“จะ จะ ใจเย็น ๆ” ดาม็องพยายามเปร่งเสียงออกมาให้ดังแต่ก็เบาลงด้วยความหวาดกลัว
เขากำลังหวาดกลัวเตชินท์เนื่องจากตลอดสามชั่วโมงที่ผ่านมา เตชินท์ไล่ฆ่าสัตว์อสูรอย่างบ้าคลั่ง เขาฆ่าทุกตัวที่เขาเดินผ่านโดยไม่สนว่ามันเป็นตัวอะไร จะบอกไม่สนเลยก็ไม่ใช่ เขาจะหยุดทุกครั้งที่ฆ่าสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการได้เพื่อจัดการเก็บซากมันเท่านั้น นอกจากนั้นเขาก็ฆ่าแล้วทิ้งโดยไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำว่าจะเกิดอะไรกับซากพวกมัน
“ปล่อยเขาไปเถอะ เขาอยากทำอะไรก็เรื่องของเขา” ถึงปากเบิร์ดจะพูดออกมาเช่นนั้น แต่ตายังคงมองตามเตชินท์
แม้ในใจเขาจะรู้สึกสำนึกผิดอยู่นิด ๆ แต่เมื่อเห็นว่าเตชินท์ยังคงสติไล่เก็บสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการทุกครั้งที่เขาฆ่าได้ เบิร์ดจึงคิดว่าเขาคงเหตุผลบางอย่างที่ไล่ฆ่าสัตว์อสูรเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนี้
ในทางกลับกันดาม็องกำลังคิดว่าเตชินท์กำลังโกรธจัด และกำลังระบายอารมณ์โดยฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้า และสาเหตุที่เตชินท์เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะเขาเองที่ไล่ต้อนหวังให้เตชินท์ยอมรับว่าเป็นผู้ร้ายขโมยการโจมตีครั้งสุดท้ายจากบอสซานเชส เพราะหากเขาทำสำเร็จ เขาจะได้ใช้เรื่องนี้คอยแบล็กเมล์เพื่อบังคับเตชินท์ให้คอยล่าสัตว์อสูรให้เยอะ ๆ
แต่ในความจริงนั้นไม่ใช่เลย เตชินท์ไม่ได้เก็บคำพูดของดาม็องหรือเบิร์ดมาใส่ใจสักนิด เขาแค่กำลังไล่ฆ่าสัตว์อสูรทุกตัวที่เขาเห็นเพียงเพราะต้องการวิญญาณอสูรจำนวนมากจากพวกมัน เหตุอันเนื่องมาจากบทลงโทษภารกิจประจำวันนี้ที่จะทำการสุ่มลบวิญญาณอสูรของเขาหนึ่งดวงต่างหาก
เตชินท์ต้องการเพิ่มจำนวนวิญญาณอสูรที่เขามีให้มากที่สุดก่อนที่จะหมดเวลาภารกิจ เพราะเขาไม่ต้องการให้ระบบสุ่มลบวิญญาณอสูรโดนวิญญาณระดับขีดจำกัดเพียงหนึ่งเดียวของเขา และเขาเชื่อเหลือเกินว่าระบบมันคงไม่โง่สุ่มไปลบโดนวิญญาณอสูรจอบและคราดแน่ ๆ นั่นเท่ากับว่า หากเขาไม่ได้รับวิญญาณอสูรเพิ่มอีกเลยจนหมดเวลาภารกิจ เขาจะมีโอกาส 50-50 ที่จะสุ่มเสี่ยงโดนลบวิญญาณอสูรหมูป่าหนังกรอบระดับขีดจำกัด ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่เขายอมรับไม่ได้
ทั้งแทง ทั้งปา เตชินท์ไม่สนสายตาใครแล้วทั้งนั้น เขาต้องการเพียงเร่งความเร็วในการล่าให้มากที่สุด เขาไม่แม้จะหยุดพักเที่ยงเพื่อกินอาหาร
