พยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ เล่ม 1

    เข้าหออีกครา 1

            เช้าวันต่อมา

            ซานซานแต่งกายด้วยชุดสีชมพูอ่อนหวาน เตรียมตัวออกนอกบ้านเพื่อไปตลาด เป้าหมายคือติดต่อช่างไม้ ให้ประกอบเครื่องเรือนตามต้องการ เงินที่ได้มาเมื่อวานยังเหลือไว้ซื้อเครื่องเงินบางอย่าง ที่มิใช่เครื่องประดับ แต่กลับนำมาทำเป็นอาวุธลับที่ทรงพลัง

            ยามครุ่นคิด ดวงตาหญิงสาวทอประกายชั่วร้ายแวบหนึ่ง

            ชั่วจังหวะนั้น พลันถูกนิ้วดีดหน้าผาก “อ่ะ!”

            “คิดจะทำอะไรอีก?” จ้าวเหว่ยถามเสียงเรียบ ลดมือตนที่เคาะหน้าผากมนของซานซานเมื่อครู่ลงมาบีบแก้มอีกหนึ่งที

            “อ๊ะ!” เจ้าของแก้มอุทานเล็กน้อย เอ่ยตอบอู้อี้ “ข้าจะไปสั่งทำเตียงอรหันต์ กับฉากไม้กั้นลม แล้วก็เดินซื้อของหลายอย่าง”

            ชายหนุ่มเลิกคิ้วหรี่ตามอง “เจ้าควรเว้นระยะสักหลายวัน ให้เรื่องหมอหญิงปริศนาซาลงก่อน แล้วค่อยไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย น่าจะปลอดภัยมากกว่า”

            เขาปล่อยนิ้วจากแก้มนวลแล้วสั่งเสียงเย็น

            “ระหว่างนี้ควรละลายยาแก้พิษทั้งหมดใส่ต้นน้ำอีกครั้ง เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดเกิดโดนพิษขึ้นมาอีก เข้าใจหรือไม่?”

            ซานซานได้ฟังถึงกับเบิกตาส่งยิ้มแห้ง “อ้อ...ข้าลืมไป”

            จ้าวเหว่ยทำเสียงดุ “นึกได้แล้วก็ไปจัดการเสียเดี๋ยวนี้”

            “รู้แล้ว...”

            ชายหนุ่มยังสั่ง “เสร็จแล้วก็มากินข้าว”

            “อืม..”

            “วันนี้ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น พักผ่อนอยู่บ้าน”

            “หืม?”

            “ตามนั้น!”

            จบคำก็หมุนกายสูงใหญ่เดินหายไปในครัว ปล่อยคนตัวเล็กมองตามอย่างงุนงง

             

            หลังจากปรุงยาแก้พิษไปโรยต้นน้ำแล้วเสร็จ

            วันทั้งวันซานซานจึงถูกจ้าวเหว่ยกักตัวเอาไว้ที่บ้าน สั่งว่าห้ามวุ่นวาย ให้นั่งเฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย นางจึงว่างมาก หากไม่กินก็นอน แม้ว่าจะไม่มีขนมกินเล่นเช่นคุณหนูสูงส่งในจวนขุนนาง แต่อาหารมื้อหลักทั้งสามก็หนักท้องไม่น้อย  

            ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ แต่นางก็อดคิดไม่ได้ว่า ตนเองคล้ายลูกหมูกำลังถูกนายพรานขุนให้อ้วนเพื่อเตรียมพร้อมขึ้นเขียงให้เขากลืนกินอย่างไรอย่างนั้น

            หลังอิ่มจากอาหารกลางวัน ซานซานก็เริ่มง่วงนอน จึงเอนกายอิงต้นไม้ข้างลานหญ้าหน้าบ้าน ยามนี้นางกำลังนั่งมองสามีฝึกกล้ามเนื้อด้วยวิชายืดหดเส้นเอ็น มองไปมองมาก็คล้ายกับถูกกระบวนท่าองอาจขับกล่อม หลับไปเช่นนั้น

            ตื่นมาอีกครั้งก็พลบค่ำแล้ว เห็นอาหารเย็นวางเอาไว้พร้อมแล้วที่โต๊ะมุมห้อง ซานซานจึงรู้ว่าตนเองนอนอยู่บนเตียง

            หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ นางมานอนในห้องได้อย่างไร?

            ขณะสงสัยพลันได้ยินเสียงบุรุษตรงโต๊ะ “มากินข้าว”

            หลับไปนาน ตื่นมาก็หิว ซานซานจึงไม่มีรั้งรอ รีบลงจากเตียงไปนั่งกินข้าวกับสามี ได้ยินเขาถามว่า

            “ปกติยามว่างของสตรีทั่วไป หากมิใช่ปักผ้า เดินหมากก็จะร่ายรำหรือบรรเลงพิณ เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ?”

