ฉู่ิอวี้จ้องมองสามีของตนเองเดินเข้าไปในเรือนเล็กหลังนั้นด้วยสีหน้าเ็า เขาไม่เคยรักนางข้อนี้นางรู้ดีเพราะนางเองก็ไม่เคยรักใคร่ในตัวเขา หากไม่เป็เพราะเสด็จพี่ของนางพระราชทานสมรสให้นางก็ไม่มีวันได้แต่งเข้าจวนสกุลหยาง เพียงแต่แม้ว่านางจะไม่ได้รักแต่การที่ได้รู้ว่าเขาหักหลังนางเช่นนี้ก็ทำให้นางอดรู้สึกปวดใจไม่ได้ เมื่อคิดว่าคนที่นอนข้างกายนางทุกคืนอย่างหยางกวงแท้จริงแล้วในตอนกลางวันเขามีสตรีอีกคนที่รอการกลับไปของเขา
ดังนั้นในตอนที่รุ่ยอ๋องผู้เป็พระเชษฐาต่างมารดาของนางเสนอว่าเขาจะจัดการกับคนในบ้านหลังนั้นให้นางจึงไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอนี้ คิดไม่ถึงว่าในตอนหลังเขาจะโยนความผิดของตนเองให้นางอย่างหมดจด รวมไปถึงการที่เขาลงมือฆ่าคนในเรือนนอกหลังนั้นด้วย
“เสด็จพี่เป็น้องหญิงเจ็ดสั่งให้ข้าทำทั้งหมด ทั้งการที่นางคิดล้มล้างพระราชอำนาจของเสด็จพี่และการที่นางสั่งให้ข้าฆ่าล้างคนของบ้านสกุลโจว หยางกวงสตรีและบุตรชายของนางที่อยู่ในเรือนนอกของเ้าล้วนเป็เพราะนางบงการให้ข้าลงมือทั้งสิ้นดังนั้นคนที่เ้าสมควรจะลงมือก็คือนางมิใช่ข้า” รุ่ยอ๋องเอ่ยเช่นนี้ในตอนที่เขาถูกจับในข้อหาฏ
ยามนี้นางพึ่งจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็จ่างกงจู่องค์หญิงขั้นหนึ่งเพื่อเป็การเชิดชูความดีความชอบของหยางกวงผู้เป็สามี แต่หลังจากที่สามีของนางออกหน้าช่วยเหลือฉู่ิหรงฮ่องเต้ปราบปรามฏ นางกลับถูกฏผู้หนึ่งชี้หน้าแล้วบอกกับผู้อื่นว่าแท้จริงแล้วนางคือผู้บงการ สถานการณ์เช่นนี้อยู่นอกเหนือไปจากการคาดการณ์ของนางเป็อย่างมาก
“ฝ่าาผิงอันจ่างกงจู่ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องก่อฏ จ่างกงจู่เป็พระขนิษฐาร่วมพระมารดาของฝ่าาอีกทั้งยังเป็ฮูหยินของกระหม่อมดังนั้นแรงจูงใจที่จะก่อฏย่อมไม่มี” ท่ามกลางข้อกล่าวหาอันรุนแรงมีแค่เพียงผิงกั๋วกงหยางกวงผู้เป็สามีที่ออกหน้าแก้ต่างให้นาง ทั้งซุนไทเฮาผู้เป็พระมารดาแท้ๆ รวมไปถึงไท่ซ่างหวงฉู่ฉินผู้เป็พระบิดากลับไม่มีผู้ใดออกหน้ามาช่วยแก้ต่างให้นาง ส่วนฉู่ิหรงฮ่องเต้ผู้เป็พระเชษฐาร่วมพระมารดาของนางในยามนี้น่าจะทรงปักพระทัยเชื่อไปแล้วว่านางมีส่วนรู้เห็นในการก่อฏของรุ่ยอ๋องในครั้งนี้
