ตอนที่ 6ความสามารถไม่ถึง!
ในกลุ่มก็ทยอยบอกบางคนก็จับฉลากได้ บางคนก็สอบได้ บางคนก็ยัดเข้า…ก็รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯบอกเองว่าทุกคนต้องมีที่เรียน จึงไม่แปลกใจที่จำนวนนักเรียนในห้องมีมากถึง 50กว่าคน พอไปถามรุ่นพี่ ม.2 ในห้องมีแค่ 30คนตามมาตรฐาน
แต่สงสัยปีนี้เด็กเยอะเกินไปหน่อยพอเล่ามาถึงตอนนี้ทุกคนก็อธิบายบอกว่า ตัวเองเข้ามาได้ไง บางคนพูดอย่างภูมิใจ ฝาก ส.ส. ฝาก นายกอบต. บ้างก็จับฉลาก
จนถึงเสือน้อย...เขาได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ บอกเพื่อน ๆ ไปว่า “ข้าสอบข้อเขียนติด แต่ไม่ผ่านสัมภาษณ์ยังเซ็งอยู่ทุกวันนี้” พอเสือน้อยพูดขึ้นมา ก็กลายเป็ที่สนใจของเพื่อน ๆทำเอาหูผึ่งกันเป็แถว…เพราะมีน้อยมากที่สอบข้อเขียนผ่าน แต่สอบสัมภาษณ์ไม่ผ่าน
เอกหนึ่งในกลุ่มก็พูดขึ้นว่า“ไหนเล่าสิ พวกข้ารอฟังอยู่” สายตาทุกคนมองเขาด้วยความสนอกสนใจเพราะที่นั่งอยู่นี้ ไม่จับฉลากก็ฝากเข้าเรียนทั้งนั้น
จึงทำให้เสือน้อยหวนนึกถึงภาพเมื่อหลายเดือนก่อน...
....
หลังจากจะจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6นักเรียนทุกคนก็เตรียมหาที่เรียนใหม่เป็เื่ปกติมากซึ่งเสือน้อยเป็หนึ่งในนั้นแต่ที่พิเศษหน่อยก็คือพ่อคาดหวังให้เข้าโรงเรียนปทุมวิไล
ส่วนแม่ก็อยากให้เข้าโรงเรียนเดิมของแม่ซึ่งก็เป็หนึ่งในสองโรงเรียนประจำจังหวัดอย่าง ‘โรงเรียนคณะราษฎร์บำรุงปทุมธานี’ซึ่งเป็โรงเรียนหญิงล้วน แต่ตัวเองดันมีลูกชายจึงไม่สะดวกจะเอ่ยปากทั้งสองโรงเรียนตั้งอยู่คนละฟากฝั่งของแม่น้ำเ้าพระยา
ส่วนโรงเรียนเก่าแก่อย่างปทุมวิไลที่เรียนกันมาั้แ่รุ่นปู่ทวด ยันรุ่นปู่ รุ่นพ่อ มาถึงรุ่นเขาคือรุ่นลูก อายุโรงเรียนยังมากกว่าปู่ทวดเสียอีกตอนนี้โรงเรียนยังอยู่แต่ปู่ทวดไปแล้ว…
ทางบ้านจึงคาดหวังให้เขาเข้าโรงเรียนนี้ให้ได้จึงยื่นใบสมัครไปั้แ่วันแรกที่เปิดขาย ปีนี้มีสองกรณี คือ สอบข้อเขียนกับจับฉลาก สิทธิ์จับฉลากได้เฉพาะเด็กในพื้นที่
ถ้าเด็กนอกพื้นที่ก็หมดสิทธิ์หวังจะจับฉลากไปได้เลยตัวเสือน้อยเองก็เตรียมพร้อมอยู่มากก่อนสอบก็ได้ติวเข้มกับครูสอนพิเศษที่แม่จ้างมา
โรงเรียนเก่าแก่แถมใกล้บ้านแค่นี้ ปั่นจักรยานก็ได้ เดินก็ไม่นานจึงไม่มีที่ไหนเหมาะไปกว่านี้อีกแล้ว ถึงแม้สอบไม่ติดพ่อกับแม่ก็คงหาทางยัดเข้าไปอยู่ดี โชคดีที่แม่ไปสืบรู้มาว่า “ปีนี้มีจะเปิดห้องเรียนพิเศษ”
แต่จ่ายค่าเทอมแพงกว่าปกติหลายสิบเท่าเป็ห้องเรียนสำหรับคนรวยโดยเฉพาะ
เวลาพ้นผ่านเมื่อถึงวันสอบข้อเขียน สำหรับเสือน้อยแล้ว มันไม่ได้ยากเกินกำลังแต่จะบอกว่าง่ายก็ไม่ได้ เขาก็พยายามอย่างสุดความสามารถ ตามที่สติปัญญามีหากสอบไม่ติดก็ยังมี ก๊อกสองอย่างจับฉลากรออยู่
