ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 59 ตั้งใจแพ้?

            มือจ้าวซีเหอสั่นขณะเขียนชื่อในขณะที่สายตาของหนิงมู่ฉือเอาแต่จ้องมองไปทางจ้าวซีเหออยู่ตลอดเวลาในมือเต็มไปด้วยเหงื่อเนื่องจากอาการลุ้นระทึก

            ขันทีผู้รับผิดชอบเก็บกระดาษทั้งหมดมาเดินขึ้นไปบนเวที ใช้เสียงเล็กแหลมประกาศชื่อซึ่งอยู่ในกระดาษแต่ละใบทำให้สายตาของขุนนางรวมถึงพระสนมทั้งหลายต่างจับจ้องไปที่บนเวทีเป็นจุดเดียวกัน

            “เวลานี้ผลการแข่งขันได้ออกมาแล้วหมายเลขหนึ่งได้ห้าสิบสองคะแนน หมายเลขสองได้สี่สิบแปดคะแนน”

            สิ้นประโยคนี้ทุกคนต่างคาดเดากันไปต่างๆ นานาทั้งบางคนยังตะโกนบอกให้ขันทีผู้รับผิดชอบรีบประกาศชื่อผู้ชนะได้แล้วแม้แต่ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินยังจ้องมองขันทีผู้รับผิดชอบอย่างรอคอยเช่นกัน

            หนิงมู่ฉือเครียดจนเหงื่อไหลซึมเต็มหน้าผากขันทีหัวหน้าพ่อครัวซึ่งยืนอยู่ด้านข้างจ้องไปที่ขันทีผู้รับผิดชอบอย่างร้อนใจ

            “หมายเลขหนึ่งคือน้ำแกงเต้าหู้ปลากุ้ยอวี๋ของพ่อครัวหลวง ส่วนหมายเลขสองคือแม่นางหนิง เช่นนั้นการแข่งขันในครั้งนี้ผู้ชนะคือพ่อครัวหลวง”

            จบประโยคขันทีพ่อครัวหลวงทั้งหลายกระโดดโลดเต้นดีอกดีใจยกใหญ่ ปรบมือกันอย่างชอบใจ ทั้งยังหันไปมองหนิงมู่ฉืออย่างย่ามใจแม้แต่เต๋อเฟยซึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งยกสูงยังยิ้มอย่างลำพองใจมองหนิงมู่ฉือในขณะที่มองแววตาเต็มไปด้วยแววเย้ยหยัน

            จ้าวซีเหอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มองเวทีการแข่งขันอย่างไม่อยากจะเชื่อ นั่นก็คือฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจิน

            ครั้นหนิงมู่ฉือได้ฟังผลการแข่งขันที่ออกมาก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก หันไปส่งยิ้มให้ขันทีหัวหน้าพ่อครัวซึ่งยืนอยู่ด้านข้างก่อนจะยอบกายคำนับ “ท่านกงกงมีฝีมือการปรุงอาหารยอดเยี่ยมมากเจ้าค่ะ”

            ถึงแม้ขันทีหัวหน้าพ่อครัวจะขอยืมเกลือมาจากหนิงมู่ฉือแต่ก็รู้ฝีมือของอีกฝ่ายดี จึงมองหนิงมู่ฉืออย่างไม่อยากจะเชื่อใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยขณะเอ่ยถาม “แม่นางหนิง นี่ข้าชนะท่านจริงๆ หรือ”

            หนิงมู่ฉือยิ้มกว้างให้ขันทีหัวหน้าพ่อครัวพลางพยักหน้า“ใช่เจ้าค่ะท่านชนะข้าจริงๆ เช่นนั้นตำแหน่งเทพพ่อครัวคงต้องยกให้ท่านแล้ว”

            ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินขมวดคิ้วขณะมองเวทีการแข่งขันสำหรับหนิงมู่ฉือแล้ว ฝีมือการทำอาหารเป็นสิ่งที่นางภาคภูมิใจที่สุดและด้วยความสามารถของนาง สามารถเอาชนะพ่อครัวหลวงได้สบาย จึงคิดไม่ถึงว่าผลจะออกมาเป็นเช่นนี้…

            “เป็นอันใดไปเจ้ามีข้อสงสัยในเรื่องนี้อย่างนั้นหรือ” ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมน้ำเสียงทรงอำนาจ

            ขันทีหัวหน้าพ่อครัวมองฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแค่ถูกฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินใช้พระเนตรคมกริบมองมา ก็ทำเขาพูดไม่ออกแล้ว

