ซูชิ่นแค่นยิ้มพร้อมกับเหวี่ยงแขนที่ถือมีดสั้นไปด้านหลัง
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น หลี่ซื่อกุมข้อมือที่มีเืไหลโชกพลางทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
ซูชิ่นตวัดมีดสั้นกลับมาจ่อที่คอของเฉิงเหลียนเซียงอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มที่น่าขนลุก
"เป็อย่างไร? เ้าอยากลองลิ้มรสชาติของมีดที่ปักลงในลำคอดูหรือไม่?"
เฉิงเหลียนเซียงไม่เคยเห็นซูชิ่นเหนียงในสภาพนี้มาก่อน จึงหวาดหวั่นและหวาดกลัว จนอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทา
ซูชิ่นได้กลิ่นปัสสาวะโชยมาจากตัวของเฉิงเหลียนเซียงก็รู้สึกสะอิดสะเอียนจนอยากจะอาเจียน แต่ก็นิ่งอดทนไว้ได้ นางจ้องมองเฉิงโจวซื่อด้วยสายตาเ็า
"ข้าจะพูดเป็ครั้งสุดท้าย ปล่อยเด็ก ๆ เดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นข้าจะแทงลูกสาวเ้าให้ตาย!"
คนตระกูลเฉิงไม่เคยคาดคิดเลยว่า ซูชิ่นเหนียงที่ปกติขี้ขลาดและยอมคน จะกล้าหาญได้ถึงเพียงนี้
"ซูซื่อ! เ้าคิดจะลองดีจริง ๆ ใช่หรือไม่! รีบวางมีดลงเดี๋ยวนี้!"
เฉิงโจวซื่อเห็นลูกสาวและหลี่ซื่อถูกกรีดจนเืไหลโชก ก็เกรงว่าการค้าครั้งนี้จะสูญเปล่า จึงร้อนรนจนริมฝีปากสั่นระริก
ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป ซูชิ่นรู้สึกว่าขาทั้งสองข้างของนางกำลังสั่นเทาและอาจจะทรุดลงกับพื้นได้ทุกเมื่อ แต่นางจะล้มไม่ได้ หากนางล้มลง นางก็คงมีเพียงทางเดียวคือถูกขาย
เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์โดยเร็ว ซูชิ่นจึงเพิ่มแรงที่มืออีกเล็กน้อย "ตอนนี้พวกเ้าไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับข้า รีบปล่อยลูกของข้าเสีย มิฉะนั้นข้าจะแทงเฉิงเหลียนเซียงให้ตาย แล้วตายตกไปตามกัน! เฉิงเยี่ยนอันต้องเสียชีวิตเพื่อปกป้องพวกเ้าให้ปลอดภัย แต่พวกเ้าไม่เพียงไม่ดูแลลูกเมียของเขาให้ดี กลับคิดจะขายภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของเขา พวกเ้าไม่กลัวว่าตอนกลางคืนเขาจะกลับมาหาพวกเ้าหรือ?"
"ถุย! เป็เพราะเฉิงเยี่ยนอันอายุสั้นเอง อย่าคิดจะเอาความตายของเขามาโยนให้พวกข้า" เฉิงโจวซื่อถ่มน้ำลายใส่
เฉิงเหลียนเซียงเ็ปอย่างรุนแรง นางรู้สึกว่าเืไหลออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าขาวซีดราวกับผี นางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "ท่านแม่ อย่าทะเลาะกันเลย รีบปล่อยเด็กสองคนนั้นเถอะ เร็วเข้า!"
เฉิงโจวซื่อสงสารลูกสาว แต่ก็เสียดายเงินตำลึงที่เกือบจะถึงมือแล้ว จึงลังเลไม่กล้าตัดสินใจ
ซูชิ่นแค่นยิ้ม พลางพูดที่ข้างหูเฉิงเหลียนเซียง "เห็นชัดหรือยังว่าแม่ของเ้าเป็คนอย่างไร? ในสายตาของนาง เ้ามีค่าน้อยกว่าเงินสี่ตำลึงเสียอีก!"
สองแม่ลูกคู่นี้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ในเมื่อมีโอกาส นางย่อมต้องยุยงให้แตกคอกัน อีกทั้งเดิมทีเฉิงเหลียนเซียงก็เป็คนไม่มีสมอง ประกอบกับตอนนี้กำลังหวาดกลัวอย่างหนัก จึงเชื่อคำพูดของซูชิ่นอย่างง่ายดาย
"ท่านแม่ ทำไมท่านไม่ช่วยข้า ทำไม! หรือว่าข้ามีค่าไม่ถึงเงินสี่ตำลึงกัน?"
เฉิงโจวซื่อเริ่มโมโหจึงหันไปบอกเฉิงเยี่ยนผิง "หากนางกล้าฆ่าเหลียนเซียง เ้าก็จงทุบเ้าเด็กชั้นต่ำสองคนนี้ให้ตายเสีย! ข้าอยากจะรู้นักว่า นางจะกล้าดีแค่ไหน!"