และแล้ววันประกาศผลสอบออกมาก็ไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มผิดหวัง วันนี้มาทั้งครอบครัวพ่อแม่พร้อมหน้าครั้นเมื่อได้ยินว่าสอบผ่านก็ดีใจกันยกใหญ่…
และแล้วการสอบสัมภาษณ์ก็ได้เริ่มขึ้นเป็อีกหนึ่งด่านที่ต้องผ่านไปให้ได้ แต่ทว่าโดยมากมักจะผ่านทั้งหมดทำให้เขาไม่เครียดมากนัก
แม่ชบาจึงขอตัวกลับร้านไปก่อน…เพื่อที่จะเตรียมตัวทำกับข้าวมาขายในตอนเย็น
เสือน้อยนั่งเตี๊ยมซักซ้อมอยู่กับพ่อผันนัดแนะและเดาแนวทางการสัมภาษณ์กันอย่างเป็จริงเป็จังแต่พ่อผันก็ปลอบใจโดยที่บอกให้พูดไปตามที่คิดนั่นแหละกับเด็กวัยเท่านี้คงไม่ได้มีคำถามยากเย็นอะไรนักหรอกน่า
เมื่อถึงคิวเสือน้อยก็เดินเข้าไปในห้องมีครูผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาดุดัน ดูท่าทางไม่ค่อยเป็มิตรเท่าไหร่ เขาเดินเข้าไปก็กล่าวสวัสดีไหว้สวยก่อนที่จะขออนุญาตนั่งเก้าอี้
เขาแอบบวกคะแนนให้ตัวเองแล้วอย่างน้อยไม่สี่ก็ห้าคะแนน
ครูหน้าดุจึงพูดว่า“เชิญ…ไหนลองเล่าเื่ราวให้ฟังสิชื่ออะไรมาจากไหน จบมาเกรดเฉลี่ยเท่าไหร่?”
เสือน้อยก็ตอบไปทีละอย่างตามที่เตรียมไว้ในใจ จนกระทั่งมาถึงคำถามความสามารถพิเศษ ความถนัดพิเศษ…
ครู :เรามีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง?
เสือน้อย :มีเยอะเลยครับ (เขาภูมิใจนำเสนอมากกับเื่นี้)
ครู : ขอสักอย่างเอาที่คิดว่าถนัดที่สุด
เสือน้อย :ผมมัดถุงแกงได้เร็วมาก 1 นาที ผมมัดได้เกือบ 20-30ถุง ความสามารถอย่างอื่นผมก็มีนะครับ (เสือน้อยได้ตอบอย่างมาดมั่น)
แต่ยังไม่ทันจะได้พูดครูผู้สอบสัมภาษณ์ก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
ครู : มัดถุงแกง?
เขาได้เลิกคิ้วมองเด็กน้อยตรงหน้าก่อนที่จะขีดเขียนอะไรบนกระดาษ มีท่าทางดีอกดีใจ ก่อนพูดว่าให้ออกไปรอฟังผลด้านนอก
……
ผ่านไปไม่นานก็มีครูผู้หญิงคนหนึ่งออกมาก่อนจะขานชื่อคนที่ผ่านการสอบสัมภาษณ์ และได้แจ้งรายละเอียดถี่ยิบ“สำหรับคนที่ได้รับการเรียกชื่อ แปลว่าผ่านการสัมภาษณ์ต่อไปก็เชิญไปลงทะเบียนที่ทาง้าของตึก ได้เลยค่ะ”
“แต่ปกติจะผ่านกันค่อนข้างหมดดังนั้นครูจะขอปรับเปลี่ยนนิดหน่อย จะเรียกชื่อเฉพาะคนที่ไม่ผ่านเท่านั้นส่วนคนที่ไม่มีชื่อ แสดงว่าสอบผ่านแล้วเชิญขึ้นชั้นสองได้เลยค่ะ”
“จำนวนนักเรียนกลุ่มที่ 13จำนวน 100 ที่สอบผ่านข้อเขียนมีเพียงคนเดียวที่ไม่ผ่านการสอบสัมภาษณ์ได้แก่ เด็กชายเสือน้อย ร่มไม้เย็น ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ…”
ทันใดนั้นก็ปรากฏเสียงโห่ร้องดีใจจากผู้ปกครองและเด็กนักเรียนที่สอบติดทั้ง 99 คน ที่พากันส่งเสียงดังระงมก่อนที่จะพากันแยกย้ายเดินขึ้นไปบนชั้นสอง เพื่อที่จะลงทะเบียนเรียน
ส่วนเสือน้อยกับพ่อนั้นนั่งเอ๋ออยู่ตรงนั้น พอตั้งสติได้เสือน้อยก็รู้สึกไม่แฟร์ตัวเขาคิดว่าตัวเองทำได้ไม่ขาดตกบกพร่อง คะแนนสอบของเขาก็ติดร้อยอันดับแรกตอบคำถามได้ดีมีสติ!
