คนที่เขาเห็นนั้นก็คือ แฮรี่ จอห์นสัน เขาก็คือพ่อขอโอฟิเรียคู่หมั้นของเขา และชายคนนี้ยังเป็เลขาที่มาคัสนั้นไว้ใจเป็อย่างมากอีกด้วย ตอนนี้เมืองพรีออนนั้นอยู่ในการดูแลของชายคนนี้เพราะเอริคนั้นเที่ยวทำตัวไม่เอาไหนอยู่นอกคฤหาสน์อยู่เป็ประจำ
มีข่าวลือหนาหูว่าแฮรี่คนนี้นั้นมีความ้าที่จะสร้างอำนาจของตัวเองเพื่อที่จะยึดครองเมืองพรีออนจึงได้นำลูกสาวของตัวเองมาหมั้นกับเขาเพื่อที่จะใต่เต้าขึ้นมาสู่ตำแหน่งสูงสุดของตัวเอง
แต่สำหรับเอริคแล้ว ข่าวลือพวกนั้นมันก็เป็แค่เื่เหลวไหลทั้งเพ เพราะตามความความทรงจำของเขาเขาแล้วแฮรี่คนนี้นั้นคือคนที่เขานั้นสามารถไว้ใจได้อย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่าเอริคคนก่อนนี้จะทำตัวไม่เอาไหนแบบนั้นแต่เขาก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้น เขารู้ว่าคนไหนที่เขานั้นสามารถไว้ใจได้และไว้ใจไม่ได้
แต่ว่าในตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว เพราะในตอนนี้เอริคนั้นไม่ใช่เอริคคนเดิมอีกต่อไปแล้วเพราะเขาคนนี้นี่แหละที่จะเปลี่ยนทุกอย่างที่นี่เอง แต่ว่าทุกอย่างมันก็ต้องพังลงไปเพราะว่าเมื่อกี้แฮรี่นั้นกลับต้องมาเห็นอะไรแบบนั้น แล้วแบบนี้จะให้คนอื่นเชื่อใจเขาได้ยังไง
"พอดีข้ามาดูท่าน เห็นว่าโอฟีเรียบอกว่าท่านนั้นอาการหนักมากเมื่อบ่ายที่ผ่านมานี้"
"เอ่อ...ท่าน...ลุง ข้าสบายขึ้นมากแล้วตอนนี้ไม่เป็อะไรมากแล้ว"
"ก็ดีแล้ว ถ้าท่านเป็อะไรขึ้นมาข้าคงจะต้องรู้สึกผิดกับท่านมาคัสเป็อย่างมากแน่ๆ งั้นท่านพักผ่อนเถอะ"
เมื่อพูดจบแล้วแฮรี่ก็เดินออกไปในทันที ดูเหมือนว่าแฮรี่นั้นอยากจะพูดอะไรบางอย่างอีกแต่เขาก็ตัดสินใจกลับออกไปโดยไม่พูดอะไร แต่เอริคก็รู้ว่าเขานั้นอยากจะพูดอะไร มันคงจะเป็เื่ที่เขานั้นเอาโอฟีเรียไปเป็เครื่องมือในการพนันเป็แน่ แต่เขาก็คงจะคิดว่าพูดไปก็คงจะไม่ได้อะไรก็เลยไม่พูดเสียจะดีกว่า
เอริคเองก็หมดหนทางเช่นกันเพราะจะให้เขานั้นอธิบายอะไรไปตอนนี้ก็คงจะเหมือนแก้ตัวซะมากกว่า เพราะฉะนั้นจึงต้องลองพูดกับโอฟีเรียดูก่อนว่าเธอนั้นจะเชื่อสิ่งที่เขานั้นพูดออกไปหรือไม่ ถ้าแม้แต่สาวน้อยคนนั้นยังไม่เชื่อแล้วละก็ต่อให้พูดให้ใครฟังก็คงจะไม่มีใครเชื่อแล้วล่ะ
เมื่อเวลาร่วงเลยมาถึงพลบค่ำโอฟีเลียก็เดินเข้ามาในห้องของเขาพร้อมกับถ้วยโจ๊กปลาหนึ่งถ้วย เอริคเห็นแบบนั้นก็ยิ่งสงสารหล่อนเป็อย่างมาก เพราะตามความทรงจำของเขาแล้ว เอริคคนก่อนนั้นจ้องแต่จะเธออย่างเดียวโดยที่ไม่ได้มีความรู้สึกว่าเธอนั้นเป็คู่หมั้นเลยสักนิด ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเธอเป็ลูกสาวของแฮรี่ละก็ป่านนี้หมอนั่นคงจะทำสำเร็จไปแล้ว
