ที่ปรากฏตรงหน้าคือมังกรตัวเล็ก เป็นเพศเมียสูงเพียงศอกเศษ รูปร่างสะโอดสะอง ปกคลุมด้วยเกล็ดสีเงินเล็กละเอียด ฉาบริ้วแสงเลื่อมแวววาว .. แดง .. ฟ้า .. เขียว .. ม่วง .. เหลือง .. ผสมปนเป แขนขาปีกเล็กเรียว หางยาวพลิกม้วนไปสะบัดมา
สิ่งนั้นคือ มังกรหมื่นพิษ .. ดวงตาคมกริบภายใต้ขนตาอันโค้งงอน กำลังหรี่เพ่งมองเจ้ามังกรน้อยราวจะฉีกเนื้อหนังมันมาดื่มกิน
เจ้ามังกรน้อยสะดุ้งเฮือก เหงื่อไหลย้อยราวสายน้ำ ตัวมันสั่นไม่สามารถก้าวขาออกราวถูกสะกดจิตไว้ .. เสียงของสตรีกล่าวเย็นเยือกน่ากลัว
“กลับมาแล้วหรือ ..”
“เจ้ามังกรงี่เง่า นี้เจ้าหายหัวไปที่ใดมา”
“ที่กลับมานี่ อยากรับประทานบาทาข้างนี้ใช่หรือไม่”
อุทัยหัวใจตกไปถึงตาตุ่ม ส่วนเจ้าวานรหน้าซีดเผือด มังกรตัวนี้ช่างน่ากลัวยิ่งกว่ามังกรตัวใดๆ ที่ได้พบเจอมา .. ว่าแล้วจึงผลักใสเจ้ามังกรน้อยออกไปด้านหน้า
น้ำเสียงสตรีเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด “ว่าอย่างไร .. เจ้ามิได้นำปากกลับมาด้วยเหรอ ..”
หากรู้ว่าเจ้าของสถานที่จะออกมาต้อนรับถึงโถงถ้ำนี้ เจ้ามังกรน้อยคงไม่ยอมเข้ามาตั้งแต่แรก มันกล่าวตะกุกตะกัก “มิ .. ได้ .. มิได้ .. ขะ ขะ ข้า ..”
อุทัยและเจ้าวานรน้อยกลายเป็นสิ่งมีชีวิตส่วนเกินในถ้ำแห่งนี้ พวกมันยืนนิ่งแข็งทื่อ
มังกรหมื่นพิษตวาดแว๊ด “จั๊ดง่าว ! ข้า ข้า .. อันใด ..”
เจ้ามังกรน้อยสะดุ้งสุดแรง กล่าวออกไปว่า “ข้า .. กะ กลับมาแล้ว ..”
มังกรหมื่นพิษยืนกอดอก นางจ้องมองเจ้ามังกรน้อยราวกำลังสอบสวนนักโทษ กล่าวว่า “ไปที่ใดมา .. ฮือออ ..”
เจ้ามังกรน้อยกล่าวเสียงบางเบาราวยุงบินว่า “ปะ ปะ .. ไปเมืองมนุษย์ที่ด้านล่างมา ..”
มังกรหมื่นพิษตวาด “อะไรนะ .. พูด ดัง ดัง ..” .. เท้าขวากระดิกดิ๊กดิ๊ก
เจ้ามังกรน้อยเห็นดังนั้น รีบกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ข้าไปเมืองมนุษย์ที่ด้านล่างมา .. พวกมนุษย์จับข้าบรรจุลงในป้ายเหล่านั้น”
“ฮืออออ .. ป้ายเวทมนตร์ .. หรือ” มังกรหมื่นพิษกล่าวอย่างประหลาดใจ นางยิ้มมุมปากราวคิดอันใดได้จึงกล่าวว่า “เจ้าเห็นข้าโง่หรืออย่างไร ป้ายเวทมนตร์ชั้นต่ำเช่นนั้น .. มีหรือจะกักขังเจ้าได้ เป็นเพราะเจ้าอยากหนีไปเสียมากกว่า .. ฮึ ฮึ”
เจ้ามังกรน้อยถึงกับหน้าซีดกว่าเดิมอีก ไม่มีเรื่องราวใดปิดบังนางไว้ได้ .. มังกรหมื่นพิษมองเจ้ามังกรน้อยที่เบื้องหน้า กล่าวเสียงเข้มขึ้นว่า “คืนของมา ..”
