ภายในห้องทำงานหรูหราที่ปิดมิดชิดของอาภพ บนตึกระฟ้าใจกลางเมือง บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความตึงเครียดชายวัยกลางคนเดินพล่านไปมาหลังจากที่เพิ่งแยกจากอคินเมื่อตอนบ่ายความรู้สึกกังวลใจบางอย่างมันคอยหลอกหลอนจนเขาอยู่ไม่สุขโดยเฉพาะคำพูดของหลานชายที่บอกว่า ‘มีทนายหน้าใหม่แอบไปรื้อคดีเมื่อสิบปีก่อน’
"ชานนท์...แกสืบได้ความหรือยังว่าไอ้ทนายหน้าใหม่นั่นมันเป็ใคร!"อาภพตวาดเสียงต่ำใส่โทรศัพท์มือถือที่แนบหู
(“มันชื่อนนทพัทธ์ ครับคุณอา เป็ทนายสัญญจ้างที่ประธานอคินดึงเข้ามาดูโปรเจกต์ใหม่แต่ที่น่าสงสัยคือ... มันเป็รุ่นพี่คนสนิทของพริมาครับคอยตามช่วยเหลือก่อนที่พริมาจะมาทำงานที่นี่ด้วย”) ปลายสายรายงานกลับมา
คำตอบนั้นทำให้อาภพเบิกตากว้างมือหนากำไม้เท้าหัวสิงห์แน่นจนสั่นสะท้าน
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน...ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆยัยพริมามันแฝงตัวเข้ามาเพื่อขุดคุ้ยเื่นี้งั้นเหรอ!"อาภพแค่นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธระคนหวาดกลัว "แกจับตาดูพวกมันไว้ให้ดีถ้าพวกมันขยับไปที่คลังเอกสารอีกเมื่อไหร่ รายงานฉันทันที!"
อาภพวางสายลงพลางหอบหายใจถี่เขาเดินตรงไปที่รูปภาพภาพเขียนสีน้ำมันบานใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังห้องทำงานก่อนจะเลื่อนมันออก เผยให้เห็นตู้เซฟนิรภัยที่ฝังในผนังแ่าพร้อมรหัสล็อคชายวัยกลางคนหมุนรหัสอย่างรวดเร็วด้วยความเคยชิน
เมื่อบานประตูเหล็กหนาเปิดออกสิ่งที่อยู่ด้านในไม่ใช่เงินสดหรือกองทองคำแต่อย่างใด กลับเป็กล่องไม้กำมะหยี่สีดำสนิทวางอยู่ตรงกลางอาภพหยิบกล่องนั้นขึ้นมาเปิดดู แสงไฟสะท้อนให้เห็น‘เครื่องเซ็นลายเซ็นระบบแรงดันหมึกสำเนาอัตโนมัติ’ (Autopen)และบล็อกตรายางซิลิโคนจำลองลายเซ็นของธวัชชัยที่ยังคงถูกเก็บรักษาไว้เป็อย่างดี
มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุด...และเป็สิ่งเดียวในโลกที่จะพิสูจน์ได้ว่าเขาคือคนจัดฉากโกงเงินห้าสิบล้าน
"ไม่มีใครหาของชิ้นนี้เจอแน่...ต่อให้พวกแกจะฉลาดแค่ไหน ก็ไม่มีวันงัดข้อกับฉันได้!"อาภพพึมพำด้วยรอยยิ้มเหี้ยม ทว่าในใจลึก ๆ กลับเริ่มสั่นคลอนด้วยความหวาดระแวง
บ่ายวันเดียวกันณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง พริมา นั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย คอยเช็ดตัวให้ ธวัชชัยผู้เป็บิดาที่นอนหลับอยู่ด้วยอาการอัมพาตครึ่งซีก ใบหน้าของบิดาดูแก่ชราและทรุดโทรมลงไปมากนับั้แ่ตระกูลล้มละลาย
"พ่อคะ..."พริมาเอ่ยเสียงแ่ น้ำตาคลอเบ้าพลางกุมมือที่หยาบกร้านของพ่อไว้"พี่นนท์เจอหลักฐานแล้วนะพ่อ พ่อกำลังจะพ้นมลทินแล้ว...พรีมจะไม่ยอมให้ใครมาตราหน้าว่าพ่อเป็คนโกงอีกต่อไปแล้วนะคะ"
ในขณะที่หญิงสาวกำลังจมอยู่กับความเศร้าเสียงประตูกระจกด้านหลังก็ถูกผลักออกเบา ๆพริมาหันไปมองและต้องเบิกตากว้างด้วยความใ เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของ อคินเดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยวีไอพี
