เพียงรพิพรรณผ่องด้าว {วายพีเรียดไทย}

    ๔/๒

    “กลับมาแล้วหรือขอรับคุณด้าว กระผมช่วยขอรับ” อ้ายเกริกถือตะเกียงเ๽้าพายุอำนวยความสว่างให้นายของมันที่ท่าน้ำเมื่อเรือเทียบลำ แม้ว่าจะไม่ได้ไปราชการกับผู้เป็๲นายด้วย แต่มันก็ยังไม่บกพร่องในหน้าที่ มาคอยเฝ้าคอยรับของอยู่อย่างนี้ในทุกเช้าค่ำ


    คราแรก อ้ายบ่าวจะรับเอากล่องกระดาษใบนั้นด้วย ทว่าเ๽้าของเขากลับชักกลับ แสดงท่าทีหวงแหน “เอ็งถือกระเป๋านี่ขึ้นเรือนไป อันนี้ข้าจะถือเอง”


    “อะไรหรือขอรับ หรือว่าเป็๲ของแทนใจจากหญิง…โอ๊ย!”


    คนช่างอยากรู้อยากเห็นโดนเขกหัวไปอีกที โทษฐานที่รู้ดี “อย่ามากความ รีบไปได้แล้วเอ็ง ประเดี๋ยวมาช่วยข้าคัดลอกหนังสือด้วย”


    “ขอรับคุณด้าว” นายเกริกตอบทั้งนิ่วหน้าด้วยยังเจ็บอยู่ พอถึงบางสิ่งได้มันหันกลับมาพูดต่อ “เอ้อ คุณด้าวขอรับ ที่บนเรือน...”


    “มีอะไร เอ็งพูดมา อย่ามัวร่ำไร”


    “คุณมาลัยเธอมาเตรียมสำรับเย็นรอขอรับ ตอนนี้คงกำลังจัดขึ้นโต๊ะแล้ว กลิ่นนี่หอมยียวนจนน้ำลายสอเชียวนะขอรับ กระผมยังหิวตามเลย หากคุณด้าวได้กิน คงติดใจเป็๲แน่ขอรับ”


    “ข้าไม่หิว” เขาเอ่ยสั้น ๆ ได้ใจความตามที่คิด แล้วเดินเลี่ยงอ้ายบ่าวปากมากขึ้นเรือนไป อารมณ์หอมหวานก่อนที่จะถึงเรือนนั้น คล้ายจะเจือจางลงไปโดยพลัน เมื่อทราบว่าบุตรสะใภ้ในอุดมคติของมารดามารอ


    ถึงจะแจ้งจำนงต่อท่านไปว่าเขายังไม่อยากคิดเ๱ื่๵๹นี้ ก็ไร้ผล หากว่าคนที่ฉุดกระชากใจของเขาไปไม่มาพร้อมกับเงื่อนไขมหาศาลหลายข้อ ป่านนี้คงประกาศให้รู้ทั่วพระนครไปแล้ว


    พันวาจาสิทธิ์ยืนอยู่ตรงชานเรือนแล้ว ทีแรกว่าจะไม่เข้าไปหา แต่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ตั้งท่ารออยู่ เห็นไม่สมควร จึงจำใจต้องไปร่วมโต๊ะด้วย เขาทำความเคารพทุกท่านเสร็จ ก็ทิ้งก้นลงนั่ง กะว่าจะอยู่ไม่นานนัก


    แม่มาลัยนั่งอยู่ข้าง ประนมมือไหว้อย่างเสงี่ยมอาย อมยิ้มเล็กน้อยพองามตาตามกิริยาของสตรี เธอเป็๲บุตรสาวขุนนางเศรษฐี จึงแต่งกายดี สมกับวงษ์ตระกูลของเธอไปด้วย รวม ๆ แล้ว ก็มีดีครบทุกด้าน


    “มาลัยได้มองคุณพี่ใกล้ตาครั้งแรกอย่างนี้ นึกไม่ถึงเลยค่ะ ว่าจะรูปหล่อขนาดนี้ เห็นไกล ๆ ใจก็สั่นแล้ว ไม่เคยเห็นหนุ่มใดในพระนครมีรูปเสน่ห์เหมือนคุณพี่เลยค่ะ อย่างอิเหนาแน่ะ คุณป้าว่าหรือไม่คะ” เธอกล่าวชมเสียฟังดูเกินจริงด้วยน้ำเสียงหวานเล็ก ๆ วงหน้าแฉล้มบ่งบอกได้ดีว่าเธอชื่นชอบสักแค่ไหน


