หยวนฉางเหอรู้สึกหวาดระแวงและไม่สบายใจอยู่ลึกๆพวกเขาจึงรีบสกัดแร่จิติญญาส่วนใหญ่ออกมาอย่างลนลานก่อนจะอาศัย่ที่แสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าเร่งฝีเท้าจากลาหุบเขาปีศาจภูตพรายไปอย่างรีบร้อน...
ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมาฝูงแมลงเรืองแสงกลุ่มหนึ่งก็ค่อยๆ บินออกมาจากถ้ำพวกมันวนเวียนเสาะหาไปทั่วหุบเขาปีศาจภูตพรายโดยมีเด็กสาวร่างเล็กในชุดเกราะหนักคนหนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมาด้วยความกระวนกระวายเธอไล่ตามฝูงแมลงตัวน้อยไปจนถึงพื้นที่รกชัฏที่เต็มไปด้วยพงหญ้าคา
เมื่อเห็นฝูงแมลงเรืองแสงหยุดบินวนเวียนอยู่เหนือผืนดินจุดหนึ่งเด็กสาวในชุดเกราะหนักก็ยกโล่ขนาดมหึมาในมือขึ้นมาใช้ต่างจอบ และค่อยๆขุดดินบริเวณนั้นอย่างระมัดระวัง
หนึ่งฟุต...สองฟุต...
หน้าดินที่ดูปกติสามัญกลับถูกขุดลึกลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งมือที่เปื้อนเืข้างหนึ่งปรากฏสู่สายตา
กู้ซืออวี่รีบวางโล่ลงทันควันก่อนจะใช้สองมือค่อยๆ ตะกุยดินเพื่อนำร่างที่ถูกฝังอยู่ออกมา
“นี่! ตื่นสิ ตื่นเร็วเข้า!”
“นายคงไม่ได้ตายไปจริงๆ หรอกใช่ไหม?”
กู้ซืออวี่พยายามจัดร่างนั้นให้นอนราบลงบนพื้นด้วยความร้อนใจสภาพศพยังคงสมบูรณ์ครบถ้วน สะเก็ดเืตามร่างกายเริ่มหลุดลอกออกและาแบางแห่งบนท่อนแขนกลับสมานตัวจนหายดีอย่างน่าอัศจรรย์!
‘เฮือก!’ เสียงสูดลมหายใจเข้าลึกดังขึ้นพร้อมกับที่เซียวเยี่ยลืมตาโพลงเมื่อเขามองขึ้นไปก็สบเข้ากับดวงตากลมโตของกู้ซืออวี่ที่จ้องมองมาในระยะประชิดแม้จะเคยเห็นเซียวเยี่ยฟื้นคืนชีพมาแล้วครั้งหนึ่งแต่เธอก็ยังสะดุ้งโหยงด้วยความใ!
“คุณ... คุณเป็ยังไงบ้าง? าเ็ตรงไหนหรือเปล่า?”
เซียวเยี่ยยันกายลุกขึ้นนั่งพลางบิดี้เีเพื่อคลายกล้ามเนื้อด้วยผลจากทักษะสังเคราะห์แสงเยียวยาที่มอบพลังฟื้นฟูอันมหาศาลถึงห้าเท่าทำให้าแตามร่างกายของเขาหายเป็ปลิดทิ้ง
แม้แต่ค่าพลังชีวิตก็ฟื้นคืนกลับมามากกว่าครึ่งแล้ว!
“วางใจเถอะ ผมไม่เป็ไรหรอก”
เซียวเยี่ยระบายลมหายใจยาวพลางกล่าวเขากวาดสายตามองไปรอบๆ พร้อมกับลอบเปิดใช้งานทักษะคลื่นเสียงตรวจจับความถี่สูงทั่วทั้งบริเวณหุบเขาปีศาจภูตพรายแห่งนี้นอกจากมอนสเตอร์ที่กระจายตัวอยู่ประปรายแล้วก็ไร้ซึ่งร่องรอยของพี่น้องตระกูลหยวนกลุ่มนั้น
“ค่อยยังชั่วหน่อย...”
กู้ซืออวี่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพลางถอนหายใจอย่างโล่งอกตลอดหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาเธอต้องเผชิญกับความทรมานใจยิ่งกว่าเซียวเยี่ยเสียอีก!
“ฉันขอเตือนไว้ก่อนเลยนะ ต่อไปห้ามให้ฉันทำเื่แบบนี้อีกเด็ดขาด!”
กู้ซืออวี่มุ่ยปากกล่าวอย่างขัดใจคนสองคนที่เพิ่งพบหน้ากันกลับต้องมาเผชิญความเป็ความตายร่วมกันภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงแถมเธอยังต้องมาขุดศพเขาอีก...
เธอรู้สึกว่าประสบการณ์ใน่ครึ่งวันนี้ช่างตื่นเต้นเร้าใจยิ่งกว่าชีวิตสิบกว่าปีที่ผ่านมาเสียอีก
“ครั้งนี้ต้องขอบใจคุณมากนะ”
เซียวเยี่ยกล่าวขอบคุณเธออย่างจริงจัง“ไว้กลับถึงเมืองซ่างจิงเมื่อไร ผมจะเลี้ยงมื้อใหญ่เป็การตอบแทน”
“ถ้างั้นต้องไปกินที่หอหวนเมฆาเท่านั้นนะ!”
กู้ซืออวี่ประชดประชันด้วยความอัดอั้นตันใจหอหวนเมฆาคือภัตตาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองซ่างจิง และราคาก็สูงลิบจนน่าใ
แต่ทว่าเซียวเยี่ยกลับตอบตกลงอย่างง่ายดาย“ได้เลย ไปที่หอหวนเมฆากัน!”
..........
ณดาดฟ้าของตึกร้างแห่งหนึ่งในเมืองซ่างจิงผู้คนจำนวนมากถูกมัดมือมัดเท้าและแขวนห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศราวกับผีตายซากแต่ทุกคนกลับยังถูกรักษาลมหายใจไว้ให้ทรมาน
คุณอาฉินนั่งสูบบุหรี่อยู่บนก้อนอิฐพลางจ้องมองกลุ่มคนที่ถูกเขาแขวนไว้ด้วยสายตาเ็า
ผมของเขาดูยุ่งเหยิงชุดสูทที่สวมใส่ยังคงเป็ชุดเดิมจากงานเลี้ยงเมื่อห้าหกวันก่อนซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยคราบสกปรกและฝุ่นละออง
แต่คุณอาฉินผู้พิถีพิถันอยู่เสมอกลับไม่มีแก่ใจจะสนใจเื่เ่าั้ในตอนนี้
่นี้คุณอาฉินหงุดหงิดเป็อย่างมากเพราะจนถึงป่านนี้คุณชายสี่แห่งเป่าลี่กรุ๊ปก็ยังหาตัวไม่พบ
เป็ตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่มีร่องรอยแม้แต่น้อย
ลางสังหรณ์อันเลวร้ายในใจบอกเขาว่า...เ้าเด็กเหลือขอที่เป็ดั่งแก้วตาดวงใจของคุณนายคนนั้น คงจะกลายเป็ศพไปเสียแล้ว!
ทว่าเขากลับหาเบาะแสไม่ได้เลยคนที่ถูกแขวนอยู่บนดาดฟ้าล้วนเป็พวกที่มีความแค้นกับเป่าลี่กรุ๊ปซึ่งคุณอาฉินได้กวาดต้อนคนเหล่านี้มาจนหมดสิ้นภายในคืนเดียว
แต่ไม่ว่าจะใช้ทัณฑ์ทรมานรูปแบบใดเขาก็ไม่อาจง้างปากรีดเอาข้อมูลที่เป็ประโยชน์ออกมาได้เลย
ทางด้านคุณนายก็ได้ยื่นคำขาดมาแล้วว่าจะให้เวลาเขาอีกเพียง 24 ชั่วโมงสุดท้ายเท่านั้น
เขานึกถึงตนเอง...ฉินซานผู้ที่ยอมถวายหัวทำงานให้กับตระกูลเฉินแห่งเป่าลี่กรุ๊ปมาค่อนชีวิตทำงานอย่างถวายหัวประดุจสุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ที่สุด!
เป็สุนัขรับใช้ที่มีผลงานโชกโชนแต่สุดท้ายในยามที่ใกล้จะเกษียณกลับต้องมาเจอเื่ฉาวโฉ่เช่นนี้
นอกจากชื่อเสียงที่สั่งสมมาจะย่อยยับแล้วเกรงว่าแม้แต่ความฝันที่จะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุขแบบคนธรรมดาก็คงเป็ไปไม่ได้เสียแล้ว
เขารู้ซึ้งถึงวิธีการของเป่าลี่กรุ๊ปและคุณนายดียิ่งกว่าใคร
ยามที่ทุกอย่างราบรื่นเขาคือคุณอาฉินผู้ที่ทุกคนซึ่งทำงานให้เป่าลี่กรุ๊ปต่างเคารพยำเกรง
แต่ยามที่มีเื่ผิดพลาดเกิดขึ้นเขาจะเป็คนแรกที่ต้องแบกรับเพลิงพิโรธนั้น
ชาติหน้า...อย่าได้เกิดมาเป็หมาให้ใครเขาจูงอีกเลย!
