เกิดใหม่มาเป็นแม่ม่าย

    24

    เช้านี้ในขณะที่เป่ยลู่กำลังย่างไก่อยู่นั้นพ่อแม่และน้องชายได้มาหาเธอที่สถานี นั่นเพราะพวกเขาพาเป่ยซานมาส่งให้ถึงเธอที่เป็๲พี่สาว


    “พ่อแม่มาเหนื่อยๆ นั่งพักก่อนค่ะ กินข้าวกันมาหรือยังคะ”


    “ยัง แต่เดี๋ยวพ่อกับแม่จะกลับไปกินที่บ้าน”


    “ไม่ต้องหรอกค่ะ กินที่นี่แหละ “เธอเอ่ยบอกก่อนจะเดินไปตักข้าวราดมาให้พ่อกับแม่คนละถ้วย พร้อมกับตับไก่ย่างคนละสองไม้ ส่วนเป่ยซานนั้นเขากินข้าวเหนียวไก่ย่างอยู่ข้างๆ อย่างเอร็ดอร่อย


    ” ไก่ย่างอร่อยมากครับพี่ใหญ่”


    “อร่อยก็กินเยอะๆ พ่อแม่ถ้าไม่อิ่ม เพิ่มข้าวอีกได้นะคะ”


    “ไม่ๆๆ ไม่ต้องแค่นี้แม่ก็อิ่มมากแล้ว”


    “ใช่ พ่ออิ่มแล้ว แต่ว่าไก่นี่อร่อยมากจริงๆ”


    “ใช่ครับ ผมเห็นด้วยกับพ่อ”


    “อาซานอยู่กับพี่ใหญ่ต้องขยันนะ ช่วยงานพี่ของลูกให้มาก ไม่ต้องห่วงงานที่บ้าน พ่อกับแม่ทำกันเองได้” แม่ของเธอเอ่ยขึ้นก่อนจะพากันลุกออกจากเก้าอี้หน้าร้าน


    “พ่อกับแม่จะกลับเลยหรอคะ “เป่ยลู่รีบเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าพ่อแม่ของเธอลุกขึ้นแล้ว


    “อืม เอาไว้พ่อกับแม่จะมาเยี่ยมใหม่นะ ตอนนี้ต้องกลับไปบ้านแล้ว”


    “แต่ว่า …” เป่ยลู่ที่ยังไม่อยากให้ทั้งสองกลับ แต่ก็ต้องยอมให้พ่อแม่กลับบ้านไปก่อน เธอเดินมาเรียกสามล้อรับจ้างให้ไปส่งพ่อแม่ที่หมู่บ้าน ส่วนค่ารถนั้นเธอจ่ายเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าเธอจะถูกแม่บ่นก็ตาม




    หลังจากที่ส่งพ่อแม่ขึ้นสามล้อกลับหมู่บ้านแล้ว เป่ยลู่ก็กลับมาย่างไก่ขายเหมือนเดิม โดยมีน้องชายคอยช่วยอยู่ข้างๆ


    “ผมเอาตับแล้วก็ปีกอย่างละสอไม้ครับ”


    “ได้ค่ะ “เป่ยลู่หยิบไก่ตามที่ลูกค้าสั่ง ก่อนจะรับเงินมาและย่างไก่บนเตาต่อไป เธอคอยมองออกไปอีกทางมาตลอดเวลา จนใกล้จะ 7โมงเช้าถึงได้เห็นว่าชายหนุ่มเดินมายังร้านของเธอ แต่ดูแล้วท่าทางของเขาเหมือนว่าจะไม่ค่อยสบาย


    “คุณ เป็๲อะไรไหมคะ “ซ่งหลิวหยางได้ยินเธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย ก็ยกยิ้มให้กับเธอ ก่อนจะเอ่ยตอบ


    “ผมไม่เป็๲ไรหรอกครับ แค่มึนๆ นิดหน่อย”


    “งั้นคุณกลับไปที่ห้องทำงานนะคะ เดี๋ยวฉันจะเอาข้าวไปส่งให้ค่ะ”


    “ครับ รบกวนคุณด้วย”


    “ค่ะ”