ชายหนุ่มไม่ได้สวมชุดสูทเต็มยศเหมือนทุกวันมีเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนขึ้นลวก ๆ แววตาที่เคยมืดมนดุดันบัดนี้กลับดูอ่อนล้าและหม่นหมองอย่างประหลาด อคินก้าวเข้ามาหยุดอยู่ปลายเตียงสายตาคมกริบทอดมองอดีตเพื่อนรักของพ่อที่นอนป่วยอยู่...ภาพตรงหน้าไม่ได้ทำให้เขาเกิดเพลิงแค้นเหมือนในอดีตทว่ารอยร้าวในใจที่ได้รับจากคำพูดของอาภพและถุงมือสีขาวในห้องใต้ดินมันทำให้เขารู้สึกหน่วงในอกจนพูดไม่ออก
"คุณอคิน...คุณมาที่นี่ทำไมคะ?" พริมาลุกขึ้นยืนบังผู้เป็พ่อไว้ทันทีตามสัญชาตญาณแววตาของเธอกลับมาหวาดระแวงดุจกวางน้อยอีกครั้ง "ถ้าคุณจะมาพูดจาเหยียบย่ำหรือทวงหนี้บ้าบอนั่น... ช่วยออกไปพูดข้างนอกเถอะค่ะ อย่ารบกวนพ่อของฉันเลย"
อคินมองท่าทางปกป้องพ่อสุดชีวิตของพริมาแล้วก็นึกสะท้อนในใจชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนพริมาแปลกใจ
"ฉันไม่ได้มาทวงหนี้...และไม่ได้มาหาเื่" อคินเอ่ยเรียบ ๆ พลางยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลในมือให้เธอ"นี่เป็เอกสารสิทธิ์การรักษาพยาบาลทั้งหมดของพ่อเธอฉันสั่งย้ายให้เขามาอยู่ในการดูแลของแพทย์เฉพาะทางที่ดีที่สุดของโรงพยาบาลนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมด... ฉันจะเป็คนรับผิดชอบเอง"
พริมานิ่งอึ้งไปราวกับสมองหยุดสั่งการมองซองเอกสารสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่แสร้งทำเป็เมินมองไปทางอื่น
"ทำไม...ทำไมคุณต้องทำแบบนี้?" พริมาเค้นเสียงถามด้วยความสับสนหัวใจดวงน้อยที่เริ่มหวั่นไหวจากคืนฝนตกพาลเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอีกครั้ง"คุณอยากให้ฉันตายใจ หรือมีแผนการร้ายอะไรอีก?"
อคินหันกลับมาสบตาเธอแววตาของเขาซ่อนความเ็ปลึก ๆ ไว้ใต้ความเ็า
"อย่าถามมากพริมา... ฉันบอกแล้วไงว่าชีวิตของเธอและครอบครัวเป็ของฉันถ้าพ่อเธอเป็อะไรไปก่อนจะใช้หนี้หมด มันคงไม่สนุก"อคินพูดจาใจร้ายสวนทางกับการกระทำ ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังเตรียมออกจากห้อง
ทว่า...ก่อนที่เขาจะเปิดประตู อคินกลับชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับมามอง
"เื่ทนายความคนใหม่เพื่อนเธอ...เดี๋ยวฉันจะบอกมันเองว่า ถ้าอยากจะสืบอะไร ก็สืบให้ได้ความจริงทั้งหมด ฉันอนุญาติ"
ปัง...
ประตูห้องปิดลงทิ้งให้พริมายืนตัวแข็งอยู่กลางห้อง หัวใจของเธอกำลังต่อสู้กันอย่างรุนแรงคำพูดประหลาดของอคินหมายความว่าอย่างไร? ‘ถ้าอยากจะสืบอะไรก็สืบให้ได้ความจริงทั้งหมด...’ หรือว่าพญามารคนนี้... เริ่มจะรับรู้ถึงความจริงของความแค้นที่เขากอดเก็บไว้สิบปีแล้วงั้นหรือ?
หลังจากก้าวเท้าออกมาจากห้องพักฟื้นผู้ป่วยอคินไม่ได้ตรงกลับคอนโดทันที ทว่าเขากลับทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งริมระเบียงทางเดินที่เงียบสงัดของโรงพยาบาลภาพของธวัชชัยที่นอนป่วยเป็อัมพาตและพริมาที่เฝ้าดูแลด้วยความเหนื่อยล้าคอยหลอกหลอนซ้ำ ๆ อยู่ในหัว
‘คนป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มานานนับสิบปีแบบนั้น...จะเป็คนวางแผนโกงเงินห้าสิบล้านแล้วหนีไปเสวยสุขได้อย่างไร?’
ความคิดนี้ทำให้หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบรัดด้วยมือที่มองไม่เห็นและมันทำให้เขานึกย้อนไปถึง "บทสนทนาลับ"ระหว่างเขากับนนทพัทธ์เมื่อสัปดาห์ก่อน...