    แต่ไม่ได้ถามคนถูกชมบ้างเลย ว่าคิดอย่างเดียวกันหรือไม่ เขาชักจะอึดอัดเหลือคณา ถูกหญิงชมก็ไม่เท่าไหร่ เพราะนางใดก็กล่าวอย่างนั้น แต่แววตาของเธอที่เขา๼ั๬๶ั๼ได้ มันช่างดูกระเหี้ยนกระหือรือไปเสียหน่อย


    พันวาจาสิทธิ์นั่งนิ่ง แสดงสีหน้าเฉยชา ไม่เบิกบาน ไม่หดหู่ ราวเอาหูทวนลม จนผู้เป็๲มารดาเห็นท่าไม่ดี จึงหัวเราะฝาดเฝื่อน และเอ่ยแก้สถานการณ์ให้บุตรชาย “พ่อด้าวคงเหนื่อยจากราชการกระมัง ไหน ๆ ก็พร้อมหน้ากันแล้ว รีบกินเสียเถิด ประเดี๋ยวรสชาติจนจืดเสียก่อน”


    พ่อลูกชายเมื่อฟังผู้เป็๲แม่ว่าดังนั้น ก็ไม่รีรอ รีบคดข้าวใส่จาน ตักกิน ๆ เนื่องจากอยากรีบออกไปเสียที อยู่นานแล้วหายใจไม่คล่อง


    แม่มาลัยเห็นผู้พี่ด่วนกิน ก็ให้นึกว่าคงชอบฝีมือปรุงสำรับของเธอ ถึงกินเอา ๆ ขนาดนั้น เธอจึงถือวิสาสะตักอาหารใส่ลงในจานข้าวของชายหนุ่มเสีย พร้อมเอ่ยอ้อ ๆ “แกงระแวงเนื้อค่ะ คุณพี่คงชอบอาหารที่มาลัยทำสินะคะ บนโต๊ะนี้มาลัยทำทั้งหมดเลย คุณพี่ชอบรสใด บอกได้นะคะ เดี๋ยววันหลังมาลัยทำมาให้ทานค่ะ”


    “ขอบใจน้องมาลัยมากเลยนะคะ แต่พี่ไม่รบกวนคงจะดีกว่าค่ะ” พันวาจาสิทธิ์หันไปยิ้มตอบ เขาพยายามรักษามารยาทให้ดีที่สุด แต่นั่นอาจทำให้คนที่ได้รับคิดเลยเถิดไปเป็๲อีกเ๱ื่๵๹ ว่ายิ้มนั้น แทนความหมายว่ามีใจ


    “ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ มาลัยเต็มใจ ใช่ไหมคะคุณแม่”


    “ใช่จ้ะพ่อด้าว แม่มาลัยเรียนรู้วิชางานบ้านงานเรือนมา ก็อยากฝึกปรือบ้าง อย่างไรเสีย วันข้างหน้าก็จะต้องออกเรือนมาอยู่กับพ่อด้าวอยู่ดี เริ่มทำเสียวันนี้เลย จะเป็๲อะไรไป จริงไหมคะคุณวาด”


    “จริงค่ะคุณมาลี อีฉันเห็นด้วย”


    “แต่กระผม…” พ่อด้าวของทุกท่านอยากจะป่าวร้องเหลือเกินว่าไม่ได้คิดไปไกลเช่นนั้น หากแม่ลัยเป็๲เพียงน้องสาวก็ยังพอได้ เขาไม่ได้มีใจใฝ่ในสตรี แต่พูดไปก็สองไพเบี้ย


    แม่มาลัยเสมองใบหน้าคมสันที่แปดเปื้อนด้วยความวิตก ชายหนุ่มช่างแสดงกิริยาห่างเหินกับเธอเหลือเกิน ทั้งที่เธอก็เป็๲มีดีถึงเพียงนี้ ไร้ที่ติฉินนินทา แล้วคุณพี่ของเธอยังจะมีข้อกังขาอะไรอีก ไม่ยอมตบปากรับคำเสียที


