“ฮองเฮาแล้วเ้าคิดว่าข้าควรทำเช่นไร ในเมื่อตอนนี้เราสลับร่างกันอยู่” จวินเฉียนหลงถามกลับไป
เพราะในเวลานี้มีเพียงไป๋อี้หลิงที่อยู่ในร่างของเขาเท่านั้นที่มีอำนาจสั่งการทุกสิ่ง
ไป๋อี้หลิงหันมองจวินเฉียนหลง “ข้าจะทำตามที่พระองค์สั่ง จนกว่าเราจะคืนร่างเดิม แต่ข้าขอร้องพระองค์อย่างหนึ่งได้หรือไม่ ? ”
“สิ่งใดหรือ ? ”
“หากทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ท่านปล่อยข้าให้เป็อิสระได้หรือไม่ ? ”
คำพูดของไป๋อี้หลิงทำให้จวินเฉียนหลงหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
“เพราะเหตุใดเล่า ? ”
“ข้าไม่อยากถูกขังอยู่ในกรงทองนี้อีกแล้ว ที่ผ่านมามันมากเกินพอแล้วที่ข้าจะทนอยู่ที่นี่ ข้าอยากเป็คนธรรมดาที่มีอิสระในการใช้ชีวิต ตอนนี้พระองค์อยู่ในร่างของข้า ย่อมรู้ดีว่าเ็ปเพียงใด”
“ต้องขออภัย เป็ข้าที่ละเลยเ้า”
“ไม่ใช่ความผิดของพระองค์ ข้าเป็บุรุษไม่ใช่สตรี ไม่แปลกที่พระองค์จะไม่เหลวแล”
จวินเฉียนหลงนิ่งเงียบไป “ข้ารับปาก หากเื่นี้คลี่คลายลงข้าจะปล่อยเ้าให้เป็อิสระอย่างที่เ้า้า”
“ขอบพระทัยฝ่าา เช่นนั้นตอนนี้พระองค์มีสิ่งใดรับจะสั่งหรือไม่” ไป๋อี้หลิงยิ้มด้วยความดีใจ
“อย่างแรกที่เ้าต้องทำคือสั่งย้ายข้าไปรักษาที่ตำหนักจวินหลง” จวินเฉียนหลงก็ออกคำสั่งทันที
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะออกคำสั่งเดี๋ยวนี้”
หลังจากนั้นไม่นาน ไป๋อี้หลิงในร่างของจวินเฉียนหลงก็ออกคำสั่งตามความประสงค์ของจวินเฉียนหลงทันที
หวงกงกงก็ทำงานอย่างรวดเร็ว โดยการพาจวินเฉียนหลงในร่างของไป๋อี้หลิงมาที่ตำหนักจวินหลง
หลังจากที่ได้กลับมาอยู่ในจวนที่คุ้นเคย จวินเฉียนหลงก็รู้สึกดีขึ้น และเคลิ้มหลับไป
ในขณะนั้นเอง เื่ราวชีวิตของไป๋อี้หลิงก็ปรากฏขึ้นมาในฝันของเขา
ดินแดนเสวียนหลิง ไป๋อี้หลิงคือลูกชายคนเล็กของจวนแม่ทัพในแคว้นตงหลิง ั้แ่เกิดมาเขาได้รับความรักจากครอบครัวมาตลอด และพี่ชายทั้งสองคนก็รักเขามาก
พ่อของเขาเป็แม่ทัพใหญ่ แม่ของเขาเป็หญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นตงหลิง เขาก็สืบทอดรูปร่างหน้าตาของพ่อแม่ ทำให้แม้จะเป็บุรุษแต่กลับงดงามอย่างหาที่เปรียบมิได้
แต่ชีวิตที่ควรจะมีความสุขของไป๋อี้หลิงกลับพลิกผัน เมื่อพ่อของเขาถูกหักหลังจนถูกสังหาร แม่ของเขาก็ไม่สามารถทนรับความเ็ปนี้ได้และจบชีวิตตามพ่อไป
ไป๋อี้หลิงวัยเจ็ดขวบจึงเหลืออยู่กับพี่ชายทั้งสองเพียงลำพังในจวนตระกูลไป๋ ซึ่งพี่ชายทั้งสองรักและดูแลไป๋อี้หลิงยิ่งกว่าไข่ในหิน
ใน่ที่เขาอายุ 15 ปี ในปีนั้นบ้านเมืองสงบสุข ฮ่องเต้จวินเฉียนหลงขึ้นครองราชย์
ในวันเฉลิมฉลองให้โหรหลวงทำนายเื่ดีมากมาย แต่มีเื่หนึ่งที่ทำให้คนทั้งแคว้นกังวลนั้นก็คือ หากฮ่องเต้จะครองราชย์ได้ยาวนาน ดินแดนเสวียนหลิงจะสงบสุข และมีชัยเหนือศัตรูทั้งมวล และจะขยายอำนาจได้กว้างไกล จะต้องมีฮองเฮาที่เป็คู่แห่งโชคชะตา มิเช่นนั้นจะครองราชย์ได้เพียง 10 ปีเท่านั้นและแคว้นจะล้มสลาย