ในตอนนั้นนนทพัทธ์ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็ทนายความส่วนตัวของเขาได้ขอเข้าพบเขาเป็การส่วนตัวที่คอนโดโดยกำชับว่า‘ห้ามบอกเื่นี้กับคุณอาภพหรือชานนท์เด็ดขาด’
ตอนแรกอคินยังนึกรำคาญใจทว่าจดหมายเตือนและเอกสารคดีเก่าสิบปีก่อนที่นนทพัทธ์ยื่นให้ดูในวันนั้นกลับทำให้อคินต้องตั้งใจฟัง
‘คุณอคินครับ...’น้ำเสียงของนนทพัทธ์ในวันนั้นยังคงดังก้องในหัว‘ผมลองย้อนกลับไปดูสำนวนคดีของคุณลุงธวัชชัยอย่างละเอียดอีกครั้งตามที่คุณเคยเปรยว่าอยากเคลียร์บัญชีทรัพย์สินเก่าๆ แต่ผมเจอจุดสังเกตแปลก ๆ หลายอย่างลายเซ็นอนุมัติเงินทั้งหมดมันนิ่งและสม่ำเสมอเกินไปจนเหมือนใช้เครื่องจักรเขียนขึ้นมาไม่ใช่ลายมือเขียนสด และข้อสงสัยที่สำคัญที่สุด... ทำไมเอกสารชี้มูลความผิดทั้งหมดถึงถูกจงใจทิ้งไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของคุณธวัชชัยอย่างง่ายดายราวกับว่ามีคนอยากให้ตำรวจตรวจเจอทันทีั้แ่วันแรกที่เข้าค้น?’
ในวันนั้นอคินที่ยังถูกความโกรธแค้นบังตา ตวาดกลับไปอย่างหัวเสียว่า‘นายจะบอกว่าหลักฐานพวกนั้นมันปลอมงั้นเหรอ? อาภพเป็คนกุมหลักฐานพวกนั้นไว้ด้วยตัวเองและเขาก็ดีกับฉันมาตลอดสิบปี นายอย่ามากล่าวหาผู้มีพระคุณของฉันส่งเดช!’
ทว่านนทพัทธ์กลับไม่ละความพยายามเขาพูดทิ้งท้ายไว้ด้วยสายตาจริงจัง: ‘ผมไม่ได้กล่าวหาใครครับคุณอคินแต่ในฐานะทนาย... ผมแค่รู้สึกว่า คดีนี้มันจงใจชี้เป้าไปที่คุณธวัชชัยเร็วเกินไปเหมือนมีคนจัดฉากะเิเวลาไว้ล่วงหน้าเพื่อปิดปากเขา และตามที่คุณเล่าให้ฟัง ถ้าผู้มีพระคุณของคุณดีจริง...ทำไมเขาถึงไม่อยากให้ใครเข้าไปรื้อคดีนี้เพื่อหาเงินห้าสิบล้านที่เหลือกลับคืนมาให้คุณล่ะครับ?’
และนั่นคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ต่อกันจนสมบูรณ์...
เมื่อเอาคำเตือนของนนทพัทธ์ในวันนั้นมาประสานสอดรับกับ "ท่าทีแปลก ๆ ของอาภพในร้านอาหารเมื่อวันก่อน"ที่ปฏิเสธไม่ยอมรื้อฟื้นเื่เงินห้าสิบล้านอย่างมีพิรุธ...บวกกับสภาพรันทดของธวัชชัยที่นอนป่วยอ่อนระโหยอยู่ตรงหน้าอคินในวันนี้
ทุกอย่างมันประจวบเหมาะและสอดคล้องกันอย่างน่าขนลุก!
ความเชื่อใจที่เขามีต่ออาภพมาตลอดสิบปีพังทลายลงในพริบตาและถูกแทนที่ด้วยความระแวงอย่างถึงที่สุดอคินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะกดสายโทรออกหาทนายส่วนตัวทันที
"นนท์..."อคินเค้นเสียงพูดผ่านสายโทรศัพท์แววตาคมกริบสั่นไหวด้วยความรู้สึกผิดและสับสนขั้นสุด"เื่ตรวจพิสูจน์ลายเซ็นด้วยเครื่อง Autopen ที่นายเคยเตือนฉันในวันนั้น...ฉันอนุญาตให้นายสืบต่อได้เต็มที่ หาหลักฐานต้นตอมาให้ได้เร็วที่สุดและที่สำคัญ..."
อคินเว้นจังหวะหันกลับไปมองประตูห้องพักฟื้นของธวัชชัยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะสายใหม่ที่กำลังก่อตัว
"...จับตาดูความเคลื่อนไหวของคุณอาภพกับชานนท์ไว้ให้ดีอย่าให้พวกนั้นรู้ตัวเด็ดขาด !"