“กลับมาแล้วหรือขอรับคุณด้าว กระผมช่วยขอรับ” อ้ายเกริกถือตะเกียงเ้าพายุอำนวยความสว่างให้นายของมันที่ท่าน้ำเมื่อเรือเทียบลำ แม้ว่าจะไม่ได้ไปราชการกับผู้เป็นายด้วย แต่มันก็ยังไม่บกพร่องในหน้าที่ มาคอยเฝ้าคอยรับของอยู่อย่างนี้ในทุกเช้าค่ำ
คราแรก อ้ายบ่าวจะรับเอากล่องกระดาษใบนั้นด้วย ทว่าเ้าของเขากลับชักกลับ แสดงท่าทีหวงแหน “เอ็งถือกระเป๋านี่ขึ้นเรือนไป อันนี้ข้าจะถือเอง”
“อะไรหรือขอรับ หรือว่าเป็ของแทนใจจากหญิง…โอ๊ย!”
คนช่างอยากรู้อยากเห็นโดนเขกหัวไปอีกที โทษฐานที่รู้ดี “อย่ามากความ รีบไปได้แล้วเอ็ง ประเดี๋ยวมาช่วยข้าคัดลอกหนังสือด้วย”
“ขอรับคุณด้าว” นายเกริกตอบทั้งนิ่วหน้าด้วยยังเจ็บอยู่ พอถึงบางสิ่งได้มันหันกลับมาพูดต่อ “เอ้อ คุณด้าวขอรับ ที่บนเรือน...”
“มีอะไร เอ็งพูดมา อย่ามัวร่ำไร”
“คุณมาลัยเธอมาเตรียมสำรับเย็นรอขอรับ ตอนนี้คงกำลังจัดขึ้นโต๊ะแล้ว กลิ่นนี่หอมยียวนจนน้ำลายสอเชียวนะขอรับ กระผมยังหิวตามเลย หากคุณด้าวได้กิน คงติดใจเป็แน่ขอรับ”
“ข้าไม่หิว” เขาเอ่ยสั้น ๆ ได้ใจความตามที่คิด แล้วเดินเลี่ยงอ้ายบ่าวปากมากขึ้นเรือนไป อารมณ์หอมหวานก่อนที่จะถึงเรือนนั้น คล้ายจะเจือจางลงไปโดยพลัน เมื่อทราบว่าบุตรสะใภ้ในอุดมคติของมารดามารอ
ถึงจะแจ้งจำนงต่อท่านไปว่าเขายังไม่อยากคิดเื่นี้ ก็ไร้ผล หากว่าคนที่ฉุดกระชากใจของเขาไปไม่มาพร้อมกับเงื่อนไขมหาศาลหลายข้อ ป่านนี้คงประกาศให้รู้ทั่วพระนครไปแล้ว
พันวาจาสิทธิ์ยืนอยู่ตรงชานเรือนแล้ว ทีแรกว่าจะไม่เข้าไปหา แต่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ตั้งท่ารออยู่ เห็นไม่สมควร จึงจำใจต้องไปร่วมโต๊ะด้วย เขาทำความเคารพทุกท่านเสร็จ ก็ทิ้งก้นลงนั่ง กะว่าจะอยู่ไม่นานนัก
แม่มาลัยนั่งอยู่ข้าง ประนมมือไหว้อย่างเสงี่ยมอาย อมยิ้มเล็กน้อยพองามตาตามกิริยาของสตรี เธอเป็บุตรสาวขุนนางเศรษฐี จึงแต่งกายดี สมกับวงษ์ตระกูลของเธอไปด้วย รวม ๆ แล้ว ก็มีดีครบทุกด้าน
“มาลัยได้มองคุณพี่ใกล้ตาครั้งแรกอย่างนี้ นึกไม่ถึงเลยค่ะ ว่าจะรูปหล่อขนาดนี้ เห็นไกล ๆ ใจก็สั่นแล้ว ไม่เคยเห็นหนุ่มใดในพระนครมีรูปเสน่ห์เหมือนคุณพี่เลยค่ะ อย่างอิเหนาแน่ะ คุณป้าว่าหรือไม่คะ” เธอกล่าวชมเสียฟังดูเกินจริงด้วยน้ำเสียงหวานเล็ก ๆ วงหน้าแฉล้มบ่งบอกได้ดีว่าเธอชื่นชอบสักแค่ไหน