หลังจากนั้นไม่นาน ไป๋อี้หลิงก็ถูกแต่งตั้งเป็ฮองเฮา เพราะเป็คู่แห่งโชคชะตาของจวินเฉียนหลง
ทว่าหลังจากที่เขาเข้าวังมาก็กลายเป็ฮองเฮาที่ถูกลืม เขามันจะถูกเหล่าสนมกลั่นแกล้ง แต่เขาก็ไม่ได้ตอบโต้ เพราะคิดว่าตนเองเป็บุรุษ นอกจากนี้เขาไม่อยากทำให้เื่ใหญ่ เขาไม่ชอบความวุ่นวาย
ดังนั้น เขาต้องทนทุกข์กับการถูกข่มเหงและความเหงาอย่างไม่สิ้นสุดมาโดยตลอดสามปีที่ผ่านมา
จวินเฉียนหลงที่ฝันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดในอดีตของไป๋อี้หลิง ก่อนที่จะสะดุ้งตื่นขึ้นมา ความเ็ปและความเหงาที่ไป๋อี้หลิงต้องเผชิญมาก่อนหน้านี้ก็ปะทุขึ้นมาภายในใจของเขา
ตอนนี้เขาเข้าใจว่าเหตุใดไป๋อี้หลิงถึง้าไปจากวังหลวงแห่งนี้
ตอนนั้นเอง! ก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามา จวินเฉียนหลงหันไปมอง ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามา
หลี่อิงเว่ย ?
ในเวลานี้ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "ฮองเฮา พระองค์ตายยากจริง ๆ เลยนะเพคะ”
จวินเฉียนหลงที่อยู่ในร่างของไป๋อี้หลิงมองหลี่อิงเว่ยด้วยสายตาที่เ็า เขาไม่อยากจะเื่ว่าคำพูดที่โหดร้ายนี้จะมาจากสนมที่อ่อนโยนของเขา
จวินเฉียนหลงในร่างของไป๋อี้หลิงค่อย ๆ ยืดตัวขึ้น พลางมองหลี่อิงเว่ยด้วยสายตาเยือกเย็น แล้วยกยิ้มบางๆ ออกมา "ข้าจะตายง่าย ๆ ให้เ้าสมดั่งใจได้อย่างไร? "
“เ้าอยู่ปากดีได้อีกไม่นานหรอก และอย่าคิดว่าการที่เ้าย้ายมาอยู่ที่นี่ข้าจะทำอะไรเ้าไม่ได้” หลี่อิงเว่ยหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความร้ายกาจ
“ตระกูลหลี่ของพวกเ้าช่างใหญ่โตเสียจริง แม้แต่การสังหารฮองเฮาในตำหนักฮ่องเต้ยังไม่ใช่เื่ยาก”
"รู้ก็ดีแล้ว ตระกูลของข้าแม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจ แล้วเหตุใดข้าต้องเกรงกลัวผู้ที่ไร้ค่าเช่นเ้า ?เ้าเป็แค่หุ่นเชิดในวังแห่งนี้ ไร้ความหมาย มีเพียงตำแหน่งแต่ไร้ซึ่งอำนาจ หากเ้าตายไปก็คงไม่มีผู้ใดสนใจ"
จวินเฉียนหลงในร่างของไป๋อี้หลิงกัดฟันแน่น เขาไม่คาดคิดว่าสตรีผู้นี้จะร้ายกาจเพียงนี้
"เ้าช่างกล้าหาญนักหลี่อิงเว่ย ข้าอาจไร้ค่าในสายตาของเ้า ทว่านับแต่นี้ไปข้าไม่มีทางยอมให้เ้าทำร้ายข้าได้ง่าย ๆ อีกแล้ว ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่าฮองเฮามีอำนาจเช่นไร"
หลี่อิงเว่ยยิ้มเหี้ยมเกรียม ขณะเดินเข้าไปใกล้ “เยี่ยงนั้นหรือ ข้าจะรอ”
นางก้มมองจวินเฉียนหลงที่นอนโทรม แล้วยิ้มเย้ยหยันก่อนจะเดินออกไป
“ที่ผ่านมาเหตุใดข้าถึงได้มองว่านางไม่เหมือนคนอื่นในตระกูลหลี่” จวินเฉียนหลงพึมพำออกมา
…..
