ตอนที่ 4
เสียงเคาะประตูที่ดังเหมือนไม่เกรงใจใคร และเสียงเรียกที่ดูมีอายุนี้ คงจะไม่พ้นเป็แม่สามีของสะใภ้ทั้งสองคนที่มีเื่กับเธอเมื่อสักครู่นี้ คนที่อยู่ในห้องทั้งสองคนหันมามองหน้ากันทันที คนที่เป็สามีทำหน้าเหมือนกับไม่สบายใจเพราะไม่สามารถช่วยอะไรได้
ส่วนคนที่เป็เมียนั้น ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่อยากจะรู้ว่า้าอะไรจากเธอมากกว่า
"น้องจะออกไปหรือ" ถามออกไปอย่างไม่สบายใจ แม่เลี้ยงคนนี้นิสัยไม่ดีและยังเห็นแก่ตัว แต่ก่อนที่ดีกับเขา เพราะอยากได้เงิน แต่ต่อจากนี้ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะจัดการกับพวกเขาสองผัวเมีย
"ออกไปสิคะ มาเคาะจนห้องแทบพังอย่างนี้" เธอคงไม่อยู่เฉยๆ หรอกนะ
"ระวังตัวด้วยนะ" เขาบอกออกไปอย่างเป็ห่วง
"ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรได้หรอกค่ะ"
พูดเสร็จแล้ว จึงได้เดินออกไปเปิดประตู
"น้ามีอะไรหรือเปล่าคะ ถึงได้มาเคาะประตูเสียงดัง ไม่เกรงใจสามีของฉันอย่างนี้"
เธอไม่ยอมให้ใครมาว่าก่อน เมื่อเปิดประตูได้ จึงได้ว่าออกไปทันที ทำให้คนที่มาใหม่ถึงกับอ้าปากค้าง เพราะ้าที่จะมาต่อว่าอีกฝ่าย แต่กลับถูกว่ากลับมาเสียก่อน คนที่ไม่เคยถูกถามอย่างไม่พอใจอย่างนี้ ถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว
"แล้วเธอทำเื่อะไรไว้ล่ะ" เมื่อตั้งสติได้แล้ว จึงได้ถามออกไปทันทีด้วยความไม่พอใจ
"ฉันหรือคะ ไปทำอะไรใคร ในเมื่อฉันยังไม่ได้ไปไหนเลย ดูแลสามีอยู่ที่ห้องนี้ น้าถามเหมือนฉันไปหาเื่ใครมาอย่างนั้นล่ะค่ะ" พูดออกไปเหมือนไม่รู้ว่าเื่ที่เกิดขึ้นเป็เื่อะไร
"เธอหาเื่ลูกสะใภ้ฉันไม่ใช่หรือ"
"หาเื่ เื่อะไรอย่างนั้นหรือคะ" ถามพร้อมทั้งทำหน้าเหมือนไม่รู้ไม่ชี้อะไรทั้งนั้น
"เธอว่าลูกสะใภ้ฉัน" ทำไมต้องให้เธอพูดทุกอย่างเลยหรืออย่างไรกัน
"น้าคงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะค่ะ ฉันจะไปว่าลูกสะใภ้น้าทำไมกัน" ว่าที่ไหนกัน เธอแค่ถามเองนะ
"แต่ลูกสะใภ้บอกว่าเธอว่าพวกเธอ และไม่เคารพฉันอีกด้วย" บอกด้วยเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจ
"อย่างนั้นหรือคะ ฉันแค่ถามลูกสะใภ้ของน้าว่า ที่บ้านไม่ได้สอนอย่างนั้นหรือ ว่าเสื้อผ้าส่วนตัว ควรที่จะซักเอง ไม่ใช่ว่าใช้คนอื่นซัก อย่างนี้คือการว่าอย่างนั้นหรือ ฉันถามดีๆ แท้ๆ หรือไม่ฉันก็ช่วยน้าสอนลูกสะใภ้ให้ ถ้าใครรู้เข้าอายตายเลยค่ะ มีอย่างที่ไหน ของใช้ส่วนตัว ยังมาให้ผู้อื่นทำให้อย่างนี้ และคนที่พวกเธอใช้ยังเป็พี่สะใภ้ของพวกเธออีกด้วย"