"เฉิงเหลียนเซียง เห็นชัดหรือยัง? นี่คือแม่แท้ ๆ ของเ้า เพื่อเงินสี่ตำลึงแล้ว นางถึงกับไม่สนใจชีวิตของเ้าเลย ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้าก็คงต้องขออภัยด้วย
อย่ากลัวไปเลย ข้าและลูกทั้งสองจะไปเส้นทางสู่ปรโลกเป็เพื่อนเ้าเอง วันหน้าหากเ้ากลายเป็ผี อย่าลืมกลับมาทวงชีวิตแม่ของเ้าด้วยล่ะ เพราะนางไม่ยอมช่วยเ้า!" สีหน้าของซูชิ่นไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย นางแค่นยิ้มออกมา
พูดจบ ซูชิ่นก็ชูมีดสั้นในมือขึ้นสูง ทำท่าจะแทงลงที่คอของเฉิงเหลียนเซียง จนเฉิงเหลียนเซียงใกรีดร้องเสียงดัง
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
ทันใดนั้น มีชายชราคนหนึ่งพุ่งออกมาจากด้านข้าง พร้ะโกนออกมาเสียงดังลั่น
"ท่านพ่อช่วยข้าด้วย ซูชิ่นเหนียงบ้าไปแล้ว นางจะฆ่าข้า!" พอเฉิงเหลียนเซียงเห็นชายชราคนนั้น นางก็ร้องไห้โวยวายทันที
ผู้ที่มาคือหัวหน้าครอบครัวตระกูลเฉิงหรือเฒ่าเฉิง คนผู้นี้ภายนอกดูซื่อสัตย์และใจดี แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยความโสมม เื่ในครั้งนี้เขาก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ซูชิ่นเห็นเขามาจึงถามด้วยใบหน้าเ็า "ท่านพ่อสามี สามีของข้าเสียชีวิตเพื่อปกป้องตระกูลเฉิงทั้งตระกูล ข้าและลูกทั้งสองไม่ได้หวังว่าพวกท่านจะคุ้มครองเราได้มากนัก แต่ข้าไม่เคยนึกเลยว่า พวกท่านจะทนเห็นเราอยู่ไม่ได้ถึงเพียงนี้ บ้านเกิดก็อยู่ตรงหน้า แต่กลับจะขายข้า พวกท่านทำเช่นนี้ ไม่ละอายต่อเฉิงเยี่ยนอันบ้างหรือ?"
คำพูดนี้ทำให้ผู้ลี้ภัยที่มุงดูอยู่หลายคนอดไม่ได้ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ คนส่วนใหญ่เห็นว่าตระกูลเฉิงทำตัวไม่เหมาะสม รังแกหญิงม่ายและเด็กกำพร้า
สีหน้าของเฒ่าเฉิงเริ่มคล้ำลง เขาพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า "ตระกูลเฉิงเคยบอกว่าจะขายเ้าั้แ่เมื่อไหร่? แม่สามีของเ้าไม่สบายใจที่เห็นเ้าต้องเป็ม่ายั้แ่อายุยังน้อย และต้องลำบากเลี้ยงลูกสองคนเพียงลำพัง จึงตัดสินใจหาบ้านสามีใหม่ให้เ้าเป็การส่วนตัว! เ้าไม่ซาบซึ้งก็ช่างเถิด แต่เหตุใดต้องก่อเื่วุ่นวายเช่นนี้ เ้าจะให้ตระกูลเฉิงเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในภายภาคหน้า!"
คนตระกูลเฉิงกลุ่มนี้ใจดำอำมหิต ลูกชายเพิ่งตายได้ไม่กี่วัน ก็ใช้ข้ออ้างให้ลูกสะใภ้แต่งงานใหม่ เพื่อจะขายคนแลกกับตำลึงเงิน ช่างไร้มนุษยธรรมสิ้นดี
ท่านหลี่เห็นหัวหน้าครอบครัวมาถึงจึงเอ่ยถามว่า "ตกลงว่าเื่แต่งงานนี้ยังจะดำเนินต่อได้หรือไม่?"
เฉิงโจวซื่อรีบตอบทันที "ได้สิ แน่นอนว่าได้"
"เื่แต่งงานยกเลิก เชิญท่านกลับไปเถิด"
คำพูดประโยคเดียวของเฒ่าเฉิง ทำให้เฉิงโจวซื่อสีหน้าเปลี่ยนไปทันที "ท่านพี่ เราตกลงกันว่า..."
"ตกลงอะไรกัน! ในเมื่อซูชิ่นไม่อยากแต่งงานใหม่ เื่นี้ก็ไม่ต้องพูดถึงอีก ตระกูลเฉิงของพวกเราแม้จะยากจน แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องโลภอยากได้เงินสินสอดไม่กี่ตำลึงจากการให้ลูกสะใภ้แต่งงานใหม่!" เฒ่าเฉิงคำรามด้วยใบหน้าบึ้งตึง
เฉิงโจวซื่อโกรธจัด ทั้งที่เื่ขายซูชิ่นผ่านการเห็นชอบจากเฒ่าเฉิงแล้ว เหตุใดตอนนี้เขาถึงกลับคำ?
