บทที่ 1 เกิดใหม่เป็ดาวจรัสฟ้า
หลินเล่อจำได้ว่าเมื่อครู่นี้เธอยังอยู่ที่กองถ่ายกำลังถ่ายทำฉากบู๊สุดมันส์ เธอรับบทเป็คุณหนูตระกูลสูง ผู้ถูกกดขี่จากภายนอกแต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและโหยหาอิสรภาพ เธอซุ่มฝึกฝนวิทยายุทธจนเก่งกาจ แต่กลับต้องเก็บซ่อนความสามารถไว้ไม่ให้ใครรู้
ฉากที่เธอกำลังถ่ายทำเป็ฉากต่อสู้กับพระเอกท่ามกลางป่าไผ่ ทันใดนั้นสลิงก็เกิดขัดข้อง จนทำให้เธอพลัดตกลงมาจากที่สูง... แล้วภาพก็ตัดมาที่ตอนนี้
…
"เล่อเล่อ เื่อื่นพ่อจะยอมหมด แต่เื่นี้ไม่ได้! แกต้องแต่งงาน! ถ้าไม่แต่ง ก็ไม่ต้องมาเป็ลูกตระกูลหลินอีก!" เสียงพ่อะโลั่นมาตามสาย แม้ไม่เห็นหน้า แต่หลินเล่อก็ััได้ถึงความเดือดดาลของพ่อ
"เล่อเล่อ เื่นี้ตกลงกันไว้ตั้งนานแล้ว ปู่แกเป็คนจัดการให้เอง แกก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร ตอนนี้จะมาบอกว่าไม่แต่ง มันไม่ได้หรอก ตระกูลหลินเสียคำพูดไม่ได้ แกต้องแต่ง!" ถึงแม้จะพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่า แต่จุดยืนก็เหมือนพ่อ นั่นคือ ไม่มีทางให้หลินเล่อถอนหมั้นเด็ดขาด
หลินเล่อนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ในสำนักงานเขต ร่างกายถูกปกปิดมิดชิด สมองยังคงวนเวียนอยู่กับคำพูดเ่าั้
…
"คุณถังคุน คุณหลินเล่อ นับจากนี้ไป คุณทั้งสองก็เป็สามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ขอแสดงความยินดีด้วย ขอให้ครองรักกันนานๆ นะครับ"
เสียงของคนร่วมงานดังขึ้น ทำให้หลินเล่อหลุดออกจากภวังค์ เธอรับสมุดสีแดงเล่มเล็กๆ มา นี่มันทะเบียนสมรส! เธอแต่งงานแล้ว! กลายเป็ผู้หญิงมีเ้าของแล้ว! เอ๊ะ แล้วสามีเธอชื่ออะไรนะ? อ้อ ถังคุน!
หลินเล่อเหลือบมองผู้ชายที่ยืนข้างๆ เขามีรูปร่างสูงใหญ่ น่าจะสูงประมาณ 185 เิเ หรืออาจจะมากกว่านั้น ผมทรงสกินเฮด... เอิ่ม ถึงจะดูเชยไปหน่อย แต่ก็เข้ากับเขานะ
เขาใส่แว่นกันแดดทรงนักบิน สวมสูทลำลอง ช่างมีออร่าบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกซะจริง
"ขอบคุณมากครับ รบกวนด้วยนะครับ นี่ลูกอมแจกในงานแต่ง ขอบคุณทุกคนครับ"
เมื่อได้ยินเสียงของชายข้างกาย หลินเล่อรีบละสายตาจากเขาอย่างรวดเร็ว โถ่เอ๊ย! ถึงเธอจะไม่ใช่ซุปตาร์ตัวแม่ แต่ก็ผ่านโลกมาเยอะนะ จะมานั่งเขินอะไรแบบนี้กันเนี่ย!
เมื่อเห็นว่าสามี (ในนาม) เดินออกไปแล้ว หลินเล่อพยักหน้าให้เ้าหน้าที่เล็กน้อย ก่อนจะรีบตามออกไป สถานการณ์ตอนนี้มันคืออะไรกันแน่? ใจของหลินเล่อเต็มไปด้วยความสับสน
เธอขึ้นรถจี๊ปสีเขียวทหารตามสามี ทั้งสองนั่งเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไร บรรยากาศกระอักกระอ่วนค่อยๆ แผ่ปกคลุมไปทั่วรถ
ถังคุนถอดแว่นกันแดดออก ทำให้หลินเล่อเห็นใบหน้าเขาชัดๆ ดวงตาของเขาดูใสซื่อ บนตัวมีกลิ่นอายของทหาร... ใช่แล้ว กลิ่นอายของทหาร หลินเล่อนึกถึงตอนที่เธอยังเป็ดาราโนเนม เคยไปร่วมรายการเรียลลิตี้ที่ต้องไปใช้ชีวิตในค่ายทหาร เธอถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของครูฝึกที่ดุมาก เพื่อนๆ ในทีมเล่าว่าครูฝึกคนนี้เคยผ่านสมรภูมิรบมาแล้ว และผู้ชายตรงหน้าเธอคนนี้ก็มีลักษณะคล้ายครูฝึกคนนั้น เพียงแต่กลิ่นอายความเป็ทหารของเขาดูเข้มข้นกว่ามาก
ชั่วขณะนั้น หลินเล่อรู้สึกว่าเธอต้องคิดทบทวนอะไรบางอย่างให้ดี
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หลินเล่อเปิดทะเบียนสมรสในมือ มองรูปถ่ายในนั้น เธอรู้สึกว่าทุกอย่างมันเป็เพียงภาพลวงตา โดยเฉพาะชื่อบนนั้นยิ่งทำให้เธอพูดไม่ออก ผู้หญิงในรูปก็ชื่อหลินเล่อ หน้าตาเหมือนเธอมาก เพียงแต่ดูเด็กกว่าเยอะ พอเห็นอายุเท่านั้นแหละ... แม่เ้า! นี่มันเด็กกว่าเธอเกือบรอบเลยนะ ใครก็ได้บอกทีว่าเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!?
ถังคุนมองผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ยากจะเชื่อว่าผู้หญิงสวยๆ คนนี้จะกลายมาเป็ภรรยาของเขา การมีภรรยาที่สวยขนาดนี้มันทำให้เขารู้สึกเหมือนฝัน รู้สึกภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก
ถังคุนละสายตาจากเธอ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าโลกมันเปลี่ยนไปมากมายขนาดนี้ได้ยังไง เมื่อครู่นี้เขายังอยู่ในแอฟริกาทำภารกิจรักษาสันติภาพอยู่เลย แล้วจู่ๆ ก็กลายมาเป็ผู้ชายอีกคนที่บอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ
เขามาที่นี่ได้ประมาณสิบวันแล้ว ค่อยๆ ผสานความทรงจำของผู้ชายคนนี้เข้ากับตัวเอง ถังคุนรู้สึกนับถือผู้ชายคนนี้อย่างบอกไม่ถูก
ในฐานะทหาร ถังคุนรู้ดีว่าร่องรอยบนร่างกายผู้ชายคนนี้มันหมายถึงอะไร มันคือสัญลักษณ์ของความจงรักภักดีต่อชาติ และความกล้าหาญของนักรบ
จริงๆ แล้วถังคุนไม่อยากแต่งงาน แต่พ่อแม่ของร่างนี้ไม่ยอม เมื่อนึกถึงน้ำตาของผู้เป็แม่ ถังคุนก็ยอมตกลง
เื่แบบนี้มันโคตรมหัศจรรย์เลย ทหารรักษาสันติภาพอย่างเจียงอี้ กลายมาเป็ทหารผ่านศึกอย่างถังคุน มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ ถังคุนหลับตาครุ่นคิด ทันใดนั้นเขาก็พบว่าตัวเองมีข้อมูลเกี่ยวกับภรรยา (ในนาม) คนนี้น้อยมาก แทบจะเป็คนแปลกหน้าเลย
ถังคุนเป็ลูกหลานตระกูลถังในเมืองหลวง พ่อของเขาเป็ลูกชายคนที่สามของตระกูล แต่ด้วยความที่ไม่สนใจเส้นทางการเมืองหรือกองทัพ จึงมาบุกเบิกธุรกิจที่เมืองฝูไห่แห่งนี้ ด้วยพร์ทางธุรกิจ หลังจากต่อสู้มานานกว่ายี่สิบปี พ่อของถังคุนก็กลายเป็หนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในฝูไห่
ส่วนเจียงอี้ก็ถือว่าเป็ลูกหลานตระกูลผู้ดีเช่นกัน เพียงแต่เขาเป็เหมือนตราบาปของตระกูล เจียงอี้เป็ผลผลิตจากการที่พ่อของเขาออกไปตามหารักแท้นอกบ้าน แต่สุดท้ายรักแท้ก็พ่ายแพ้ต่ออำนาจและเงินทอง พ่อของเขาอยากแยกไปใช้ชีวิตเอง แต่ตระกูลเจียงไม่อนุญาตให้ลูกหลานต้องระเหเร่ร่อนอยู่ข้างนอก จึงไปพรากเจียงอี้มาจากแม่ของเขา เดิมทีพ่อของเจียงอี้มีภรรยาและลูกอยู่แล้วที่ตระกูลเจียง ดังนั้นเจียงอี้จึงเป็เหมือนตัวปัญหาในตระกูล เพื่อหลีกเลี่ยงความอึดอัดนี้ เจียงอี้จึงเริ่มอยู่โรงเรียนประจำั้แ่มัธยมปลาย และตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็เลือกเรียนโรงเรียนทหาร ต้องรู้ว่าถึงตระกูลเจียงจะมีอำนาจ แต่ก็เป็อำนาจทางการเมือง ส่วนในกองทัพพวกเขาไม่มีอิทธิพลอะไรเลย ่เวลาที่อยู่ในกองทัพจึงเป็่เวลาที่เจียงอี้รู้สึกสบายใจที่สุด
แต่ถึงเจียงอี้จะพยายามหลีกเลี่ยงการเป็ส่วนหนึ่งของตระกูลเจียงมากแค่ไหน พวกเขาก็ยังไม่ลืมเขา การแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองเป็เื่ปกติของนักการเมือง เจียงอี้ไม่เคยคิดว่าตระกูลเจียงจะยัดเยียดผู้หญิงแบบนั้นให้เขา เขาเคยคิดจะขัดขืน แต่จะขัดขืนไปทำไม ในเมื่อมันก็ไม่ได้ช่วยให้ความเ็ปในใจมันหายไป เขาจึงตัดสินใจสมัครไปเป็ทหารรักษาสันติภาพโดยไม่บอกใคร
บนผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ของแอฟริกา เจียงอี้ได้เห็นอะไรมากมาย ผู้คนต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากทั้งอำนาจมืดและภัยธรรมชาติ เมื่อมองพวกเขา เขาก็รู้สึกว่าความขัดแย้งในใจของเขามันช่างไร้สาระ ทุกอย่างมันดูเล็กน้อยไปหมด เขาจึงค่อยๆ เปิดใจ ใช้ชีวิตในแอฟริกาสองปี เขาได้เรียนรู้อะไรมากมายกว่าที่เคยเรียนรู้มาทั้งชีวิต และในตอนที่เขาเตรียมตัวจะกลับประเทศเพื่อจบเื่ทุกอย่าง เขาก็โดนะเิรถยนต์ แล้วก็มาโผล่ที่นี่อย่างงงๆ
สำหรับการตัดสินใจของพ่อถังคุน เจียงอี้... เอ่อ ตอนนี้ต้องเรียกว่าถังคุนแล้ว เขารู้สึกว่าเื่มันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขามากนัก เขาแอบคิดว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
ในความทรงจำของถังคุน เขาไม่ได้สนิทกับครอบครัวที่ปักกิ่งเท่าไร โดยเฉพาะหลังจากเรียนจบมัธยมปลายแล้วโดนปู่ส่งไปเป็ทหาร ความสัมพันธ์กับที่บ้านก็ยิ่งห่างเหินไปใหญ่ แค่โทรหากันตอนเทศกาลก็ถือว่าบุญแล้ว
"คุณไม่รังเกียจถ้าผมจะสูบบุหรี่ใช่มั้ย?" ถังคุนรู้สึกจนปัญญากับสถานการณ์ปัจจุบัน ทำไมเื่แบบนี้ต้องเกิดขึ้นด้วยนะ?
"ฉันรังเกียจการสูบบุหรี่ในรถ" หลินเล่อพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ จริงๆ แล้วเธอไม่ได้ต่อต้านการสูบบุหรี่หรอก ผู้ชายก็ต้องมีวิธีผ่อนคลายบ้าง แต่เธอไม่ชอบให้สูบในรถ บรรยากาศในรถมันแคบจะตาย ถ้าคุณพ่นควันโขมง ฉันก็ซวยสิ!
เมื่อได้ยินคำพูดของภรรยา มือที่กำลังจะหยิบไฟแช็กของถังคุนก็ชะงักไป ผมแค่จะบอกเฉยๆ ทำไมถึงคัดค้านล่ะเนี่ย? แต่ก็ต้องเชื่อฟังภรรยาอยู่แล้ว เขาจึงเก็บไฟแช็กและบุหรี่กลับเข้ากระเป๋า
"คุณมีอะไรอยากจะบอกผมมั้ย?" ถังคุนเคยได้ยินแม่เล่าว่าภรรยาของเขาเป็นักแสดง แถมยังดังพอตัวด้วย แต่เธอเป็คนรักนวลสงวนตัว โดยเฉพาะเมื่อครู่ที่เขาสังเกตดู เธอแตกต่างจากดาราหน้าเรียวแหลมในอนาคตโดยสิ้นเชิง เขาพอใจกับรูปลักษณ์ของภรรยามาก เห็นชัดๆ เลยว่าไม่เคยผ่านมีดหมอ ก็แหงล่ะ ตอนนี้เทคโนโลยีศัลยกรรมของเกาหลียังไม่พัฒนาขนาดนั้นนี่!
"คุณหมายถึงเื่อะไร?" หลินเล่อไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เธอกำลังค่อยๆ ย่อยข้อมูลของร่างกายนี้อยู่ โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ก็เป็นักแสดงเหมือนกัน เธอรู้สึกโล่งใจ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเื่งาน
"เช่นเื่ที่เราแต่งงานกัน ผมรู้ว่าพวกดารามักจะมีข้อจำกัดเยอะ แล้วการแต่งงานของเรามันก็... เอ่อ พิเศษนิดหน่อย คุณคิดยังไง?" ถังคุนเคยเห็นดาราหลายคนที่แต่งงานมาเป็สิบๆ ปี แต่ก็ยังบอกนักข่าวว่าโสด เพราะฉะนั้นเื่นี้ต้องเคลียร์ให้ชัดเจน เขาไม่ซีเรียสหรอก แต่กลัวว่าภรรยาจะมีความกังวลอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวจะเกิดเื่วุ่นวายภายหลัง
หลินเล่อไม่คิดว่าผู้ชายตรงหน้าจะคิดเผื่อเธอขนาดนี้ เธอเคยคิดว่าในฐานะทหาร นิสัยเขาต้องเป็พวกชายเป็ใหญ่แน่ๆ แต่กลับกลายเป็ว่าเขาพูดจาดีมาก ทำให้เธอรู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูก
………………………….