“ผิงอันจ่างกงจู่เคยบอกกับกระหม่อมว่าหากรุ่ยอ๋องสามารถล้มล้างพระราชอำนาจของฝ่าาได้จ่างกงจู่ก็จะได้มาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันกับกระหม่อม ฝ่าาเดิมทีรุ่ยอ๋องกับกระหม่อมก็หาได้คิดอยากจะก่อการสร้างเื่ที่ทำให้พระราชอำนาจของฝ่าาต้องสั่นคลอน แต่เป็เพราะผิงอันจ่างกงจู่ทั้งยุยงและบีบบังคับ พวกกระหม่อมก็เลยจำเป็ต้องทำเื่ที่ผิดต่อฝ่าาเช่นนี้” คำพูดของหลัวจิ้งทำให้ฉู่ิอวี้อดหันไปมองหลัวจิ้งผู้เป็อดีตคนรักของตนเองไม่ได้ เขาไม่เพียงไม่ช่วยแก้ต่างให้นางแต่ในยามนี้กลับพยายามลากนางลงโคลนตมไปกับเขาด้วย อีกทั้งยังมีเจตนาจะยัดเยียดความผิดอันหนักหนาด้วยข้อหาการเป็ตัวตั้งตัวตีในการก่อฏให้นางอีกต่างหาก
“ิอวี้ เ้าไม่คิดจะแก้ต่างให้ตนเองสักหน่อยหรือ” อยู่ๆ ฉู่ิหรงฮ่องเต้ก็หันมาเอ่ยกับนางที่ในยามนี้ถูกควบคุมตัวเอาไว้แล้วและถูกบังคับให้คุกเข่าลงตรงหน้าพระที่นั่งเพื่อรอการไต่สวนความผิดท่ามกลางฝูงชน
“ต่อให้หม่อมฉันแก้ต่างออกไปก็ไม่มีผู้ใดเชื่อหม่อมฉันอยู่แล้วมิใช่หรือเพคะ หากหม่อมฉันจะบอกว่าคนเหล่านี้้าใส่ร้ายหม่อมฉัน เสด็จพี่จะทรงเชื่อหม่อมฉันหรือไม่ ความผิดเดียวที่หม่อมฉันมีส่วนก็แค่เพียงเื่ที่สนับสนุนให้เสด็จพี่รองกำจัดคนในเรือนนอกของสามีของหม่อมฉันเพียงเท่านั้น ส่วนเื่อื่นหม่อมฉันขอปฏิเสธเพคะ” คำพูดของฉู่ิอวี้ทำให้ทุกคนที่มาร่วมฟังการพิจารณาโทษต่างก็ส่งเสียงด่าทอนางว่าอำมหิตในทันที คนในเรือนนอกที่ตายมีมากกว่าสิบชีวิต หนึ่งในนั้นยังมีทารกน้อยที่พึ่งจะถือกำเนิดของสตรีนางนั้นอีกด้วย
“ิอวี้! องค์หญิงของราชวงศ์เช่นเ้าไม่ว่าจะทำอะไร สิ่งที่สำคัญมากที่สุดก็คือการระมัดระวังตัวรักษาคุณธรรมและจรรยาให้ดีแต่เ้ากลับไม่มีเลยสักอย่าง” ฉู่ิหรงฮ่องเต้ทรงตรัสวาจาตำหนิออกมาแล้วจึงได้หันพระพักตร์ไปทางนิ่งหย่วนจางตรัสวาจาออกคำสั่งกับเขาในทันที
“ใต้เท้านิ่งในฐานะที่ท่านเป็หัวหน้าศาลต้าหลี่ข้าขอมอบหมายการสอบสวนผิงอันจ่างกงจู่ให้ท่านสอบสวนหลังจากนี้ก็ลงโทษนางตามความผิดที่นางกระทำก็แล้วกัน” เมื่อฉู่ิหรงฮ่องเต้ทรงตรัสเช่นนี้ฉู่ิอวี้ก็รู้ชะตากรรมของตนเองแล้ว
หากถูกศาลต้าหลี่สอบสวนต่อให้ไม่ผิดก็มักจะกลายเป็คนผิดได้ อีกทั้งด้วยสภาวะที่กำลังตั้งครรภ์ของนางในยามนี้ก็ยิ่งไม่มีทางที่จะสามารถรักษาชีวิตให้รอดพ้นจากการถูกสอบสวนและการถูกทรมานของศาลต้าหลี่ได้ การถูกส่งตัวไปสอบสวนที่ศาลต้าหลี่แม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนว่าสามารถยืดระยะเวลาการมีชีวิตรอดของนางเอาไว้ได้แต่แท้จริงแล้วคือการสั่งปะานางทางอ้อมต่างหาก
