หลันฮวาเดินเท้าห่างออกจากตัวเมืองหลวงไกลออกไปเรื่อยๆ ระหว่างทางนางนั่งพักจิบน้ำในกระบอกที่พกติดตัวมาเป็ระยะ ๆเป็ครั้งแรกที่นางตัดสินใจเดินเท้าออกจากตัวเมืองเยี่ยนโจวแต่หาใช่ครั้งแรกในชีวิตที่นางเดินเท้าในระยะทางไกล ่เวลานี้ในปีที่แล้วนางอุ้มท้องเดินเท้าถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนจากชายแดนแคว้นหานหลบหนีความวุ่นวายนองเืจากการก่อฏจนเกิดากลางเมืองในแคว้นหานเขาและนางพร้อมด้วยท่านแม่ของนางตัดสินใจหนีตายมาพึ่งใบบุญท่านยายที่บ้านเกิดในแคว้นเยี่ยน
ในระหว่างการเดินทางจากหานโจวมาเยี่ยนโจวในครั้งนั้นต้องใช้เส้นทางหลบเลี่ยงาจำต้องผ่านป่าเขาทุรกันดารยิ่งนักระหว่างทางโชคร้ายเจอโจรป่าดักปล้นทรัพย์สินเงินทองไปจนหมดสิ้นความยากลำบากในการเดินทางในครั้งนั้นนางและท่านแม่เกือบจบชีวิตไปแล้วหลายคราหากแต่ได้ เหอชุนเทียน สามีของนางที่คอยแบกนางขึ้นหลัง และคอยต่อสู้ปกป้องนางและท่านแม่จากภัยอันตรายทั้งปวงแขนของเขาต้องมาาเ็จนสูญเสียเส้นเอ็นบางส่วนจากการต่อสู้กับโจรป่า ทำให้เขาไม่สามารถทำงานแบกหามได้ถนัดนักส่วนนางต้องสูญเสียบุตรในครรภ์จากการต่อสู้เอาชีวิตรอดการแท้งบุตรในครั้งนั้นนางจำเป็ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงหมอหวังที่อยู่นอกเมืองเยี่ยนโจวนานนับเดือน
เมื่อคิดถึงบุตรในครรภ์ที่สูญเสียไปพลันจิตใจนางกลับเศร้าหมองน้ำตาเริ่มปริ่มคลอเบ้าอีกครา
“เหตุใดชีวิตข้าช่างอาภัพไร้วาสนาถึงเพียงนี้กันหนอ”หลันฮวาเอามือลูบหน้าท้องบอบบางที่ครั้งหนึ่งเคยโอบอุ้มบุตรไว้ในครรภ์จนแท้งและไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีกนางรำพึงรำพันถวิลหาอย่างเหม่อลอย
สององครักษ์เงาที่ลอบติดตามมาส่งนางตามคำสั่งชินอ๋องสังเกตเห็นความผิดปกตินอกจากพวกเขาแล้วยังมีบุรุษร่างสันทัดที่คอยลอบติดตามนางเช่นกันหากแม้นบุรุษผู้นั้นคิดแตะต้องนาง มันผู้นั้นคงจบชีวิตลงในเพียงดาบเดียว