แต่แล้วความเป็นมนุษย์สามัญชนก็แสดงออกมา ความเหนื่อยล้าเริ่มแสดงผลและกองทัพย่อมต้องเดินด้วยท้อง เตชินท์ยอมหยุดพักเพื่อกินให้เร็วที่สุดและค่อยกลับไปลุยงานต่อ
แม้หนนี้จะได้ร่างสัตว์อสูรระดับวิวัฒนาการจำนวนมาก แต่ส่วนมากมันก็ซ้ำกันไปมา ทำให้ผลเขาได้แต้มพัฒนาเพิ่มอีก 23 แต้ม จึงทำให้ตอนนี้เขามีแต้มพัฒนาขั้นวิวัฒนาการอยู่ที่ 72 แต้ม แม้จะน่าดีใจที่ใกล้ 100 แต้มเต็มที แต่ความสนใจของเขาทั้งหมดกลับไปอยู่กับจำนวนวิญญาณอสูรที่เขาได้มาถึง 3 ดวงมากกว่า
เตชินท์ยอมรับเลยว่าเขาไม่รู้ตัวว่าเขาได้มาตอนไหนบ้าง แม้จะจำได้ราง ๆ ว่าได้ยินเสียงแจ้งเตือนว่าเขาได้รับมา แต่เขาจำไม่ได้ว่าเขาได้มามากขนาดนี้
ถึงอย่างไรก็ตาม เขายังไม่สนใจว่าเขาได้วิญญาณอสูรชนิดใดมาบ้าง เพราะเขายังต้องการมันพวกเพิ่มอีก ยิ่งมากโอกาสรอดของวิญญาณระดับขีดจำกัดเพียงหนึ่งเดียวยิ่งมากขึ้น
เตชินท์ไม่รู้และไม่สนใจด้วยว่าตอนนี้เขาอยู่ทิศทางใดของหมู่บ้าน ขอแค่เจอสัตว์อสูรเขาก็โจมตีใส่ไม่เลือก
“หมอนี่จะบ้าพลังไปถึงไหนนะ? แวะพักกินข้าวก็แป๊บเดียวเท่านั้น แล้วนี่เขาจะวนให้ครบรอบหมู่บ้านเลยหรือไงเนี่ย? ปวดขาหมดแล้ว” ดาม็องบ่นออกมา
เขายังคงแอบเดินตามเตชินท์มาตลอด ปากเขาเอาแต่บอกกับเบิร์ดว่าเป็นห่วงเตชินท์ และบอกว่าพวกเขาเป็นสาเหตุให้เตชินท์กลายเป็นแบบนี้ พวกเขาจึงควรติดตามเตชินท์ดูแลอย่างห่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเตชินท์
ส่วนเบิร์ดได้แต่รู้สึกเอือมระอากับพฤติกรรมของเพื่อน แม้ปากจะบอกกับเขาเป็นห่วงเตชินท์แต่ไม่มีใครรู้จักนิสัยดีเท่าเพื่อนสนิทอย่างเขาแล้ว เบิร์ดรู้ดีว่าที่ดาม็องตามเตชินท์มา เหตุผลที่แท้จริงคืออะไร
ความเป็นห่วงก็ใช่ แต่อาจแค่เพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น แต่จุดประสงค์หลักที่ดาม็องยังคงตามเตชินท์อยู่เขามีหลักฐานเต็มกระเป๋าและเต็มไม้เต็มมือ สัตว์อสูรทุกตัวที่เตชินท์ไม่ได้เก็บไปด้วย มันได้ดาม็องไล่เก็บกวาดและถูกบรรจุลงในถุงจนเต็มหลายใบ มันมากเสียจนดาม็องต้องฝากเบิร์ดให้ช่วยถือเดินตามกันมาอีกด้วย
< ภารกิจประจำวันบุรุษผู้รักสุขภาพ ล้มเหลว บทลงโทษสุ่มลบวิญญาณอสูรที่มี 1 ดวง >
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นทันทีที่ถึงเวลาหกโมงเย็น เตชินท์หยุดมือเพื่อลุ้นผล ทุกอย่างเขาหยุดนิ่งคงเหลือเพียงหัวใจที่ยังเต้นลุ้นระทึกตึกตักจนหายใจไม่ทั่วท้อง
เตชินท์จำไม่ได้ว่าเขาได้วิญญาณอสูรเพิ่มมาอีกกี่ดวงตลอดทั้งบ่ายที่ผ่านมา แต่เขามั่นใจว่าเขาได้มาเพิ่มแน่ ๆ
< ทำการสุ่มลบวิญญาณอสูรที่มี 1 ดวงจากวิญญาณอสูรทั้งหมดที่มี 11 ดวง >
เตชินท์ภาวนาให้เป็นดวงใดก็ได้ที่ไม่ใช่หมูป่าหนังกรอบระดับขีดจำกัด เตชินท์ไม่รู้ว่า 11 ดวงที่ว่านี้ได้รวมวิญญาณอสูรจอบกับคราดเข้าไปด้วยหรือไม่
แต่ไม่ว่าจะมันจะรวมอยู่หรือไม่ ระบบมันก็ได้ประกาศออกมาแล้วว่า
< ทำการลบวิญญาณอสูรหมูป่าหนังกรอบระดับขีดจำกัด >
“เชี่ยเอ๊ย! ไอ้ค**เอ๊ย! ไอ้เวรตะไล ไอ้ชาติ*** ไอ้ส...” เตชินท์รัวคำหยาบเท่าที่เขาจะนึกขึ้นมาได้ทันที
ราวกับพระเจ้ากำลังสั่งสอนเขาว่าไม่ควรไปขโมยหรือไปเอาของของที่ไม่ใช่ของตนมาแต่แรก ทั้งที่เขามีวิญญาณอสูรให้สุ่มโดนลบอีกตั้ง 10 ดวง เหตุใดไยเล่าต้องเป็นดวงนี้
100 ล้านเหรียญของเขาได้มาและหายไปภายในวันเดียว เขาไม่ได้แม้แต่จะนำออกมาทดลองใช้มันด้วยซ้ำ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาเสียดาย
เขาเสียดายที่การมีวิญญาณอสูรชุดเกราะขั้นขีดจำกัดนั้นเท่ากับว่าเขาสามารถทนการโจมตีจากสัตว์อสูรระดับขีดจำกัดได้ นั่นหมายความว่าเขาสามารถล่าสัตว์อสูรระดับขีดจำกัดได้แม้ว่าเขาจะไม่มีแต้มพัฒนาระดับขีดจำกัดเลยก็ตาม
แต่ตอนนี้เขาได้สูญเสียมันไปแล้วเพียงเพราะเขาไม่ได้กินผักตามที่ภารกิจต้องการ เป็นใครจะไม่โมโหราวกับคนบ้าอย่างที่เขาระเบิดอารมณ์ออกมา
ในขณะเดียวดาม็องและเบิร์ดที่เดินตามอยู่ห่าง ๆ ได้เห็นอาการคลุ้มคลั่งของเตชินท์ แม้จะเป็นห่วงและอยากเข้าไปช่วยระงับอารมณ์ของเตชินท์ แต่เมื่อเห็นเตชินท์ปาหอกไปทั่วเพื่อระบายอารมณ์ พวกเขาก็ขออยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ ต่อดีกว่า
หลังผ่านไป 5 นาที การอาละวาดของเตชินท์ก็จบลง เกลอทั้งสองอยากเข้าไปหาแต่ก็ยังไม่กล้า โดยเฉพาะดาม็องที่ยังโทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เตชินท์ฉุนเฉียวเช่นนี้
แต่ใน 5 นาทีถัดมา จู่ ๆ เตชินท์ก็โฮ่ร้องตะโกนอย่างดีใจออกมาพร้อมกับกระโดดโลดเต้นราวกับมีงานฉลองอยู่คนเดียว
และใน 5 นาทีถัดมา พวกเขาเห็นเตชินท์ร้องไห้ออกมาหลังก่อไฟและลงมือย่างเนื้อสัตว์อสูรกิน
“ดูท่าอาการเขาจะหนักกว่าที่คิดแฮะ” ดาม็องเอ่ยออกมา แม้แต่เขาเองก็ยังปรับอารมณ์ตามเตชินท์ไม่ทัน แม้แต่เบิร์ดก็ยังสงสัยว่าเตชินท์เป็นพวกไบโพล่าหรืออย่างไร
ไม่แปลกที่ใครก็ตามก็ต้องคิดอย่างเบิร์ด แต่ใครเล่าจะรู้ว่าหลังเตชินท์โมโหอาละวาดเพราะเขาเพิ่งสูญเสียวิญญาณอสูรที่ดีที่สุดของเขาไป แต่ภายใน 5 นาทีถัดมาเขาก็ได้รู้ว่าความพยายามในการไล่ล่าวิญญาณอสูรอย่างบ้าคลั่งมาตลอดทั้งวันมันส่งผลดีที่เกินคาดของเขาไปมาก