            ผู้ถูกถามย่นคิ้วเล็กน้อยขยับตะเกียบคีบผักใส่ปากด้วยท่าทางหิวมาก เคี้ยวสักพักก็กลืนลงคอ ก่อนตอบเสียงเรียบว่า

            “อืม...ข้าก็พอทำได้อยู่นะ”

            จ้าวเหว่ยหรี่ตาคีบเนื้อใส่ถ้วยของซานซานแล้วเอ่ยอีกว่า

            “น่าแปลกที่ข้าคิดภาพเจ้า ยามนั่งสงบปักผ้ามิได้เลย เห็นแต่หญิงสาวบ้านป่าฝันเฟื่องจ้องแต่จะฝึกวิชาเยี่ยงชาวยุทธ์”

            ผู้ถูกปรามาสช้อนตามองสามีด้วยสีหน้าแง่งอนแวบหนึ่ง

            “เหย่หนิวมองข้าได้ทะลุปรุโปร่งยิ่ง ข้าไม่อาจนั่งอย่างสงบเสงี่ยมได้จริงๆ”

            จ้าวเหว่ยได้ฟังก็เริ่มทำความเข้าใจสตรีตรงหน้าทีละขั้น เขาแค่ต้องการถามหยั่งเชิงเพื่อตระเตรียมซานซานเอาไว้แต่เนิ่นๆ คิดจะให้นางเริ่มฝึกเรื่องเหล่านี้ไปทีละน้อย

            “การฝึกวรยุทธ์จำต้องมีอาจารย์สอนสั่ง แต่เจ้ากลับใจเร็วผิดขั้นตอน อีกอย่างสตรีที่มีสามีแล้ว มิใช่ควรนุ่มนวลรึ?”

            เพราะไม่ว่าอย่างไร ในภายภาคหน้าเขาย่อมต้องกลับเข้าวังหลวง คืนฐานันดรสูงส่งเป็นองค์รัชทายาทดังเดิม ส่วนนางแต่งงานและเข้าหอกับเขาแล้ว ย่อมต้องติดตามเข้าวังด้วย คุณสมบัติพื้นฐานของสตรีชาววังนั้น นับว่าจำเป็นไม่น้อย

            ซานซานมีสีหน้าเศร้าสลดเอ่ยอย่างน่าสงสาร

            “หากไม่ฝึกวิชาหรือหาอะไรทำ ข้าก็ไม่ต่างจากไร้ชีวิต ท่านอย่าได้บังคับให้ข้าเป็นเพียงสตรีหลังเรือนเลย มันยากเกิน”

            “ข้าย่อมไม่อาจไม่บังคับเจ้า ในเมื่อเราเป็นสามีภรรยากัน แต่งกับไก่เป็นไก่ แต่งกับสุนัขย่อมเป็นสุนัข วันหน้าไม่ว่าข้าจะกลายเป็นใคร เจ้าเป็นภรรยา ย่อมต้องเปลี่ยนตามสามีเช่นข้า”

            จ้าวเหว่ยบอกกล่าวตามตรง ซ่อนความนัยลึกล้ำ

            ซานซานมุ่นคิ้วครุ่นคิด “อืม...หากภรรยาต้องปรับเปลี่ยนตามสามี เช่นนั้นงานพื้นฐานของสตรีข้าจะพยายามทำก็ย่อมได้ เพียงแต่ขอผสานตัวตนแท้จริงของข้าเข้าไปด้วยได้หรือไม่?”

            ชายหนุ่มเลิกคิ้วเป็นเชิงคำถาม

            หญิงสาวจึงพูดต่อด้วยกิริยาเบาสบายคล้ายเป็นเรื่องทั่วไปสามารถกระทำได้ไม่ยากเย็น

             “การปักผ้าหากให้ดีควรอาบยาพิษลงในลวดลายพร้อมฝีเข็มให้ผู้สวมใส่ผิวหนังเน่าเปื่อยจนตาย การเดินหมากยังเป็นวิธีหลอกศัตรูมาสังหารได้ซึ่งหน้า อาศัยจังหวะครุ่นคิดดีดหมากทะลุเบ้าตา การร่ายรำยังใช้ผืนผ้าต่างอาวุธเด็ดหัวผู้คนรายรอบหลุดกระเด็น ยิ่งบรรเลงเพลงพิณยังใส่ท่วงทำนองสังหาร สะกดโสตประสาทผู้ฟังให้เคลิบเคลิ้มตกบ่วง ยามดีดเส้นสายยังลอบปล่อยเข็มพิษปลิดชีวิตผู้คน” กล่าวจบก็ถามอย่างตื่นเต้น “ได้หรือไม่?”

            จ้าวเหว่ยพลันสำลักน้ำแกง

            

            *****

    โหลดนิยายเรื่องนี้ได้แล้วที่ >>> mebmerket

    วิธีการสั่งซื้ออีบุ๊คจาก meb คลิก >>> สั่งซื้อจาก mebmarket

    กรณีเจอปัญหาคลิกที่นี่ >> Contact us


    พยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ亲爱的 เล่ม 1หลี่หงwww.mebmarket.comเรือนไผ่ริมธารอันเร่าร้อน สู่วังหลวงอันหนาวเย็นอบอวลอุ่นไอรักที่ซ่อนเร้นนางผู้ปรากฏกายให้เห็นพร้อมบุตรสาวของเขาพยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ亲爱的 เล่ม 2หลี่หงwww.mebmarket.comเรือนไผ่ริมธารอันเร่าร้อน สู่วังหลวงอันหนาวเย็นอบอวลอุ่นไอรักที่ซ่อนเร้นนางผู้ปรากฏกายให้เห็นพร้อมบุตรสาวของเขาพยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ亲爱的 เล่ม 3 (จบ)หลี่หงwww.mebmarket.comเรือนไผ่ริมธารอันเร่าร้อน สู่วังหลวงอันหนาวเย็นอบอวลอุ่นไอรักที่ซ่อนเร้นนางผู้ปรากฏกายให้เห็นพร้อมบุตรสาวของเขา
    SET พยัคฆ์สาวจ้าวดวงใจ亲爱的 3 เล่มจบหลี่หงwww.mebmarket.comเรือนไผ่ริมธารอันเร่าร้อน สู่วังหลวงอันหนาวเย็นอบอวลอุ่นไอรักที่ซ่อนเร้นนางผู้ปรากฏกายให้เห็นพร้อมบุตรสาวของเขา