รถม้าส่งเสียงกุบกับควบผ่านเส้นทางทุรกันดารที่ทอดยาวครั้นล้อรถม้าเคลื่อนบดเหยียบกรวดหินจนกระด้งกระดอน พัดพาเอาฝุ่นสีแดงคล้ำปลิวว่อนไปทั่วท้องถนนสายยาว เรียกสติหลันฮวาให้ลุกจากข้างทางออกเดินทางต่อเพื่อให้กลับถึงบ้านก่อนพลบค่ำ นางเดินต่อไปเรื่อย ๆจนบ่ายคล้อย เข้าเขตอำเภออี้ที่อยู่นอกเมืองเยี่ยนโจวนางหย่อนกายนั่งพักใต้ร่มไม้ด้วยความอ่อนล้า
องครักษ์เงาเริ่มเคลื่อนไหวเมื่ออีกหนึ่งบุรุษที่ลอบติดตามนางเช่นกันมันเริ่มเปิดเผยตัวต่อนาง หากแต่มันผู้นั้นกลับคุกเข่าลงต่อหน้านางเสียก่อน จึงรอดคมดาบที่กำลังจะชักออกจากฝักไปอย่างหวุดหวิดส่วนสององครักษ์เงานั้นยังคงลอบสังเกตการณ์ต่อไป
“ฮูหยิน ข้าผิดไปแล้วได้โปรดลงโทษข้าเถิด” เหอชุนเทียน คุกเข่าลง ก้มหน้ามองพื้นดินหัวใจเขาหนักอึ้งราวถูกถ่วงด้วยหินก้อนใหญ่
“ชุนเทียน ท่านช่างไร้ยางอายยิ่งนักสิ่งที่ท่านทำลงไป ข้าเ็ปเหลือเกิน เกินจะให้อภัยท่านได้” นางโต้ตอบออกมาเสียงแ่เบาลำคอตีบตัน ในใจขมขื่นปวดร้าวยิ่งนัก
“เช่นนั้นเ้าก็มิต้องให้อภัยให้ข้าได้ดูแลเ้าในฐานะบ่าวไพร่ได้หรือไม่ ขอเพียงได้อยู่ดูแลปรนนิบัติเ้า ให้เป็ตัวอะไรข้าก็ยอม”
“นี่เงินสกปรกของท่าน ข้าไม่้า” นางหยิบหนึ่งตำลึงเงินในห่อผ้ายื่นคืนแก่เขา
“เงินนั่นข้าแลกมาด้วยชีวิตเ้าโปรดเก็บมันไว้เถิด ฤดูหนาวใกล้มาถึงแล้ว คนทั้งบ้านเ้าจำเป็ต้องใช้มัน” เขาที่ยกมือขึ้นดันก้อนเงินในมือนางกลับคืนไปแต่ยังคงก้มหน้างุดมองพื้นอยู่ดังเดิม ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตานาง
“ข้าไม่้า ท่านได้ยินหรือไม่ ข้าเกลียดท่านและเกลียดหนึ่งตำลึงเงินนั่น”นางแทบอยากะโออกไปให้สุดเสียง แต่ทำได้เพียงเอ่ยขึ้นเสียงสั่นระริกแ่เบาพร้อมหยดน้ำตาที่เอ่อล้นใจจนไหลออกตา
“เป็ข้าที่ผิดเอง ข้าผิดไปแล้วฮูหยินได้โปรดอย่าเกลียดข้าเลย” แววตาที่ก้มมองพื้นของเขาเครียดแดงขึ้นตามม่านหมอกอึมครึมที่มีภายในใจ
“ข้ามิอาจทนเห็นหน้าท่านได้อีกต่อไป เหอชุนเทียนได้โปรดหย่ากับข้าเสียเถิด”
“ฮวาเอ๋อร์....ข้า...ไม่...”
