อวิ๋นเฉิงซิ่ว : หมอหญิงตัวน้อยยอดอัจฉริยะ

    บทที่ 4 แผนการเลี้ยงกระต่าย

            อาจเป็๲เพราะติดตามบิดาขึ้นเขาอยู่บ่อยครั้ง และต้องหาอาหารกินเองเป็๲ประจำ อวิ๋นเฉิงเฟิงจึงย่างปลาได้ดูเป็๲รูปเป็๲ร่างทีเดียว เขาคอยพลิกปลาบนตะแกรงเป็๲ระยะ เพื่อสังเกตว่าเนื้อปลาสุกหรือยัง และเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อปลาถูกย่างจนไหม้

     

            "น้องเล็ก เ๽้ามาลองชิมดู" อวิ๋นเฉิงเฟิงยื่นปลาที่ย่างเสร็จแล้วตัวหนึ่งให้ "ระวังลวกปากนะ"

     

            "อื้อ ๆ " อวิ๋นเฉิงซิ่วจ้องมองปลาที่ถูกยื่นมาให้อย่างตาละห้อย

     

            "ว้าว! หอมจังเลย!" ยังไม่ทันจะรับมา นางก็ได้กลิ่นหอมเตะจมูก ผิวปลาด้านนอกมีสีเหลืองเกรียมเล็กน้อย แม้ว่าจะไม่ได้ใส่เครื่องปรุงอื่นใดนอกจากเกลือ แต่เพียงแค่กลิ่นหอมที่แผ่ออกมาจากเนื้อปลาเองก็สามารถมัดใจต่อมรับรสของอวิ๋นเฉิงซิ่วได้ในทันที

     

            "นี่แหละคือรสชาติธรรมชาติแท้ ๆ !" อวิ๋นเฉิงซิ่วเป่าปลาย่างที่ร้อนลวกพลางรีบกัดคำหนึ่งอย่างอดใจไม่ไหว โดยไม่สนว่าลิ้นจะโดนลวกจนต้องส่งเสียง ซี้ด ๆ ฮ่า ๆ เนื้อปลาที่มีรสเค็มหอมและติดหวานเล็กน้อย เมื่อเคี้ยวเพียงนิดเดียวก็กลืนลงคอไปทันที จากนั้นก็กินคำแล้วคำเล่าจนหยุดไม่ได้

     

            "ค่อย ๆ กิน ซิ่วเอ๋อร์ ระวังก้างปลาด้วย" อวิ๋นเม่าซานมองอวิ๋นเฉิงซิ่วที่กินอย่างมีความสุข แล้วตนเองก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้

     

            "ท่านพ่อ พี่รอง พวกท่านก็กินด้วยสิเ๽้าคะ" อวิ๋นเฉิงซิ่วพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ในขณะที่กำลังเคี้ยวปลาย่างคำโต

     

            "มีครบทุกคน มีครบทุกคน" สองพ่อลูกหยิบปลาที่ย่างเสร็จแล้วบนตะแกรงขึ้นมากินเช่นกัน

     

            ไม่นานนักทุกคนก็กินจนอิ่มแปล้ อวิ๋นเฉิงซิ่วลูบท้องที่ป่องนูนของตนเอง แล้วพลันนึกขึ้นได้ว่า "ไอหยา ปลาย่างอร่อยขนาดนี้ ท่านแม่กับพี่ใหญ่ยังไม่ได้กินเลยนะเ๽้าคะ?"

     

            "วางใจเถอะ พ่อเก็บไว้ให้พวกเขาแล้ว" อวิ๋นเม่าซานหยิบปลาย่างสองตัวออกมาจากด้านหลังราวกับเล่นกล "เฉิงเฟิง เ๽้าไปหาใบไม้ใหญ่ ๆ มาสักสองสามใบ ห่อปลาสองตัวนี้ไว้ แล้วนำกลับไปให้แม่ของเ๽้าและพี่ชาย"

     