แต่ไม่ได้ถามคนถูกชมบ้างเลย ว่าคิดอย่างเดียวกันหรือไม่ เขาชักจะอึดอัดเหลือคณา ถูกหญิงชมก็ไม่เท่าไหร่ เพราะนางใดก็กล่าวอย่างนั้น แต่แววตาของเธอที่เขาััได้ มันช่างดูกระเหี้ยนกระหือรือไปเสียหน่อย
พันวาจาสิทธิ์นั่งนิ่ง แสดงสีหน้าเฉยชา ไม่เบิกบาน ไม่หดหู่ ราวเอาหูทวนลม จนผู้เป็มารดาเห็นท่าไม่ดี จึงหัวเราะฝาดเฝื่อน และเอ่ยแก้สถานการณ์ให้บุตรชาย “พ่อด้าวคงเหนื่อยจากราชการกระมัง ไหน ๆ ก็พร้อมหน้ากันแล้ว รีบกินเสียเถิด ประเดี๋ยวรสชาติจนจืดเสียก่อน”
พ่อลูกชายเมื่อฟังผู้เป็แม่ว่าดังนั้น ก็ไม่รีรอ รีบคดข้าวใส่จาน ตักกิน ๆ เนื่องจากอยากรีบออกไปเสียที อยู่นานแล้วหายใจไม่คล่อง
แม่มาลัยเห็นผู้พี่ด่วนกิน ก็ให้นึกว่าคงชอบฝีมือปรุงสำรับของเธอ ถึงกินเอา ๆ ขนาดนั้น เธอจึงถือวิสาสะตักอาหารใส่ลงในจานข้าวของชายหนุ่มเสีย พร้อมเอ่ยอ้อ ๆ “แกงระแวงเนื้อค่ะ คุณพี่คงชอบอาหารที่มาลัยทำสินะคะ บนโต๊ะนี้มาลัยทำทั้งหมดเลย คุณพี่ชอบรสใด บอกได้นะคะ เดี๋ยววันหลังมาลัยทำมาให้ทานค่ะ”
“ขอบใจน้องมาลัยมากเลยนะคะ แต่พี่ไม่รบกวนคงจะดีกว่าค่ะ” พันวาจาสิทธิ์หันไปยิ้มตอบ เขาพยายามรักษามารยาทให้ดีที่สุด แต่นั่นอาจทำให้คนที่ได้รับคิดเลยเถิดไปเป็อีกเื่ ว่ายิ้มนั้น แทนความหมายว่ามีใจ
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ มาลัยเต็มใจ ใช่ไหมคะคุณแม่”
“ใช่จ้ะพ่อด้าว แม่มาลัยเรียนรู้วิชางานบ้านงานเรือนมา ก็อยากฝึกปรือบ้าง อย่างไรเสีย วันข้างหน้าก็จะต้องออกเรือนมาอยู่กับพ่อด้าวอยู่ดี เริ่มทำเสียวันนี้เลย จะเป็อะไรไป จริงไหมคะคุณวาด”
“จริงค่ะคุณมาลี อีฉันเห็นด้วย”
“แต่กระผม…” พ่อด้าวของทุกท่านอยากจะป่าวร้องเหลือเกินว่าไม่ได้คิดไปไกลเช่นนั้น หากแม่ลัยเป็เพียงน้องสาวก็ยังพอได้ เขาไม่ได้มีใจใฝ่ในสตรี แต่พูดไปก็สองไพเบี้ย
แม่มาลัยเสมองใบหน้าคมสันที่แปดเปื้อนด้วยความวิตก ชายหนุ่มช่างแสดงกิริยาห่างเหินกับเธอเหลือเกิน ทั้งที่เธอก็เป็มีดีถึงเพียงนี้ ไร้ที่ติฉินนินทา แล้วคุณพี่ของเธอยังจะมีข้อกังขาอะไรอีก ไม่ยอมตบปากรับคำเสียที
ครั้นแลเห็นกล่องกระดาษที่พันวาจาสิทธิ์วางไว้ไม่ห่างตัว ก็ให้เธอคิดว่านั่นเป็ที่สิ่งคู่หมายจะมอบให้ เพราะเธอมักจะเห็นหนุ่มสาวสมัยนี้เขามอบแก่กัน เหมือนอย่างชาติตะวันตก “นี่อะไรหรือคะ ให้มาลัยหรือ”
เ้าของชักกล่องนั้นให้พ้นมือเธอในทันใด “ไม่ใช่ค่ะ ของงานราชการ ผู้หญิงไม่ควรรู้เห็น” เขายอมโกหก เพื่อปกปิดและเลี่ยงความจุ้นจ้านของแม่มาลัยไป “อ้ายเกริก เอ็งเอากล่องนี้ไปเก็บในห้องให้ข้าที”
“ขอรับคุณด้าว” นายเกริกรับและออกไป ทำให้เธอไม่มีโอกาสจะได้ดูหรือแม้แต่ัั
หญิงสาวยังคงมีท่าทีสะบัดสะบิ้งเล็กน้อย นึกเสียใจต่อสิ่งที่อีกคนทำกับตนเอง “มาลัยดูสักน้อยก็ไม่ได้เลยหรือคะ”
“ไม่ได้ค่ะ” เสียงห้วน ๆ และสีหน้าไร้อารมณ์ของคนพูดเผยออกมาชัดเจน ชายหนุ่มหยัดกายขึ้นเต็มความสูง ส่งยิ้มปลอม ๆ ให้ “กระผมขอตัวก่อนนะขอรับ คุณแม่ คุณน้า ส่วนอาหารที่น้องมาลัยทำวันนี้ อร่อยมาก พี่ขอชมนะคะ แต่พอดีพี่ไม่หิวสักเท่าไหร่ กินได้แค่นี้ น้องมาลัยคงไม่ว่าอะไรพี่หรอกนะคะ”
เขาไม่รอคำตอบจากผู้ใด จบคำก็เดินดุ่ม ๆ เข้าห้องส่วนตัวไป ไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำว่าแม่มาลัยจะรู้สึกอย่างไร ซึ่งตอนนี้เธอก็หันมองหน้ามารดาอย่างขอความเห็นใจ น้ำตาก็เริ่มตกในไปแล้ว
เธอคงได้แต่เฝ้ารอ ว่าสักวันคนที่ตัดรอนน้ำใจดีจากเธอจะต้องเป็ฝ่ายซมซานมาขอความรักจากเธอบ้าง ถึงวันนั้น เธอจะไม่ไยดีชายคนนี้เลยสักน้อย
นายเกริกเปิดไฟทั่วทั้งห้อง และรอนายของตนอยู่ในนี้ มันวางกล่องใบนั้นไว้บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองกระดาษและอุปกรณ์หลายชิ้น ในหัวก็ไม่เข้าใจว่าไอ้กล่องนี้มันวิเศษอย่างไร นายมันถึงได้สงวนไว้นัก
คิดไปก็พลางฝนหมึกรอไป ไม่นานเ้าของห้องก็เข้ามา อ้ายบ่าวก็ไม่กล้าปริปาก ด้วยเกรงว่าจะโดนตะเพิดให้ ทว่ามันกลับพิศวง เมื่อพันวาจาสิทธิ์นั่งลงและพลิกกล่องใบนั้นไปมาด้วยรอยยิ้ม
“นายเราท่าจะพิลึกคนกระมังนี่”
“เอ็งว่าอะไรอ้ายเกริก” เขาก็หูดีพอจะฟังบ่าวนินทาระยะเผาขนได้
นายเกริกก็ปัดความผิด พร้อมยิ้มเจื่อน “ไม่มีอะไรขอรับ กระผมพึมพัมไปเรื่อยน่ะขอรับ”
“นั่งฝนไปเอ็งน่ะ ใช้มือ อย่าใช้ปาก” ตอนบ่นให้บ่าว ขุนนางหนุ่มก็ทำหน้าเหมือนจะโหด แต่พอมองมาที่กล่องอีกที ก็ยิ้มปานเทพบุตร ทนายหน้าหอมันก็สงสัยใคร่รู้นัก แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่าไรดี
พันวาจาสิทธิ์แกะกล่องดู เพียงยกฝาขึ้นนิดหน่อย กลิ่นหอมก็ลอยฟุ้งมาเตะจมูก เท่านี้เขาพอเดาได้แล้วว่าเป็ขนม แล้วก็จริงเสียด้วย ในกล่องนี้บรรจุคุกกี้อยู่หลายชิ้น ทั้งกลิ่นทั้งหน้าตาน่าลิ้มรสเสียไม่มี ท่านชายทรงนึกอย่างไร ถึงได้ประทานของหวานให้คนหน้าเข้มแบบเขากัน เ้าตัวก็เอาแต่คิดไปมาพลางยิ้มไม่ยอมหุบ
ที่มุมกล่องมีกระดาษแผ่นเล็กแนบไว้แผ่นหนึ่ง พอหยิบมาดูก็เห็นเป็กาพย์ยานี๑๑ ที่ถูกเรียบเรียงเป็ตัวอักษรมีระเบียบด้วยเครื่องพิมพ์ดีด มีความว่า
ขอบใจในกิจจา ที่อุตส่าห์ส่งหาฉัน
ยังดีมิลืมกัน เจอครานั้นยังมิเลือน
ฉันเองก็ขอให้ พรสิ่งใดที่เอ่ยเอื้อน
ย้อนกลับสลับเยือน แก่เธอหนาวาจาสิทธิ์
“ทรงนิพนธ์กาพย์ถึงเราเสียด้วย โถ ท่านชายของกระหม่อม ไพเราะนัก” ยิ้มที่หุบไม่อยู่ยิ่งทวีคูณขึ้น อะไรจะกระชุ่มกระชวยหัวใจได้ถึงเพียงนี้ คราแรกที่ส่งจดหมายแผ่นนั้นไปถวายพระพรแด่ท่านชายเดียว เขาไม่ได้คาดฝันด้วยซ้ำ ว่าจะทรงส่งกลับมา
อย่างนี้แล้ว ก็เสมือนเห็นความหวังที่ปลายอุโมงค์
“ขนมนี้กระหม่อมจะไม่กินเด็ดขาด กระหม่อมจะเก็บไว้ให้นานที่สุด เปรียบดังเป็ตัวแทนของท่านชายอยู่ข้าง ๆ” เพ้อจบ ก็หอมแผ่นกระดาษนั้น และเก็บลงกล่องไว้ดังเดิม เขาสอดใส่ไว้ให้มิดชิดในลิ้นชักโต๊ะทำงาน เวลาคิดถึงนวลพักตร์ จะได้ภิรมย์ดู
ลักษณะกิริยาทั้งหมดนั้นอยู่ในสายตาของนายเกริก ผู้มีความสนเท่ห์อยู่เต็มหัว มันมองดูแล้วดูเล่า ก็เข้าใจตามที่คิด ว่านายของมันท่าจะมีสติฟั่นเฟื้อนไปเสียแล้ว “พูดคนเดียวก็ได้หรือ ช่างพิลึกกึกกือ”
“เอ็งว่าอะไรข้าอ้ายเกริก ออกไปประเดี๋ยวนี้เชียว” ผู้เป็นายก็ยังหูดีตามเคย ก็เลยปั้นหน้าั์ไล่ตะเพิดบ่าวคนสนิทไปด้านนอก
“ขอรับ ๆ กระผมไปประเดี๋ยวนี้ขอรับ เดาใจยากเสียจริง นายเรา”
พอลับตา หน้าั์ก็แปรเปลี่ยนเป็หน้าเทพบุตรดังเดิม ชายหนุ่มยิ้มร่าได้สะดวกใจ ชะโงกหน้าเท้าคางรับลมที่หน้าต่าง พร้อมแลดูวงพระจันทร์ดวงเขื่องบนท้องฟ้าสีกรมท่าที่ประดับดาวทอง
“หวังว่ากระหม่อมจะกำลังดูพระจันทร์ดวงเดียวกับฝ่าาอยู่นะกระหม่อม ชักจะยั้งใจรอพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้วซี”