ภายในซากเมืองที่พังทลาย ท่ามกลางบรรยากาศอันมืดค่ำ หมู่เมฆเคลื่อนผ่านล่องลอยไปมาอย่างไม่รู้จบ มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆที่สาดส่องลงมาจากท้องฟ้าเบื้องบน ขณะที่ในอาณาเขตก็เต็มไปด้วยเสียงคำรามของเหล่ามอนเตอร์ ดังออกมาจากทางนั้นทางโน่นทีอย่างไม่หยุดพัก
ร่างของทันย่าได้ปรากฏขึ้นมาบริเวณนึงของเมือง โดยที่เขาเองก็ััได้ถึงบรรยากาศที่เยียบเย็นขึ้นอยู่ไม่น้อย
“นี่คือเมืองที่ล่มสลาย หนึ่งในเมืองหลักที่เคยรุ่งเรืองจากอดีต?”
“ไม่คิดเลยว่าวันเวลาผ่านไปเพียงแค่สิบกว่าปีเท่านั้น มันกลับ...”
ในเวลานี้ทันย่าได้เห็นหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็หลังมือ เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยประชากรอาศัยอยู่มากมายในตอนแรก
สภาพที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง อาคารสูงตระหง่านพังทลายหลายแห่ง รถยนต์ยุคเก่าถูกวางทิ้งเอาไว้อย่างเกะกะ ข้าวของเครื่องใช้มากมายเต็มไปด้วยรอยคราบที่สกปรก ทั้งยังมีโครงกระดูกของมนุษย์ที่ถูกเหล่ามอนเตอร์กัดกิน เรียกได้ว่าเป็ภาพแห่งฝันร้ายของมนุษย์
เมื่อไม่มีมนุษย์เข้ามาอาศัยอยู่นานนับปี เมื่อผู้เข้าอาศัยใหม่อย่างมอนเตอร์เข้ามาแทนที่
ในที่สุดธรรมชาติก็ได้เริ่มเข้ามาแทรกแซง พืชพันธุ์ต่างชอนไชขึ้นจากเศษซากของอาคาร แทนที่การดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ สมดุลธรรมชาติก็เริ่มฟื้นคืนสภาพของมันอย่างรวดเร็ว ไวรัสเจเนซิสได้ทำให้หลายสิ่งเกิดการกลายพันธุ์ แม้แต่หญ้าผืนเล็กๆก็เติบโตจนมีความสูงเกือบหนึ่งเมตร ทั้งพวกมันบางต้นก็มีชีวิต ประหนึ่งมีปากและคมเขี้ยวขนาดใหญ่ กลายเป็พืชที่ดุร้ายและกลืนกินสิ่งมีชีวิตที่เฉียดเข้าใกล้
[เป็เื่ปกติน่ะทันย่า สภาพแวดล้อมมันเอาแน่เอานอนไม่ได้หรอก]
ดาวาลเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้ประหลาดใจอะไร ในอดีตตัวของเธอได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมากมายบนดาวเคราะห์โลกแห่งนี้ เธอมีที่มีอายุหลายพันล้านปีย่อมเคยเห็นปรากฏการณ์ในทุกรูปแบบ สภาพแวดล้อมเช่นนี้เทียบไม่ได้แม้แต่เสี้ยวนึงจากฐานข้อมูลที่เธอมีเลยซักนิด
[โอ้? มากันแล้วละเ้าลูกศิษย์รัก]
ตอนนั้นเด็กสาวก็เผยรอยยิ้มและบอกกล่าว ซึ่งมันก็ทำให้ทันย่าต้องพยักหน้ารับ
“กรร!”
เสียงคำรามของมอนเตอร์ดังออกมาจากทั่วทุกสารทิศ ดังจากทั้งด้านหน้าและบริเวณด้านหลังของเขา
ตามเส้นทางบนซากเมืองที่พังทลาย พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวภายใต้แสงจันทร์ยามค่ำคืน สะท้อนแสงจนเผยให้เห็นถึงร่างเงาอันดุร้าย ร่างของมอนเตอร์มากมายได้ปรากฏตัวออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน เต็มไปด้วยมอนเตอร์ในรูปลักษณ์ของหมาป่านับสิบตน
ไม่ใช่ซิ พวกมันมีเริ่มมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ปรากฏออกมาตามตรอกซอกซอย หรือแม้แต่ภายในอาคารเศษซากที่พังทลาย
“พวกมันคือมอนเตอร์ระดับ 1 หมาป่าเขี้ยวโลหิต เป็มอนเตอร์ที่ชอบรวมตัวกันเป็ฝูง แถมนี้ยังเป็กลุ่มขนาดใหญ่อีกด้วย”
ทันย่าบอกได้ในทันทีว่าพวกมันเป็มอนเตอร์อะไร ลำตัวสูงใหญ่กว่าหนึ่งเมตร กล้ามเนื้อดูแข็งแกร่งบึกบึน เส้นขนสีเทาปกคลุมทั่วทั้งตัวเหมือนมีโลหะเหล็กกล้าทับซ้อนกันเอาไว้ มาพร้อมกับคมเขี้ยวสีแดงที่ส่องสะท้อนแสงเหมือนดั่งโลหิต มีความรวดเร็วเป็อย่างมาก
ต่อให้จะเป็นักสู้พันธุกรรมระดับ 3 ถ้าโดนกลุ่มนี้เข้าลุมล้อม แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่อาจรอดชีวิตไปจากคมเขี้ยวของพวกมันได้
“ดูเหมือนฉันจะหลุดเข้ามาในอาณาเขตการล่าของพวกมันซะแล้ว”
หัวใจเบฮีมอทภายในร่างของเขากำลังเต้นระรัวขึ้นอย่างหนัก ทว่ามันไม่ใช่เป็เพราะความหวาดกลัว สัญชาตญาณและยีนส์พันธุกรรมในร่างกายของเขากำลังเดือดพล่าน เหมือนมองเ้าพวกนี้เป็เพียงแค่แหล่งอาหาร ทำให้เขาเริ่มเต็มไปด้วยความกระหายที่เริ่มบ้าคลั่งขึ้น
“บรู๊วววววววววววววว!”
เสียงหอนอันลากยาวของหมาป่าตัวนึงได้ดังขึ้น เป็สัญญาณของการออกล่า
“กรร!”
พวกมันทั้งหมดได้ยินเสียงสัญญาณก็เริ่มดวงตาแดงก่ำ จ้องมองมายังมอนเตอร์ประหลาดที่ลุกล้ำเข้ามาอย่างด้วยอารมณ์ที่ดุร้าย จากนั้นร่างนับสิบก็ได้พุ่งกระโจนเข้าใส่ทันย่าด้วยความรวดเร็ว หมาป่าเขี้ยวโลหิตเต็มไปด้วยความกระหายเื มุ่งโจมตีเข้ามาจากทั่วสารทิศ
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
วินาทีนั้นราวกับเกิดโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ขึ้น ทันย่าได้ปลดปล่อยเสียงคำรามอันดังสนั่นออกมา
ร่างสีดำทมิฬแปรเปลี่ยนเป็ริ้วแสงสีทอง และได้เข้าโรมรันกับพวกฝูงหมาป่าเขี้ยวโลหิตอย่างไม่หยุดพัก
หนึ่งกรงเล็บตัดสบั้นร่างของพวกมันออกเป็สองส่วน หนึ่งสบัดหางฟาดใส่ร่างกายของพวกมันจนบี้แบน
โลหิตมากมายต่างไหลอาบย้อมไปทั่วทั้งร่าง แววตาของทันย่าแดงก่ำไปด้วยความบ้าคลั่ง เขาตอนนี้เคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณ ปลดปล่อยยีนส์พันธุกรรมอันไร้ผู้ใดต้านออกมา หมาป่าเขี้ยวโลหิตร่างแล้วร่างเล่าต่างถูกสังหารและตายลงอย่างน่าอนาถ
ความแข็งแกร่งของทันย่าไม่ใช่อะไรที่มอนเตอร์ธรรมดาจะมาเทียบชั้นได้ ไม่ว่าเขาจะโดนการโจมตีจากคมเขี้ยวของพวกมันไปซักเท่าไหร่ ิัของเขาที่เหมือนถูกสร้างขึ้นมาจากโลหะอันบริสุทธิ์ก็ไม่ะเืเลยซักนิด ไม่มีแม้แต่าแเล็กๆปรากฏขึ้นตามร่างกาย
“ทำบ้าอะไร?”
ทันย่าเห็นหมาป่าเขี้ยวโลหิตตนนึงกำลังกัดปลายหางของเขา ั์ตาสีแดงหกคู่หันไปมองอย่างเฉยชา
“ปัง!”
พริบตาหางเบฮีมอทก็ได้เคลื่อนไหว มันถูกสบัดวาดไปยังเป้าหมายราวกับแสงวาบ กระแทกเข้าใส่ร่างนั้นจนปลิวกระเด็นออกไปไกล
เพียงไม่นาน ซากศพนับร้อยก็ได้ก่อตัวเรียงกันเหมือนกับกองูเาขนาดย่อม โดยที่มีร่างสีดำกำลังยืนอยู่บนกองซากศพอย่างอหังการ ทว่ารอบด้านก็ยังคงมีหมาป่าเขี้ยวโลหิตอยู่อีกมากมาย แต่เมื่อได้เห็นพวกพ้องของตนถูกสังหารไปมาก ร่างของพวกมันทั้งหมดต่างก็สั่นเทาขึ้น
“หมดพลังกันแล้วเหรอ?”
“พวกแกมีพลังเพียงแค่นี้?”
ทันย่ากวาดตามองไปยังพวกมันที่อยู่เบื้องล่าง โดยที่ในปากก็ยังคงชุ่มไปด้วยโลหิตของหมาป่าเขี้ยวโลหิต
ความหวาดกลัวปรากฏขึ้นในดวงตาของพวกมัน สัญชาตญาณในส่วนลึกบอกว่าต้องหลบหนีให้ห่างจากมอนเตอร์ประหลาดตนนี้ ทว่าเมื่อััได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมา แข็งขาของพวกมันหลายตนก็เหมือนไร้สิ้นเรี่ยวแรง ไม่อาจทำการเคลื่อนไหวได้
ราวกับว่ายีนส์กลายพันธุ์ของพวกมันกำลังได้มาพบเจอกับราชัน เป็ราชันของเหล่ามอนเตอร์กลายพันธุ์ที่แท้จริง
“กรร!”
ขณะที่ทันย่ากำลังแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ ้าสุดของอาคารแห่งนึงที่อยู่ไม่ไกล มีร่างของหมาป่าขนาดใหญ่ที่สูงกว่าสี่เมตร ดวงตาของมันหรี่ลงเมื่อได้เห็นถึงการสังหารหมู่ ลักษณะภายนอกของมันเหมือนหมาป่าเขี้ยวโลหิตทุกประการ ทว่าร่างกายและกล้ามเนื้อดูแข็งแกร่งยิ่งกว่ามาก
โดยที่บริเวณหน้าผากของมันเหมือนมีสัญลักษณ์ของเสี้ยวจันทรา นูนออกมาจากิัอย่างเด่นชัด
“นั่นมัน..”
ทันย่าััได้ถึงสายตาที่จ้องมองเข้ามา เขาจึงได้เงยหน้าขึ้นมองไปยัง้าสุด
[คิกคิก พวกหมาป่าย่อมต้องมีจ่าฝูงและชนชั้นผู้ปกครอง ไม่คิดเลยว่ามันจะปรากฏตัวออกมารวดเร็วเช่นนี้]
[มันคือหมาป่าโลหิตจันทรา มอนเตอร์กลายพันธุ์ระดับ 5 เป็ร่างวิวัฒนาการของเหล่าหมาป่าเขี้ยวโลหิต]
[พลังของมันคนละเื่กับพวกหมาป่าเหล่านี้อย่างสิ้นเชิง จุดเด่นคือพละกำลังและความรวดเร็วที่ร้ายกาจ]
[ที่สำคัญ ยีนส์ของมันเกิดการแปรผันไปอย่างมหาศาล เห็นว่าสามารถปลดปล่อยสายลมที่เป็เหมือนกับเสี้ยวจันทราออกมาโจมตีได้]
เมื่อมีปรมาจารย์ผู้รอบรู้อย่างดาวาล ทันย่าก็ไม่จำเป็ต้องศึกษาอะไรอีกต่อไป ั์ตาหกดวงของเขาวาวโรจน์เมื่อได้เห็นมัน
“น่าสนใจ เ้านี่ถือเป็มอนเตอร์สายพันธุ์หายากเลยนะท่านอาจารย์!”