ตอนที่ 14 : ข่าวโอสถจิงหลิงตันสีทองะเืสำนัก
รุ่งอรุณของวันใหม่ แสงแดดแรกส่องกระทบปลายหญ้าบนูเาไท่ซาน เสียงนกป่าดังก้องทั่วหุบเขา แต่ในวันนี้ บรรยากาศภายในสำนักกลับแตกต่างจากทุกวัน
เพราะมีข่าวหนึ่งกำลังแพร่กระจายรวดเร็วราวไฟลามป่า
“เ้าได้ยินหรือยัง?
ศิษย์ใหม่ของผู้าุโไป๋หลอมโอสถจิงหลิงตันสีทองได้ั้แ่ครั้งแรก!”
“ฮึ! เป็ไปได้ยังไง ศิษย์จากโรงรับใช้จะทำได้ระดับนั้นรึ?”
“ข้าเห็นมากับตา! โอสถนั้นบริสุทธิ์ถึงสิบส่วน ไม่มีแม้กลิ่นควันไฟเจือปน!”
เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วลานฝึกของตำหนักโอสถ
เหล่าศิษย์พากันมองไปทางตำหนักหลอมโอสถที่หวังเมิ่งหลงอาศัยอยู่ด้วยสายตาทั้งอยากรู้อยากเห็น ทั้งอิจฉา และบางส่วนก็ไม่ยอมรับ
ภายในตำหนักโอสถ ผู้าุโไป๋เจี้ยนหรงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้หยก สีหน้าเคร่งขรึมแต่แฝงรอยยิ้มบาง ๆ
ส่วนเมิ่งหลงยืนนิ่งอยู่ข้างหน้า ยังคงรู้สึกตึงเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“เมิ่งหลง” เสียงอาจารย์ดังขึ้นอย่างสงบ “เ้ารู้หรือไม่ว่าโอสถที่เ้าหลอมเมื่อวาน ไม่เพียงบริสุทธิ์ แต่ยังมีพลังปราณเซียนแฝงอยู่ ข้าได้ส่งให้ผู้าุโฝ่ายโอสถใหญ่ตรวจสอบแล้ว”
เมิ่งหลงเงยหน้าขึ้น “อาจารย์... แล้วผลเป็อย่างไรขอรับ?”
ไป๋เจี้ยนหรงหัวเราะเบา ๆ “ผลคือ... พวกเขาไม่อยากเชื่อ ข้าจึงถูกเรียกให้พาเ้าขึ้นเขาหลัก เพื่อให้เ้าหลอมต่อหน้าพวกเขาอีกครั้ง”
ถังหยินที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับอ้าปาก “ต่อหน้าผู้าุโฝ่ายโอสถทุกคนงั้นหรือ! นี่เท่ากับการทดสอบขั้นสูงสุดเลยนะเมิ่งหลง!”
เมิ่งหลงขมวดคิ้วแน่น “ข้าจะทำให้ดีที่สุด ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง... แต่เพื่อรักษาเกียรติของอาจารย์และตำหนักนี้”
— — — — —
ครึ่งวันต่อมา ที่ลานหลอมโอสถกลางสำนัก
ผู้าุโทั้งเจ็ดจากตำหนักใหญ่ทยอยมานั่งบนแท่นสูง รายล้อมด้วยเหล่าศิษย์มากมายที่ต่างแห่กันมาดู
ผู้าุโฝ่ายโอสถใหญ่ “ซูเจิ้นไห่” จ้องมองเมิ่งหลงด้วยสายตาคมกริบ
“เ้าคือเด็กที่หลอมโอสถจิงหลิงตันสีทองได้งั้นหรือ? ข้าฝึกหลอมโอสถมากว่าสามร้อยปี ยังไม่เคยเห็นศิษย์หน้าใหม่คนใดมีพลังไฟถึงขั้นนั้น”
เมิ่งหลงค้อมศีรษะ “ขอรับผู้าุโ ข้ายินดีแสดงให้ท่านเห็นด้วยตา”
เขาคุกเข่าลงหน้าเตาหลอม ใช้สมาธิควบคุมพลังในร่าง พลังห้าธาตุหมุนวนดั่งสายน้ำและเปลวเพลิง
เมื่อเปลวไฟปะทุขึ้นจากฝ่ามือของเขา — ครานี้มันไม่ใช่เพียงสีทอง แต่เปลวไฟกลับเปลี่ยนเป็ “สีทองอมแดง” มีประกายเปลวเพลิงเซียน
เสียงฮือฮาดังไปทั่วลาน
"ไฟนั่น... เปลวเพลิงแห่งเซียน!”
“ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย!”
เมิ่งหลงเริ่มหลอมอย่างมั่นคง สมุนไพรแต่ละชนิดถูกใส่ลงตามลำดับ
พลังห้าธาตุภายในร่างเริ่มตอบสนองอย่างกลมกลืน — ดิน หนุน น้ำ, น้ำเลี้ยง ไฟ, ไฟก่อ โลหะ, โลหะหล่อ เื, และไม้ฟื้น ฟ้า
เวลาผ่านไปทีละชั่วลมหายใจ เหงื่อซึมเต็มหน้าผากเมิ่งหลง แต่แววตาเขายังคงนิ่งแน่วราวหินผา เมื่อถึงจังหวะสุดท้าย เขาเปล่งเสียงเบา ๆ“รวม!”
แสงสีทองพุ่งออกจากเตาหลอม โอสถกลม ๆ สีขาวขุ่นค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นกลางเปลวเพลิง ก่อนจะเปล่งประกายเป็สีทองบริสุทธิ์ราวกับเม็ดแก้ว์ กลิ่นโอสถหอมหวานราวกลิ่นดอกบัวในยามรุ่ง และกลิ่นหอมของพลังเซียนจะอบอวลทั่วลาน
เวลาเหมือนหยุดเดิน ทุกคนเฝ้ามองไม่กะพริบจนกระทั่ง...
ปัง!
เสียงเตาหลอมดังขึ้นพร้อมแสงสีทองพวยพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า
เม็ดยากลมสมบูรณ์ลอยขึ้นกลางอากาศ ก่อนร่วงลงบนฝ่ามือของเมิ่งหลงอย่างสงบนิ่ง
เมิ่งหลงรู้สึกได้ว่าจิงหลิงตันที่เขาหลอมวันนี้ดีขึ้นกว่าเดิมอีกเหมือนมีพลังที่มองไม่เห็นโอบอุ้มไว้
ผู้าุโซูเจิ้นไห่ลุกขึ้นยืน
“นี่มัน—โอสถเซียนขั้นต้น! ความบริสุทธิ์เกินกว่าขีดจำกัดของศิษย์ทั่วไป!”
เหล่าศิษย์ที่มุงดูกันอยู่ต่างส่งเสียงอื้ออึง
“โอสถเซียนขั้นต้น... เขาทำได้จริง ๆ!”
“ศิษย์โรงรับใช้ผู้นั้น... กลายเป็ตำนานแล้ว!”
ผู้าุโไป๋เจี้ยนหรงมองศิษย์ของตนด้วยแววตาเปี่ยมความภาคภูมิใจ “เห็นหรือไม่ซูเจิ้นไห่ เด็กคนนี้มีไฟในใจที่ไม่ยอมมอด...”
ซูเจิ้นไห่พยักหน้าเบา ๆ ก่อนเอ่ยเสียงดัง “ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ขอยกย่อง หวังเมิ่งหลง เป็ศิษย์หลักแห่งตำหนักโอสถ ผู้มีสิทธิ์เข้าฝึกชั้นในของหอเทพเพลิง!”
เสียงประกาศนั้นดังสะท้อนไปทั่วสำนัก
และในขณะเดียวกันบนยอดเขาไท่ซานสูงสุดชายชราในชุดคลุมขาวหันมามองทางลานโอสถ ดวงตาลึกล้ำเปล่งแสงวาบ “เพลิงเซียนห้าธาตุ... ปรากฏขึ้นอีกครั้งงั้นหรือ”
ขณะนั้นเอง เมิ่งหลงยังไม่รู้เลยว่าการหลอมโอสถครั้งนี้...คือจุดเริ่มต้นของการถูก เฝ้ามองจากเทพเซียนชั้นสูง