบับสมบูรณ์)]
[ทางเลือกที่ 2: ออกไปฟังการบรรยายเต๋า และแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รางวัล: รากฐานวิถี์สามส่วน]
[ทางเลือกที่ 3: ปิดด่านไม่ไปไหน ยืนกรานที่จะดื้อรั้นต่อไป รางวัล: ดิน์เก้าชั้นฟ้า]
เมื่อเห็นตัวเลือกทั้งสาม สวีทงก็ถึงกับชะงักไป
“ให้ตายสิ ระบบ... คราวนี้เล่นใหญ่ไปหรือไม่เนี่ย?”
สวีทงหาได้หวาดเกรงการลงมือของหงจวินไม่ เพราะเขาเตรียมการป้องกันไว้พร้อมสรรพแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงคือรางวัลจากตัวเลือกที่สาม... ดิน์เก้าชั้นฟ้า
ดิน์เก้าชั้นฟ้าคือกระไร? มันคือวัตถุดิบสำคัญที่หนวี่วาต้องใช้ในการสร้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ในอนาคต หากขาดสิ่งนี้ไป หนวี่วาย่อมมิอาจสร้างมนุษย์ขึ้นมาได้
และหากเผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่อุบัติขึ้น ทุกอย่างก็จบเห่ บรรดาว่าที่ปราชญ์ทั้งหลายก็อย่าหวังจะใช้บุญบารมีจากการตั้งสำนักและนิกายมาบรรลุเป็ปราชญ์ได้เลย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ สวีทงก็เริ่มรู้สึกปวดหัว
หากของสิ่งนี้มาอยู่ในมือข้า มันจะนำปัญหามาให้ข้าหรือไม่?
หากเป็แค่เื่ที่ข้าไม่ยอมร่วมมือกับหงจวิน หงจวินอาจจะยังไม่กล้าหักหาญน้ำใจข้านัก แต่หากข้ากลายเป็คนขวางทางบรรลุปราชญ์ของทุกคนในใต้หล้า เมื่อนั้นเกรงว่าวิถี์เองก็คงไม่ยอมนิ่งเฉยแน่
ทว่าสวีทงก็ไหวตัวทันในเวลาต่อมา
แม้เื่นี้จะอันตราย ทว่ามันกลับเป็ ‘ไพ่ตาย’ ชั้นยอดที่จะเปลี่ยนสถานการณ์ของเขาได้
เื่ของเผ่ามนุษย์คือหัวใจสำคัญที่สุดของวิถี์ เขาอาศัยดิน์เก้าชั้นฟ้านี้ไปเจรจาต่อรองกับหงจวินได้ แม้จะทำให้หงจวินยอมรามือจากเขาถาวรไม่ได้ แต่มันก็เพียงพอจะสร้าง ‘บ่วงกรรม’ ให้วิถี์ติดค้างเขาได้
เมื่อวิถี์ติดค้างหนี้บุญคุณเขา หงจวินย่อมไม่กล้าลงมือทำร้ายเขาได้ตามอำเภอใจอีก
เมื่อคิดได้ดังนั้น สวีทงก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
“ระบบ ข้าเลือกข้อสาม!”
[ติ๊ง! โฮสต์ทำการเลือกเรียบร้อย มอบรางวัล: ดิน์เก้าชั้นฟ้า]
พริบตานั้น ก้อนดินวิเศษเรืองแสงขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าสวีทง เขาจัดการเก็บมันไว้อย่างมิดชิดและระมัดระวังที่สุด เพราะนี่คือแต้มต่อสำคัญในการเจรจากับหงจวินในภายหน้า
ในเวลาเดียวกัน ภายในวังจื่อเซียว สีหน้าของหงจวินมืดมนลงถึงขีดสุด
เ้าเดรัจฉานนี่ ข้าเปิดโอกาสให้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งเ้าก็ยังดื้อรั้นไม่ยอมออกมา ต่อให้พลังบำเพ็ญจะย่ำอยู่กับที่เ้าก็ยังจะรั้นปิดด่านอยู่อีกรึ! วันนี้ข้าต้องล่วงรู้ให้ได้ว่าเ้ากำลังแอบทำอะไรอยู่ข้างในนั้นกันแน่!