เจ้ามังกรน้อยสะดุ้งโหยงตัวสั่นเท่า มันก้มหน้าสงบจิตใจกล่าวเบาๆ “ข้า .. ข้า .. กินมันไปแล้ว ..”
มังกรหมื่นพิษได้ยินถึงกับแน่นิ่งไปสามวินาที .. “นี่ .. นี่เจ้า ..” แล้วจึงสบถออกมา “ไอ้ตัวบัดซบเอ้ยยยย ..” ปลายหางกระตุกวูบโดยทันใด
กลายเป็นเส้นสายวูบวาบกระชากผ่านอากาศมายังเจ้ามังกรน้อย .. เปรี้ยงงงง ! เสียงดังสนั่น
ว๊ากกกก ! เจ้ามังกรน้อยกระโดดอย่างว่องไว มันหลบรอดท่าโจมตีอันเกรี้ยวกราดได้อย่างเฉียดฉิว ตอนนี้ไปเกาะอยู่บนหัวอุทัยแล้ว
มังกรหมื่นพิษสะบัดหางกลับกำลังจะรุกไล่ต่อ อุทัยเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวสอดอย่างเร่งด่วนว่า “ช้าก่อน!”
อุทัยเฝ้าสังเกตทั้งสอง ตอนแรกกล่าววาจาราวบุคคลที่คุ้นเคย แต่คุยไปคุยมากลับลงไม้ลงมือกัน .. หากปล่อยให้มังกรสาวฟาดหางอีกครั้ง ที่รับเคราะห์คงต้องเป็นกบาลมันแล้ว
มังกรหมื่นพิษหันมาพิจารณาอุทัย แล้วกล่าวว่า “นี่เจ้า กล้านำวานรมายังถ้ำของข้า ..”
เจ้ามังกรน้อยใช้อุทัยเป็นเครื่องกำบังโผล่หัวมามองตาปริบๆ มังกรหมื่นพิษกล่าวต่อ “อื่ม .. เป็นวานรถึงสองตัว .. รู้หรือไม่พวกมันทั้งตัวเหม็น และที่สำคัญ ตามร่างกายของมันยังมีเห็บอีกด้วย”
อุทัยฉุนกึกกล่าวแย้งว่า “ฮือ .. นี่ท่านสายตาไม่ดีหรือไร .. เป็นวานรหนึ่ง มนุษย์อีกหนึ่ง ต่างหาก ..”
มังกรหมื่นพิษทำจมูกฟุดฟีด “มนุษย์อันใด กลิ่นไม่คล้ายแม้เพียงน้อย คิดจะมาหลอกข้าหรือ .. เจ้าพวกวานรปัญญาอ่อน”
เจี๊ยก ! เจ้าเวรุงกะร้องอย่างไม่พอใจ มังกรตัวนี้ปากจัดยิ่งนัก
อุทัยครุ่นคิด กับมังกรนางนี้ถึงเถียงอย่างไรคงไม่ชนะ จึงกล่าวเข้าประเด็นว่า “ฟังก่อน ! ข้ามีคำถามจะถามท่าน ..”
