ตอนที่ 8 ตีเ้านั่นแหละ
“กร๊อบ” เสียงที่ทำให้คนขนหัวลุกดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องเสียงดังอย่างน่าเวทนาของอี๋เหนียงรองดังก้องเข้ามาในหูของผู้คน
มองดูนิ้วมือแดงเถือกของอี๋เหนียงรอง อิ่งเม่ยย่อตัวลง บีบนิ้วมือส่วนที่โผล่ออกมาข้างนอกอย่างเพลิดเพลินแฝงไปด้วยความร้ายกาจ กระดูกแทงเข้าไปในก้อนเนื้อ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนราวกับลมวสันตฤดู “อี๋เหนียงรอง รสชาติเยี่ยงนี้เป็อย่างไร”
“อ๊าก” เสียงกรีดร้องเต็มไปด้วยความเ็ปดังออกมาจากปากของอี๋เหนียงรอง ความเจ็บลึกจนถึงกระดูกที่มือพุ่งตรงดิ่งไปยังสมองของนาง ความหวาดกลัวหยั่งลึกราวกับไฟลามทุ่งที่เผาไหม้ทุกชุ่น[1] ของเส้นประสาทบนร่างกายนาง
“เ้า...เ้ามันปีศาจ ปีศาจร้าย” อี๋เหนียงรองหวาดกลัวอิ่งเม่ยจนสติแตก แหกปากกรีดร้องเสียงดังออกมาไม่หยุด ร่างกายของนางขยับถอยไปด้านหลังอย่างต่อเนื่อง อยากหนีให้ห่างจากอิ่งเม่ยที่เป็ดั่งปีศาจในสายตาของนางตรงหน้านี้
“หึหึ ปีศาจร้ายงั้นหรือ” อิ่งเม่ยแสยะยิ้มร้าย ดวงตาบีบคั้นของนางบีบเข้าใกล้ม่านตาของอี๋เหนียงรอง แขนเสื้อพลิ้วสะบัดเบาๆ ถ้วยชาบนโต๊ะร่วงลงกับพื้น แตกออกเป็เศษกระเบื้องแหลมคมดุจใบมีด มือเรียวหยิบเศษกระเบื้องชิ้นหนึ่งขึ้นมา เคลื่อนเข้าใกล้นิ้วมือที่าเ็ของอี๋เหนียงรองอย่างช้าๆ
“อ๊าก” เสียงกรีดร้องเ็ปไปจนถึงหัวใจดังขึ้นไม่ขาดสาย อิ่งเม่ยเปี่ยมด้วยรอยยิ้มจับจ้องไปยังใบหน้าดุร้ายของอีกฝ่าย แต่มือกลับไม่มีท่าทีจะหยุดลง
เศษกระเบื้องค่อยๆ กรีดลงบนนิ้วมือของอี๋เหนียงรอง เืสีแดงฉานหยดลงไปตามมือเรียวนวลสวยของอิ่งเม่ย ราวกับกำลังแกะสลักผลงานศิลปะแสนประณีตงดงามที่ทั้งเบาทั้งนุ่มนวล
อิ่งเม่ยมองดูผลงานชั้นยอดของตน ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ด้วยความพึงพอใจ มือยังคงออกแรงเฉือนอย่างผ่อนคลาย นิ้วขาดอาบด้วยสีแดงฉานปรากฏขึ้นในมือของอิ่งเม่ย “ในเมื่อเ้าเอ่ยเช่นนี้ เช่นนั้นปีศาจร้ายนี้ ข้าฮวาอิ่งเม่ยก็จะเป็ให้เอง”
“อ๊าก” เสียงร้องดังขึ้น ในที่สุดอี๋เหนียงรองก็ทนต่อการทรมานทั้งร่างกายและจิตใจนี้ไม่ไหว ร่างหงายล้มไปด้านหลังเป็ลมสลบไปโดยสิ้นเชิง
“กรี๊ด ฆ่าคนแล้ว” มองอี๋เหนียงรองที่เป็สลบไป เสียงกรีดร้องอย่างหวาดกลัวก้องไปทั่วทั้งห้องทะลุไปถึงท้องฟ้า เสียงดังก้องไปทั่วทุกมุมในจวนสกุลฮวา
“ฆ่าคนอย่างนั้นหรือ” อิ่งเม่ยเลิกคิ้วยิ้มเย็น มองกลุ่มคนตรงหน้าที่ตกอยู่ในความตื่นตระหนก นางก้าวเดินเข้าไป คว้าผมอี๋เหนียงสี่อย่างแรง โยนนางลงไปบนพื้นตรงหน้าชิวเอ๋อร์เต็มแรงราวกับลากสุนัขตาย