    หลังจากที่เขาเดินจากไปยังห้องทำงานแล้ว เป่ยลู่ก็ตักข้าวและราดอาหารลงไปสองอย่าง รวมทั้งตับไก่ย่างสองไม้ให้เขาด้วย นอกจากนี้เธอยังแอบหยดน้ำพุ๥ิญญา๸ลงบนตับไก่เพื่อให้เขาหายป่วย เพราะเธอเป็๲ห่วงว่าเขาอยู่ไดลบ้านอาจจะไม่มีคนดูแล ถ้าหากว่าเขาเกิดป่วยหนักขึ้นมา


    ก๊อกๆๆ เป่ยลู่เคาะประตูห้องทำงานของเขา ก่อนจะเปิดเข้าไปด้านใน เธอวางจานข้าวตรงหน้าของเขา


    “ขอบคุณครับ”


    “ค่ะ เดี๋ยวสายๆ ฉันจะให้น้องชายเข้ามาเก็บจานไปนะคะ”


    “ได้ครับ”


    ซ่งหลิวหยางตักข้างราดกินพร้อมกับกัดตับย่างไปด้วย ไม่รู้ว่าเป็๲เพราะอะไร แต่หลังจากที่เขากินอิ่มแล้ว อาการมึนหัวก็หายเป็๲ปลิดทิ้งเลย เขาจึงคิดว่าคงเป็๲เพราะตนเองหิวข้าวอย่างแน่นอนไม่ได้ป่วยไข้อย่างที่คิด เขานึกขำตนเองที่หิวข้าวมากขนาดนี้ แต่ทำไมเขาไม่รู้ตัวกันนะ!!


    หากเป่ยลู่ได้ยินความคิดของเขา เธอคงขำจนปวดท้อง …..




    “จริงสิเสี่ยวถิง นี่เป่ยซานน้องชายที่พี่บอก “เธอแนะนำทั้งสองให้รู้จักกันเอาไว้ เพราะยังไงก็ต้องอยู่ร่วมบ้านกัน


    “สวัสดีจ้ะอาซาน พี่ชื่อ เสี่ยวถิงนะจ้ะ มีอะไรเรียกพี่ได้เลย “เสี่ยวถิง


    “ครับ สวัสดีคับพี่สาว “เขาส่งยิ้มอย่างจริงใจไปให้จากนั้นก็ช่วยขายไก่ย่างต่อไป


    หลังจากที่ซ่งหลิวหยางกินอิ่มได้ไม่นานนัก เป่ยซานก็มาเก็บจานข้าวกลับไป และไม่ลืมนำขนมบัวลอยที่พี่สาวของเขาฝากมาให้ชายหนุ่มด้วย หลังจากนั้นเขาก็ช่วยงานพี่สาวจนเก็บร้านและกลับบ้านไปพร้อมๆ กัน


    เมื่อมาถึงบ้านเป่ยซานมองบ้านของพี่สาวอย่างตื่นเต้น นี่เป็๲ครั้งแรกในชีวิตของเขาที่จะได้อยู่บ้านหลังใหญ่ในเมือง ทั้งยังสวยกว่าบ้านของเขาที่หมู่บ้านเสียอีก


    “นี่บ้านของพี่จริงๆ หรอครับพี่ใหญ่ “เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ เป่ยลู่ส่ายหน้ายิ้มขำกับน้องชายแล้วเดินเข้าไปในบ้าน เมื่อเห็นว่าเขายังยืนนิ่งอยู่ก็เอ่ยบอกออกไปว่า


    “ถ้าไม่ใช่บ้านของพี่ แล้วพวกเธอจะเข้ามาได้ยังไง”


    “นั่นสิ “เสี่ยวถิงเอ่ยบอก จากนั้นก้จัดการล้างถ้วยชามและรถเข็นต่อไป ส่วนเป่ยลู่นั้นเธอก็ไปรดน้ำผักหลังบ้าน โดยที่เป่ยซานนั้นเดินตามเธอไปหลังบ้านด้วย ผักสดบางแปลงสามารถตัดได้แล้ว เะอก็ให้น้องชายจัดการตัดผักเอาไปวางไว้ในครัว ส่วนตนเองก็รื้อต้นเก่าที่เหลือแต่ตอออกทิ้งไป