ฮี ฮี ฮี .. มังกรหมื่นพิษหัวเราะยียวน “เจ้าเป็นใคร ทำไมข้าต้องฟังวาจาวานรเช่นเจ้า .. หาที่ตาย ..” สิ้นเสียงปรากฏปราณพลังรุนแรงดังสายฟ้าฟาด
เปรี้ยงงงง ! หางของมังกรหมื่นพิษฟาดโจมตี แต่ต้องพบเพียงพื้นถ้ำว่างเปล่า .. อุทัยกระโดดหลบไปลอยตัวอยู่กลางอากาศ ยังมีเจ้ามังกรน้อยและเจ้าเวรุงกะเกาะอยู่ด้านหลัง
ฮึ .. มังกรหมื่นพิษยิ่งหงุดหงิด เอี้ยวตัวสะบัดหางเข้าทิ่มแทง
.. ฉึกกก ! ฉึกกก ! ฉึกกก ! .. สามฉึก .. ร่างของอุทัยพลิ้วหลบ ปลายหางของนางยังไม่สามารถสัมผัสร่างผู้มาเยือน
จ๊ากกก ! เจ้าเวรุงกะกล่าว “นายท่าน ! ท่านทำนางโมโหแล้ว”
อุทัยกล่าวบ้าง “เป็นเจ้ามังกรน้อยต่างหากที่ทำนางโมโห นางนิสัยดุร้ายเช่นนี้หรือ”
เจ้ามังกรน้อยกล่าว “เป็นบางครั้งของเดือน หรือบางทีก็ดุร้ายทั้งเดือน”
อุทัยยิ่งงุนงง “อันใดของเจ้า” พวกมังกรพูดจาเข้าใจยากยิ่งนัก
เจ้ามังกรน้อยหันไปมองมังกรหมื่นพิษ ร้องอุทานขึ้นมาว่า “แย่แล้ว ! พวกเราได้ตายในถ้ำนี้แน่แล้ว”
จ๊ากกก ! เจ้าเวรุงกะร้องอุทานตาม ร่างกายของมังกรหมื่นพิษเริ่มทอประกายแสงอีกครั้ง นางกล่าว “เจ้าวานรเหล่านี้แสบนัก เอาพิษแม่ไปรับประทาน”
มังกรหมื่นพิษดีดตัวลอย ยืดอกสบายกางปีกทั้งสองออก เกล็ดเงินเล็กละเอียดส่งริ้วแสงเลื่อมแวววาว .. แดง .. ฟ้า .. เขียว .. ม่วง .. เหลือง .. เป็นพลังปราณห่อหุ้มร่างมังกรไว้
“ตายยย .. ย๊ากกก !” มังกรหมื่นพิษสะบัดปีกและหางจนตัวลู่ ส่งพลังปราณหลากสีเป็นก้อนกลมพุ่งทะลวงใส่
อุทัยที่กลางอากาศก็มิได้หลบหลีก พิษที่เบื้องหน้าทำร่างกายของมันตอบสนอง พลังปราณเทวะจริงแท้ถูกกระตุ้นให้ขยายตัวออกโดยทันใด
.. พลังปราณเทวะจริงแท้ เป็นพลังเทวะบรรพกาลบริสุทธิ์ต้นกำเนิดแห่งสรรพชีวิต
ดวงตาเกิดประกายวาวด้วยแสงสีชมพูสดใส ยื่นมือขวากางนิ้วออกปรากฏโล่ปราณทรงกลมกว้างศอกเศษ เรืองรองด้วยอักขระแสงสีพลอยชมพูวิ่งวนอย่างรวดเร็ว
.. ตู้มมม ! ปราณพิษหลากสีปะทะกับโล่ปราณแสงชมพูใส
มังกรหมื่นพิษต้องฉงนใจ ปราณพิษของมันสลายไปเมื่อสัมผัสโล่ปราณอันนั้น .. นางไม่รอช้าส่งพลังปราณพิษใส่อุทัยอีกหลายลูก
.. ตู้มมม ! ตู้มมม ! ตู้มมม ! ตู้มมม !ตู้มมม ! ตู้มมม ! ปราณพิษระเบิดแสงวูบวาบจนละลานตา
เพียงชั่วครู่ปราณพิษก็สลายกลายเป็นไอฟุ้งไปทั่วบริเวณ .. มังกรหมื่นพิษยืนหอบแฮก มองเห็นอุทัยก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ
นางจ้องมองอุทัยจนตาถลน เป็นที่รับรู้ถึงความรุนแรงของพิษของนาง ทั้งหุบเขามังกรไม่มีผู้ใดกล้าเหยียบเข้ามายังพื้นที่แห่งนี้
แต่บุคคลที่ยืนอยู่ด้านหน้า ไม่เพียงไม่ได้รับอันตรายใด ยังสามารถสลายพิษอันรุนแรงราวปาฏิหาริย์
มังกรหมื่นพิษกล่าว “ชิ .. วานรตัวนี้ไม่ธรรมดา”
อุทัยกล่าว “ข้ามิใช่วานรเสียหน่อย ฮา”
มังกรหมื่นพิษเริ่มตระหนักถึงเภทภัยจึงกล่าวถาม “เจ้ามีวัตถุประสงค์ใด”
อุทัยกล่าว “ข้ามาหาคำตอบบางอย่าง” มันเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย “.. ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่า ข้ามิใช่วานร .. แต่ข้าคือมนุษย์”
มังกรหมื่นพิษจ้องมองผู้มาเยือนอย่างระมัดระวัง กล่าวว่า “แล้วอย่างไร ..”