ขณะที่กำลังจะโต้เถียงกัน กลับถูกเฉิงเยี่ยนผิงห้ามไว้ "ท่านแม่ อย่าทำให้ท่านพ่อเสียหน้าต่อหน้าผู้คนเลย เื่ของซูชิ่นไว้ค่อยพูดกันวันหลังเถิด"
ทว่า เฉิงโจวซื่อจะรอได้อย่างไร หลังจากลูกชายคนโตเสียชีวิต ซูชิ่นก็ป่วยหนัก ยามนี้ยังได้รับาเ็ที่หัว ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ ขายตอนนี้ยังแลกเงินได้ไม่กี่ตำลึง หากปล่อยไว้จนตายจะไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่เส้นขน ทั้งยังต้องเสียเสื่อผืนหนึ่งเพื่อฝังนางอีก!
เฉิงเยี่ยนผิงปล่อยตัวเด็กน้อยเยว่เยว่ แล้วลากเฉิงโจวซื่อออกไปด้านข้าง ก่อนจะเอ่ยว่า "ท่านแม่ ฟังข้า"
ส่วนท่านหลี่นั้น ความจริงได้ล้มเลิกความคิดที่จะซื้อซูชิ่นไปแล้ว เพราะความเด็ดเดี่ยวและดุดันของซูชิ่นทำให้เขาหวาดกลัว แม้เขาจะชอบรูปร่างหน้าตาของแม่นางน้อยคนนี้ แต่เมื่อเทียบกับชีวิตของตนเอง มันไม่ใช่เื่สำคัญเลย
ในยุคนี้ ขอเพียงมีเงินตำลึงในมือ จะกลัวว่าซื้อผู้หญิงไม่ได้หรือ?
ดังนั้นเขาจึงแสร้งทำเป็สะบัดหน้าเดินจากไป ก่อนไปเขายังส่งเสียงฮึดฮัดแล้วกล่าวว่า "เสียเวลาข้าจริง ๆ "
สีหน้าของเฒ่าเฉิงดูแย่มาก รอจนท่านหลี่เดินไปไกลแล้วจึงพูดกับซูชิ่นว่า "ยังไม่รีบปล่อยเหลียนเซียงอีก! มีอะไรพูดกันดี ๆ ไม่ได้หรือไง? ต้องใช้มีดให้ได้เชียวหรือ?!"
เมื่อซูชิ่นผลักเฉิงเหลียนเซียงออกไป ขาของนางก็ไม่อาจพยุงร่างกายไว้ได้ ร่างกายโงนเงนอย่างหนัก
เด็กทั้งสองคนร้องไห้วิ่งเข้าไปประคองนางไว้ทั้งซ้ายและขวา "ท่านแม่ ท่านเป็อย่างไรบ้าง?"
"หากข้าพูดกับพวกท่านดี ๆ พวกท่านจะปล่อยข้าไปหรือ? สามีของข้าตายเพื่อตระกูลเฉิง หากพวกท่านมีมโนธรรมแม้เพียงนิด ย่อมไม่มีทางทำเื่ที่ไร้ความเป็คนเช่นนี้!" ซูชิ่นเงยหน้ามองเฒ่าเฉิงด้วยสายตาเย้ยหยัน
"วันนี้ข้าซูชิ่นขอประกาศไว้ตรงนี้ เมื่อก่อนเพื่อสามีและลูกทั้งสอง ข้าสามารถอดทนและยอมจำนนได้ แต่ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ใครที่กล้ามาคิดร้ายกับหญิงม่ายและเด็กกำพร้าอย่างพวกข้า ก็อย่าหาว่าข้าซูชิ่นใจดำ!"
น่าเสียดายที่คำพูดซึ่งควรจะทรงพลังนี้ กลับไม่มีความน่าเกรงขามเลยแม้แต่น้อยเพราะร่างกายที่อ่อนแอ
แต่เฒ่าเฉิงกลับรับคำพูดนั้นเข้าไปในใจ เขามองนางอย่างลึกซึ้งและพูดด้วยใบหน้าบึ้งตึง
"เื่ในวันนี้เป็เพราะแม่สามีของเ้าทำได้ไม่รอบคอบ ไม่ได้ถามความสมัครใจของเ้า ข้าจะตำหนินางเอง แต่เ้าก็ฟังข้าไว้ให้ดี ในเมื่อเ้าไม่ยอมแต่งงานใหม่ เ้าก็ยังคงเป็สะใภ้ตระกูลเฉิงไปตลอดชีวิต หากเ้ากล้าทำเื่ที่ทรยศต่อตระกูลเฉิง ก็อย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่า ๆ !"
ซูชิ่นแค่นยิ้มในใจ ความสัมพันธ์เก่า ๆ ? คนตระกูลเฉิงคู่ควรกับคำนี้ด้วยหรือ?
ผู้คนที่มุงดูอยู่มีจำนวนไม่น้อย เฒ่าเฉิงทนสายตาเ่าั้ไม่ได้จึงหันหลังเดินจากไป
เมื่อซูชิ่นแน่ใจว่าไม่มีคนตระกูลเฉิงอยู่แถวนี้แล้ว นางก็ไม่อาจฝืนร่างกายได้ และหมดสติไปในที่สุด