    ครั้นแลเห็นกล่องกระดาษที่พันวาจาสิทธิ์วางไว้ไม่ห่างตัว ก็ให้เธอคิดว่านั่นเป็๲ที่สิ่งคู่หมายจะมอบให้ เพราะเธอมักจะเห็นหนุ่มสาวสมัยนี้เขามอบแก่กัน เหมือนอย่างชาติตะวันตก “นี่อะไรหรือคะ ให้มาลัยหรือ”


    เ๽้าของชักกล่องนั้นให้พ้นมือเธอในทันใด “ไม่ใช่ค่ะ ของงานราชการ ผู้หญิงไม่ควรรู้เห็น” เขายอมโกหก เพื่อปกปิดและเลี่ยงความจุ้นจ้านของแม่มาลัยไป “อ้ายเกริก เอ็งเอากล่องนี้ไปเก็บในห้องให้ข้าที”


    “ขอรับคุณด้าว” นายเกริกรับและออกไป ทำให้เธอไม่มีโอกาสจะได้ดูหรือแม้แต่๼ั๬๶ั๼


    หญิงสาวยังคงมีท่าทีสะบัดสะบิ้งเล็กน้อย นึกเสียใจต่อสิ่งที่อีกคนทำกับตนเอง “มาลัยดูสักน้อยก็ไม่ได้เลยหรือคะ”


    “ไม่ได้ค่ะ” เสียงห้วน ๆ และสีหน้าไร้อารมณ์ของคนพูดเผยออกมาชัดเจน ชายหนุ่มหยัดกายขึ้นเต็มความสูง ส่งยิ้มปลอม ๆ ให้ “กระผมขอตัวก่อนนะขอรับ คุณแม่ คุณน้า ส่วนอาหารที่น้องมาลัยทำวันนี้ อร่อยมาก พี่ขอชมนะคะ แต่พอดีพี่ไม่หิวสักเท่าไหร่ กินได้แค่นี้ น้องมาลัยคงไม่ว่าอะไรพี่หรอกนะคะ”


    เขาไม่รอคำตอบจากผู้ใด จบคำก็เดินดุ่ม ๆ เข้าห้องส่วนตัวไป ไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำว่าแม่มาลัยจะรู้สึกอย่างไร ซึ่งตอนนี้เธอก็หันมองหน้ามารดาอย่างขอความเห็นใจ น้ำตาก็เริ่มตกในไปแล้ว


    เธอคงได้แต่เฝ้ารอ ว่าสักวันคนที่ตัดรอนน้ำใจดีจากเธอจะต้องเป็๲ฝ่ายซมซานมาขอความรักจากเธอบ้าง ถึงวันนั้น เธอจะไม่ไยดีชายคนนี้เลยสักน้อย










    นายเกริกเปิดไฟทั่วทั้งห้อง และรอนายของตนอยู่ในนี้ มันวางกล่องใบนั้นไว้บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองกระดาษและอุปกรณ์หลายชิ้น ในหัวก็ไม่เข้าใจว่าไอ้กล่องนี้มันวิเศษอย่างไร นายมันถึงได้สงวนไว้นัก


    คิดไปก็พลางฝนหมึกรอไป ไม่นานเ๽้าของห้องก็เข้ามา อ้ายบ่าวก็ไม่กล้าปริปาก ด้วยเกรงว่าจะโดนตะเพิดให้ ทว่ามันกลับพิศวง เมื่อพันวาจาสิทธิ์นั่งลงและพลิกกล่องใบนั้นไปมาด้วยรอยยิ้ม


    “นายเราท่าจะพิลึกคนกระมังนี่”


    “เอ็งว่าอะไรอ้ายเกริก” เขาก็หูดีพอจะฟังบ่าวนินทาระยะเผาขนได้


    นายเกริกก็ปัดความผิด พร้อมยิ้มเจื่อน “ไม่มีอะไรขอรับ กระผมพึมพัมไปเรื่อยน่ะขอรับ”


    “นั่งฝนไปเอ็งน่ะ ใช้มือ อย่าใช้ปาก” ตอนบ่นให้บ่าว ขุนนางหนุ่มก็ทำหน้าเหมือนจะโหด แต่พอมองมาที่กล่องอีกที ก็ยิ้มปานเทพบุตร ทนายหน้าหอมันก็สงสัยใคร่รู้นัก แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่าไรดี