ยามค่ำคืนที่เงียบสงัด ความหนาวเย็นแผ่ซ่านไปทั่ว ทำให้ลมหายใจของไป๋อี้หลิงกลายเป็ไอสีขาว
เขายืนอยู่ลำพังในตำหนักจวินหลงที่ไม่คุ้นเคย ใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่า ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ดวงจันทร์ที่ลอยเด่นกลางฟ้า ราวกับหวังจะหาเครื่องยึดเหนี่ยวจาก์ที่เงียบงัน
‘์... ท่านกำลังกลั่นแกล้งข้าอยู่หรือ’ เขาคิดในใจ
ความรู้สึกเ็ปที่ท่วมท้นทำให้เขาตั้งคำถามกับโชคชะตาที่พาเขามายืนอยู่ที่จุดนี้ เขาที่กำลังจะพ้นจากความทุกข์ทั้งหมด แต่์กลับฉุดรั้งเขาขึ้นมาจากนรก เพื่อแบกรับภาระอันหนักอึ้งเช่นนี้
‘หรือว่าข้าคู่ควรกับชะตากรรมนี้’ ความคิดนี้ทำให้ไป๋อี้หลิงรู้สึกหดหู่
เช้าวันรุ่งขึ้น ไป๋อี้หลิงในร่างจวินเฉียนหลงนั่งบัลลังก์เป็ครั้งแรก เพื่อหารือเกี่ยวกับการพัฒนาดินแดนเสวียนหลิง
"กระหม่อมได้คิดวิธีแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่ห่างไกลมาแล้ว ขอฝ่าาทรงทอดพระเนตร"
ขุนนางคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านความเฉลียวฉลาดนามว่า หลี่ิ กล่าวขึ้นก่อนส่งมอบฎีกาให้หวงกงกง เพื่อให้ไป๋อี้หลิงดู
ไป๋อี้หลิงได้อ่านดูอย่างตั้งใจ ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาเขาไม่ได้ติดตามเื่ราวของราชวังเลย เขาติดตามอยู่ตลอด
ขณะที่เขาอ่านฎีกา ดวงตาของเขาก็แวววับขึ้น การวางแผนของหลี่ิเป็ไปอย่างละเอียดและรอบคอบ แสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดและความห่วงใยต่อประชาชน
“ดี!” ไป๋อี้หลิงกล่าวขึ้นด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ เขาหันไปมองหลี่ิ “แผนการนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก นี่เป็การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างแท้จริง”
หลี่ิก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม “ขอบพระทัยฝ่าา”
ไป๋อี้หลิงพยักหน้าเบา ๆ “ข้าจะมอบอำนาจให้เ้าดูแลเื่นี้โดยตรง จงทำจนแน่ใจว่าประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด”
“กระหม่อมจะปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดพ่ะย่ะค่ะ” หลี่ิตอบด้วยความเคารพ ก่อนจะล่าถอยไป
หลังจากที่ประชุมที่ท้องพระโรงเสร็จแล้ว ไป๋อี้หลิงก็กลับมาที่ตำหนัก ก็พบกับจวินเฉียนหลงที่ร่างกายดีขึ้นมากแล้ว นั่งอยู่บนเก้าอี้ล้อลากที่ศาลากลางสวน ซึ่งนี่เป็ที่ประจำของเขาอยู่แล้ว
เมื่อจวินเฉียนหลงหันไปมองเห็นไป๋อี้หลิงเดินเข้ามา เขาชะงักอยู่ครู่หนึ่งเพราะไม่ชิน เมื่อเห็นตัวเองยืนอยู่ตรงหน้า
ไป๋อี้หลิงโบกมือให้ทุกคนออกไป ก่อนจะเดินไปหาจวินเฉียนหลง
"พระองค์คงรู้เื่ในท้องพระโรงวันนี้แล้วใช่หรือไม่ ?ต้องขออภัยที่ตัดสินใจโดยที่ไม่ได้ถามก่อน เพราะข้าได้อ่านฎีกาแล้วมันเป็แผนการที่ดีถึงได้ตัดสินใจไป" ไป๋อี้หลิงพูดพลางก้มหน้า
"ใช่ ข้ารู้เื่ทุกอย่างที่ท้องพระโรงแล้ว เ้าทำได้ดีทีเดียว" จวินเฉียนหลงตอบ "ทว่าั้แ่พรุ่งนี้ไปข้าจะเข้าประชุมที่ท้องพระโรงร่วมกับเ้าด้วย"
“พ่ะย่ะค่ะ” ไป๋อี้หลิงตอบอย่างไม่ลังเล
โปรดติดตามตอนต่อไป............