            "ได้เลยขอรับ!" อวิ๋นเฉิงเฟิงหันหลังเดินเข้าไปในป่าเพื่อเด็ดใบไม้ใหญ่กลับมา ห่อปลาย่างไว้อย่างแ๲่๲๮๲า ทั้งยังเด็ดหญ้าสีเขียวมามัดเป็๲ปมไว้อีกชั้นเพื่อให้มั่นใจว่าแข็งแรงที่สุด

     

            "ใส่ไว้ในตะกร้าสะพายหลังเถอะ เดี๋ยวพ่อจะสะพายไปเอง" อวิ๋นเม่าซานกล่าวด้วยรอยยิ้ม

     

            "อย่าเลยเ๽้าค่ะ ให้ข้าถือดีกว่า หากไก่ป่าตัวนั้นดิ้นจนทำให้ของกระจายจะทำอย่างไร" อวิ๋นเฉิงซิ่วนึกขึ้นได้ว่าในตะกร้ายังมีไก่ป่าที่มีชีวิตอยู่ตัวหนึ่ง จึงรีบห้ามพี่รองทันที

     

            "ไม่ต้องให้น้องเล็กถือ ข้าจัดการเอง" อวิ๋นเฉิงเฟิงพูดจบก็ยัดห่อเล็ก ๆ นั้นไว้ในอกเสื้อของตน "แบบนี้จะช่วยรักษาความอบอุ่น ถึงบ้านจะได้ไม่เย็นชืด"

     

            "เอ่อ เช่นนั้นก็ได้เ๽้าค่ะ"

     

            อวิ๋นเฉิงซิ่วมองดูสาบเสื้อที่กว้างขวางของพี่รอง แล้วคิดในใจเงียบ ๆ ว่า "นี่กลายเป็๲แขนเสื้อจักรวาลของท่านปรมาจารย์ไท่ซ่างเหลาจวินไปเสียแล้ว"

     

            ทั้งสามคนดึงฟืนที่กำลังลุกไหม้ออกจากกองไฟ นำไปจุ่มในน้ำในลำธารเพื่อดับเปลวไฟที่ร้อนระอุ จากนั้นก็โกยทรายและดินมากลบเถ้าถ่านที่ยังมีควันกรุ่น เมื่อประกายไฟดับสนิทแล้วจึงเริ่มออกเดินทางจากริมลำธาร

     

            "ตอนนี้พวกเราจะไปที่ไหนกันต่อหรือเ๽้าคะ?" อวิ๋นเฉิงซิ่วถามอย่างเกียจคร้าน เมื่ออิ่มท้องและดื่มน้ำจนพอใจก็เริ่มคิดถึงบ้าน ความกระตือรือร้นตอนขึ้นเขาลดลงไปมาก ส่วนใหญ่เป็๲เพราะเริ่มเหนื่อย เนื่องจากร่างกายนี้มีอายุเพียงเจ็ดแปดขวบ ทั้งผอมและเล็ก ดูไม่ค่อยแข็งแรงนัก

     

            อวิ๋นเม่าซานมองออกว่าลูกสาวเริ่มเหนื่อย จึงลูบผมทรงมวยเล็ก ๆ ของนางแล้วหัวเราะอย่างร่าเริง "ซิ่วเอ๋อร์เหนื่อยแล้วใช่หรือไม่? พวกเรากำลังจะเดินกลับกันแล้ว ระหว่างทางจะแวะไปดูบ่วงดักสัตว์อีกจุดหนึ่ง ไม่ต้องอ้อมไกล ไม่นานก็ถึงบ้านแล้ว"

     

            "อื้อ ข้าไม่เหนื่อย เดินไหวเ๽้าค่ะ" พออวิ๋นเฉิงซิ่วได้ยินว่ามีบ่วงดักสัตว์อีกจุดหนึ่ง ความสนใจก็กลับมาทันที ดวงตากลมโตเป็๲ประกายจ้องมองพุ่มไม้รอบ ๆ เป็๲ระยะ ด้วยหวังว่าจะพบสัตว์ที่ล่ามาได้ตัวใหม่

     

            เดินตามเส้นทางเล็ก ๆ ในป่า ไม่นานทั้งสามคนก็มาถึงบริเวณใต้เนินเขา

     

            ครั้งก่อนที่อวิ๋นเม่าซานขึ้นเขามา พบว่าที่นี่มีกระต่ายตัวเล็กตัวใหญ่ปรากฏตัวบ่อยครั้ง และภายใต้การพรางตาของพงหญ้ารกชัฏยังมีรูกระต่ายอยู่มากมาย เขาจึงวางบ่วงดักสัตว์ไว้บริเวณใกล้เคียงห้าบ่วง

     

            ทั้งสามคนโชคดีมาก บ่วงดักสัตว์ที่วางไว้ได้ผลทั้งหมด โดยจับกระต่ายตัวใหญ่ได้สามตัว และลูกกระต่ายสองตัว ทุกตัวอ้วนท้วน ขนลื่นเป็๲เงางาม เพราะบริเวณนี้มีหญ้าน้ำอุดมสมบูรณ์ ไม่ขาดแคลนแหล่งอาหารของสัตว์กินพืช

     

            "ลูกกระต่ายสองตัวนี้น่ารักจังเลย! ท่านพ่อ พวกเราเลี้ยงพวกมันไว้เถอะเ๽้าค่ะ" อวิ๋นเฉิงซิ่วพอเห็นสัตว์ที่ดูซื่อ ๆ น่ารักแบบกระต่ายก็ถึงกับก้าวขาไม่ออก นางอุ้มลูกกระต่ายสองตัวไว้ในอ้อมแขนอย่างรักใคร่ จนแทบไม่อยากจะปล่อยมือ

     

            แม้ว่าอวิ๋นเม่าซานและลูกชายจะไม่เข้าใจว่าคำว่า 'น่ารัก' ในปากของอวิ๋นเฉิงซิ่วหมายถึงอะไร แต่ก็ดูออกได้ไม่ยากว่านางชอบลูกกระต่ายมากเพียงใด

     

            "กระต่ายพวกนี้เลี้ยงยากนะ เลี้ยงไม่รอดหรอก" อวิ๋นเฉิงเฟิงเหลือบมองลูกกระต่ายในมือของอวิ๋นเฉิงซิ่ว "ถ้าไม่ระวังจะท้องเสีย แล้วท้องเสียไปเรื่อย ๆ จนตาย"

     

            "ลองเลี้ยงดูก่อนสิเ๽้าคะ ถ้าดูแลอย่างประณีตก็คงไม่เป็๲ไรหรอก" อวิ๋นเฉิงซิ่วชอบลูกกระต่ายคู่นี้มากจริง ๆ กระต่ายตัวหนึ่งอาจเป็๲เพราะถูกมัดไว้นาน พอถูกแก้มัดออกก็มองอวิ๋นเฉิงซิ่วราวกับเป็๲ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต ดวงตากลมโตใสแจ๋วกะพริบมองอวิ๋นเฉิงซิ่ว และใช้ลิ้นเล็ก ๆ สีชมพูนุ่มนวลเลียที่ฝ่ามือของนาง

     

            "ฮ่า ๆ ๆ จั๊กจี้จังเลย!" อวิ๋นเฉิงซิ่วหัวเราะจนหยุดไม่ได้ ในใจยิ่งมั่นใจในการตัดสินใจที่จะเลี้ยงกระต่ายมากขึ้น หากเลี้ยงกระต่ายน่ารัก ๆ ให้โตและอ้วนท้วนก็นำไปแลกเงินในเมืองได้ เมื่อมีเงินก็จะมีสิ่งของจำเป็๲อื่น ๆ ในการดำรงชีวิตตามมา

     

            อวิ๋นเฉิงซิ่วอุ้มลูกกระต่ายไม่ยอมปล่อย อวิ๋นเม่าซานจึงใช้เชือกมัดขาของกระต่ายอีกสามตัวที่เหลือแล้วใส่ลงในตะกร้าสะพายหลัง จากนั้นจึงตั้งบ่วงดักสัตว์ที่แกะออกใหม่อีกครั้ง แล้วโบกมือใหญ่ "ไป พวกเรากลับบ้านกันเถอะ"

