หลี่ิรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้างแต่ก็ไม่อยากหวังอะไรมากนัก ตระกูลเฉินยากจนตกต่ำถึงเพียงนี้ยังจะมีสมบัติล้ำค่าอะไรอีก พอเปิดกล่องออกมาเห็นผ้าห่ออย่างดีแบ่งแยกออกเป็สามสี มีสีแดง,สีเขียวและสีน้ำเงิน รวมทั้งยังมีกล่องหินขนาดเท่ากำปั้นไม่รู้ว่าข้างในบรรจุอะไรไว้ และมีรูปแกะสลักหินสีดำเป็ร่างมนุษย์ในท่ายืน มีจุดมากมายลากเป็เส้นเชื่อมโยงเข้าหากัน แต่ละจุดจะมีอักษรสีขาวแกะสลักกำกับไว้ แต่ที่แน่ๆกล่องใบนี้มีน้ำหนักมากก็เพราะเหตุนี้นั่นเอง
หลี่ิค่อนข้างผิดหวังอยู่บ้างเมื่อเห็นสิ่งที่บรรจุอยู่ในกล่องไม่เห็นมีทรัพย์สินสิ่งของมีค่าเลย ผ้าสามสีที่ห่ออย่างดีเพียงหยิบจับก็รู้ว่าเป็ตำรา จึงเอ่ยปากถาม"ท่านยาย ตำราในห่อผ้าคือตำราอะไร"
ยายเฉินมองหลานชายด้วยสายตาว่างเปล่าแอบเสียใจอยู่บ้าง เนื่องจากสิ่งของภายในลังเป็สมบัติล้ำค่าของตระกูล แต่เด็กตรงหน้าไม่ใช่หลานชายของแกเป็เพียงิญญาอื่นที่มาสิงสถิตอาศัยกายเนื้ออยู่เท่านั้นเอง
แกกลัวผิดพลาดไปจะถูกิญญาบรรพบุรุษสาปแข่ง แต่เมื่อไม่มีทางเลือกจึงจำใจให้ิญญาอื่นสืบทอดยังดีเสียกว่าปล่อยให้ของสำคัญสูญเปล่า แล้วจึงอธิบายอย่างเนิบนาบแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
"ห่อผ้าสีเขียวคือตำรายาสมุนไพรที่ตาของเ้ารวบรวมมาได้ เพื่อนำมาศึกษารักษาอาการป่วยของเ้า มันครอบคลุมรายชื่อสมุนไพรในแผ่นดินนี้ถึง 6 ส่วนทีเดียว ห่อผ้าสีน้ำเงินเป็เคล็ดวิชาเดินลมปราณมีทั้งหมด 3 วิชา ห่อผ้าสีแดงคือรายชื่อของสัตว์ิญญาที่ได้รับการจดบันทึกไว้ใน่หลายร้อยปีที่ผ่านมา มีจำนวนมากมายหลายชนิดมากถึงเจ็ดส่วนของป่าที่มี"
หลี่ิจึงเข้าใจแล้วถึงความล้ำค่าของตำราสมุนไพรถ้าขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรมาขายจะต้องสร้างรายได้อย่างมากมาย หรืออาจจะศึกษาเรียนรู้วิชาการแพทย์ก็ยังได้ แต่ตำราฝึกลมปราณมันคืออะไรกันแน่ ถ้าเป็ตำราฝึกหมัดฝึกอาวุธยังพอเข้าใจได้ เขาทำหน้ามึนงงจนยายเฉินรับรู้ จึงถามหลานชาย"เ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็ถามมาเถิด"
"ท่านยาย ตำราฝึกลมปราณคืออะไรทำไมท่านไม่เคยพูดถึงมันมาก่อน"เขาถามด้วยความสงสัย หรือยายตั้งใจจะปิดบังข้าในเื่นี้
ยายเฉินจึงเริ่มอธิบายความสำคัญของวิชานี้ให้เด็กน้อยฟัง
"เคล็ดวิชาฝึกลมปราณ เป็การฝึกควบคุมลมหายใจหากเราสามารถแยกพลังงานฟ้าดินออกจากอากาศที่เราหายใจเข้าไป ยิ่งแยกมันให้บริสุทธิ์มากขึ้นเท่าใดการฝึกลมปราณจะยิ่งลึกซึ้งและทรงอานุภาพมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ร่างกายบังเกิดพลัง์ที่สามารถทำสิ่งอัศจรรย์ต่างๆที่เทพหรือเซียนกระทำได้เช่นการเหาะเหินเดินอากาศเป็ต้น"
แม้ว่าสิ่งที่ยายเฉินพูดมา ฟังดูน่าสนใจแต่การฝึกนี่สิ ถ้าจะยากมากต่อให้มีตำราก็เถอะ"ท่านยาย ข้าจะต้องฝึกมันแบบไหนแล้วจะแยกลมปราณฟ้าดินออกจากลมหายใจได้อย่างไร"