            ขันทีหัวหน้าพ่อครัวเอ่ยตอบเสียงสั่นอย่างเห็นได้ชัด“ทูลฝ่าบาทเมื่อสักครู่บ่าวได้รับความช่วยเหลือจากแม่นางหนิง ทำให้เครื่องปรุงของแม่นางหนิงไม่เพียงพอพ่ะย่ะค่ะ”

            ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินได้ฟังก็ตรัสออกมาว่า“เช่นนั้นเจ้ามาลองชิมน้ำแกงทั้งสองถ้วยนี้ดูดูสิว่าแตกต่างกันตรงที่ใด”

            ขันทีหัวหน้าพ่อครัวกำลังจะเดินเข้าไปชิมกลับถูกหนิงมู่ฉือรั้งแขนห้ามเอาไว้เสียก่อน

            หนิงมู่ฉือยิ้มอ่อนทำให้เห็นลักยิ้มบ้างไม่เห็นบ้าง แลดูน่ารักเหลือประมาณ “ฝ่าบาท บ่าวมีคำที่อยากกล่าวเพคะ”

            ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินพยักหน้าอนุญาต

            “ทูลฝ่าบาทความจริงบ่าวแค่ช่วยเหลือขันทีหัวหน้าพ่อครัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแค่มอบเกลือที่มีเหลือเฟือให้เขาเท่านั้นเพคะ”

            ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินยิ้มพร้อมกับเอ่ย“ไม่เป็นไรลองชิมเดี๋ยวก็รู้”

            ขันทีหัวหน้าพ่อครัวโค้งกายก่อนจะเดินไปยังถ้วยน้ำแกงทั้งสองถ้วย ยกถ้วยหนึ่งขึ้นมา ใช้ช้อนค่อยๆ ตักเข้าปาก น้ำแกงรสชาติละมุนลิ้นเต้าหู้นุ่มลื่น เพียงแต่ที่น่าแปลกคือ รสชาติของน้ำแกงอ่อนไปหน่อยส่วนเต้าหู้ก็ดูคล้ายกับเคยนำไปนึ่งมาก่อน

            สีหน้าขันทีหัวหน้าพ่อครัวเปลี่ยนไปในทันใดซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินโดยตลอด ตรัสถามออกมาว่า “เป็นอย่างไรบ้างบอกมาสิว่าถ้วยนี้รสชาติแปลกที่ใด”

            ขันทีหัวหน้าพ่อครัวเดินไปคุกเข่าตรงหน้าฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินหนิงมู่ฉือเห็นเช่นนั้นรู้สึกกังวลใจยิ่งนักสิ่งที่นางตั้งใจทำมาทั้งหมดกำลังจะเสียเปล่าในไม่ช้านี้แล้ว

            “ทูลฝ่าบาทเต้าหู้ของน้ำแกงถ้วยนี้เคยผ่านการนึ่งมาก่อนพ่ะย่ะค่ะเมื่อทานเข้าไปจึงนุ่มลื่นมาก น้ำแกงก็ละมุนลิ้นถ้าพูดถึงความสดใหม่ของวัตถุดิบที่อยู่ในน้ำแกงบ่าวเป็นฝ่ายแพ้ให้แม่นางหนิงพ่ะย่ะค่ะทว่าสิ่งเดียวที่ขาดหายไปในน้ำแกงถ้วยนี้คือ ใส่เกลือน้อยไปหน่อย เห็นได้ชัดว่าตั้งใจพ่ะย่ะค่ะ”

            สีหน้าหนิงมู่ฉือเปลี่ยนไปทันทีรีบเอ่ยตอบทันควัน “ทูลฝ่าบาทนี่เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดกัน ถึงแม้กงกงท่านนี้จะขอยืมเกลือจากบ่าวแต่เกลือที่ยังเหลืออยู่ก็เพียงพอที่จะทำน้ำแกงถ้วยนี้เพคะเป็นบ่าวที่ใส่เกลือลงไปไม่เพียงพอเองเพคะ”

            “เป็นครั้งแรกที่เราเจอเหตุการณ์เช่นนี้เจ้าไม่อยากเป็นผู้ชนะหรือ” ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อที่โต๊ะทำอาหารของหนิงมู่ฉือไม่มีเกลือเหลืออยู่แล้วจริงๆเกลือถูกใส่ลงไปในน้ำแกงหมดแล้ว เห็นได้ชัดว่าหนิงมู่ฉือตั้งใจแกล้งแพ้ให้แก่ขันทีหัวหน้าพ่อครัวจริงๆฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินยิ้มขณะเอ่ยกับขันทีหัวหน้าพ่อครัว “ไหนเจ้าบอกมาสิว่าที่หนึ่งควรให้ผู้ใดดี”

