Deaf mute รักบกพร่อง

    บทนำ

        สนามเด็กเล่น~~~

    @มูลนิธิเพื่อคนพิการเสียงเจี๊ยวจ๊าวของบรรดาเด็กๆ มากมาย ที่ต่างพากันวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานภายใต้การดูแลของพี่เลี้ยงในสนามเด็กเล่นของมูลนิธิเล็กๆ ในย่านชนบท ที่เต็มไปด้วยความร่มรื่นและอบอุ่น เปรียบเสมือนสถาบันครอบครัวของเด็กน้อยผู้ด้อยโอกาส ถูกทอดทิ้งจากครอบครัว ในอีกฟากฝั่งของสนามเด็กเล่น ‘ปลายหนาว’ เด็กน้อยน่ารักวัยหกขวบ ผู้มีดวงตาสีเขียวมรกตคู่สวย ผิวขาวราวเกล็ดหิมะในฤดูหนาว ปากนิดจมูกหน่อย ใบหน้าหวานละมุน เด็กหนุ่มผู้มีรอยยิ้มที่สดใส นั่งเล่นของเล่นเล็กๆ ที่ได้จากการอุปการะจากผู้มีพระคุณเด็กน้อยยิ้มหัวเราะออกมาไร้เสียง สนุกสนานกับของเล่นชิ้นแรกที่เขาได้รับในชีวิต หนูน้อยเป็นเด็กใจกว้าง ชอบแบ่งปัน ชอบช่วยเหลือคนรอบข้างตลอดเวลา คิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเองเสมอ ซึ่งไม่แปลกเลยที่เด็กๆ และพี่เลี้ยงทุกคนที่นี่ รักและเอ็นดูเด็กน้อยไร้เสียงคนนี้" อึก......แง้ๆ "ในขณะนั้นที่เด็กหนุ่มกำลังเพลิดเพลินกับของเล่นชิ้นใหม่อยู่นั้น เขาเผอิญได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งที่คล้ายกับกำลังนั่งร้องไห้อยู่ ซึ่งเสียงนั้นมันอยู่ไม่ไกลจากตัวเขามากนัก ปลายหนาวเลยหันไปหาเสียงนั่นช้าๆ ก่อนที่จะพบกับเด็กชายน้อยคนหนึ่ง กำลังร้องโฮโหอยู่บนกองทรายคนเดียว เมื่อเด็กหนุ่มได้เห็นเช่นนั้น เขาจึงตัดสินใจลุกขึ้นพร้อมกับของเล่นในมือที่ไม่ได้มีราคาแพง แล้วเดินไปหาเด็กชายเจ้าของเสียงร้องไห้ไม่นานนัก ปลายหนาว เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มแล้วนั่งลงข้างๆ ช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มหวานเพื่อแสดงความเป็นมิตรกับฝ่ายตรงข้าม แต่ทว่าเด็กน้อยกับไม่สนใจเขา ก้มหน้าร้องไห้ต่อไม่หยุด เหมือนต้องการอะไรสักอย่าง แต่กลับไม่ได้อย่างใจหวังเด็กน้อยเจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อยยิ้มให้กับเด็กหนุ่มที่แต่งตัวดูมีภูมิฐาน ที่กำลังก้มหน้าไม่สนใจปลายหนาวก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาช้า เพื่อมองเด็กข้างๆ ที่เดินเข้ามามองอย่างแปลกใจด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา เพราะเด็กที่มูลนิธิแห่งนี้ต่างก็รู้ว่าเด็กหนุ่มเจ้าของเสียงร้องไห้คนนี้ว่าเขานั้นเป็นใคร เลยไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาหาและเล่นกับ คุณชายคริสเตียน ลูกชายคนเดียวของเจ้าของมูลนิธิแห่งนี้" มองทำไม? " คุณชายคริสเตียนหยุดร้องไห้ ก่อนที่จะยกมือปาดขี้มูกของตัวเองบนใบหน้า แล้วมองเด็กน้อยผู้มาใหม่ที่ไม่ยอมพูดยอมจา ได้แต่ยิ้มให้กับเขา" อื้อ อื้อ~~อื้อๆ " ปลายหนาวทำท่าทางเพื่อบอกความหมายว่าเขานั้นไม่สามารถพูดได้เหมือนคนอื่น แต่เขานั้นสามารถเข้าใจในสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามสื่อสาร