จากพระจันทร์สู่ต้นหลิว
บทที่ 5
“อยากให้ข้าช่วยประทินโฉมให้ท่านอย่างนั้นหรือ”
เยี่ยเอ๋อร์ถึงขั้นหยุดเคี้ยวข้าวในปากวางตะเกียบลง แล้วจ้องมาที่หน้าของอาหลิวด้วยด้วยความแปลกใจอย่างที่สุด
“เมื่อก่อนท่านไม่เห็นจะสนใจเื่แบบนี้เอาแต่ไปเที่ยวเล่นกับพวกผู้ชาย ใส่เสื้อผ้าแบบเดียวกับพวกเขาพูดคุยเสียงดังกระโชกโฮกฮากจนป้าฮุ่ยบ่นก็หลายครั้งเวลาข้าชวนไปซื้อผ้าตัดชุดด้วยกัน ท่านก็เห็นว่าเป็เื่ไร้สาระ แต่ทำไม...”
ตามที่เยี่ยเอ๋อร์พูดมาสงสัยอาหลิวคนก่อนน่าจะเป็สไตล์ทอมบอยอย่างแน่นอน
“ก็ไหนเ้าว่าข้าจะต้องเข้าวังมิใช่เหรอเ้าดูข้าสิ ด้วยสภาพเช่นนี้ หากเข้าวังไปไม่ทำให้ตระกูล...เอ่อ ใช่ๆ ตระกูลเฉิงลุงหวัง แล้วก็ป้าฮุ่ยต้องอับอายขายหน้าหรอกหรือ”
ตระกูลเฉิงที่ลุงหวังเอ่ยขึ้นเมื่อกลางวันนี่คือใครล่ะเป็เ้านายของเราใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้นก็ขออ้างชื่อสักหน่อยก็แล้วกัน
“นั่นก็ถูกข้าเคยเห็นนะ ขนาดคนแบกเกี้ยวในวังยังหน้าตาสะอาดกว่าท่านอีก”
แหม่...เยี่ยเอ๋อร์แซะเก่งเหมือนกันนะเรา
“ก็เพราะเหตุนี้เพื่อไม่ให้เ้านายของเราต้องอับอายข้าก็ต้องทำตัวให้สมกับที่ต้องเข้าไปอยู่ในวังหลวงเช่นนี้จึงจำเป็ต้องพึ่งพาความสามารถของเ้า”
“ความสามารถของข้าหรือ?”
อาหลิวประเมินดูแล้วเยี่ยเอ๋อร์นั้นเป็สาววัยรุ่นแรกแย้ม จากการแต่งตัวแม้จะเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความพิถีพิถันน่ารักผิวพรรณก็ขาวผุดผ่อง คิ้วนี่ก็ถูกกันมาอย่างดี อีกทั้งยังเขียนให้โค้งสวยงามได้รูปแล้วยังพวกของแต่งตัวเล็กๆน้อยๆที่อยู่ในห้องของนางนั้นอีกสาวน้อยเยี่ยเอ๋อร์คนนี้จึงต้องเป็คนที่รักสวยรักงามอย่างแน่นอน
“ใช่ก็เ้าน่ะงดงามกว่าข้านัก ย่อมต้องมีเคล็ดลับดีๆที่ช่วยฟื้นฟูสภาพหน้าของข้าได้อย่างแน่นอนไม่ต้องให้สวยเหมือนเ้า เอาแค่ให้สิวพวกนี้ยุบลงบ้างก็พอแล้ว”
พอเยี่ยเอ๋อร์ได้ยินคำว่า‘งดงาม’ คำว่า ‘สวย’ แล้ว นางก็ทำท่าขวยเขินขึ้นมาทันที
“ท่านพี่หลิวล่ะก็ถ้าเป็เื่แค่นี้ ไฉนเลยจะแล้งน้ำใจกับท่านได้”
“แม่นางคนงามต้องรบกวนเ้าแล้ว”
เยี่ยเอ๋อร์ผู้บ้ายอหัวเราะคิกคักมากขึ้นไปอีกยอมรับปากเป็มั่นเป็เหมาะว่าก่อนถึงวันที่จะต้องเข้าวังพี่หลิวของนางจะต้องดูดีกว่าคนแบกเกี้ยวให้ได้ คอยดูฝีมือนางเถอะ
หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จเยี่ยเอ๋อร์ก็ลงมือปฏิบัติการ นางว่ามีหลายอย่างที่ต้องทำ เวลาเพียงแค่สามวันจะรอช้าไม่ได้เริ่มต้นด้วยการอาบน้ำล้างหน้าสระผมให้สะอาด อันนี้ก็พอจะรู้อยู่แหละหัวนี่คันยิกๆ ถึงเยี่ยเอ๋อร์จะไม่บอกก็ต้องทำอยู่แล้ว
แต่วิธีการอาบน้ำของเยี่ยเอ๋อร์มีหรือจะธรรมดาทั่วไปนางไล่อาหลิวให้ไปอาบน้ำสระผม กำชับว่าต้องเริ่มจากน้ำสะอาด ใช้ผ้าถูขี้ไคลให้หมดสระผม ล้างหน้า จากนั้นก็อาบล้างอีกทีด้วยน้ำที่เหลือจากการหุงข้าว
เยี่ยเอ๋อร์เอาอะไรสักอย่างมาให้คล้ายๆกับจะเป็สบู่แต่ไม่ใช่ดมแล้วออกจะเหม็นเขียวแถมผิวหยาบ แต่ถูไปถูมาก็มีฟองออกมาเล็กน้อยนางบอกให้ใช้สระผมไปด้วยเลยจากนั้นตบท้ายด้วยการเอาสมุนไพรสารพัดที่กลิ่นหอมสดชื่นตำหยาบๆผสมกับเกลือแล้วเอากิ่งไม้นิ่มๆที่ทุบจนแตกมาขัดสีฟัน
“วันนี้คงได้แค่อาบน้ำหุงข้าวกับใช้ถั่วถูขี้ไคลไปก่อนนะพรุ่งนี้จะเป็อีกแบบหนึ่ง แต่ก่อนจะไปนอน เพื่อให้สิวยุบ คงต้องพอกสมุนไพรเสียก่อนท่านมานั่งตรงนี้สิ เดี๋ยวข้าทำให้”
อาหลิวมานั่งเก้าอี้ตามที่เยี่ยเอ๋อร์สั่งจากนั้นนางก็เริ่มตำๆ ดอกไม้ใบหญ้าในถ้วยหินเล็กๆ ใส่น้ำสีเทาใสๆลงไป ตำจนละเอียดจากนั้นก็เอามาพอกที่หน้าและคอของอาหลิวเป็ชั้นที่หนึ่งเอากลีบดอกบัวมาปิดให้ทั่วเป็ชั้นที่สอง พอกสมุนไพรทับอีกเป็ชั้นที่สามจากนั้นก็เอากระดาษบางๆ มาปิดไว้เป็ชั้นสุดท้าย
อืม...สูตรมาร์กหน้าลดสิวแบบโฮมเมดหรือนี่อาหลิวรู้สึกว่าเยี่ยเอ๋อร์สนุกสนานกับการได้ทำอะไรแบบนี้ในใจพาลคิดไปว่านางควรไปเปิดร้านทำสปาน่าจะรวยไม่รู้เื่
“ท่านรอให้แห้งสักครู่แล้วค่อยไปนอน พรุ่งนี้ตื่นเช้ามาก็เอาน้ำล้างหน้าให้สะอาดระหว่างนี้ท่านดื่มนี่ก่อน”
เยี่ยเอ๋อร์หยิบชามน้ำแกงออกมาจากตระกร้าบุนวมนางตักน้ำแกงให้อาหลิวถ้วยหนึ่ง แล้วก็ให้ตัวเองอีกถ้วยหนึ่ง
“นี่เป็นมสดตุ๋นรังนก บำรุงผิวพรรณและพละกำลังนานทีจะได้กินของดีแบบนี้ ท่านป้าฮุ่ยใช้เงินส่วนตัวซื้อของมาทำให้ท่านเลยนะเป็โชคดีที่มีเผื่อให้ข้าได้ถ้วยหนึ่ง”
“เ้ากินเยอะๆก็ได้ถือซะว่าข้าตอบแทนเื่วันนี้”
“ขอบคุณท่านมากแต่อยากให้ท่านรู้ว่าสิ่งที่ข้าทำให้ หาได้้าของตอบแทนไม่ พี่หลิว...แม้พวกเราจะไม่ใช่พี่น้องแท้ๆแต่ข้าคิดถึงท่านเฉกเช่นพี่สาว ป้าฮุ่ยก็เช่นกัน ถึงนางจะไม่ได้พูดตรงๆแต่ข้าก็รู้ดีว่านางห่วงใยท่านเหมือนลูกแท้ๆคนหนึ่ง