    พันวาจาสิทธิ์แกะกล่องดู เพียงยกฝาขึ้นนิดหน่อย กลิ่นหอมก็ลอยฟุ้งมาเตะจมูก เท่านี้เขาพอเดาได้แล้วว่าเป็๲ขนม แล้วก็จริงเสียด้วย ในกล่องนี้บรรจุคุกกี้อยู่หลายชิ้น ทั้งกลิ่นทั้งหน้าตาน่าลิ้มรสเสียไม่มี ท่านชายทรงนึกอย่างไร ถึงได้ประทานของหวานให้คนหน้าเข้มแบบเขากัน เ๽้าตัวก็เอาแต่คิดไปมาพลางยิ้มไม่ยอมหุบ


    ที่มุมกล่องมีกระดาษแผ่นเล็กแนบไว้แผ่นหนึ่ง พอหยิบมาดูก็เห็นเป็๲กาพย์ยานี๑๑ ที่ถูกเรียบเรียงเป็๲ตัวอักษรมีระเบียบด้วยเครื่องพิมพ์ดีด มีความว่า


         ขอบใจในกิจจา       ที่อุตส่าห์ส่งหาฉัน


    ยังดีมิลืมกัน            เจอครานั้นยังมิเลือน


    ฉันเองก็ขอให้          พรสิ่งใดที่เอ่ยเอื้อน


    ย้อนกลับสลับเยือน         แก่เธอหนาวาจาสิทธิ์


    “ทรงนิพนธ์กาพย์ถึงเราเสียด้วย โถ ท่านชายของกระหม่อม ไพเราะนัก” ยิ้มที่หุบไม่อยู่ยิ่งทวีคูณขึ้น อะไรจะกระชุ่มกระชวยหัวใจได้ถึงเพียงนี้ คราแรกที่ส่งจดหมายแผ่นนั้นไปถวายพระพรแด่ท่านชายเดียว เขาไม่ได้คาดฝันด้วยซ้ำ ว่าจะทรงส่งกลับมา


    อย่างนี้แล้ว ก็เสมือนเห็นความหวังที่ปลายอุโมงค์


    “ขนมนี้กระหม่อมจะไม่กินเด็ดขาด กระหม่อมจะเก็บไว้ให้นานที่สุด เปรียบดังเป็๲ตัวแทนของท่านชายอยู่ข้าง ๆ” เพ้อจบ ก็หอมแผ่นกระดาษนั้น และเก็บลงกล่องไว้ดังเดิม เขาสอดใส่ไว้ให้มิดชิดในลิ้นชักโต๊ะทำงาน เวลาคิดถึงนวลพักตร์ จะได้ภิรมย์ดู


    ลักษณะกิริยาทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของนายเกริก ผู้มีความสนเท่ห์อยู่เต็มหัว มันมองดูแล้วดูเล่า ก็เข้าใจตามที่คิด ว่านายของมันท่าจะมีสติฟั่นเฟื้อนไปเสียแล้ว “พูดคนเดียวก็ได้หรือ ช่างพิลึกกึกกือ”


    “เอ็งว่าอะไรข้าอ้ายเกริก ออกไปประเดี๋ยวนี้เชียว” ผู้เป็๲นายก็ยังหูดีตามเคย ก็เลยปั้นหน้า๾ั๠๩์ไล่ตะเพิดบ่าวคนสนิทไปด้านนอก


    “ขอรับ ๆ กระผมไปประเดี๋ยวนี้ขอรับ เดาใจยากเสียจริง นายเรา”


    พอลับตา หน้า๾ั๠๩์ก็แปรเปลี่ยนเป็๲หน้าเทพบุตรดังเดิม ชายหนุ่มยิ้มร่าได้สะดวกใจ ชะโงกหน้าเท้าคางรับลมที่หน้าต่าง พร้อมแลดูวงพระจันทร์ดวงเขื่องบนท้องฟ้าสีกรมท่าที่ประดับดาวทอง


    “หวังว่ากระหม่อมจะกำลังดูพระจันทร์ดวงเดียวกับฝ่า๤า๿อยู่นะกระหม่อม ชักจะยั้งใจรอพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้วซี”