อุทัยกล่าวต่อ “เผ่าพันธุ์มนุษย์ดำรงอยู่มาเนิ่นนานแล้ว .. แต่ท่านรู้หรือไม่ ..”
มังกรหมื่นพิษกำลังรับฟังอย่างตั้งใจ อุทัยก็ถามเสียงดังๆ ว่า “.. ก่อนการกำเนิดของมนุษย์ อะไรอยู่บนม้า”
มังกรหมื่นพิษรับฟังถึงกับตาเบิกโพลง นางครุ่นคิดต่างๆ นาๆ
‘เจ้าผู้นี้ ! เดินทางมาถึงที่นี่ เพื่อตั้งถามคำถามประดานี้’
‘เผ่าพันธุ์ใด สามารถใช้ม้าเป็นพาหนะได้ ก่อนที่มนุษย์ถือกำเนิดขึ้นมา’
‘มีหรือที่ผู้รอบรู้เช่นข้าจะไม่รู้ .. หรือนี่คือ ปริศนาธรรม .. หรือเป็น คำถามทางเทววิทยา’
มังกรหมื่นพิษคิดอันใดได้ โพล่งออกมาว่า “เทวดา .. ต้องเป็นเทวดา เทวดาขี่ม้าได้ก่อนมนุษย์”
อุทัยยิ้มเยาะ กล่าวว่า “ผิด!!!”
มังกรหมื่นพิษครุ่นคิดต่อ .. นางทั้งงุนงง ทั้งขบขัน นี่วานรตัวนี้ดั้นด้นมาตั้งคำถามอันใดต่อนาง .. หรือมันเป็นปราชญ์ผู้หนึ่ง
ยังไม่ทันที่มังกรหมื่นพิษกล่าวอันใดต่อ .. อุทัยกล่าว “มังกรน้อย ! ดูนี่ก่อน” แล้วโยนวัตถุเล็กๆ อันหนึ่งให้มังกรหมื่นพิษ
นางมังกรรับมา สิ่งนั้นคือผอบแก้วภายในมียางเหนียวหนืดสีดำ เมื่อพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งนางถึงกับใบหน้าถอดสี
“เจ้าไปเอาสิ่งนี้มาได้อย่างไร” มังกรหมื่นพิษกล่าวพลางหันมามองอุทัย นางกระพือปีกลอยตัวขึ้น กล่าวขึ้นว่า “.. ตามข้ามา” แล้วจึงบินเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำ
เจี๊ยก ! เจ้าเวรุงกะร้องอยากแปลกใจ หันไปมองเจ้ามังกรน้อยที่กำลังส่ายหัวให้ .. การแสดงออกของนางแปรเปลี่ยนอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก
หรือนางมังกรตัวนี้มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อย่างที่บุรุษเช่นอุทัยไม่สามารถเข้าใจได้
.. ทั้งหมดไม่รอช้ารีบติดตามนางเข้าไป
พวกมันเดินตามแสงสว่างที่ส่องมาจากด้านใน เมื่อก้าวผ่านช่องทางหินก็พบกับคูหาถ้ำอันกว้างใหญ่ กว้างใหญ่เหลือประมาณ
ตรงกลางเป็นกองหินสูงมีต้นไม้ต้นหนึ่งสูงเด่นเห็นได้ชัด
ต้นไม้สูงใหญ่รูปร่างประหลาด มีเพียงกิ่งก้านหามีใบสักใบหนึ่ง ลำต้นอวบอ้วนบิดเป็นเกลียวเอียงๆ กิ่งก้านมากมายไหลลู่ไปทิศทางเดียวกันราวกำลังถูกลมพายุพัดใส่อย่างแรง
ที่ปลายกิ่งมีติ่งเล็กๆ เท่าปลายนิ้วก้อยคล้ายช่อดอกกำลังแทงงอกเงย ติ่งนั้นส่งแสงสดใสมลังเมลือง เป็นต้นกำเนิดแสงสว่างภายในถ้ำแห่งนี้
มังกรหมื่นพิษกล่าว “นั่นอย่างไร มันเพิ่งแทงช่อใหม่ออกมา ต้องรออีกร้อยปีจึงจะกลายเป็นผลที่ใช้การได้”
อุทัยจ้องมองสิ่งนั้น นี่คงเป็นสิ่งวิเศษแล้ว .. มังกรหมื่นพิษกล่าวต่อ “ข้าเฝ้ารอมาเก้าสิบเก้าปี แต่เจ้าตัวแสบนี้ขโมยผลไม้ของข้าไป”
เจ้ามังกรน้อยหน้าจ๋อย มันยอมรับผิดกล่าวเบาๆ ว่า “ก็มันหอม .. อยู่เทือกเขาทางด้านโน้นยังได้กลิ่น ..”
