"กำไลหยกโบราณชิ้นนี้ ไม่เพียงแต่เป็เครื่องประดับที่งดงามเท่านั้น แต่ยังเป็สมบัติทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกด้วยค่ะ" พิธีกรสาวกล่าว
"เริ่มต้นการประมูลที่ราคา 1,000,000 บาทค่ะ ท่านใดสนใจจะเสนอราคา สามารถเริ่มเสนอได้เลยค่ะ" พิธีกรสาวกล่าว
ภายในห้องประมูลเงียบสงัด ไม่มีใครยกป้ายเสนอราคา
น้ำเพชรไปรอบๆ งานประมูลก่อนจะเห็นว่าไม่มีใครสนใจกำไลหยกตรงหน้าเลย
"1,100,000 บาทค่ะ" น้ำเพชรที่รู้สึกชอบกำไลหยกวงนี้มาก เธอยกป้ายเสนอราคาด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
"1,100,000 บาทค่ะ มีท่านใดจะเสนอราคาเพิ่มอีกไหมคะ?" พิธีกรสาวกล่าว และมองไปรอบๆงาน แต่ก็ยังคงไม่มีใครยกป้ายเสนอราคาขึ้นมาแข่งประมูลกับหญิงสาว
"1,100,000 บาท ครั้งที่ 1... 1,100,000 บาท ครั้งที่ 2... 1,100,000 บาท ครั้งที่3 ปิดการประมูล ขอแสดงความยินดีกับคุณน้ำเพชรด้วยนะคะ ที่ได้กำไลหยกโบราณชิ้นนี้ค่ะ"พิธีกรสาวกล่าว
น้ำเพชรยิ้มด้วยความดีใจ เธอเป็คนไม่ชอบใส่เครื่องประดับนัก แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกอยากได้อยากมันมาก จนต้องประมูลมาในราคาแพง
"น้องเพชรชอบกำไลวงนี้มากเลยเหรอ"แม่พลอยถามลูกสาว
"ชอบมากเลยค่ะ คุณแม่ไม่คิดว่ามันสวยมากหรือคะ ดูที่ลวดลายของกำไลหยกสิคะ สีมันสวยมาก แต่ไม่รู้ทำไม ถึงไม่มีคนอยากประมูลมันเลย"น้ำเพชรกล่าว
"แม่ก็ว่าสวยดีนะ แต่ว่าน้องเพชรไม่ชอบใส่เครื่องประดับไม่ใช่หรือคะ ทำไมถึงคิดอยากประมูลกำไลวงนี้ละลูก"แม่พลอยกล่าวลูกสาวในสิ่งที่สงสัย
"อืม…เพชรก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมถึงชอบและอยากได้มันมาก"น้ำเพชรตอบ และไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง ให้คุณแม่พลอยได้รับรู้ ว่าทำไมเธอถึงยอมเสียเงินเป็ล้านกับกำไลวงนี้
คุณแม่พลอยได้ยินที่ลูกสาวบอก เธอก็ไม่ได้พูดอะไรมาก หากลูกสาวเธอชอบ เธอก็ไม่คิดห้าม “ตามใจลูกแล้วกัน หนูชอบก็ประมูลมาเก็บไว้ก็ถูกแล้ว”
หลังจากที่งานประมูลจบลง แขกที่มารวมงานต่างทยอยกันออกจากงานกลับบ้าน ส่วนคนที่ประมูลสิ่งของ ก็พากันไปจ่ายเงินและรับของประมูลกลับบ้าน
น้ำเพชรกับคุณแม่พลอยกำลังคุณกันแล้ว สองเตรียมตัวไปรับของประมูลและจ่ายเงิน กลับมองเห็นลูกชายคุณหญิงกิ่งกมลเดินมาหาเธอกับแม่
"น้องเพชร น้องตาถึงจริงๆ เลยนะ กำไลหยกวงนั้นสวยมากเลยละ" ภีมพัฒน์เอ่ยชม และส่งกำไลหยกที่น้ำเพชรประมูลได้มาให้ด้วยตัวเอง
"ขอบคุณค่ะพี่ภีม” น้ำเพชรและรับกำไลนั้นมาถือ
