“หัวหน้าคะ” ‘ดุจดารา’สัตวแพทย์จบใหม่ประจำศูนย์รักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งหนึ่งในภาคตะวันตกของประเทศไทยวางเอกสารลงบนโต๊ะของ ‘หัวหน้า’ อย่างแรง“วันนี้เ้าหน้าที่พบซากเ้าคีรีที่กลางป่า”
‘เ้าคีรี’ ที่ดุจดาราพูดถึงคือช้างป่าตัวผู้อายุราว27 ปีเป็ช้างป่าตัวล่าสุดที่ทางศูนย์พบระหว่างการออกสำรวจป่า
“ช้างป่าตาย แล้วคุณมาโวยวายใส่ผมทำไมหมอดาว”คำตอบที่ได้รับยิ่งทำให้ดุจดาราหัวเสีย ั้แ่เธอมาทำงานที่นี่มีการพบสัตว์ป่าหายากหลายต่อหลายชนิด สามารถจัดเก็บทั้งข้อมูลและช่วยดูแลการขยายพันธุ์ของสัตว์ได้มากมายแต่ยิ่งทำงานนานเท่าไหร่ ความฟอนเฟะของระบบมันก็เริ่มกัดกินเธอมากขึ้นเท่านั้น
“เ้าคีรีอายุยังน้อยมันยังสามารถขยายพันธุ์ออกไปได้อีกหลายต่อหลายรุ่น” ความอดทนของดุจดาราน้อยลงทุกทีเ้าคีรีเป็ช้างที่มีงาสวยงามมาก ก่อนหน้านี้ยังไม่มีใครพบจนครั้งก่อนที่เธอเข้าป่า เ้าคีรีเดินออกมาตามแนวเขาจ้องมองเธอแล้วร้องออกมาสองสามครั้งก็เดินหายไป ดุจดาราและทีมตื่นเต้นกันมากเพราะเ้าคีรีเป็ช้างหนุ่มที่ลักษณะดี ดูแล้วยังอายุไม่มากหากมันสามารถสร้างช้างน้อยออกมาได้มากหน่อย ผืนป่าแห่งนี้ก็จะมีสีสันมากยิ่งขึ้นคิดไม่ถึง...
“แล้วยังไง?” ชายวัยกลางคนยังคงไม่มีท่าทีแยแสต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ความโมโหเข้าครอบงำสัตวแพทย์สาวจนไร้ซึ่งความกลัว“หัวหน้าจะบอกว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับท่านหรอคะ!!”
“พูดอะไรของคุณหมอดาว! ระวังปากหน่อยผมเป็หัวหน้าที่นี่นะ!!” ถูกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมไร้มารยาทใส่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าหัวหน้าศูนย์ก็ทนไม่ได้ ลุกขึ้นทุบโต๊ะอย่างแรง “อายุผมพอจะเป็พ่อคุณได้ด้วยซ้ำ!อย่าล้ำเส้นให้มันมากนัก!!!”
ดุจดารามองชายตรงหน้าอย่างไม่ยอมแพ้แม้จะพึ่งมาทำงานที่นี่ได้ไม่นาน แต่ความเน่าเฟะมันส่งกลิ่นแรงจนกลบไม่มิดมีใครบางคนใช้ศูนย์อนุรักษ์บังหน้าเพื่อหาประโยชน์จากชีวิตของสัตว์ป่าทั้งที่สัตว์เ่าั้ไม่ได้ทำอะไรผิดแต่กลับต้องมาสังเวยชีวิตให้กับความโลภของมนุษย์เื่นี้มันน่ารังเกียจจนเธอยอมรับไม่ได้อีกต่อไป
“คุณเป็พ่อดิฉันไม่ได้หรอกค่ะ เพราะพ่อของดิฉันรักป่าพื้นนี้เท่าชีวิตแต่คุณไม่ใช่ใครทำอะไรเอาไว้ก็รู้ตัวดี ในไม่ช้า ความเลวของใครบางคนก็จะถูกเปิดเผย” พูดเพียงเท่านั้นดุจดาราก็เดินออกมา เธอกลับเข้าที่พักของตัวเองทันทีเปิดแล็ปท็อปเพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ใช้เวลาในการรวบรวมกว่า 20 ปีั้แ่รุ่นพ่อของเธอ