“ริเป็นโจร!” มังกรหมื่นพิษเริ่มมีน้ำโห ส้นเท้านางเริ่มกระดิกอีกครั้ง
มังกรน้อยกล่าวราวเด็กน้อยยอมรับผิดว่า “ข้าขอโทษ .. แต่รสชาติมันอร่อยสุดยอดไปเลยนะ”
มังกรหมื่นพิษลดอารมณ์ลง กล่าวกับอุทัยว่า “มันคือผลชีวันร้อยราตรี ผลก่อนหน้าถูกเจ้าเลวนี่ขโมยไป ส่วนที่งอกออกมาใหม่นี้ อีกหนึ่งร้อยปีจึงรับประทานได้ .. ต้องรับประทานผลเช่นนี้เก้าสิบเก้าผล จิตมังกรเช่นข้าจึงจะกลับเป็นมังกรที่แท้จริงอีกครั้ง”
อุทัยอ้าปากหวอ นางคือดวงจิตของมังกร หาใช่มังกรที่มีเนื้อหนังแท้จริงไม่ และหากต้องรับประทานเจ้าผลไม้นี้หนึ่งร้อยลูก ต้องใช้เวลานานเท่าไรกัน
อุทัยกล่าว “จิตมังกรเช่นท่าน ยังสามารถกลับมาเป็นมังกรตัวเป็นๆ เช่นเดิมได้”
มังกรหมื่นพิษกล่าว “จะมีผู้ใดเล่า ที่ไม่อยากได้ชีวิตและร่างกายสมบูรณ์ดังเดิม”
อุทัยอดถามไม่ได้ “ท่านกินมันมากี่ลูกแล้ว”
มังกรหมื่นพิษตอบ “เพียงสามสิบสองผลเท่านั้น”
เจ้ามังกรน้อยกล่าวสอดขึ้นว่า “นั่นเป็นเพียงเรื่องเล่า ไม่มีใครรับรองได้ว่าหากกินเจ้าผลไม้นี้ จิตมังกรเช่นพวกข้าจะกลับมาเป็นมังกรได้อีก ..”