เฮ้อ...เราสองคนต่างเป็เด็กกำพร้าถูกเก็บมาเลี้ยงมีที่ซุกหัวนอน อาหารครบสามมื้อ อีกทั้งนายท่านกับฮูหยินยังเมตตาให้เรียนหนังสือได้เช่นเดียวกับบุรุษทั้งหมดนี้เราจึงจำเป็ต้องกตัญญูรู้คุณคนที่ชุบเลี้ยงไม่อาจเลือกชะตาชีวิตได้มากนัก
เพียงแต่ข้าไม่มีความสามารถเช่นท่านสิ่งที่พอจะทำได้จึงมีเพียงเท่านี้ อีกไม่นานท่านต้องจากที่นี่ไปไม่รู้เมื่อไหร่จะได้พบหน้า ข้ากับป้าฮุ่ยก็หวังแต่ให้ท่านทำภารกิจสำเร็จและใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยร่างกายแข็งแรงเท่านั้น”
แม้จะเพิ่งรู้จักกันได้เพียงครึ่งค่อนวันแต่สิ่งที่เยี่ยเอ๋อร์พูดออกมาทำให้อาหลิวรู้สึกซึ้งใจไม่น้อยสำหรับอาหลิวคนก่อนแล้วที่แห่งนี้คงนับว่าเป็บ้านคนที่นี่ก็นับว่าเป็ครอบครัวสินะ
“อาหลิว! อาหลิว!”
อาหลิวต้องพยายามลืมตาเพราะมาร์กหน้าลดสิวเมื่อคืน ทำให้ตอนนี้หน้าของเธอแข็งเหมือนกับมีปูนซีเมนต์มาพอกอยู่
“ท่านลุงหวัง?”
“ทำอะไรของเ้าเนี่ย! ไฉนใบหน้าของเ้าถึงเหมือนคนใส่หน้ากากเยี่ยงนี้!”
ในที่สุดก็เปิดตาขึ้นมาได้อย่างเต็มที่เห็นลุงหวังกำลังเอามือไพล่หลังมองมายังอาหลิวที่นอนอยู่บนเตียงด้วยทีท่าทั้งสงสัยทั้งอารมณ์ไม่ค่อยจะดี
“ท่านลุงมีอะไรเหรอไหนว่าจะให้ข้าพักอีกวันสองวัน”
“วันนี้ยามซื่อ (่ 10 โมงเช้า) จะมีคนจากวังหลวงมาอบรมเื่การเข้าไปอยู่ในวังเป็การอบรมแบบเร่งรัด ฉะนั้นข้อมูลและรายละเอียดทุกอย่างล้วนสำคัญทั้งสิ้นเ้าต้องไปเข้าอบรมด้วย จงจำไว้ว่าหากไม่จำเป็ก็ไม่ต้องพูดอะไรตั้งใจฟังตั้งใจอบรมก็พอแล้ว เข้าใจหรือไม่!”
“เข้าใจแล้ว”
“เข้าใจแล้วก็ลุกขึ้นจากเตียงเสียที!แล้วเอาไอ้หน้ากากบ้าๆนี่ออกไปด้วย ไปกินข้าวเช้าแล้วรีบไปเตรียมตัวสถานที่อบรมคือห้องชมสวนที่ตึกใหญ่ เข้าใจหรือไม่!”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
ลุงหวังเดินสะบัดชายเสื้อออกไปทำไมต้องกระโชกโฮกฮากด้วยเนี่ย อาหลิวลุกขึ้นมานั่งแล้วบิดี้เีไม่น่าเชื่อว่าเมื่อคืนนี้หลับสบายมาก เข้าสู่วันที่สองของชีวิตใหม่แล้วสินะ
เอาล่ะ...เริ่มจากไปล้างหน้าแปรงฟันดีกว่า
อือหือ...สิวยุบจริงๆด้วยเยี่ยเอ๋อร์นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ แถมผิวหน้ายังดูอิ่มน้ำกว่าเดิมหลังจากที่ล้างหน้าให้สะอาด เอากิ่งสมุนไพรมาถูฟัน เกล้าผมให้เรียบร้อยแต่งตัวด้วยชุดที่ยังหอมไอแดด แม้จะเท่ส์มากกว่าสวยแต่ก็ยังดูดีกว่าเมื่อวานล่ะนะ
-โปรดติดตามตอนต่อไป -
#เกิดใหม่อีกทีดันเป็ขันทีของสนมไม่เอาไหน