“ฝ่าาผิงอันจ่างกงจู่คือฮูหยินของกระหม่อม เื่ความเกี่ยวข้องกับการก่อฏกระหม่อมขอใช้ชีวิตของตนเองเป็ประกันว่าจ่างกงจู่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนเื่การตายของคนในเรือนนอกของกระหม่อมนั้นล้วนเป็เื่ภายในครอบครัว หลังจากนี้กระหม่อมจะใช้กฎของสกุลลงโทษจ่างกงจู่เอง ขอฝ่าาได้โปรดเห็นแก่ผลงานความดีความชอบที่ผ่านมาของกระหม่อมอนุญาตให้กระหม่อมนำตัวจ่างกงจู่กลับไปรับโทษที่สกุลหยางด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อหยางกวงเอ่ยเช่นนี้ฉู่ิอวี้ก็พลันยิ้มเย็นออกมาในทันที นางมีส่วนทำให้คนในเรือนนอกตาย ทั้งสตรีและลูกชายที่พึ่งจะถือกำเนิดของเขาล้วนตายจากการส่งนักฆ่าไปลงมือของรุ่ยอ๋อง ตราบาปที่เกิดจากความริษยาของนางในกาลก่อนยามนี้เริ่มสำแดงเดชและทำให้นางต้องรับผลกรรมที่ตนเองเคยก่อเอาไว้แล้ว ส่วนเขาก็ไม่รอช้าคิดจะลงมือจัดการกับนางด้วยตนเองในทันที
“ได้ในเมื่อเ้าใช้ชีวิตของตนเองเป็สิ่งรับประกันเช่นนี้ ข้าก็ไม่ขอทัดทานเ้า เพียงแต่ตำแหน่งจ่างกงจู่ของนางข้าขอทวงคืน ประกาศราชโองการลงไป นับแต่นี้ต่อไปฉู่ิอวี้จะไม่ใช่คนในราชสกุล ข้าขอปลดฉู่ิอวี้ให้เป็แค่เพียงสามัญชนหลังจากนี้ห้ามนางก้าวเท้าออกจากจวนสกุลหยางแม้เพียงสักก้าวเดียว” เมื่อฉู่ิหรงฮ่องเต้ประกาศราชโองการเช่นนี้ฉู่ิอวี้ก็เงยหน้าขึ้นไปมองพระพักตร์ของเขาอีกครั้งด้วยสีหน้าเฉยเมย
ในตอนที่นางยังเด็กฉู่ิหรงคือพี่ชายที่ทั้งรักและตามใจนาง นางเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่พี่ชายที่เคยมอบความรักความเอาใจใส่ให้แก่นางจึงทั้งเ็าและหมางเมินต่อนางเช่นนี้ ส่วนฉู่ิรุ่ยผู้เป็พี่ชายคนรองต่างมารดาแม้ว่าเขาจะแสดงความรักความเอาใจใส่ต่อนางเสมอมา แต่ยามนี้นางได้รู้แล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่นางได้รับจากเขาล้วนเป็สิ่งจอมปลอม
อดีตคนรักอย่างหลัวจิ้งนางหมดวาสนากับเขาไปนานแล้วและเขาเองก็คงแทบจะไม่มีใจให้นางเลย ทางด้านสามีของนางอย่างหยางกวงยามนี้เขาคงอยากจะลงโทษนางด้วยมือของตนเองอย่างเต็มที่แล้วจึงได้ใช้ชีวิตของตนเองมารับประกันให้นางเพื่อที่เขาจะได้พานางกลับจวนไปเช่นนี้
“พาฮูหยินกลับจวน” เมื่อหยางกวงสั่งเช่นนี้คนของเขาก็เข้ามาควบคุมตัวนางแทนคนของศาลต้าหลี่ในทันที ยามที่ฉู่ิอวี้ขยับตัวลุกขึ้นมาได้นางก็ถวายการคารวะอำลาอย่างเต็มพิธีการให้กับพี่ชายแท้ๆ ของตนเองอีกครั้ง แล้วจึงได้เดินติดตามคนของหยางกวงออกไปจากลานไต่สวน ฉู่ิอวี้รู้ดีว่าหลังจากวันนี้ไปนางคงจะไม่มีโอกาสได้พบกับเสด็จพี่ผู้นี้ของนางอีกแล้ว การคารวะอำลาในครั้งนี้จึงถือว่าเป็การถวายการคารวะครั้งสุดท้ายจากนาง