เขาเงยหน้าขึ้นมองนาง พบเพียงแววตาแดงก่ำเคลือบหยาดน้ำตานางก้มมองลงมาที่เขาอย่างสุดแสนจะเ็ปรวดร้าว ในห้วงความรู้สึกของเขาคล้ายกำลังเหยียบอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางๆ ที่พร้อมจะพังทลายลงในทันที
“หากเ้าไม่ปรารถนาจะเห็นหน้าข้าอีก เช่นนั้นข้าขอลาเ้าแต่เพียงเท่านี้”เขาหยิบมีดพกขึ้นมากดจ่อลำคอหนา หมายจะปาดคอจบชีวิตลงในมีดเดียว
“ไม่.....ไม่...ชุนเทียน อย่าทำเช่นนี้”
เืเริ่มซึมออกจากปลายคมมีดที่ถูกกดลงบนลำคอหนาสร้างความสับสนหวั่นวิตกแก่นางเหลือประมาณ ด้วยความอาลัยอาวรณ์ไม่อาจตัดขาด ทำได้เพียงลืมตัวโผเข้าแย่งมีดสั้นออกจากมือให้พ้นคอหนาด้วยความตื่นตระหนก หลันฮวายืนค้างนิ่งงันเอาตัวเองเข้าโอบกอดปลอบเหอชุนเทียนให้หยุดทำร้ายตัวเอง
เหอชุนเทียนเมื่อเห็นนางเริ่มโอนอ่อนลงเขาพลันทิ้งมีดในมือแล้วตอบรับโดยการโอบกอดเอวนางไว้ หน้าคมซบลงแแ่บนเอวบางทั้งที่ยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้นแข็งๆนั้น น้ำตาแห่งบุรุษไหลพรากอาบสองแก้ม ในใจพร่ำขอบคุณ์ที่ฮูหยินยังคงเหลือเยื่อใยแก่เขาแม้เพียงน้อยนิดก็ยินดี
“เืไหลมากเกินไปแล้วท่านพี่แวะทำแผลที่โรงหมอหวังเถิด” นางเอ่ยถ้อยคำห่วงใย แต่น้ำเสียงนั้นช่างเยือกเย็นหนาวเหน็บไยเขาถึงต้องบีบบังคับนางให้ยอมอภัยกัน
“เข้าโรงหมอต้องใช้เงินข้าเก็บเงินไว้ให้เ้าใช้ดีกว่า เป็เ้าช่วยข้าทำแผลได้หรือไม่”
“เช่นนั้นย่อมได้ ยังพอมีผงเพียนจื่อหวางเหลือครึ่งห่อ แต่ชุดข้าและท่านเปื้อนฝุ่นแดงคล้ำถึงเพียงนี้ใช้ทำแผลคงไม่ดีแน่”
“ข้ามีผ้าสะอาด เ้าใช้ผ้านี้เถอะ” เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ปักรูปนกคู่ยวนยางออกจากอกเสื้อยื่นให้หลันฮวาผ้าเช็ดหน้าที่ครั้งหนึ่งนางเพียรพยายามปักให้เขาไว้เป็ของแทนใจ
หลันฮวารับผ้าเช็ดหน้านั้นมาพันแผลห้ามเืหลังโรยยาสมานแผลเสร็จใบหน้านางปกคลุมไปด้วยความเ็าชั้นหนึ่ง หากแต่ภายในอกกลับรู้สึกมีเปลวไฟแผดเผาผิดกับเหอชุนเทียน ที่มองกลับมาที่นางด้วยแววตาวาวโชติแห่งความวาดหวังเหลือคณนา
ดวงใจที่แสนบริสุทธิ์ดั่งแก้วของนาง ทว่าแก้วดวงนี้ตกลงกระแทกพื้นกระจัดกระจาย แต่เขากลับเอาความเป็ความตายของตนเอง มาบีบคั้นบังคับให้นางจำต้องกอบกุมเศษดวงแก้วนั้นขึ้นมาใหม่ถึงกระนั้นยังคงฝืนทำหน้าที่ของมันเหมือนกับว่าทุกอย่างปกติดี ทั้งที่ภายในใจนางน้ำตาร่วงรินท่วมอยู่ในอกไม่มีวันเหือดหายไป
จนถึงตอนนี้นางเรียนรู้และเพิ่งตระหนักได้ว่าบางทีการนอกใจเสียย่อมดีกว่า เพราะเหตุแห่งการนอกใจแค่หมดรักกัน ล้วนเข้าใจถึงเหตุได้แค่หย่าขาดแล้วคืนอิสรภาพให้แก่กันแต่การนอกกายเยี่ยงโสเภณีข้างถนนมันไม่มีทางออกให้นางก้าวผ่านเื่นี้ไปได้เลย