"แต่ลูกสะใภ้บอกว่าปกติเธอทำให้พวกเขาด้วยไม่ใช่อย่างนั้นหรือ"
"ที่ทำให้ตอนนั้นเพราะอยากให้คิดเองได้ ว่าไม่สมควร แต่ทั้งสองคนดูเหมือนจะเกินเยียวยาแล้วนะคะ และบอกด้วยนะคะ ว่าไม่ต้องเอามาให้ฉันอีก ถ้าไม่ทำเองก็แล้วแต่พวกเธอ น้าเองก็ควรที่จะไปสั่งสอนลูกสะใภ้ของน้าให้ดีกว่านี้ ว่าอย่าได้มายุ่งกับฉันอีก ฉันเป็พี่สะใภ้ของพวกเธอ ถ้าคนอื่นรู้จะน่าอายแค่ไหน ไม่มีความเคารพพี่สะใภ้เลยสักนิดเดียว"
ใช่แล้ว แต่ก่อนยอม แต่ต่อจากนี้ไปอย่าได้หวังจะใช้เธอได้อีก
"ถ้าเธอไม่ทำให้ ฉันจะไล่เธอออกจากบ้านหลังนี้ ฉันสั่งให้เธอทำงานให้ลูกสะใภ้ของฉันก็ต้องทำ เข้าใจไหม"
ทำไมถึงมาแข็งข้อตอนนี้กัน ไม่ใช่แต่ก่อนหัวอ่อน ให้ทำอะไรก็ทำไม่ใช่หรือ เธอต้องกำราบให้อยู่ในโอวาทเหมือนที่แล้วมา ไม่ใช่ไม่รู้เื่ที่ลูกสะใภ้ทั้งสองของเธอใช้สะใภ้คนนี้ให้ทำงาน แต่แล้วอย่างไรล่ะ เป็แค่สะใภ้ไร้ประโยชน์ เท่านั้น คอยรับใช้ลูกสะใภ้ของเธอทั้งสองคนถูกต้องที่สุดแล้ว
ส่วนสองสะใภ้ ที่มายืนเยาะเย้ยอยู่ที่ด้านหลัง รู้สึกพอใจ ที่แม่สามีสั่งให้พี่สะใภ้ซักผ้าให้พวกเธอเหมือนเดิมแล้ว ดูสิพี่สะใภ้จะทำอย่างไร ทำมาเป็ปากเก่ง อยากรู้นักจะเก่งได้สักแค่ไหนกัน ตอนแรกว่าจะไม่ตามมา แต่ความอยากรู้ จึงได้ตามมาทีหลัง และได้ยินที่แม่สามีของเธอสั่งพอดี
"น้ามีสิทธิ์อะไรที่จะไล่ฉันออกจากบ้านหลังนี้อย่างนั้นหรือ ในเมื่อบ้านหลังนี้สามีของฉันมีสิทธิ์อยู่เหมือนกัน แล้วเื่ใช้งานอย่างนี้อีก ไม่สมควรอย่างมาก ถ้าน้าอยากที่จะมีเื่ ฉันจะไปแจ้งผู้ใหญ่แล้วกัน ฉันเป็ลูกสะใภ้ของเ้าของบ้านหลังนี้ ไม่ใช่คนรับใช้ของทุกคน ดูสิผู้ใหญ่บ้านจะว่าอย่างไร ฉันไม่อายหรอกนะ ถ้าจะต้องพูดถึงเื่ที่เกิดขึ้น แต่คิดให้ดีก็แล้วกัน ถ้าฉันพูดออกไป คนที่อายคงไม่ใช่ฉันที่เป็พี่สะใภ้อย่างแน่นอน"
"นี่เธอกล้าขู่อย่างนั้นหรือ เธออยู่ในบ้านหลังนี้ กินอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่ออกอะไรเลย ทำงานแค่นั้นจะเป็อะไรไป"
เธอกำลังโกรธมาก สิ่งที่้าทำตอนนี้เหมือนจะไม่เป็อย่างที่คิด ใครจะให้เื่พวกนี้ถึงผู้ใหญ่บ้านกัน เธอก็ไม่อยากที่จะอายเหมือนกัน ไหนจะลูกชายของเธอทั้งสองคนอีก และที่สำคัญ ก็เป็เื่ที่ถูกว่าเธอนั้นไม่สามารถไล่ลูกเลี้ยงคนนี้ออกจากบ้านหลังนี้ไปได้