คุณอาฉินยิ้มเย้ยหยันตนเองสถานการณ์ตรงหน้าสำหรับเขามันคือทางตันโดยแท้จริง
ความปรารถนาเพียงอย่างเดียวในตอนนี้คือเขาอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็คนปลิดชีพเ้าเด็กตระกูลเฉินคนนั้น?
ช่างลงมือได้สะอาดหมดจดเสียจนคนรุ่นเก๋าที่คร่ำหวอดในวงการมืดมาทั้งชีวิตอย่างเขายังหาเบาะแสไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ
และในวินาทีนั้นเองอุปกรณ์สื่อสารของคุณอาฉินก็มีข้อความแจ้งเตือนเข้ามา
เป็สายสืบที่เขาวางตัวไว้รอบนอกเมืองซ่างจิงส่งข่าวมาดูเหมือนจะพบร่องรอยของคนที่มีอุปกรณ์สวมใส่แบบเดียวกับที่คุณชายสี่เคยใช้ก่อนตาย!
“มันอยู่ที่ไหน? อย่าเพิ่งแหวกหญ้าให้งูตื่นรอฉันไปถึงก่อน!”
เมื่อกดรับสายสื่อสารดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยเส้นเืของฉินซานก็พลันส่องประกายคมกล้าดุจเหยี่ยว“ถนนสายหลักนอกเมืองซ่างจิง... ทางที่มุ่งหน้าไปยังเขตรอบนอก...”
ฉินซานพึมพำคำเ่าั้เบาๆก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหันแรงกดส่งผลให้ก้อนอิฐที่เขานั่งอยู่เลื่อนไถลเชือกที่ผูกโยงไว้ใต้ก้อนอิฐพลันคลายตัวออกร่างที่ถูกแขวนอยู่บนดาดฟ้าตึกร้างต่างร่วงหล่นลงมาดั่งก้อนหินเสียงกรีดร้องคร่ำครวญดับวูบลงพร้อมกับเสียงกระแทกพื้นดังสนั่น
เมื่อมองลงมาจากยอดตึกจะเห็นหยาดโลหิตสาดกระจายประดุจดอกไม้สีแดงฉานเบ่งบานบนพื้นดิน...
แผ่นหลังที่เคยค่อมลงเล็กน้อยของฉินซานกลับมาตั้งตรงอีกครั้งแววตาเผยความหนาวเหน็บที่ชวนให้เสียวสันหลัง “แจ้งทุกคนให้เตรียมตัวให้พร้อมทิ้งคนไว้เฝ้าตามจุดต่างๆ แค่ที่ละคนก็พอ!”
“ส่วนที่เหลือไปรวมตัวกันที่ประตูเมืองทิศเหนือเตรียมตัวออกนอกเมืองไปกับฉัน!”
เหล่าลูกน้องที่ติดตามได้เห็นหมาป่าตัวเก่ากลับมาแยกเขี้ยวเล็บอีกครั้งทุกคนต่างตื่นตัวและขานรับเสียงดังสนั่น “รับทราบ!”
เบื้องล่างตึกร้างรถยนต์หลายคันถูกระดมพลอย่างรวดเร็ว
ฉินซานหยิบแผนที่รอบเมืองซ่างจิงออกมาเขาใช้เล็บกรีดทำเครื่องหมายวงกลมลงบนถนนสายหลักใกล้ประตูเมืองทิศเหนือถนนเส้นนั้นคือเส้นทางมุ่งสู่ชนบท ซึ่งหากตามทางไปเรื่อยๆจะผ่านเขตรอบนอกและหมู่บ้านบริวารหลายแห่งหนึ่งในนั้นคือพื้นที่ห่างไกลและมีชื่อเสียงย่ำแย่ที่สุดที่ว่ากันว่าเป็ดินแดนทุรกันดารอันเต็มไปด้วยพวกสถุล...ซึ่งมีชื่อว่า หมู่บ้านตระกูลหยวน