คิดแล้ว หงจวินก็เรียกแผ่นหยกรังสรรค์ออกมาทันที
ในชั่วอึดใจ จิตััของหงจวินก็ทะลวงผ่านห้วงสุญญะนับหลายร้อยล้านลี้ พุ่งตรงไปยังเขาคุนหลุน
สวีทงที่เพิ่งเก็บดิน์เก้าชั้นฟ้าเสร็จ พลันััได้ถึงพลังลึกลับอันมหาศาลที่กำลังพยายามสอดส่องลานเต๋าของตน
พริบตานั้น กลไกป้องกันของลานเต๋าแห่งปราชญ์ก็ถูกกระตุ้นขึ้น และมุกโกลาหลที่สวีทงจัดเตรียมไว้ก็สำแดงอานุภาพทันที ข่ายอาคมนับสิบชั้นห่อหุ้มลานเต๋าไว้จนแ่า
เมื่อััได้ถึงแรงต้าน หงจวินก็แค่นเสียงเ็า
หึ! สำคัญตัวผิดไปแล้ว! พวกมดปลวก บังอาจคิดจะต้านทานอำนาจ์รึ!
คราวนี้หงจวินตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องล้วงความลับของสวีทงให้ได้ เหนือศีรษะของเขา แผ่นหยกรังสรรค์ทอประกายแห่งมรรคาออกมาไม่หยุด กฎเกณฑ์นับหมื่นสายปรากฏขึ้น พยายามที่จะทะลวงผ่านข่ายอาคมของสวีทงเข้าไปให้ได้
ทว่า แผ่นหยกรังสรรค์เป็เพียงเศษเสี้ยวของยอดสมบัติโกลาหล มิใช่ฉบับสมบูรณ์ เมื่อเทียบกับมุกโกลาหลในมือของสวีทงที่เป็ยอดสมบัติโกลาหลฉบับสมบูรณ์ อีกทั้งการปกปิดกลิ่นอายยังเป็ความสามารถหลักของมุกโกลาหลเม็ดนี้อีกด้วย ผ่านไปครู่ใหญ่ หงจวินจึงยังมิอาจรุกคืบเข้าไปได้แม้แต่น้อย
เมื่อพบกับความผิดปกติเช่นนี้ หงจวินก็เริ่มระแวดระวังขึ้นมาในใจ
ประหลาดนัก... เ้าเดรัจฉานนี่ถึงกับสามารถปิดกั้นการสอดแนมของข้าได้เชียวรึ? หรือว่าในมือเขาจะมีชิ้นส่วนยอดสมบัติโกลาหลอยู่ด้วย?
หงจวินไม่เคยคาดคิดเลยว่าในมือทงเทียนจะมียอดสมบัติโกลาหลที่ ‘สมบูรณ์’ เพราะในความคิดของเขา ของพรรค์นั้นไม่มีทางหลงเหลืออยู่ในมหาพิภพนี้ได้อีก
หลังจากพยายามอยู่หลายครั้งแต่ไม่เป็ผล หงจวินก็รู้แล้วว่ายามนี้เขาไม่อาจทำลายข่ายอาคมของสวีทงได้ด้วยวิธีปกติ
แน่นอนว่าหากเขาใช้พลังแห่งวิถี์เข้าหักหาญ เื่ย่อมจบลงได้ง่ายดาย แต่ยามนี้เขาอยู่ใน่เวลาสำคัญของการผสานมรรคา หากใช้พลังของวิถี์โดยไร้เหตุผลอันสมควร ย่อมส่งผลเสียต่อการหลอมรวมของเขาในวันหน้า
เมื่อชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียแล้ว ในที่สุดหงจวินก็จำต้องยอมรามือ
หึ... เ้าคนดื้อรั้น คราวนี้ข้าจะปล่อยเ้าไปก่อน ข้าไม่รู้หรอกว่าเ้าได้ของดีอะไรมา แต่เมื่อข้าผสานมรรคาสำเร็จเมื่อใด เมื่อนั้นข้าจะชำระความกับเ้าให้สาสม!