"น้าคงจะลืมไปแล้วหรือคะ ว่าน้าเองเอาเงินค่าชดเชยของสามีของฉันไปหมด บอกว่าเป็ค่ากินอยู่ภายในบ้าน จะมาบอกว่าเราอยู่เฉยๆ ไม่ออกอะไรเลยได้อย่างไรกัน ถ้าเป็อย่างนั้นก็คืนเงินทั้งหมดมาก็แล้วกันค่ะ พวกเราจะดูแลเื่กินอยู่กันเอง ดีไหมคะ"
เอาเงินสามีของเธอไปตั้งมากมาย เงินตั้งหลายร้อยหยวน ใช้จ่ายอย่างประหยัดสามารถกินใช้ได้หลายปีเลยด้วยซ้ำ พูดมาอย่างไม่อายปากเกินไปแล้ว และเธอก็ไม่ยอมเช่นเดียวกัน
"จะได้อย่างไรกัน เธอสองคนผัวเมีย ไม่มีคนทำงานเลย เงินแค่นั้นจะไปพออะไรกัน ความจริงควรแยกครอบครัวออกไปได้แล้วด้วยซ้ำ ในเมื่อพ่อของสามีของเธอไม่อยู่แล้ว" ไล่อย่างไม่อายปากเลยสักนิดเดียว
"ถ้าจะให้แยกน้าคงต้องแบ่งเงินกลับมาให้พวกเราบ้างนะคะ ในเมื่อน้าเอาเงินสามีของฉันไปหมดอย่างนี้"
"ถ้าจะอยู่ก็ต้องทำงานสิ"
"ฉันก็ทำอาหารให้แล้วไม่ใช่หรือคะ ดูแลบ้านก็ทำ มีตรงไหนที่ฉันอยู่เฉยบ้าง มีแต่ลูกสะใภ้ของน้า ที่ี้เีจนเคยตัวมากกว่า"
"ไม่รู้ล่ะ ถ้าเธอไม่ทำตามที่ฉันบอกก็ไม่ต้องมีใครได้กินอาหารในบ้านหลังนี้อีก รวมทั้งสามีของเธอด้วย ไม่ต้องมาอ้างเื่เงินนั้น เพราะฉันไม่สนใจเลยสักนิด ถ้าไม่พอใจก็ย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้กัน และไม่ต้องหวังว่าจะได้เงินจากฉันสักหยวนเดียว เพราะฉันไม่คืนให้เด้ดขาด"
ในเมื่อพูดดีๆ แล้วไม่รู้เื่อย่างนั้นก็ไม่ต้องคุยกันก็แล้วกัน ใครจะไปสนกัน ลูกเลี้ยงไร้ประโยชน์ อยู่ที่บ้านก็มีแต่เปลืองอาหาร ไหนจะเมียไร้ประโยชน์ของลูกเลี้ยงนี้อีก ถ้าย้ายออกไปคงจะทำให้ประหยัดค่ากินไปได้ตั้งเยอะเลย บ้านหลังนี้จะได้มีแค่ครอบครัวของเธออยู่เท่านั้น
"ทำไมหรือคะ ไม่ทำเป็แม่เลี้ยงที่แสนดีแล้วหรือคะ หรือว่าพอได้เงินไปแล้ว หมดประโยชน์ ถึงได้พูดอย่างนี้ออกมาได้" เธอมองคนตรงหน้า ที่มีสีหน้าไม่สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิดเดียวกับสิ่งที่พูดออกมา
"ใช่แล้วจะทำไม เธอจะคิดอย่างไรก็เื่ของพวกเธอ แต่ฉันไม่สนใจอยู่แล้ว อยากจะรู้นักว่าคนไร้ประโยชน์อย่างเธอกับสามีพิการ จะอยู่รอดไปได้สักกี่วันกัน ถึงวันนั้นจะยังปากดีอย่างนี้อยู่หรือเปล่า เฮอะ"
พูดพร้อมทั้งเสียงอย่างดูถูก ถ้าทำงานทุกอย่างเหมือนเก่า เธอก็ยังยอมเลี้ยงเอาไว้ได้ แต่ดูจากวันนี้แล้ว เหมือนจะไม่ยอมง่ายๆ เหมือนเดิม อย่างนี้ก็อย่าว่าเธอใจร้ายกับคนไร้ประโยชน์ทั้งสองคนแล้วกัน
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )