อาจเป็เพราะติดตามบิดาขึ้นเขาอยู่บ่อยครั้ง และต้องหาอาหารกินเองเป็ประจำ อวิ๋นเฉิงเฟิงจึงย่างปลาได้ดูเป็รูปเป็ร่างทีเดียว เขาคอยพลิกปลาบนตะแกรงเป็ระยะ เพื่อสังเกตว่าเนื้อปลาสุกหรือยัง และเพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อปลาถูกย่างจนไหม้
"น้องเล็ก เ้ามาลองชิมดู" อวิ๋นเฉิงเฟิงยื่นปลาที่ย่างเสร็จแล้วตัวหนึ่งให้ "ระวังลวกปากนะ"
"อื้อ ๆ " อวิ๋นเฉิงซิ่วจ้องมองปลาที่ถูกยื่นมาให้อย่างตาละห้อย
"ว้าว! หอมจังเลย!" ยังไม่ทันจะรับมา นางก็ได้กลิ่นหอมเตะจมูก ผิวปลาด้านนอกมีสีเหลืองเกรียมเล็กน้อย แม้ว่าจะไม่ได้ใส่เครื่องปรุงอื่นใดนอกจากเกลือ แต่เพียงแค่กลิ่นหอมที่แผ่ออกมาจากเนื้อปลาเองก็สามารถมัดใจต่อมรับรสของอวิ๋นเฉิงซิ่วได้ในทันที
"นี่แหละคือรสชาติธรรมชาติแท้ ๆ !" อวิ๋นเฉิงซิ่วเป่าปลาย่างที่ร้อนลวกพลางรีบกัดคำหนึ่งอย่างอดใจไม่ไหว โดยไม่สนว่าลิ้นจะโดนลวกจนต้องส่งเสียง ซี้ด ๆ ฮ่า ๆ เนื้อปลาที่มีรสเค็มหอมและติดหวานเล็กน้อย เมื่อเคี้ยวเพียงนิดเดียวก็กลืนลงคอไปทันที จากนั้นก็กินคำแล้วคำเล่าจนหยุดไม่ได้
"ค่อย ๆ กิน ซิ่วเอ๋อร์ ระวังก้างปลาด้วย" อวิ๋นเม่าซานมองอวิ๋นเฉิงซิ่วที่กินอย่างมีความสุข แล้วตนเองก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้
"ท่านพ่อ พี่รอง พวกท่านก็กินด้วยสิเ้าคะ" อวิ๋นเฉิงซิ่วพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ในขณะที่กำลังเคี้ยวปลาย่างคำโต
"มีครบทุกคน มีครบทุกคน" สองพ่อลูกหยิบปลาที่ย่างเสร็จแล้วบนตะแกรงขึ้นมากินเช่นกัน
ไม่นานนักทุกคนก็กินจนอิ่มแปล้ อวิ๋นเฉิงซิ่วลูบท้องที่ป่องนูนของตนเอง แล้วพลันนึกขึ้นได้ว่า "ไอหยา ปลาย่างอร่อยขนาดนี้ ท่านแม่กับพี่ใหญ่ยังไม่ได้กินเลยนะเ้าคะ?"
"วางใจเถอะ พ่อเก็บไว้ให้พวกเขาแล้ว" อวิ๋นเม่าซานหยิบปลาย่างสองตัวออกมาจากด้านหลังราวกับเล่นกล "เฉิงเฟิง เ้าไปหาใบไม้ใหญ่ ๆ มาสักสองสามใบ ห่อปลาสองตัวนี้ไว้ แล้วนำกลับไปให้แม่ของเ้าและพี่ชาย"
"ได้เลยขอรับ!" อวิ๋นเฉิงเฟิงหันหลังเดินเข้าไปในป่าเพื่อเด็ดใบไม้ใหญ่กลับมา ห่อปลาย่างไว้อย่างแ่า ทั้งยังเด็ดหญ้าสีเขียวมามัดเป็ปมไว้อีกชั้นเพื่อให้มั่นใจว่าแข็งแรงที่สุด
"ใส่ไว้ในตะกร้าสะพายหลังเถอะ เดี๋ยวพ่อจะสะพายไปเอง" อวิ๋นเม่าซานกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"อย่าเลยเ้าค่ะ ให้ข้าถือดีกว่า หากไก่ป่าตัวนั้นดิ้นจนทำให้ของกระจายจะทำอย่างไร" อวิ๋นเฉิงซิ่วนึกขึ้นได้ว่าในตะกร้ายังมีไก่ป่าที่มีชีวิตอยู่ตัวหนึ่ง จึงรีบห้ามพี่รองทันที
"ไม่ต้องให้น้องเล็กถือ ข้าจัดการเอง" อวิ๋นเฉิงเฟิงพูดจบก็ยัดห่อเล็ก ๆ นั้นไว้ในอกเสื้อของตน "แบบนี้จะช่วยรักษาความอบอุ่น ถึงบ้านจะได้ไม่เย็นชืด"
"เอ่อ เช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ"
อวิ๋นเฉิงซิ่วมองดูสาบเสื้อที่กว้างขวางของพี่รอง แล้วคิดในใจเงียบ ๆ ว่า "นี่กลายเป็แขนเสื้อจักรวาลของท่านปรมาจารย์ไท่ซ่างเหลาจวินไปเสียแล้ว"
ทั้งสามคนดึงฟืนที่กำลังลุกไหม้ออกจากกองไฟ นำไปจุ่มในน้ำในลำธารเพื่อดับเปลวไฟที่ร้อนระอุ จากนั้นก็โกยทรายและดินมากลบเถ้าถ่านที่ยังมีควันกรุ่น เมื่อประกายไฟดับสนิทแล้วจึงเริ่มออกเดินทางจากริมลำธาร
"ตอนนี้พวกเราจะไปที่ไหนกันต่อหรือเ้าคะ?" อวิ๋นเฉิงซิ่วถามอย่างเกียจคร้าน เมื่ออิ่มท้องและดื่มน้ำจนพอใจก็เริ่มคิดถึงบ้าน ความกระตือรือร้นตอนขึ้นเขาลดลงไปมาก ส่วนใหญ่เป็เพราะเริ่มเหนื่อย เนื่องจากร่างกายนี้มีอายุเพียงเจ็ดแปดขวบ ทั้งผอมและเล็ก ดูไม่ค่อยแข็งแรงนัก
อวิ๋นเม่าซานมองออกว่าลูกสาวเริ่มเหนื่อย จึงลูบผมทรงมวยเล็ก ๆ ของนางแล้วหัวเราะอย่างร่าเริง "ซิ่วเอ๋อร์เหนื่อยแล้วใช่หรือไม่? พวกเรากำลังจะเดินกลับกันแล้ว ระหว่างทางจะแวะไปดูบ่วงดักสัตว์อีกจุดหนึ่ง ไม่ต้องอ้อมไกล ไม่นานก็ถึงบ้านแล้ว"
"อื้อ ข้าไม่เหนื่อย เดินไหวเ้าค่ะ" พออวิ๋นเฉิงซิ่วได้ยินว่ามีบ่วงดักสัตว์อีกจุดหนึ่ง ความสนใจก็กลับมาทันที ดวงตากลมโตเป็ประกายจ้องมองพุ่มไม้รอบ ๆ เป็ระยะ ด้วยหวังว่าจะพบสัตว์ที่ล่ามาได้ตัวใหม่
เดินตามเส้นทางเล็ก ๆ ในป่า ไม่นานทั้งสามคนก็มาถึงบริเวณใต้เนินเขา
ครั้งก่อนที่อวิ๋นเม่าซานขึ้นเขามา พบว่าที่นี่มีกระต่ายตัวเล็กตัวใหญ่ปรากฏตัวบ่อยครั้ง และภายใต้การพรางตาของพงหญ้ารกชัฏยังมีรูกระต่ายอยู่มากมาย เขาจึงวางบ่วงดักสัตว์ไว้บริเวณใกล้เคียงห้าบ่วง
ทั้งสามคนโชคดีมาก บ่วงดักสัตว์ที่วางไว้ได้ผลทั้งหมด โดยจับกระต่ายตัวใหญ่ได้สามตัว และลูกกระต่ายสองตัว ทุกตัวอ้วนท้วน ขนลื่นเป็เงางาม เพราะบริเวณนี้มีหญ้าน้ำอุดมสมบูรณ์ ไม่ขาดแคลนแหล่งอาหารของสัตว์กินพืช
"ลูกกระต่ายสองตัวนี้น่ารักจังเลย! ท่านพ่อ พวกเราเลี้ยงพวกมันไว้เถอะเ้าค่ะ" อวิ๋นเฉิงซิ่วพอเห็นสัตว์ที่ดูซื่อ ๆ น่ารักแบบกระต่ายก็ถึงกับก้าวขาไม่ออก นางอุ้มลูกกระต่ายสองตัวไว้ในอ้อมแขนอย่างรักใคร่ จนแทบไม่อยากจะปล่อยมือ
แม้ว่าอวิ๋นเม่าซานและลูกชายจะไม่เข้าใจว่าคำว่า 'น่ารัก' ในปากของอวิ๋นเฉิงซิ่วหมายถึงอะไร แต่ก็ดูออกได้ไม่ยากว่านางชอบลูกกระต่ายมากเพียงใด
"กระต่ายพวกนี้เลี้ยงยากนะ เลี้ยงไม่รอดหรอก" อวิ๋นเฉิงเฟิงเหลือบมองลูกกระต่ายในมือของอวิ๋นเฉิงซิ่ว "ถ้าไม่ระวังจะท้องเสีย แล้วท้องเสียไปเรื่อย ๆ จนตาย"