มังกรหมื่นพิษหันมามองอย่างไม่สบอารมณ์ “เช่นนั้นเจ้า ก็จงเป็นดวงจิตเช่นนี้ต่อไป”
เจ้ามังกรน้อยหน้าจ๋อย มังกรหมื่นพิษหันมาหาอุทัย กล่าวถึงผอบแก้วว่า “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าได้มาได้อย่างไร .. แต่สิ่งที่เจ้านำมา เป็นส่วนผสมที่มาจากดวงจิตของมังกรเช่นข้า”
อุทัยถาม “ใช่พิษทูตวิญญาณล้างเทวา หรือไม่”
มังกรหมื่นพิษกล่าว “ไม่ใช่ ! พิษนี้มีส่วนผสมที่แตกต่างไป”
“มีการปรุงพิษหลายตำรับที่ใช้จิตมังกรเผ่าพันธุ์เช่นข้าเป็นหลัก ที่น่าสนใจคือพิษที่เรียกว่า ชำระจิตอาถรรพ์ .. ต้องใช้ของวิเศษอีกสองชนิด นั่นคือ .. เกล็ดเรวะธารมัจฉา และหัวของว่านกฤษณาเลือด”
“ตามกรรมวิธีจะไม่ปรุงผสมสิ่งอาถรรพ์ทั้งสามในคราวเดียว แต่จะนำจิตมังกรปรุงกับส่วนผสมอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะได้พิษที่แปลกประหลาด”
“การแพร่พิษทำได้อย่างแนบเนียน ผู้ถูกพิษจะไม่แสดงอาการในทันที เบื้องต้นผู้มีพลังชีวิตอ่อนแอก็จะค่อยๆ ป่วยตายโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่หากเป็นผู้มีพลังปราณแข็งแกร่ง พิษนั้นจะแอบซ่อนอยู่ในดวงจิตโดยไม่รู้ตัว”
“หลังจากนั้น เมื่อได้รับพิษอีกชนิดเข้ามาครบถ้วน บุคคลผู้นั้นก็จะกลายเป็นหม้อปรุงพิษ พิษอาถรรพ์ทั้งสามจะผสมกัน”
“แล้วจึงแสดงอานุภาพอันรุนแรง ดวงจิตจะค่อยๆ ถูกหลอมละลาย ต่อให้เป็นปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นสุดยอดก็ไม่อาจหนีพ้นความทุกข์ทรมานนี้ไปได้”
มังกรนางนี้กล่าวเกินจริงไปหรือไม่ อุทัยถามด้วยความสงสัย “.. เหตุใดท่านกล่าวถึงพิษชนิดนี้”
มังกรหมื่นพิษกล่าว “ส่วนผสมทั้งหมดล้วนมาจากสิ่งวิเศษที่หาได้ยากยิ่ง .. ที่อยู่ในผอบนี้ คือ พิษที่ปรุงจากจิตมังกรหมื่นพิษ .. และเกล็ดเรวะธารมัจฉา”
อุทัยยิ่งเหวอเข้าไปอีก .. นั่นแสดงว่าผู้ใดที่ถูกแพร่พิษชนิดนี้ หากได้รับส่วนผสมสุดท้าย ..
มังกรหมื่นพิษเห็นสีหน้าของอุทัย จึงกล่าวว่า “.. พิจารณาตามรูปการณ์ พิษจากว่านกฤษณาเลือดต้องปรากฏขึ้นในไม่ช้า”
อุทัยอ้าปากค้าง พิษอันตรายเช่นนี้มาปรากฏในช่วงเทศกาลสำคัญได้อย่างไร .. มันคิดจนคิ้วขมวด แล้วถามต่อ “แล้ว .. แล้วส่วนผสมที่อีกชนิด ต้นกฤษณาเลือดอะไรนั้น เป็นเช่นไร”
มังกรหมื่นพิษกล่าว “ในสามสิ่งนั้น ว่านกฤษณาเลือดเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายที่สุด มันมักจะเติบโตอยู่ในดินแดนพื้นที่รอยต่อของมิติ”
อุทัยถามต่อ “ท่านเคยเห็นมันหรือไม่”
มังกรหมื่นพิษหัวเราะ ฮา ฮา .. “.. ไม่เคย .. ต้นเป็นๆ ข้าไม่เคยเห็น”
เจี๊ยก ! เจ้าเวรุงกะร้องอย่างผิดหวัง “หวาาา .. นึกว่าจะแน่ ..”
มังกรหมื่นพิษหันขวับจ้องมองเจ้าวานรน้อยด้วยสายตาสังหาร นางด่าเบาๆ “เจ้าวานรตัวนี้ สมควรตาย”
อุทัยครุ่นคิด กล่าวว่า “แล้วข้าจะป้องกันพิษนี้อย่างไร”
“อันนี้แล้วแต่คราวเคราะห์ของบุคคล การแพร่พิษนี้ยากจะป้องกัน” มังกรหมื่นพิษคิดอันใดได้ นางบินไปหยิบห่อผ้าถุงเล็กถุงหนึ่งออกมากล่าวว่า “นี่เป็นใบของว่านกฤษณาเลือดที่บดละเอียด”
เมื่อเปิดห่อผ้าออก มองเห็นผงผลึกสีแดงเข้มส่องประกายวิบวับ กลิ่นเฉพาะตัวของใบว่านกฤษณาเลือดกระทบจมูก อุทัยกล่าวว่า “นี่เป็นใบของมันหรือ ..”