โอฟีเรียเดินเข้ามาแล้วมองไปที่เอริคพร้อมกับทำสีหน้าแปลกใจออกมา
เพราะสายตาที่นางเห็นเอริคมองมานั้นมันเหมือนกับว่าเขารู้สึกผิดเป็อย่างมาก
ซึ่งมันไม่เหมือนทุกครั้งที่เขานั้นมองนางอย่างลามกเหมือนที่แล้วมา
นั่นทำให้นางรู้สึกแปลกใจเป็อย่างมากเพราะสำหรับเอริคแล้วนางนั้นรู้จักเขาเป็อย่างดี
ทั้งสองนั้นเติบโตมาด้วยกันเล่นด้วยกันมาั้แ่ยังเล็กๆ การหมั้นของทั้งสองนั้นเป็การหมั้นที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายนั้นตกลงกันเอาไว้ั้แ่ทั้งสองนั้นยังไม่เกิดด้วยซ้ำ เื่ทุกอย่างนั้นก็เหมือนว่าจะเป็ไปอย่างดีแต่มันก็เปลี่ยนไปเมื่อเอริคนั้นเข้าสู่พิธีบรรลุภาวะการเป็ผู้ใหญ่เมื่อตอนอายุ 15 หลังจากเข้าพิธีเสร็จเขาก็เปลี่ยนไปเป็คนละคนนั่นทำให้โอฟีเลียนั้นผิดหวังเป็อย่างมาก
แต่นางก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองอย่างไม่ขาดตกบกพร่องมาโดยตลอดซึ่งนั้นทำให้เอริคนั้นรู้สึกสงสารและเห็นอกเห็นใจนางเป็อย่างมากที่ต้องมาเจอกับคนแบบนี้ เขาคิดเอาไว้ในใจว่าถ้าเกิดเขาสามารถจัดการเื่ทุกอย่างได้เข้าที่เข้าทางเมื่อไหร่เขาจะปล่อยให้นางเป็อิสระและถอนหมั้นให้เพื่อให้นางนั้นไปใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเอง้าจริงๆ จะได้ไม่ต้องมาทนอยู่แบบนี้ เพราะเขานั้นเห็นมันได้อย่างชัดเจนว่านางนั้นทำเื่พวกนี้ทั้งหมดนั้นเพียงเพราะหน้าที่ของตัวนางเองไม่ใช่เพราะอยากจะทำจริงๆ
โอฟีเลียนั้นมีอายุที่เท่ากันกับเอริคเพราะทั้งสองนั้นเกิดมาไล่เรี่ยกัน เอริคเกิดก่อนนางเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้น เมื่องมองดูแล้วเอริคนั้นเชื่อเหลือเกินว่าต่อให้เอาหญิงสาวทั้งโลกเดิมของเขามายืนเรียงกันก็ยังไม่สวยเท่าเธอคนนี้อย่างแน่นอน
สูงประมาณ 170 เอวเล็ก ส่วนที่ควรมีก็มีหมด ผิวพรรณเรียบเนียนเป็อย่างมาก หน้าเล็กๆที่ถูกเส้นผมสีทองประดับอยู่บนหัวนั้นมันเป็อะไรที่สมบูรณ์แบบเป็อย่างมาก
เธอนั่งลงข้างๆเตียงของเขาแล้วตักโจ๊กขึ้นมาเป่าเล็กน้อยแล้วมาจ่อที่ปากของเขาโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ นั่นทำให้เอริคนั้นตั้งตัวไม่ถูกเลยทีเดียว เพราะเขานั้นไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน
เอริคอ้าปากแล้วกินโจ๊กนั่นเข้าไปซึ่งมันอร่อยเป็อย่างมาก
เขามองไปที่หน้าน้อยๆของเธอก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการหว่านล้อมทันที
"โอฟีเรีย เ้ายังจำตอนที่เรายังเด็กได้หรือไม่?"
โอฟีเลียเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ชะงักไปในทันทีเพราะไม่คิดว่าสิ่งแรกที่เอริคพูดออกมานั้นจะเป็คำนี้ นางเงียบไปสักพักก่อนที่จะวางช้อนเอาไว้ในถาดแล้วมองมาที่เอริค
"เื่พวกนั้นมันนานมาแล้วและข้าก็แทบจะลืมมันไปแล้วล่ะ"
'โถ่แม่คุณตัดถอนกันเสียจริงนะ'
เอริคได้แต่คิดออกมาในใจก่อนที่จะแสร้งตีหน้าเศร้าต่อไป
"เ้าลืมมันไปแล้วงั้นหรอ แต่ข้ายังจำได้ดีเลยล่ะ เพราะ่เวลานั้นมันเป็่เวลาที่ข้านั้นมีความสุขที่สุดแล้ว"
โอฟีเลียนั้นเหมือนที่จะไม่สนใจในสิ่งที่เอริคนั้นพูด แต่เขานั้นก็มองออกว่าเธอนั้นคิดตามสิ่งที่เขานั้นพูดอยู่ เมื่อเห็นแบบนั้นเอริคก็คิดอย่างได้ใจว่ามันได้ผล
"ท่านจะพูดถึงมันขึ้นมาเพื่อเหตุใด เื่มันก็นานมาแล้วเอามาพูดตอนนี้มันก็ไม่มีความหมายหรอก"
เอริคมองไปที่ใบหน้าอันงดงามนั่นอีกครั้งก่อนที่จะถามออกไป
"ข้าอยากจะถามเ้าว่าเ้าเชื่อมันหรือไม่ เื่ที่ผู้คนนั้นบอกว่าข้านั้นเอาตัวเ้าไปเป็ทรัพย์สินเพื่อใช้ในการพนัน?"
โอฟีเลียเงียบไปเมื่อได้ยินแบบนั้น เอริคมองเห็นอย่างชัดเจนว่าเธอนั้นเชื่ออย่างเต็มที่เลยล่ะว่ามันเป็ความจริง เพียงแค่ไม่อยากพูดมันออกมาก็เท่านั้น
"เ้าเชื่องั้นสินะ งั้นเ้าเชื่่อหรือไม่ว่าเื่พวกนั้นมันเหลวไหลทั้งเพ"
"ถ้าวันนี้ข้าตายไปเื่ที่พวกเขาเ่าั้พูดออกมานั้นมันจะกลายเป็ความจริงเพราะทุกคนนั้นจะต้องเชื่อกันหมดในสิ่งที่พวกเขานั้นได้ยินอยู่แล้วและยิ่งเป็ข้าด้วยทุกคนนั้นจะต้องเชื่ออย่างแน่นอน แต่ว่าในตอนนี้เวลานี้ตัวข้านั้นยังไม่ตาย เพราะฉะนั้นเ้าโปรดจงเชื่อข้าเถิดว่าต่อให้ข้านั้นจะเลวทรามมากแค่ไหนข้าก็ไม่มีวันทำกับเ้าเช่นนั้นอย่างแน่นอน!!!"
"ท่านพูดอะไร ใครจะตาย!!!!"
'เอาล่ะ เธอสนใจมันแล้วได้เวลาเปิดม่านแล้วสินะ'
เอริคคิดในใจอย่างยินดีเพราะดูเหมือนว่าแผนการของเขามันได้ผล