เตชินท์ตรวจสอบวิญญาณอสูรทั้งหมดที่เขามีและได้รู้ว่า หนึ่งในสิบวิญญาณอสูรที่เหลือหลังโดนสุ่มลบ มีวิญญาณอสูรระดับสมบูรณ์ติดมาด้วย และเขาตะโกนโห่ร้องจนกระโดดโลดเต้นทันทีหลังตรวจสอบวิญญาณอสูรระดับสมบูรณ์และได้รู้ว่า เขาได้วิญญาณอสูรประเภทดาบสั้นมา และแล้วในที่สุดเขาก็ได้อาวุธที่เขาเกือบถนัดที่สุดมาใช้เสียที
หลังแสดงอาการดีใจจนพอใจ เตชินท์ก็ร้องไห้ออกมาหลังได้กินเนื้อจากสัตว์อสูรรูปร่างเหมือนจิ้งจอกตัวสีเทาและได้ยินเสียงในหัวดังว่า < คุณแต้มได้รับแต้มพัฒนาขั้นสมบูรณ์ 1 แต้ม >
เตชินท์รู้สึกว่าการมาเยือนหมู่บ้านต้นหอมครั้งนี้คุ้มค่าอย่างที่สุด จนถึงตอนนี้เขาไม่ได้เสียเงินแม้แต่แดงเดียว หากไม่นับการเสียวิญญาณอสูรหมูป่าหนังกรอบระดับขีดจำกัดเพราะถูกบทลงโทษบ้า ๆ จากภารกิจ เขาเสียไปเพียงวิญญาณอสูรหมูป่าหนังกรอบระดับสามัญไปให้กับซานเชสเท่านั้น แต่สิ่งที่เขาได้กลับมาเป็นอะไรที่ซานเชสจะต้องหัวเสียน่าดูถ้าหากเขารู้ว่าศัตรูของเขาได้มาดูดทรัพยากรของเขาไปอย่างมากมาย
เพียงแค่ 3 วันเท่านั้นเขาได้วิญญาณอสูรกลับไปมากถึงสิบดวง แถมหนึ่งในนั้นเป็นวิญญาณอสูรระดับสมบูรณ์ ส่วนแต้มพัฒนาก็ไม่ธรรมดา เตชินท์สามารถเก็บแต้มพัฒนาขั้นสามัญจนเต็มร้อย ส่วนขั้นวิวัฒนาการเขาได้เพิ่มมาอยู่ 89 แต้มซึ่งจากก่อนมามีเพียง 27 แต้มเท่านั้น ส่วนแต้มขั้นสมบูรณ์ได้มา 5 แต้ม ซึ่งถือเป็นโบนัสที่เขาถือว่าคุ้มค่าเสียยิ่งกว่าได้เต็มวิวัฒนาการเต็มเสียอีก
แม้จะเสียดายที่ต้องจากที่นี่ไปแล้ว แต่เขาก็คิดว่าเขาควรจะกลับหมู่บ้านของตัวเองได้แล้ว เขาไม่ได้กลัวที่จะถูกจับได้ว่าเขาเป็นเจ้าของหมู่บ้านขวานเหล็กที่ซานเชสกำลังตามหาอยู่ แต่เขาติดต้องกลับไปไถนา และการกลับไปครั้งนี้ เขาจะไม่สามารถกลับมาที่นี่ได้อีก เว้นแต่จะยอมเสียเวลาเดินกลับมา เนื่องจากเขาจะเดินทางกลับโดยผ่านประตูมิติไป
อย่างไรก็ตามดูเหมือนไม่ว่าเตชินท์จะทำอะไรมันก็ดูจะไม่ราบรื่นไปเสียทุกอย่างจริง ๆ
ในขณะที่เตชินท์กำลังเดินอยู่กลางหมู่บ้านเพื่อไปยังประตูมิติเพื่อกลับไปยังหมู่บ้านขวานเหล็ก ทันใดนั้นเขาก็ถูกทหารยามกลุ่มหนึ่งเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง
เตชินท์กำลังคิดว่าเขากำลังจะถูกจับเป็นผู้ต้องสงสัยในเรื่องโจรปาหอกขโมยการโจมตีสุดท้ายเสียอีก แต่เปล่าเลย
เตชินท์ทำเพียงสีหน้างุนงงหลังซานเชสก้าวเข้ามาและทักทายด้วยถ้อยคำที่ทำให้ทุกคนในหมู่บ้านตกตะลึงว่า “สวัสดียามค่ำคืนคุณเตชินท์ เจ้าของหมู่บ้านขวานเหล็ก หมู่บ้านก็อบลินขั้นสาม”
กดใจหรือคอมเมนต์เป็นกำลังใจกันด้วยนะครับ