"ลองเลี้ยงดูก่อนสิเ้าคะ ถ้าดูแลอย่างประณีตก็คงไม่เป็ไรหรอก" อวิ๋นเฉิงซิ่วชอบลูกกระต่ายคู่นี้มากจริง ๆ กระต่ายตัวหนึ่งอาจเป็เพราะถูกมัดไว้นาน พอถูกแก้มัดออกก็มองอวิ๋นเฉิงซิ่วราวกับเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต ดวงตากลมโตใสแจ๋วกะพริบมองอวิ๋นเฉิงซิ่ว และใช้ลิ้นเล็ก ๆ สีชมพูนุ่มนวลเลียที่ฝ่ามือของนาง
"ฮ่า ๆ ๆ จั๊กจี้จังเลย!" อวิ๋นเฉิงซิ่วหัวเราะจนหยุดไม่ได้ ในใจยิ่งมั่นใจในการตัดสินใจที่จะเลี้ยงกระต่ายมากขึ้น หากเลี้ยงกระต่ายน่ารัก ๆ ให้โตและอ้วนท้วนก็นำไปแลกเงินในเมืองได้ เมื่อมีเงินก็จะมีสิ่งของจำเป็อื่น ๆ ในการดำรงชีวิตตามมา
อวิ๋นเฉิงซิ่วอุ้มลูกกระต่ายไม่ยอมปล่อย อวิ๋นเม่าซานจึงใช้เชือกมัดขาของกระต่ายอีกสามตัวที่เหลือแล้วใส่ลงในตะกร้าสะพายหลัง จากนั้นจึงตั้งบ่วงดักสัตว์ที่แกะออกใหม่อีกครั้ง แล้วโบกมือใหญ่ "ไป พวกเรากลับบ้านกันเถอะ"
ตลอดทางขากลับ อวิ๋นเฉิงซิ่วจินตนาการถึงกิจการเลี้ยงกระต่ายอันยิ่งใหญ่ของตนเอง กระต่ายอ้วน ๆ เงินจำนวนมหาศาล เนื้อหอม ๆ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักออกมาอย่างร่าเริง
"ท่านพ่อ ดูน้องเล็กสิขอรับ เป็อะไรไรไม่รู้ อยู่ดี ๆ ก็หัวเราะอะไรอยู่คนเดียว" อวิ๋นเฉิงเฟิงมองนางอย่างแปลกใจ พลางยื่นมือไปลูบผมมวยเล็ก ๆ ของนาง
"ข้ากำลังคิดว่าถ้าเลี้ยงกระต่ายให้อ้วนแล้วจะเอาไปขายได้เงินเ้าค่ะ จะได้ซื้อพู่กันและกระดาษให้พี่ใหญ่ ซื้อของใช้ในบ้าน และท่านพ่อจะได้ขึ้นเขาน้อยลง ลดความเสี่ยงลงด้วยเ้าค่ะ" อวิ๋นเฉิงซิ่วบิดคอหลบมือใหญ่ของอวิ๋นเฉิงเฟิง
"ซิ่วเอ๋อร์โตขึ้นจริง ๆ รู้จักคิดเผื่อครอบครัวแล้ว" อวิ๋นเม่าซานมองลูก ๆ ที่หยอกล้อกันด้วยความปลาบปลื้มใจและซาบซึ้ง
"พอกลับถึงบ้าน พ่อจะทำกรงกระต่ายให้เ้าก่อน ลูกกระต่ายสองตัวคงไม่ใช้พื้นที่มากนัก ต่อไปถ้าเลี้ยงเยอะขึ้นคงต้องสร้างโรงเลี้ยงกระต่าย อย่างน้อยก็ต้องสร้างเพิงไว้" อวิ๋นเม่าซานคิดแล้วกล่าว
"แต่เื่อาหารการกินและการทำความสะอาดกรง เ้าต้องจัดการเองนะ แม่ของเ้าทำงานบ้านเหนื่อยพอแล้ว ปกติยังต้องปักผ้าไปขาย ไม่มีเวลามาดูแลเื่พวกนี้หรอก" อวิ๋นเม่าซานกำชับอวิ๋นเฉิงซิ่วอีกครั้ง "จะให้แม่ของเ้าเหนื่อยเพิ่มไม่ได้"
"อื้อ ๆ ข้าจะดูแลเองเ้าค่ะ วางใจเถอะท่านพ่อ" อวิ๋นเฉิงซิ่วพยักหน้า "อีกอย่างยังมีพี่รองช่วยข้าด้วย ใช่ไหมเ้าคะพี่รอง?" นางแอบยื่นมือเล็ก ๆ ไปหยิกแขนของอวิ๋นเฉิงเฟิงอย่างแรงหนึ่งที
"ซี้ด... ฮ่า! อ้อ ใช่ ๆ ข้าจะช่วยน้องเล็กเอง เื่ตัดหญ้าให้กระต่ายยกให้เป็หน้าที่ข้าได้เลย" อวิ๋นเฉิงเฟิงลูบตรงที่ถูกหยิกพลางรีบรับปาก
"ขอบคุณพี่รองมากเ้าค่ะ!" อวิ๋นเฉิงซิ่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ขอบคุณอะไรกัน นี่เป็สิ่งที่พี่ชายควรทำอยู่แล้ว" อวิ๋นเฉิงเฟิงแสยะยิ้ม ในใจอดคิดไม่ได้ว่า "แรงมือของน้องเล็กนี่ไม่เบาเลย ไม่รู้ว่าหยิกจนแดงหรือยัง"