            ขันทีหัวหน้าพ่อครัวตัวสั่นงกด้วยความกลัวแม้แต่มือก็ยังสั่น เขาเหลือบมองหนิงมู่ฉือครู่หนึ่งก่อนจะหันไปเหลือบมองบรรดาขันทีพ่อครัวทั้งหลายอีกผาดหนึ่งความจริงแล้วควรเป็นหนิงมู่ฉือที่ชนะ

            “ทูลฝ่าบาทบ่าวคิดว่าผู้ชนะควรเป็นของแม่นางหนิงพ่ะย่ะค่ะ” กล่าวจบขันทีหัวหน้าพ่อครัวก็หลับตาอย่างยอมแพ้

            ขันทีพ่อครัวทั้งหลายต่างถอนหายใจออกมาปากบ่นพึมพำว่า “อาจารย์เลอะเลือนแล้วจริงๆเรื่องเช่นนี้… ไม่พูดแล้ว น่าเสียดาย ช่างน่าเสียดายจริงๆ”

            เต๋อเฟยมองขันทีหัวหน้าพ่อครัวอย่างเคียดแค้นทั้งเป็นแค้นที่ฝังลึกลงไปในกระดูก ทว่านางคือสตรีที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีเพียงแค่ครู่เดียว สีหน้าก็กลับมามีรอยยิ้มตามมารยาทดั่งเดิม

            ซูเฟยยิ้มขณะมองด้านล่างแท่นยกสูงก่อนจะหันไปมองเต๋อเฟยอย่างเหยียดหยามผาดหนึ่งเห็นสีหน้าที่ดูไม่ดีนักของเต๋อเฟยก็ยิ่งได้ใจหันไปส่งยิ้มให้แก่องค์หญิงซีเยวี่ยคราหนึ่ง

            จ้าวซีเหอลอบถอนหายใจออกมาไม่คิดเลยว่าฝีมือในการเล่นละครของหนิงมู่ฉือจะแย่ถึงเพียงนี้ โชคดีที่ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินไม่สืบสาวเอาเรื่องต่อมิเช่นนั้นนางจะต้องถูกลงโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงเป็นแน่

            ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินมีสีหน้าลึกล้ำขณะส่งยิ้มบางๆให้หนิงมู่ฉือ เพียงแค่ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินมองมาก็กดดันจนหายใจแทบไม่ออกแล้ว “แม้แต่ขันทีหัวหน้าพ่อครัวยังพูดออกมาเช่นนี้เจ้ายังจะปฏิเสธอีกหรือไม่”

            หนิงมู่ฉือหน้าแดงใจเต้นรัวแรงคุกเข่าเบื้องหน้าฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจิน “ทูลฝ่าบาท บ่าวไม่มีอะไรจะพูดเพคะ”

            “เช่นนั้นผู้ชนะคือเจ้าเทพแม่ครัว แต่ว่า…” เสียงของฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินหยุดชะงักไปทำให้หนิงมู่ฉืออดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความประหวั่น นึกว่าฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินจะเอาเรื่องกับนาง

            “แต่ว่าเราจะมอบหน้าที่หนึ่งให้แก่เจ้า”ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เต๋อเฟยเจ้าเอ่ยแทนเราที”

            เต๋อเฟยที่ถูกเอ่ยชื่อเบนสายตาไปยังฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินผาดหนึ่งทันใดนั้นเองนางก็คิดบางอย่างออก นางเลื่อมใสในฝีมือการทำอาหารของหนิงมู่ฉือเช่นนั้นสู้ให้อีกฝ่ายมาเป็นคนของนาง ให้นางได้ใช้งานมิดีกว่าหรือ

            ริมฝีปากเต๋อเฟยยกเป็นรอยยิ้มขณะลุกขึ้นยืนมองหนิงมู่ฉือด้วยแววตาอ่อนโยน “ก่อนหน้านี้ฝ่าบาทตรัสกับข้าว่า ทรงชื่นชมในฝีมือการทำอาหารของเจ้ามากข้าเลยอยากจะให้เจ้าทำหน้าที่สอนขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ปรุงอาหาร”

             

     

     

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน