เสนาบดีหลิวสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข็มขัดสีทอง และรองเท้าบูทสีดำ เขามีท้องที่กลมและใหญ่ริมฝีปากสีม่วงเข้มถูกเม้มแน่นบนใบหน้าอวบอ้วนของเขา และแววตาที่เหมือนเสือร้ายของเขาก็มีประกายคลุมเครือ
ในขณะที่พวกเขากำลังเคร่งเครียดเกี่ยวกับเื่การแต่งงานของบุตรสาวคนโตอยู่นั้น อนุคนหนึ่งของเสนาบดีหลิวก็อยากจะออกไปเดินเล่นที่ลานด้านนอกนางไม่้าพบเจอเข้าหลิว ลู่ซวงในระหว่างทางแต่แล้วมันก็เป็ดังคาด
“หลิว ลู่ซวง เ้าไม่รู้หรือว่าเ้าต้องทำความเคารพเมื่อพบเจอผู้าุโกว่า?” เสนาบดีหลิวตวาดขึ้นราวกับเสียงฟ้าร้อง พร้อมกับความเ็าบนใบหน้าของเขา
หลิว ลู่ซวง หันหน้ากลับไป เมื่อนางได้ยินเสียงที่เ็าก่อนที่แววตาจะแสดงความเป็ศัตรูแวบเข้ามาในดวงตาของนาง เมื่อนางเห็นอนุหลี่กำลังอยู่ในอ้อมแขนของเสนาบดีหลิวเป็ครั้งแรก
นางหันกลับมาและเผชิญหน้ากับเสนาบดีหลิว ก่อนจะทำความเคารพเล็กน้อยและพูดขึ้น"ท่านพ่อ" จากนั้นนางก็หมุนตัวกลับตั้งใจที่จะจากไป
“คุณหนูสาม ท่านจะมองข้ามนายท่านเกินไปแล้ว!”อนุหลี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เ็า
อนุหลี่สวมชุดสีชมพูประดับดอกโบตั๋นและเข็มขัดผ้าไหมสีขาวรอบเอวบางของนางประดับด้วยปิ่นมุกห้อยลงมาข้างขมับ แถมยังแต่งหน้าหนาเตอะ ทันใดนั้น นางก็ยืนพิงเสนาบดีหลิวอย่างอ่อนแรงราวกับนางไม่มีกระดูกและจ้องมองอย่างเ็าไปที่หลิว ลู่ซวงที่ไม่มีใครรัก
ดวงตาของเสนาบดีหลิว ลุกโชนขึ้นด้วยความโกรธ ในขณะที่เขายกนิ้วชี้ไปที่หลิวลู่ซวง “ดูท่าทีของเ้าสิ มานี่!” เขาเรียกนางพร้อมกับตำหนิขึ้น
หลิว ลู่ซวง หรี่ตาลงในทันใด นางหลับตาลงและกัดริมฝีปาก ก่อนจะถอนหายใจออกมา แล้วก็หันกลับไปและหยุดตรงหน้าเสนาบดีหลิว
ก่อนที่นางจะได้พูดอะไร เสนาบดีหลิว ก็ตบหน้าหลิว ลู่ซวง อย่างแรง
เืไหลออกจากมุมปากของนางในทันที หลิว ลู่ซวงยิ้มขึ้นด้วยความดูถูกเหยียดหยาม"ตอนนี้ข้าไปได้แล้วใช่หรือไม่" นางถามออกไปอย่างเรียบง่าย
เสนาบดีหลิว จ้องมองไปที่หลิวลู่ซวง ด้วยดวงตาที่เหมือนหมาป่า แต่กลับรู้สึกเยือกเย็นที่สันหลัง
ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าหลิว ลู่ซวง นั้นเป็คนงี่เง่าไร้สติมากเพียงใด แต่แล้วก็คิดว่าแล้วนางจะทำอะไรเขาได้
ความเกลียดชังบนใบหน้าของเขาทวีความรุนแรงขึ้น “จะไปไหนก็ไป! ไม่รู้ว่าข้าปล่อยให้ผู้หญิงเช่นนั้นให้กำเนิดบุตรสาวที่น่าอายแบบนี้ั้แ่แรกได้อย่างไร!”
หลิว ลู่ซวงกระทืบไปที่ก้อนหินอย่างรุนแรง บดขยี้มันจนกลายเป็ผุยผงในทันทีจากนั้นนางก็กำหมัดแน่น แล้วจากไป
ข้างหลังนาง ดวงตาของชิงเอ๋อร์ เปลี่ยนเป็สีแดง ขณะที่เฝ้าดูคุณหนูของนางถูกรังแกและเมื่อนางก้าวออกจากจวนเสนาบดีหลิว ชิงเอ๋อร์ก็ไปมองไปที่หลิวลู่ซวง
“คุณหนู ทำไมท่านถึงไม่ตอบโต้ล่ะเ้าคะด้วยความสามารถของท่าน มันคงเป็เพียงเื่ที่ง่ายดายมาก” นางพูดด้วยเสียงแหบแห้งเล็กน้อย
หลิว ลู่ซวงลูบใบหน้าของนางและยิ้มขึ้นอย่างไม่แยแส“ครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้ายแล้ว”ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเ็า
ชิงเอ๋อร์รู้สึกดีขึ้นมาในทันที ดูเหมือนว่าคุณหนูของนางได้ตัดสินใจที่จะทำลายจวนเสนาบดีแล้ว
"ไปที่หอเมฆากันเถอะ" แสงในรูม่านตาสีดำสนิทของหลิว ลู่ซวงค่อยๆ ลดลง
"เ้าค่ะ...คุณหนู ข้าจะไปรวบรวมคนจากทิวาโลหิตมา" ชิงเอ๋อร์ตอบขึ้นในทันที
นางรังเกียจคนจากจวนเสนาบดีหลิว มานานแล้ว และคุณหนูของนางก็ควรจะลงมือไปนานแล้วเช่นกัน นางติดตามหลิว ลู่ซวง นับั้แ่หลิว ลู่ซวงเคยช่วยชีวิตของนางเอาไว้ตอนอายุได้เพียงแปดขวบ
หลิว ลู่ซวงสอนวรยุทธการต่อสู้ให้กับนางและจากนั้นเป็ต้นมานางก็ไม่ใช่เด็กจรจัดอีกต่อไป แต่เป็เหมือนครอบครัวของหลิว ลู่ซวง
หลิว ลู่ซวงเดินอย่างเงียบๆ ไปยังหอเมฆา ซึ่งเป็แห่งบันเทิงที่หรูหราที่สุดในเมืองหลวง ก่อนจะมองดูพ่อแม่พาลูกๆ ออกไปซื้อของที่ถนนในเมืองหลวงด้วยความรู้สึกอิจฉา
ั้แ่นางเกิดมา บิดาของนางก็ไม่เคยจะชายตามองนางเต็มๆ ตาเลยสักครั้งเดียวไม่ว่าจะเป็บิดาของนางในชีวิตที่แล้วหรือชีวิตนี้
แววตาของนางมืดมนและลึกล้ำขึ้น และมือของนางก็กำแน่น นางทำผิดอะไร นางเพียงแต่กลับชาติมาเกิดผิดที่ผิดตระกูล ทำไมนางต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกปฏิบัติเช่นนี้? หากนี่คือความประสงค์ของ์ นางก็ตั้งใจแน่วแน่ที่จะต่อต้าน์จนถึงที่สุด
“ท่านพ่อ ข้าไม่ใช่บุตรสาวของท่านหรือ” "ไสหัวไป! ข้าไม่มีบุตรสาวอย่างเ้า!"หลิว ลู่ซวงคิดถึงคำพูดที่คล้ายกันที่บิดาทั้งสองของนางเคยพูดไว้ และหัวใจของนางก็แข็งเป็น้ำแข็ง
นางจ้องไปที่คำว่า "หอเมฆา" สามคำด้วยความรู้สึกรักอย่างลึกซึ้งในดวงตาของนาง