ในจังหวะนั้นเองทำให้คริสเตียนเกิดสนใจคนตรงหน้าขึ้นมาทันที" นายพูดไม่ได้งั้นเหรอ? "งึกๆปลายหนาวพยักหน้าตอบ" ทำไมถึงพูดไม่ได้ละ? " เด็กน้อยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาก่อนที่จะสังเกต อะไรบางอย่างที่บริเวณหูข้างขวาของเด็กน้อยผู้กล้า ที่เดินเข้ามาหาเขา "........."" แล้วนี่อะไรเหรอ ขอดูหน่อยนะ"ขวับ....... ในทันใดนั้น ด้วยความอยากรู้ตามประสาเด็ก เด็กน้อยใช้จังหวะที่ปลายหนาวเผลอ ดึงเครื่องช่วยฟังสำหรับคนพิการข้างหูของเขาออกทันที ทำให้เด็กหนุ่มผู้ถูกดึงของสำคัญออกถึงกับตกใจรีบหันไปคว้าของสำคัญนั้นกลับคืนมา แต่ด้วยความที่ฝ่ายตรงข้ามตัวใหญ่กว่า เขาจึงไม่สามารถแย่งมันกลับมาได้" อื้อๆ " ปลายหนาวพยายามพยายามพูดเป็นภาษามือที่มีความหมายว่า 'ให้เอาคืนมาเดี๋ยวนี้' เพราะถ้าเขาไม่มีมันก็ไม่สามารถได้ยินอะไรทั้งสิ้น มันเปรียบเสมือนโลกทั้งใบที่เขามีอยู่ แต่คริสเตียนกับทำหน้างงอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่ปลายหนาวสื่อกับตัวเองได้แต่มองสิ่งที่อยู่ในมืออย่างสงสัย ไม่รู้ว่ามันคือเครื่องอะไรกันแน่ " ทำไมนายต้องใส่มันที่หูด้วย ของเล่นหรือ ฉันอยากได้! "" อึก...." ในขณะที่เด็กน้อยไม่สามารถคว้าของตัวเองกลับมาได้ ทำให้ปลายหนาวหันหน้าหนี ขอบตาเริ่มแดง หลังจากที่โดนแย่งของสำคัญที่สุดในชีวิตไป เครื่องที่สามารถเติมเต็มความเป็นมนุษย์ในตัวเขา เครื่องที่ทำให้เขาไม่รู้สึกแปลกแยกจากคนอื่น และในไม่ช้านั้นเองน้ำตาก็ไหลออกมาแอบแก้มช้าๆ จากนัยน์สีมรกตของเขาจนได้ ทำให้คุณชายผู้เอาแต่ใจ ถึงกับชะงัก เมื่อเด็กประหลาดตรงหน้าร้องไห้ออกมา " นายร้องไห้ ฉะ…..ฉันขอโทษ อย่าร้องไห้เลยนะ "" อึก....อึก~~~" ปลายหนาวพยายามกลั้นน้ำตาของตัวเอง เพราะน้อยครั้งมากที่เด็กน้อยไร้เสียงคนนี้จะหลั่งไหลน้ำตาออกมาให้คนอื่นเห็น เขาพยายามทำตัวให้เข้มแข็งตลอด แต่ทว่าครั้งนี้เขากลับกลั้นบ่อน้ำตาของตัวเองไว้ไม่อยู่ มันกลับตื้นแล้วร้องออกมาไม่หยุด อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ถึงแม้ว่าจะพยายามกลั้นไว้แล้วก็ตามขวับในด้านคริสเตียนเมื่อรู้ดีว่าเขาไม่สามารถห้ามคนตรงหน้าได้ เขาจึงตัดสินใจใส่เครื่องช่วยฟังคืนกลับที่เดิม ก่อนที่จะเอื้อมมือเล็กๆ ไปปาดน้ำตาบนแก้มของหนุ่มน้อยหน้าหวานเบาๆ ทำให้เขาทั้งสองคนมองตากันนิ่ง สายตานั้นมันช่างแสนไร้เดียงสาของความเป็นเด็ก สายตาแห่งความบริสุทธิ์เปรียบเสมือนผู้ขาว "หยุดร้องได้แล้วนิ :) "คริสเตียนฉีกยิ้มก่อนที่เขายกมือลูบหัวปลายหนาวเบาๆ" ไม่ร้องไห้แล้วนะ ขอโทษนะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ทำให้นายร้องไห้อีกแล้ว ฉันสัญญาเลย ""......""ตกลงไหม? " คริสเตียนบอกคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แล้วยืนนิ้วก้อยออกมาแล้วยิ้มหวานอย่างไม่เคยทำมาก่อนขวับ"ถ้านายไม่อยากเกี่ยวก้อยงั้น ฉันให้นายแล้วกันนะ ถือว่าแทนคำขอโทษ" คริสเตียนถอดสร้อยคอของตัวเองออก ก่อนที่จะยื่นให้กับเด็กน้อยตรงหน้าเขา อย่างรู้สึกผิด ปลายหนาวมองเขาหน้านิ่งไปอย่างไม่เข้าใจ เมื่อเห็นคนตรงหน้าให้สร้อยคอให้กับตัวเองฟุบปลายหนาวชี้มาที่ตัวเองด้วยความตกใจ พยายามทำรูปปาก เพื่อถามว่า 'ให้เราเหรอ'“อื้อ:) ฉันให้นาย งั้นใส่ให้แล้วกันนะ” คริสเตียนบอก ปลายหน้าได้แต่พยักหน้า คริสเตียนยิ้มออกมาแล้วสวมใส่สร้อยคอเส้นนั้นให้กับปลายหนาวอย่างเก้ๆ กังๆ"ชอบไหม? "งึก :)ปลายหนาวพยักหน้าแล้วหยิบจี้เพชรสีแดงที่สลักไว้ว่า 'คริสเตียน' ขึ้นมาดูแล้วยิ้มออกมาอย่างปลื้มปริ่มใจ เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่า คุณชายคริสเตียนจะอบอุ่น และใจดีแบบนี้ ไม่เหมือนกับสิ่งที่คนอื่นเล่นให้ฟังเลยสักนิด"........."" ต่อไปนี้เราเป็นเพื่อนกันได้ไหม? "" อื้อๆ "ปลายหนาวพยักหน้าทันทีด้วยความดีใจ ยิ้มอย่างไร้เดียงสาให้กับคริสเตียนในหัวใจของเขามันเต็มไปด้วยความอบอุ่น สิ่งที่เขาจะได้มันดีเหลือเกินสำหรับเด็กใบ้กำพร้าที่ด้อยโอกาสทุกอย่างแบบเขา" ว่าแต่ นายชื่ออะไรเหรอ"" อื้อๆ " เด็กหนุ่มส่งเสียงเบาๆ แล้วใช้ภาษามือเป็นการสื่อสาร " ขอโทษนะ ฉันไม่เข้าใจที่นายพูดเลย"ขวับ พรึบ~~~ ด้วยความยากลำบากในการสื่อสาร ปลายหนาวเลยจัดการใช้นิวมืออันเล็กเขียนชื่อตัวเองบนทราย พร้อมกับประโยคเล็กๆ ที่ทำให้เพื่อนคนใหม่ยิ้มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน'เราชื่อปลายหนาว ต่อจากนี้เราเป็นเพื่อนกันนะ คริสเตียน'" อื้อ " คริสเตียนพยักหน้าแล้วยิ้มออกมา และต่อจากนั้นทั้งคู่ก็เล่นด้วยกันอย่างสนุกสนานหลังจากเหตุการณ์นี้คริสเตียนก็จะแอบมาเล่นกับปลายหนาวที่มูลนิธิบ่อย เมื่อเขาได้มาเยี่ยมมูลนิธิพร้อมกับครอบครัว ในทุกๆ อาทิตย์ เขาจะขอมาที่นี่ จนพวกเขาทั้งสองคนสนิทกันมาก ในบางครั้งปลายหนาวก็สอนภาษามือภาษาที่ใช้สื่อสารกับคนพิการทางการพูดให้กับคริสเตียน จนคริสเตียนสามารถที่จะสื่อสารกับปลายได้เป็นแบบนี้อยู่นานหลายปีทุกครั้งคริสเตียนมาที่นี่เขาก็จะคอยเอาของเล่นใหม่ๆ ขนม ต่างๆ มากมายมาฝากปลายหนาวเสมอ ส่วนปลายหนาวก็จะคอยทำของเล็กๆ น้อยๆ ที่คนอย่างเขาพอจะทำให้คริสเตียนเช่นกัน ถึงแม้ว่าของชิ้นนั้นมันไม่ได้มีราคาแพงหรือหรูหราอะไร แต่ทุกครั้งที่คริสเตียนได้รับเขามักจะดีใจและตื่นเต้นเสมออาทิเช่น เครื่องดักฝันในวันเกิดของคริสเตียน ตุ๊กตาถุงเท้าในวันเปิดเทอมประถมวันแรก ของทุกชิ้นปลายหนาวทำ เขามักจะใช้ใจในการทำเสนอและสำหรับคริสเตียน ลูกชายคนเดียวของตระกูลมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล มีเพียงแค่ปลายหนาวเพียงคนเดียวที่เป็นเพื่อนและเข้าใจเขาทุกอย่างสามารถทำสิ่งที่อยากทำอย่างอิสระ โดยที่ไม่ได้ถูกกดดันเหมือนกับเวลาอยู่ในครอบครัวเพราะคำว่าเพื่อนของพวกเขา มันไม่จำกัดว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน เป็นอะไร สำหรับทั้งสองคนเพื่อน คือการได้อยู่เคียงข้างกัน ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะอยู่ในระดับไหนตาม