“เพชรและคุณแม่ กำลังจะไปรับของประมูลและจ่ายเงินประมูลพอดีเลย แต่เห็นพี่ภีมเดินเข้ามาก่อนนะคะ” น้ำเพชรกล่าว
“พี่อาสาไปเอากำไลหยกมาให้เ้าของคนใหม่ อย่างน้องน้ำเพชรยังไงละครับ”ภีมพัฒน์กล่าว
“ไม่เห็นต้องลำบากตาภีมเลย”แม่พลอยกล่าว
“ไม่ได้ลำบากอะไรเลยครับ ผมเต็มใจไปรับของให้น้องเอง”ภีมพัฒน์กล่าวและส่งยิ้มตาหวานไปให้น้ำเพชร
“แต่ว่าเพชรยังไม่ได้ไปจ่ายค่ากำไลหยกวงนี้เลยนะคะ” น้ำเพชรกล่าว
“เื่นี้ทางคุณลุง…คุณพ่อของน้องน้ำเพชร เป็คนจ่ายให้แล้วครับ น้องน้ำเพชรไม่ต้องเป็ห่วง” ภีมพัฒน์บอก สายตาก็มองไปที่ข้อมือของหญิงสาว ที่กำลังสวมกำไลหยก วงนั้นอยู่พอดี จนอดที่จะเอ่ยชมออกมาไม่ได้
"กำไลวงนี้สวยมากจริงๆ ครับ พอมันไปอยู่ที่ข้อมือของน้องน้ำเพชรแล้ว มันดูเหมาะกับน้องน้ำเพชรมากครับ"ภีมพัฒน์กล่าวชม
"ขอบคุณค่ะ" น้ำเพชรตอบด้วยความเขินอาย ที่ถูกหนุ่มหล่ออย่างพี่ภีมชม
“ทำไมคุณคมศักดิ์ ต้องมาจ่ายค่ากำไลวงนี้ ให้กับน้องเพชรด้วย!หรือว่าเขาคิดว่าฉันไม่มีเงินจ่าย ค่าสิ่งของให้กับลูกสาว งั้นหรือ!” คุณแม่พลอยกล่าวขึ้นมา หลังจากรู้ว่าอดีตสามีเป็คนออกเงินจ่ายค่ากำไลให้ลูกสาว
“ผมไม่ได้คิดว่าคุณพลอยไม่มีเงิน ที่จะจ่ายค่ากำไลหยกให้กับลูก ผมแค่อยากซื้อของให้ลูกสาวของเราบ้าง” เสียงคุณคมศักดิ์ดังขึ้นมาจากข้างหลังคุณแม่พลอย
แม่พลอยหันกลับไปมอง ก่อนจะหันกลับมาพูดกับลูกสาวว่า"น้องเพชร! เดี๋ยวเรากลับบ้านกันเลยนะลูก"และหันไปพูดกับทางภีมพัฒน์ว่า"ตาภีม เดี๋ยวป้าจะโอนเงินค่ากำไลของน้องเพชรมาให้นะลูก ส่วนเงินที่คนอื่นเขาจ่ายไปแล้ว ช่วยเอาไปคืนเขาแทนป้าด้วย และบอกเขาว่าป้าและลูกสาวไม่้า"
ภีมพัฒน์ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองไปมาและตอบรับ
คุณคมศักดิ์เห็นว่าภรรยาไม่ยอมให้เขาจ่ายเงินซื้อของให้ลูกสาว ก็รีบเดินเข้ามาขวางทางของภรรยา"คุณพลอย คุณอย่าไร้เหตุผลสิครับ พ่อจะซื้อของให้ลูกสาวไม่ได้เลยหรือครับ"
“ไม่ได้!ไม่ได้ั้แ่วันที่คุณเลือกคนอื่น ที่ไม่ใช่เราสองแม่ลูกแล้ว” คุณพลอยกล่าวและหันไปดึงมือลูกสาว เดินออกจากงานไป
คุณคมศักดิ์มองตามภรรยาและลูกที่เดินออกจากงานไป ก่อนจะถอนหายใจออกอย่างหนักอก ที่ภรรยาและลูกสาวไม่ยอมยกโทษให้ ไม่ว่าเื่ราวจะผ่านไปนานแค่ไหน
ภีมพัฒน์เอ่ยถามเบาๆ ว่า “เื่เงินที่คุณลุงจ่ายไป…”
คุณคมศักดิ์หันกลับมามองชายหนุ่มรุ่นลูก ก่อนจะพูดว่า"ไม่ต้องเอามาคืน เป็เงินที่ลุงจ่ายซื้อของให้ลูกสาวตัวเองแล้ว"
“ครับ”ภีมพัฒน์ตอบรับ