มังกรหมื่นพิษกล่าว “ถูกต้อง ใบของมันมีสรรพคุณบำรุงปราณพลัง”
อุทัยถามต่อ “แล้วพิษนี้ มีหนทางรักษาหรือไม่”
มังกรหมื่นพิษทำหน้าจริงจังกล่าวว่า “มี ..”
นางกล่าวต่อ “มีเพียงโลหิตของมังกรเทวะแท้จริงเท่านั้นจึงจะสลายพิษนี้ได้ ด้วยวิธีรักษาพิเศษ ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งพันวัน”
“แต่หากต้องการสลายพิษอย่างหมดจด .. คงต้องใช้ ..” นางหยุดเล็กน้อยราวกำลังใช้ความคิด “.. หัวใจของมังกรเทวะ และ ต้องเป็นหัวใจที่ยังเต้นอยู่เท่านั้น”
อุทัยอ้าปากหวอ “หัวใจมังกรเทวะ!!!”
“ถูกต้อง ..” นางมังกรกล่าวต่อ “สิ่งนั้นจะชะล้างทั้งทำลายอาถรรพ์ของพิษทุกชนิดที่ปรุงจากมังกร รวมทั้งดวงจิตมังกรด้วย”
อุทัยจึงถามต่อว่า “แล้วจะช่วยรักษาพิษทูตวิญญาณล้างเทวาได้หรือไม่”
นางมังกรกล่าวว่า “แน่นอน ! ถึงแม้ทูตวิญญาณหรือชำระจิตอาถรรพ์จะร้ายกาจ ก็ไม่สามารถทนทานกับการชะล้างของหัวใจมังกรเทวะได้ .. แต่ ..”
แต่อันใด อุทัยกำลังตั้งใจฟัง นางมังกรกล่าวต่อ “.. แต่หัวใจมังกรเทวะมีพลังรุนแรง บุคคลผู้ถูกรักษาจะไม่อยู่ในสภาพเดิมอีกได้ต่อไป”
อุทัยนิ่งเงียบไป .. หากจะนำหัวใจมังกรออกมา ต้องสังหารมังกรตัวเป็นๆ เสียก่อน แล้วยังต้องเป็นมังกรเทวะอีก
ฮ่า ฮ่า .. มังกรหมื่นพิษหัวเราะ “เจ้าอย่าคิดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย”
อุทัยทอดถอนใจกล่าวว่า “เฮ่ออออ .. มีหนทางเท่ากับไม่มีหนทาง ..”
มังกรหมื่นพิษกล่าว “รู้เช่นนั้นก็ดีแล้ว” นางหยุดคิดนิดหนึ่งแล้วถามบ้างว่า “แล้วอะไรที่อยู่บนม้า ก่อนที่มนุษย์ถือกำเนิด ..”
อุทัยเงยหน้ามามอง นี่นางยังสนใจคำถามเช่นนี้อยู่อีก .. มันถามขึ้นว่า “ท่านอยากรู้จริงๆ หรือ” .. นางมังกรพยักหน้าตอบ
อุทัยจึงเฉลยคำตอบแก่นาง “สิ่งที่อยู่บนม้า ก่อนมนุษย์เกิด .. ก็คือ” หยุดเล็กน้อยใบหน้าของมันกวนบาทายิ่ง
“.. ก็คือ .. ป่ะป๊า อย่างไรเล่า .. ฮี ฮี ฮี”
สายตาคมกริบของนางมังกรจ้องมองอุทัย .. คำตอบเมื่อครู่ยังกึกก้องอยู่ภายในโถงถ้ำ .. โถงถ้ำที่อุทัยอาจต้องฝังสังขารน้อยๆ ของมัน .. ไว้ตลอดกาล .. ฮา ฮา