พ่อของดุจดาราเคยเป็หัวหน้าศูนย์แห่งนี้ท่านเกิดและเติบโตมากับป่า ผืนป่าจึงเป็เสมือนบ้านและสัตว์เ่าั้ก็ไม่ต่างอะไรกับลูกของท่านน่าเสียดาย...ความตั้งใจที่จะดูแลทุกชีวิตสิ้นสุดลงเร็วมากพ่อถูกลอบยิงกลางผืนป่ากว้างใหญ่ ในบรรดาคณะสำรวจมีเพียงพ่อคนเดียวที่ทิ้งชีวิตได้ที่นั่นส่วนคนอื่นรวมถึง ‘หัวหน้า’ ของเธอตอนนี้ไม่มีใครได้รับาเ็ เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่จำเป็ต้องเดาก็รู้ได้ว่าพ่อของเธอคงไปขัดแข้งขัดขาของใครเข้าแล้ว
ดุจดาราได้รับมรดกจากพ่อเป็เพียงหนังสือปกแข็งเล่มหนึ่งแรกทีเดียวเธอไม่เข้าใจเอาเสียเลยว่าทำไมพ่อถึงให้หนังสือกายวิภาคสัตว์กับเธอจนกระทั่งวันที่เธอบังเอิญพบว่าด้านในปกมีกล่องแผ่นซีดีรอมเก็บไว้อย่างดีนั่นเป็ครั้งแรกที่ดุจดารารู้ว่าพ่อของเธอตายเพราะอะไรข้อมูลเครือข่ายการลักลอบค้าสัตว์ป่าเป็สายยาวั้แ่ระดับชาวบ้านธรรมดาจนถึงนักการเมืองชั้นสูงถูกเรียบเรียงด้วยตัวเธอเองจัดวางข้อมูลอย่างเป็ระเบียบ เข้าใจง่ายและมีรายละเอียดที่ชัดเจนถึงเวลาที่ควรปล่อยมันออกสู่สายตาประชาชนเสียทีแล้วเพียงคลิกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
คลิก!
เช้าวันต่อมาดุจดารายังคงออกไปทำหน้าที่ของตัวเองวันนี้เธอต้องออกสำรวจผืนป่าอีกครั้งเป้าหมายคือการตรวจสอบความสมบูรณ์แข็งแรงของสัตว์ป่า โดยเฉพาะบรรดาสัตว์กินพืชเนื่องจากปริมาณน้ำในลำธารเริ่มลดน้อยลงทุกที หน้าแล้งใกล้จะมาถึงแล้วหากสัตว์ป่ามีร่างกายที่อ่อนแอหรือผ่ายผอมเกินไปพวกมันอาจผ่านความแห้งแล้งไปไม่ได้
“เ้าหมูน้อย มานี่เร็ว” เป็เื่ปกติไปแล้วสำหรับคนในทีมทุกครั้งที่มากับหมอดาว สัตว์ป่าทั้งหลายดูเหมือนจะเชื่องเป็พิเศษขอแค่หมอเรียกมัน หากเป็สัตว์ที่ไม่ดุร้ายก็จะเดินเข้าหาหมอแต่โดยดีแต่หากเป็สัตว์นักล่าที่พบเจอได้ยากก็จะหยุดนิ่งรอให้หมอเข้าไปหาพวกเขามีหน้าที่แค่นำทางให้เธอและดูแลความปลอดภัยของตัวเองก็พอ
“ดูเหมือนข้างในจะยังมีอาหารดีอยู่สินะแกถึงได้อ้วนท้วนสมบูรณ์แบบนี้” ดุจดาราใช่สองมือตรวจร่างกายของเ้าหมูน้อยเสร็จก็บอกลามันแล้วออกเดินทางต่อคนกลุ่มใหญ่เดินเข้าไปในป่าโดยไม่มีใครสังเกตเห็นกลุ่มคนในความมืด
ค่ำมืดแล้วดุจดาราและทีมยังคงปักหลักกันอยู่ในป่าทั้งหมดนั่งล้อมกองไฟกันเป็วงทานอาหารเสร็จสนทนากันต่ออีกครู่หนึ่งก็แยกย้ายกันไปนอน ในฐานะผู้หญิงคนเดียวในทีมดุจดาราจึงรับหน้าที่เฝ้ายามผลัดแรกร่วมกับลุงผลซึ่งเป็พรานประจำทีม
“ลุงผลนอนก่อนได้นะคะ ผลัดแรกถึงแค่เที่ยงคืนดาวเฝ้าคนเดียวได้ค่ะ” เพราะลุงผลเป็พรานที่มีความชำนาญแถมยังต้องเฝ้าถึงสองผลัดดุจดาราจึงไม่อยากให้คนสูงอายุต้องลำบากมากจนเกินไปสำหรับเธอต่อให้อดนอนสักคืนก็ยังสามารถทนไหวอย่าได้ดูถูกคนที่ผ่านการเรียนในระบบการศึกษาไทยเชียว ทุกคนเคยอดนอนอย่างนอนหนึ่งหรือสองคืนกันทั้งนั้น