"การฝึกนั้นมีอยู่ในตำรา ส่วนขั้นตอนในการดึงลมปราณเข้าสู่ชีพจรนั้น เ้าสามารถดูที่รูปแกะสลักหินร่างมนุษย์ได้มันจารึกเส้นลมปราณ,จุดชีพจรรวมถึงเส้นเืสำคัญที่จะเป็ท่อหล่อเลี้ยงไปตามร่างกาย"ยายเฉินมองไปที่หลานชายที่ยังคงทำหน้าไม่เข้าใจอยู่ดี จึงพูดโดยย่อเพื่อง่ายต่อการเรียนรู้"การฝึกลมปราณได้แบ่งแยกร่างกายออกเป็ 3 ส่วนคือจิง,ชี่,เฉินซึ่งจะสัมพันธ์กับจุดตันเสถียนทั้งสามจุดคือตันเถียนบนคือศรีษะและสมองจะสัมพันธ์กับเสินเรียกว่าญาณหยั่งรู้ ส่วนที่สองตันเถียนส่วนกลางตรงหน้าอกจะสัมพันธ์กับชี่หรือพลังงานชีวิต ซึ่งคือปอดและหัวใจมันจะทำการผลิตพลังงานชี่ออกมาหล่อเลี้ยงร่างกาย ส่วนที่สามคือตันเถียนล่างอยู่ที่ท้องน้อยจะสัมพันธ์กับจิง เป็ส่วนสร้างความสมดุลให้เกิดแก่ร่างกายรวมถึงระบบการสืบพันธุ์"ยายเฉินส่ายหน้าเมื่อเห็นหลานชายยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี
"อาิ เ้าไม่ต้องรีบร้อนยังมีเวลาอีกมากที่จะเรียนรู้ ส่วนของสำคัญที่สุดก็คือสิ่งที่อยู่ในกล่องหิน มันคือป้ายศิษย์นอกของสำนักเทียนหลง ซึ่งเป็สถานศึกษาวิชาเซียนที่คนทั้งแผ่นดินปราถนาที่จะได้เข้าเรียนที่นี่ ถึงแม้สำนักนี้จะเปิดรับศิษย์ภายนอก 3 ปีครั้งก็ตาม"ยายเฉินภูมิใจกับป้ายสำนักเทียนหลงเป็ที่สุด พี่ชายของนางได้ร่ำเรียนวิชาที่สำนักนี้ จึงได้ส่งป้ายสำนักมาให้นางเพื่อศึกษาวิชาเซียนด้วยกัน แต่นางได้พบรักกับตาของหลี่ิซะก่อน นางจึงตัดสินใจเลือกใช้ชีวิตคู่มากกว่าการเป็เซียน
หลี่ิมองยายเฉินที่ตกอยู่ในภวังค์ของอดีตที่ผ่านมาจนพักใหญ่นางจึงได้สติกลับคืนมา เขารออยู่นานแล้วในที่สุดจะได้ไต่ถามเื่สำคัญนั่นคือ สัตว์ิญญานั่นเอง"ท่านยาย ข้าอยากรู้เื่ของสัตว์ิญญา"ยายเฉินมองหลานชายที่เริ่มจะซึมซับวิถีแห่งเซียนขึ้นมาบ้างแล้ว
"สัตว์ิญญาแตกต่างจากสัตว์ป่าโดยทั่วไป พวกมันมีอายุมาอย่างยาวนานนับร้อยนับพันนับหมื่นปีหรืออาจจะยาวนานกว่านั้น ซึ่งพวกมันมีความสามารถในการสะสมลมปราณฟ้าดินไว้ในร่างกาย หรือบางตัวตามตำราได้กล่าวเอาไว้ว่าพวกมันสามารถฝึกวิชาลมปราณได้เหมือนมนุษย์ เพื่อแสวงหาความเป็นิรันดร์นั่นก็คือการเป็เซียนนั่นเอง"
หลี่ิตาเป็ประกายวาววับเริ่มสนใจสัตว์มหัศจรรย์พวกนี้"อืม.แล้วพวกมันมีความสำคัญหรือมีประโยชน์อย่างไร ข้าว่าพวกมันต้องราคาดีมากแน่ๆ"
"ถูก อย่างที่เ้ากล่าวมานั่นแหละ ชิ้นส่วนในร่างกายของมันที่สำคัญก็คือแก่นพลังชีวิต ถ้าผู้ฝึกตนสำเร็จวิชาลมปราณระดับสูงมากเท่าใด ก็จะสามารถดูดซับลมปราณของสัตว์ิญญาได้มากขึ้นเท่านั้น อีกส่วนที่หายากก็คือชิ้นส่วนกระดูกที่สามารถนำมาหลอมรวมกับร่างกายของเราได้ และส่วนที่หายากที่สุดคือการ์ดิญญาอสูรซึ่งเป็วิชาประจำตัวของมัน โดยการ์ดิญญาอสูรสามารถเพิ่มความสามารถได้ด้วยการนำการ์ดอีกใบมาหลวมรวมกัน"หลี่ิยิ่งได้ฟังข้อมูลจากยายเฉินมากเท่าใด ก็ยิ่งเพิ่มความสนใจมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
ยายเฉินสังเกตุเห็นสีหน้าที่ส่องแสงเรือง"วิบวับ"จากใบหน้าของหลี่ิ ก็รู้ได้ทันทีว่าเมล็ดเซียนที่ตนได้ลงมือเพาะพันธุ์เอาไว้ในจิตใจของหลานชายได้เริ่มเติบโตขึ้นมาแล้ว