จึงลุกขึ้นยืนทักท้วงพร้อมพูดเสียงดังว่า“คุณครูครับ…ทำไมผมถึงไม่สอบผ่าน!?” เสียงะโดังลั่น
ส่วนทางพ่อของเขานั้นก็กำลังฮัมเพลงออกมา “หนึ่งในร้อย…เธอคือดวงดาวที่คอยนำทาง!” เขาร้อง ‘เพลงหนึ่งในร้อย’ ของพี่เบิร์ดออกมา
ทำเอาคิ้วของเสือน้อยกระตุกไม่หยุดนี่ยังมีเวลามาฮัมเพลงอีก พอพ่อผันเห็นสายตาที่เสือน้อยส่งมา จึงได้เริ่มวางมาดของคนเป็พ่อก่อนที่จะเดินเข้าไปสอบถามครูผู้หญิงสูงวัย
พ่อผันถามขึ้น “ครูครับลูกของผมไม่ผ่านตรงไหนหรือครับ?”
เสือน้อยพูดเสริมว่า“ครูครับผมมั่นใจว่าตอบคำถามได้อย่างมีสติครบถ้วนนะครับทำไมเป็ผมคนเดียวที่ไม่ผ่าน!” เขาพยายามข่มกั้นโทสะที่พร้อมจะปะทุออกมาอยู่รอมร่อ
ครูผู้หญิงสูงวัยตอบกลับ“เอ่อ...ดิฉัน เป็เพียงแค่คนแจ้งประกาศผลนะคะ ถ้าถามหาเหตุผลคงต้องไปถามกับครูผู้สัมภาษณ์ ที่ประเมินให้ไม่ผ่าน”
ครูผู้หญิงสูงวัยท่านนี้ก็รู้สึกสนใจเหมือนกันปกติมาร้อยก็ผ่านร้อย ทำไมเด็กหนุ่มคนนี้ ถึงไม่ผ่านได้? คะแนนสอบก็ออกมาดีติดร้อยอันดับแรกด้วยความสงสัยเช่นกันดังนั้นครูสูงวัยท่านนี้ จึงเดินนำทางไปพบกับผู้สัมภาษณ์
พ่อผันก็ได้กำชับว่า“เดี๋ยวพ่อคุยเอง อย่าพยายามสอดแทรก ถ้าไม่ถึงคราวอย่าทำหน้าบูดบึ้งหรือชักสีหน้าใส่ผู้ใหญ่ ประเดี๋ยวพ่อจัดการเองลูก”ครู่ต่อมาทั้งสามก็มายืนอยู่หน้า ครูหนุ่มหน้าดุคนนั้น
“ครูเดือนมีอะไรหรือครับ?” ครูหนุ่มถาม
“พอดีว่าคุณผู้ปกครองท่านนี้อยากสอบถามว่าทำไมลูกของเขาถึงไม่ผ่าน อันที่จริง…ตัวครูเองก็สงสัยเหมือนกันคะแนนสอบเขาออกมาดีควรจะได้เป็ตัวเลือกลำดับแรก ๆ ด้วยซ้ำไป?” ครูเดือนก็เล่าความสงสัยในใจออกมา
ครูหนุ่มหน้าดุหันไปมองเด็กหนุ่มและผู้ปกครอง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“คือลูกชายของคุณความสามารถไม่ถึงน่ะครับ…”
เสือน้อยตะลึง “ความสามารถไม่ถึง?”
พ่อผันก็ทำท่างุนงงด้วยเช่นกันก่อนที่จะถามอย่างสุภาพว่า “ตรงไหนที่ความสามารถไม่ถึงหรือครับ?”
ตอนนี้เครื่องหมายคำถามก็ปรากฏอยู่ในสมองของทั้งสองคนพ่อลูก
ครูหนุ่มก็ตอบตรงประเด็น“เื่ความสามารถพิเศษนักเรียนคนนี้เขาตอบว่า…มัดถุงแกงภายในหนึ่งนาทีนั่นไงครับ!”
พ่อผันหันได้ไปมองลูกชายที่ทำสีหน้าจริงจัง“มัดถุงแกงเร็วแล้ว ความสามารถมันไม่ถึงตรงไหนหรือครับ แสดงว่าเขาเป็เด็กดีช่วยแม่ขายข้าวแกงมัดถุงแกงเร็วผมว่าเป็เื่น่ายินดีนะที่จะรับเด็กขยันทำมาหากินช่วยพ่อแม่แบบนี้ไว้”
พ่อพอเข้าใจวิธีคิดของครูคนนี้คร่าวๆ ฟังจากน้ำเสียงและสีหน้าค่าตา
เสือน้อยพูดเสริม“และอันที่จริงผมก็มีความสามารถอื่น ๆด้วยครับ…แต่ว่าครูไม่ทันถามก็ไล่ผมออกจากห้องแล้ว!”
พอพ่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็โกรธแทนลูกชาย“สรุปว่ายังไงครับครู…อธิบายเหตุผลให้ผมฟังหน่อยได้มั้ย? เอาที่มันจะทำให้ผมกับลูกชายยอมรับโดยสดุดีเลยก็ได้ครับ…”
ผันเตรียมการอยู่ภานในใจถึงขั้นจะยื่นร้องอุทธรณ์กับทาง ผอ. หรือไม่ก็ทางสำนักงานเขตการศึกษาแล้ว