“ไม่เป็ไรครับหมอ ผมอยู่เป็เพื่อนหมอดีกว่า”เห็นลุงผลยืนยันอย่างนั้น ดุจดาราก็ไม่พูดอะไรอีกเธอชงกาแฟสำเร็จรูปเผื่อลุงผลอีกหนึ่งแก้วแทนคำขอบคุณ
เมื่อเวลาเปลี่ยนผลัดมาถึงสองชายหญิงต่างวัยก็แยกย้ายกันเข้านอน ไม่ไกลจากตรงนั้นชายหญิงอีกกลุ่มหนึ่งก็ยืนมองพวกเขาอยู่เช่นกัน
“เ้าแน่ใจหรือว่าเป็วันนี้?” สตรีเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อยวันทั้งวันนางเฝ้ามองนายท่านอยู่ตลอด อีกไม่นานแสงแห่งวันใหม่ก็จะมาถึงแล้วยังไม่มีวี่แววของสิ่งที่รอคอย
“เ้าไม่เชื่อการทำนายของข้าหรือ? อย่างไรก็วันนี้แน่นอน” ชายชราตอบอย่างสุขุมมือก็ลูบเครายาวไปด้วย จากการโคจรของดวงดาว อย่างไรก็ต้องเป็วันนี้แน่ ๆ
“พวกเ้าอย่าพึ่งเถียงกัน ยังมีเวลา” ชายหนุ่มผมสีเงินยวงสะท้อนแสงจ้องมองหญิงสาวขณะที่ตนเองแสร้งทำเป็ใจเย็นแต่มือที่ถือตะเกียงกลับชื้นไปด้วยเหงื่อ
“เราเตรียมตัวกันให้พร้อมก็พอรอเช่นนี้มาตั้งกี่พันครั้งแล้ว จะวุ่นวายไปทำไม” บุรุษรูปงามอีกคนดุทั้งสองอย่างไม่จริงจังนักดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลมองตรงอย่างมั่นคง ครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้ายแล้วไม่อาจปล่อยให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นเด็ดขาด
ทั้งสี่มองสตรีเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มมนุษย์อย่างจดจ่อไม่กล้าคลาดสายตาแม้เพียงเสี้ยวนาทีด้วยเกรงจะพลาดวินาทีสำคัญ
ดึกสงัดที่ไม่มีแม้แต่เสียงของแมลงดุจดาราสะดุ้งตื่นขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจท้องน้อยบีบตัวเป็จังหวะจากการเรียกร้องของมวลน้ำตามธรรมชาติ
“ลุกมาทำไมครับหมอ?” เ้าหน้าที่ชายสองคนร้องทักหลังจากเห็นดุจดาราตื่นขึ้นมากลางดึก
“มวลน้ำตามธรรมชาติไหลบ่าน่ะค่ะต้องไปเอาออกสักหน่อย” แต่ละคนที่มาร่วมทางกันครั้งนี้เป็ทีมที่ทำงานร่วมกันมานานดุจดาราจึงเป็ตัวเองมากตอนที่อยู่ด้วย
“ให้ไปเป็เพื่อนไหมหมอ?” คนที่มาด้วยเป็ชายวัยกลางคนทั้งนั้นเป็กลุ่มผู้ชายที่เป็สุภาพบุรุษแถมบางคนมีลูกอายุน้อยกว่าเธอแค่ไม่กี่ปีจึงไม่มีอะไรให้ต้องกังวลกระนั้นดุจดาราก็ยังปฏิเสธออกไป
“ไม่เป็ไรค่ะ ดาวไปเองได้” เพราะั้แ่ที่เข้ามาทำงาน ดุจดารายังไม่เคยถูกสัตว์ป่าทำร้ายเลยสักครั้งเื่หลงป่ายิ่งไม่ต้องพูดถึงเธอเพียงหยิบไฟฉายคู่กายพร้อมกระดาษชำระเดินเลี่ยงเข้าไปในความมืดหาที่ที่เหมาะสมยกมือไหว้บอกเ้าป่าเ้าเขาสองสามคำก็ทำธุระของตัวเอง
กำจัดมวลน้ำตามธรรมชาติและทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วดุจดาราก็เตรียมตัวกลับเข้าที่พักแต่ยังเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เงาในความมืดก็ทำให้เธอใจนสะดุ้ง“ลุงผล! ดาวใหมดเลย มาทำอะไรมืด ๆ คะ?”