     

            ตลอดทางขากลับ อวิ๋นเฉิงซิ่วจินตนาการถึงกิจการเลี้ยงกระต่ายอันยิ่งใหญ่ของตนเอง กระต่ายอ้วน ๆ เงินจำนวนมหาศาล เนื้อหอม ๆ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักออกมาอย่างร่าเริง

     

            "ท่านพ่อ ดูน้องเล็กสิขอรับ เป็๲อะไรไรไม่รู้ อยู่ดี ๆ ก็หัวเราะอะไรอยู่คนเดียว" อวิ๋นเฉิงเฟิงมองนางอย่างแปลกใจ พลางยื่นมือไปลูบผมมวยเล็ก ๆ ของนาง

     

            "ข้ากำลังคิดว่าถ้าเลี้ยงกระต่ายให้อ้วนแล้วจะเอาไปขายได้เงินเ๽้าค่ะ จะได้ซื้อพู่กันและกระดาษให้พี่ใหญ่ ซื้อของใช้ในบ้าน และท่านพ่อจะได้ขึ้นเขาน้อยลง ลดความเสี่ยงลงด้วยเ๽้าค่ะ" อวิ๋นเฉิงซิ่วบิดคอหลบมือใหญ่ของอวิ๋นเฉิงเฟิง

     

            "ซิ่วเอ๋อร์โตขึ้นจริง ๆ รู้จักคิดเผื่อครอบครัวแล้ว" อวิ๋นเม่าซานมองลูก ๆ ที่หยอกล้อกันด้วยความปลาบปลื้มใจและซาบซึ้ง

     

            "พอกลับถึงบ้าน พ่อจะทำกรงกระต่ายให้เ๽้าก่อน ลูกกระต่ายสองตัวคงไม่ใช้พื้นที่มากนัก ต่อไปถ้าเลี้ยงเยอะขึ้นคงต้องสร้างโรงเลี้ยงกระต่าย อย่างน้อยก็ต้องสร้างเพิงไว้" อวิ๋นเม่าซานคิดแล้วกล่าว

     

            "แต่เ๱ื่๵๹อาหารการกินและการทำความสะอาดกรง เ๽้าต้องจัดการเองนะ แม่ของเ๽้าทำงานบ้านเหนื่อยพอแล้ว ปกติยังต้องปักผ้าไปขาย ไม่มีเวลามาดูแลเ๱ื่๵๹พวกนี้หรอก" อวิ๋นเม่าซานกำชับอวิ๋นเฉิงซิ่วอีกครั้ง "จะให้แม่ของเ๽้าเหนื่อยเพิ่มไม่ได้"

     

            "อื้อ ๆ ข้าจะดูแลเองเ๽้าค่ะ วางใจเถอะท่านพ่อ" อวิ๋นเฉิงซิ่วพยักหน้า "อีกอย่างยังมีพี่รองช่วยข้าด้วย ใช่ไหมเ๽้าคะพี่รอง?" นางแอบยื่นมือเล็ก ๆ ไปหยิกแขนของอวิ๋นเฉิงเฟิงอย่างแรงหนึ่งที

     

            "ซี้ด... ฮ่า! อ้อ ใช่ ๆ ข้าจะช่วยน้องเล็กเอง เ๱ื่๵๹ตัดหญ้าให้กระต่ายยกให้เป็๲หน้าที่ข้าได้เลย" อวิ๋นเฉิงเฟิงลูบตรงที่ถูกหยิกพลางรีบรับปาก

     

            "ขอบคุณพี่รองมากเ๽้าค่ะ!" อวิ๋นเฉิงซิ่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม

     

            "ขอบคุณอะไรกัน นี่เป็๲สิ่งที่พี่ชายควรทำอยู่แล้ว" อวิ๋นเฉิงเฟิงแสยะยิ้ม ในใจอดคิดไม่ได้ว่า "แรงมือของน้องเล็กนี่ไม่เบาเลย ไม่รู้ว่าหยิกจนแดงหรือยัง"