อิ่งเม่ยยื่นมือหยิบเศษกระเบื้องคมบนพื้นขึ้นมา แล้ววางลงในมือของชิวเอ๋อร์ “ชิวเอ๋อร์ ครั้งนี้เป็ตาเ้าลงมือแล้ว”
“คุณ...หนู” มือที่ถือเศษกระเบื้องของชิวเอ๋อร์สั่นเทา ใบหน้าซีดขาวของนางจับจ้องอยู่ที่อิ่งเม่ย ท่าทางตื่นตระหนกหวาดกลัว
“ทำไม กลัวหรือ” อิ่งเม่ยกวาดสายตามองชิวเอ๋อร์ น้ำเสียงเ็าแฝงไปด้วยความเยียบเย็นและอำมหิต “ชิวเอ๋อร์ อย่าลืมสิว่าพวกนางเคยปฏิบัติกับข้าและเ้าเยี่ยงไร เ้าต้องจำเอาไว้ ข้างกายข้าฮวาอิ่งเม่ยไม่เลี้ยงคนไม่ได้ความ”
“คุณหนู!” สายตาสับสนหวาดกลัวของชิวเอ๋อร์ค่อยๆ เปลี่ยนเป็แน่วแน่ ดวงตาของนางที่หันมองไปยังอี๋เหนียงสี่อีกครั้งเปล่งประกายความเกลียดชังอย่างบ้าคลั่ง
“สาวใช้ชั้นต่ำเช่นเ้า...เ้ากล้า...เ้ากล้า” อี๋เหนียงสี่จ้องมองไปยังชิวเอ๋อร์ด้วยความหวาดผวา ดวงตาของนางไม่กล้าหันมองไปทางอิ่งเม่ย เพียงจับจ้องเขม็งอยู่ที่ร่างของชิวเอ๋อร์
“ไยข้าจะไม่กล้าเล่า” ชิวเอ๋อร์ราวกับสัตว์ร้ายถูกจองจำได้รับการปล่อยออกมาจากกรงตัวหนึ่ง นางพุ่งเข้าไปข้างหน้ารวดเร็ว แทงเศษกระเบื้องในมือลงบนร่างกายของอี๋เหนียงสี่อย่างรุนแรง
อิ่งเม่ยมองชิวเอ๋อร์ด้วยความชื่นชม สายตาเคลื่อนไปยังมือที่มีเืไหลของอีกฝ่ายเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดขึ้น พลันยื่นมือไปดึงเศษกระเบื้องที่ปักเข้ามือชิวเอ๋อร์เพราะออกแรงเยอะเกินไปออกมา
นางฉีกชายกระโปรงของอี๋เหนียงสี่พันมือที่ได้รับาเ็ของเด็กสาว แล้วตบไหล่นาง หยิบถ้วยชาที่สมบูรณ์ไร้ความเสียหายบนโต๊ะส่งให้ชิวเอ๋อร์ “ต่อไปอีก”
“เ้าค่ะคุณหนู” ชิวเอ๋อร์มองไปยังอิ่งเม่ย ดวงตาปกคลุมไปด้วยความโกรธแค้นไปนานแล้ว นางยกถ้วยชาขึ้นโดยไม่แม้แต่จะคิด ปาไปยังศีรษะของอี๋เหนียงสี่อย่างแรง
เืสีแดงบานสะพรั่งอยู่เหนือหน้าผากของอี๋เหนียงสี่ที่เมื่อครู่ยังงามปานบุปผา ยามนี้เสมือนผีร้ายที่ถูกทรมานในนรก ดุร้ายทว่าน่าเวทนา
“รีบหนี รีบหนี บ้าไปแล้ว พวกนางสองคนบ้าไปแล้ว” มองสภาพสยดสยองของอี๋เหนียงรองและอี๋เหนียงสี่ เสียงกรีดร้องตื่นตระหนกดังทะลุท้องฟ้า ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็คนะโขึ้น ทำให้กลุ่มคนชุลมุนแย่งชิงกันพุ่งออกจากประตูไป
ทั้งๆ ที่ห้องนี้ของฮวาอิ่งเม่ยเดิมทีก็เล็ก ประตูนั้นยิ่งแคบลงไปอีก ยามนี้กลุ่มคนหลั่งไหลพุ่งเข้าหาประตู ตื่นตระหนกไม่ยอมถอย ไม่ต้องให้อิ่งเม่ยลงมือก็เ้าเหยียบข้า ข้าเบียดเ้าจนพลิกล้มลง เสียงกรีดร้องดังไม่หยุด
เชิงอรรถ
^ ชุ่น คือหน่วยวัด เทียบเท่ากับ นิ้ว