ชายชรายืนนิ่งในความมืดไม่ได้ตอบคำดุจดารามองเขาอย่างแปลกใจ ยังไม่ทันจะถามไถ่อีกครั้งมือเหี่ยวย่นก็ยกวัตถุสีดำสนิทขึ้นมาก่อน แม้รอบข้างจะมืดขนาดไหนแต่แสงจากไฟฉายก็ทำให้ดุจดาราเห็นของในมือพรานเฒ่าได้อย่างชัดเจนเธอก้าวขาถอยหลังตามสัญชาตญาณของตัวเอง
“ลุงผลจะทำอะไรคะ?” ดุจดาราเสียงสั่นอย่างไม่อาจห้ามได้เธอสังเกตเห็นว่าที่ปืนในมือของลุงผลสวมที่เก็บเสียงเรียบร้อยชัดเจนแล้วว่าเตรียมการมาเป็อย่างดี ดูเหมือน...วันนี้เธอจะไม่รอดแล้ว
“อโหสิให้ลุงนะหมอ ลุงไม่ได้อยากทำแบบนี้เลย”เสียงของลุงผลเองก็สั่นเครือเช่นกันดุจดาราเหมือนจะเดาบางอย่างได้อย่างชัดเจนคนสั่งการคงไม่พ้นหัวหน้าศูนย์สารเลวนั่น
“หยุดเถอะนะลุงดาวส่งหลักฐานให้นักข่าวไปหมดแล้ว ยังไงหัวหน้าก็ไม่รอดแน่ ถ้าลุงหยุดดาวสัญญาว่าจะช่วยให้ลุงกลายเป็พยานนะ” พรานเฒ่าคนนี้ไม่มีลูกทั้งชีวิตมีแค่เมียที่ป่วยกระเสาะกระแสะเท่านั้น หากมีเขาช่วยให้การในชั้นศาลหลักฐานก็จะมัดคนผิดแ่าขึ้น
“ไม่มีประโยชน์หรอกหมอ” น่าเสียดายที่ลุงผลไม่ได้เห็นด้วยกับคำพูดของดุจดาราอย่างไรเขาก็ต้องทำงานนี้ให้สำเร็จ ไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่รอดเช่นกัน
พรานเฒ่าย่างสามขุมเข้าหาสัตวแพทย์สาวขณะที่เธอถอยห่างอย่างหวาดกลัวไม่รอให้หญิงสาวรุ่นราวคราวลูกส่งเสียงร้องออกมา ข้อนิ้วเหี่ยวย่นก็ออกแรงลั่นไก
ตึก! ตึก!
ความแม่นยำของนายพรานไม่ใช่เื่ล้อเล่นเพียงสองนัดเท่านั้น ร่างที่เคยยืนประจันหน้ากันก็ล้มลงกับพื้นโดยไม่ทันได้ร้องาแมีเพียงรอยะุเจาะเข้าที่กะโหลกสองแผล เมื่องานที่ทำสำเร็จแล้วชายชราก็จากไปทิ้งร่างไร้ิญญาของหมอไว้เป็อาหารของสัตว์ป่า
ขณะที่รอบข้างกลับเข้าสู่ความเงียบสนิทเงาในความมืดกลับไม่สงบด้วย ร่างโปร่งแสงสี่ร่างในชุดจีนโบราณเร่งรีบเข้ามาล้อมคนที่พึ่งตายเอาไว้จัดวางตำแหน่งตามทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก เรียบร้อยก็เริ่มโคจรพลัง
ไอพลังสีฟ้า แดง ขาวและดำครอบคลุมร่างหมอสาว ศพที่พึ่งตายอย่างอนาถไปนั้นไม่มีความเคลื่อนไหวแต่บริเวณหว่างคิ้วของดุจดารากลับมีแสงสีทองเรืองรองออกมาใช้เวลาไม่นานดวงแก้วสีทองก็ลอยออกมาจากร่างนั้น ไม่รอช้าชายที่มีเส้นผมสีเงินยวงก็ใช้ตะเกียงบัวแก้วรับดวงจิตสีทองเอาไว้
“ได้แล้ว” สิ้นเสียงของชายผมเงินทั้งหมดก็เปลี่ยนเป้าหมายมาสะกดดวงจิตนั้นลงในตะเกียงแทนรอกระทั่งทุกอย่างเรียบร้อยดีการโคจรพลังจึงหยุดลง
“นายท่าน!” หญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงามวิ่งเข้ามาดูตะเกียงบัวแก้วอย่างตื่นเต้นในที่สุดก็ใกล้แล้ว เหลืออีกเพียงที่เดียวเท่านั้นอีกแค่ครั้งเดียวนายท่านของนางก็จะกลับมา
“เรารีบไปกันเถิดยังต้องผสานดวงจิตของนายท่านอีก” เ้าของดวงตาสีน้ำทะเลสะบัดแขนเสื้อทีหนึ่งเมฆมงคลกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏ ทั้งสี่ไม่กล้าชักช้าะโขึ้นเมฆนั้นกลับไปบ้านทันทียังมีงานอีกมากที่พวกเขาต้องทำ
แผ่นดินต้าลู่ แคว้นอู๋ จวนสกุลจ้าว
บรรยากาศในจวนสกุลจ้าวไม่ดีนักอันเนื่องมาจาก ‘จ้าวจิ้นสิง’ ผู้บัญชาการทหารรักษาเมืองของแคว้นอู๋หลายวันมานี้เอาแต่เมาหัวราน้ำเื่ของเื่เกิดจากฮูหยินซุนภรรยาอันเป็ที่รักออกไปถือศีลกินเจที่อารามชีไป๋หนิงได้กว่าหนึ่งเดือนแล้วส่วนสาเหตุที่ต้องไปนั้นต้องเล่าย้อนไปอีก...
สมัยผู้บัญชาการจ้าวจิ้นสิงยังเป็หนุ่มดำรงตำแหน่งเป็นายกองผู้ดูแลประตูเมืองธรรมดาคนหนึ่งได้พบรักกับคุณหนูบุตรสาวคหบดี ‘ซุนกุ้ยอิง’ยอดพธูผู้มีรูปโฉมเป็หนึ่งไม่มีสองครั้นเมื่อวันเวลาผ่านไปจากคู่รักยวนยางก็กลายเป็สามีภรรยาที่รู้ใจทั้งที่รักใคร่กลมเกลียวกันมาหลายปี แต่ท้องของฮูหยินซุนผู้นี้ก็ยังไม่มีข่าวดีแม้สามีจะไม่เร่งรัดแต่ตัวกุ้ยอิงเองกลับร้อนใจ นางพยายามทุกวิถีทางแทบจะดื่มยาสมุนไพรแทนข้าว สุดท้ายก็สามารถตั้งครรภ์ลูกคนแรกได้ในวัย 25 ปี
การตั้งครรภ์ครั้งนี้แทบจะสูบเอาพลังชีวิตของฮูหยินซุนไปทั้งหมดนางซีดเซียวจนไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงได้ หมอแต่ละคนที่ได้ตรวจรักษาพากันส่ายหน้าจากไปท่านจ้าวพยายามร้องขอให้ภรรยาทิ้งลูกคนนี้แต่นางก็ไม่ยินยอมขู่ว่าหากลูกเป็อะไรไปนางจะฆ่าตัวตายตาม สุดท้ายเ้าสำนักประกายดาวหนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่ก็ชี้ทางสว่างให้ทั้งสองโดยระบุผ่านนกพิราบสื่อสารให้ฮูหยินซุนไปถือศีลกินเจที่วัดแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น สองสามีภรรยาจึงต้องแยกจากกันด้วยสาเหตุนี้...
กลับสู่ปัจจุบันเมื่อนายท่านของจวนเมาหัวราน้ำทั้งยังมีอารมณ์รุนแรงอยู่ตลอดเวลาบ่าวไพร่จึงไม่อยากหาเื่ใส่ตัว พยายามอยู่ห่างออกไปให้มากที่สุดแม้จะกลัวแต่ก็ไม่อาจปล่อยนายไว้คนเดียวได้ สุดท้ายเพื่อให้ตัวเองรอดตายจึงรวมหัวกันส่งสาวใช้ที่พึ่งมาใหม่ไปดูแลนายท่านที่เรือนใหญ่แทน
“นายท่านเ้าคะ บ่าวเตรียมน้ำร้อนไว้แล้วเชิญนายท่านไปชำระร่างกายเ้าค่ะ” ‘ชิวไป๋ฮวา’ เด็กรับใช้วัยสิบสี่ย่างเข้าสิบห้าปีคุกเข่าบอกเ้านายอย่างนอบน้อม
ไป๋ฮวาพึ่งเข้ามาทำงานที่จวนนี้ได้ไม่นานเพราะบิดาป่วยตายหลังจากเดินทางรอนแรมมารักษาตัวไกลถึงเมืองหลวงจากนั้นไม่นานมารดาก็ตรอมใจตายตาม นางจึงยอมขายตัวเองเพื่อหาเงินฝังศพบุพการีอีกไม่นานนางก็จะอายุครบสิบห้าปีแล้ว เงินทองที่สะสมไว้มากพอจะไถ่ตัวเองออกไปได้รอเพียงฮูหยินกลับมา นางก็จะไถ่ตัวออกไปแต่งงานกับคนรักได้ตามสัญญา
จิ้นสิงมองเด็กสาวที่ก้มตัวอย่างพิจารณาตอนนั้นอิงเอ๋อร์ของเขานางก็อายุเท่านี้ยามที่นางมองเขาแล้วเขินอายอย่างไร้เดียงสา ยามนั้นใจเขาก็เป็ของนางแล้วผ่านมาหลายปีนางก็ยังงามไม่เปลี่ยน อิงเอ๋อร์เ้าไม่โตขึ้นเลย...
สุราก็เหมือนไฟที่เผาผลาญสติจ้าวจิ้นสิงดื่มจนตัวเองก็ลืมไปแล้วว่ามากเพียงไหนแต่แน่นอนว่ามากพอที่จะทำให้เขาสายตาพร่ามัวเห็นบ่าวกลายเป็ภรรยาได้มือแข็งแกร่งคว้าเอาร่างนั้นขึ้นมากกกอดไว้ใต้ร่างตนเรี่ยวแรงของทหารหักหาญน้ำใจของสตรีน้อยไม่ประสีประสาจนสิ้นกว่าจะรู้ตัวอีกครั้งฟ้าก็สว่างแล้ว
ไป๋ฮวาหมดสิ้นเรี่ยวแรงและกำลังใจนางทรุดตัวลงร้องไห้อยู่ข้างเตียงโดยไม่กล้าส่งเสียงชายเลวทรามที่ขืนใจนางเมื่อคืนยังนั่งนิ่ง บนใบหน้าแสดงความโกรธออกมาจนััได้เกรงว่าหากตนส่งเสียงออกมาเพียงนิด ปีศาจร้ายจะกลับมาอีกครั้ง
“เ้าออกไปจากจวนนี้ซะ แล้วอย่ากลับมาอีก”จิ้นสิงตรึกตรองอยู่นานก็ตัดสินใจได้เื่เมื่อคืนเป็เพียงความผิดพลาด ชาตินี้เขาจะมีกุ้ยอิงเพียงคนเดียวเท่านั้นดังนั้น...จะให้นางรู้ไม่ได้เด็ดขาด
…..
อ่านจบตอนแล้วอย่าลืมคอมเมนต์นะคะ
หอมราตรีกาล