ผู้กล้าหญิงสุดแกร่งกับการเริ่มต้นใหม่ในโลกใบใหม่

    บทที่ 5 การเดินทางและมือสังหาร

             พวกเราทั้งสองจัดของและเตรียมความพร้อมออกเดินทางเสร็จเรียบร้อยก็ได้เตรียมตัวเพื่อที่จะขึ้นรถม้าทมิฬปีศาจที่เป็นพาหนะเฉพาะของราชวงศ์ปีศาจ 
             "ถวายบังคมผู้เป็นดั่งความมืดอันบริสุทธิ์ใต้องค์เหนือหัวจอมมาร และขอต้อนรับท่านหญิงเอเลน่า" 
             คณะทูต นักเดินทางที่มีทั้งนักวิชาการ นักวิจัย อัศวินแห่งราชวงศ์และอัศวินแห่งความมืดต่างให้การต้อนรับทันทีที่อเล็กซานดร้าและเอเลน่ามาถึง ทั้งยังพูดกันอย่างพร้อมเพรียงกัน 
             "เงยหน้าขึ้นเถอะ ข้าไปในครั้งนี้ก็มาเป็นตัวแทนของท่านจอมมารและฝึกประสบการณ์บททดสอบจากท่านจอมมารของข้าและเอเลน่า พวกเจ้าทุกคนปฏิบัติตัวตามปกติเถอะ" 
             "ขอบพระคุณในพระกรุณาของเจ้าหญิง" 
             ทุกคนขานรับพร้อมเพรียงกัน 
             หลังจากนั้นอเล็กซานดร้าเองก็ไม่อยากรีรออะไรให้มันดึงกำหนดการไปมากกว่านี้ก็ได้ให้คณะเดินทางรีบเร่งเดินทางโดยทันที รถม้าทมิฬปีศาจที่จัดเตรียมไว้เป็นส่วนตัวให้อเล็กซานดร้าและเอเลน่าเดินทางไปด้วยกันเท่านั้นคนอื่นไม่มีคุณสมบัตินั่งไปด้วยกับพวกนาง 
              เมื่อกลุ่มคณะเดินทางออกเดินทางมาได้สักพักนั้นเอเลน่าหันไปพยักหน้าให้อเล็กซานดร้าแล้วหลับตาลงใช้สัมผัสบางอย่างที่เป็นหนึ่งในความสามารถของนาง 
              "มีแปดคน ไม่สิสิบคนแบบนี้ปล่อยเอาไว้จะดีหรือซานดร้า" 
              ตามที่เอเลน่าว่ามานั้นคือมีพวกที่เป็นมือสังหารแฝงตัวเข้ามาร่วมเดินทางไม่ต้องบอกคงรู้ว่าพวกมันมีเป้าหมายคือใคร และบางทีพวกมันอาจลงมือสร้างความวุ่นวายโดยการสังหารอเล็กซานดร้าและเอเลน่าลงพร้อมกับลากคณะนักเดินทางที่ไปด้วยกันทั้งหมดเพียงแค่นี้ก็สามารถชักนำโทสะจากจอมมารได้ง่ายๆ 
              "ไม่เป็นไร ปล่อยไว้แบบนั้นนั่นแหละอย่าได้ทำให้พวกมันรู้ตัวก็พอ ข้าไม่อยากเปิดเผยความสามารถมากเกินไปมันจะทำให้พวกมันชักนำมือสังหารที่แข็งแกร่งมากกว่านี้มาพวกเราจะเป็นฝ่ายรับมือไม่ไหว" 
              “เข้าใจแล้ว” 
              ตามกำหนดเดินทางที่ฟังก่อนออกขบวนการเดินทางในครั้งนี้ต้องใช้เวลากว่าสิบห้าวันถึงจะไปถึงจุดนัดหมายที่เป็นเมืองแห่งหนึ่งที่ตั้งตนเป็นกลางที่นั่นก็เลยถือว่าเป็นเมืองที่ทุกเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกัน ในระหว่างทางนั้นต้องผ่านป่าผืนหนึ่งที่กั้นเป็นระยะทางที่กินเวลาไปถึงเจ็ดในสิบส่วนของการเดินทางในครั้งนี้ 
              และในคืนคืนหนึ่งใบมีดของดาบอันคมกริบกว่าสี่สายได้ตัดผ่านที่พักชั่วคราวของอเล็กซานดร้าและเอเลน่าทำให้ที่พักพังครืนลงไปในทันทีเพราะการเข้าจู่โจมอย่างรุนแรง 
              "ผ่านไปแค่สองวันก็แผลงฤทธิ์แล้วหรือ พวกเจ้านี่รีบร้อนกันจริงๆนะ" 
              คนชุดดำกว่าสิบคนต่างมองไปยังต้นเสียงที่ฟังผ่านกระแสลมพวกเขามองไปเห็นร่างของหญิงสาวสองคนนั่นคือ อเล็กซานดร้าและเอเลน่ายืนอยู่บนกิ่งขนาดใหญ่ของต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งและมองดูการกระทำของคนชุดดำทั้งหมดตั้งแต่เริ่ม และเสียงคนที่พูดออกมาก็คือเสียงของเอเลน่า 
              คนชุดดำมองหน้ากันแล้วพยักหน้าพวกเขาแบ่งคนออกไปจัดการทางเอเลน่าสามคนแบ่งออกไปจัดการอเล็กซานดร้าอีกเจ็ดคน ทำให้อเล็กซานดร้าและเอเลน่าแยกกันออกไปคนละทาง 
              "เอเลน่าอย่าให้พวกมันหนีไปได้ล่ะ ปิดปากให้หมด" 
             "รับทราบ" 
             เอเลน่ากล่าวตอบพร้อมดึงมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมาจากต้นขา มีดที่ดึงออกมาเองก็ไม่มีความเป็นพิเศษของอุปกรณ์ที่มีพลังอำนาจแต่อย่างใดกลับกันมันคือมีดสั้นไว้ใช้เดินป่าทั่วไปที่หาซื้อได้ตามตลาดริมทาง 
              "บุตรีดยุกถือมีดสั้นด้วยหรือ อยากลองเล่นกับนางด้วยแล้วสิข้าเองก็เป็นพวกชมชอบเด็กสาวอายุน้อยๆด้วยนี่" 
             "เจ้าบ้าอย่าประมาทพวกเรามารับงานนี้ที่ง่ายมากก็จริงแต่นายจ้างของพวกเราย้ำเตือนว่าอย่าประมาทพวกนางเด็ดขาด" 
              พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าทำไมทางราชวงศ์ปีศาจถึงได้กล้าปล่อยให้อเล็กซานดร้าและเอเลน่ามากันแค่สองคนเพราะฉะนั้นถึงได้ไม่เห็นพวกนางทั้งสองอยู่ในสายตาพวกเขามั่นใจในฝีมือของตนเองมากนั่นเพราะเป็นมือสังหารระดับสูงที่มีโอกาสสังหารเป้าหมายสำเร็จถึงแปดส่วน 
              หนึ่งในคนชุดดำพุ่งตัวเข้าใส่เอเลน่าโดยไม่รอช้าดาบในมือส่องแสงสีดำอ่อนๆฟาดฟันเข้าใส่เอเลน่าจากด้านหลัง ดวงตาที่เหี้ยมโหดของเขาส่องประกายร่างของเอเลน่าถูกผ่าเป็นสองส่วน 
              "หึ งานง่ายๆ" 
                    คนชุดดำที่คิดว่าตนเองได้จบชีวิตของเอเลน่าไปแล้วก็ยืดอกผ่อนคลายอารมณ์ แต่ไม่นานนักคนชุดดำทีมเดียวกันที่อยู่โดยรอบเขาก็ตระโกนด้วยท่าทีตื่นตระหนก 
              "นี่เจ้าบ้าไปแล้วหรือจะสังหารพวกเดียวกันทำไม" 
                    คนชุดดำคนนั้นที่ได้ลงมือกับเอเลน่าไปก็ขมวดคิ้วขึ้นมาแล้วกล่าว 
              "พวกเดียวกันหมายความว่ายังไง" 
                    คนชุดดำอีกคนก็ชี้ไปยังร่างร่างหนึ่งที่อยู่ข้างๆคนชุดดำคนนั้นที่ลงมือสังหารเอเลน่า 
              "มองดูสิ" 
                    คนชุดดำที่ลงมือสังหารเอเลน่ามองไปยังร่างข้างตัวของเขา เขาตกตะลึงกับภาพที่เห็นในทันที 
              "นะ...นี่มันอะไรกันเป็นไปได้ยังไง อ๊ากกกก ตาย!" 
              ร่างของคนชุดดำที่ร้องตระโกนบอกคนชุดดำที่ลงมือสังหารพวกเดียวกันก็เปลี่ยนกลายเป็นร่างของเอเลน่ายืนอยู่ ดาบของเขาก็ทะลวงร่างของเอเลน่าอย่างรวดเร็ว 
               "แค่นี้ก็จบแล้ว แค่ภาพลวงตาไร้สาระจะมาทำให้มือสังหารอย่างข้าสับสนเป็นไปไม่ได้หรอก" 
                "จริงๆนั่นแหละ มือสังหารอย่างพวกเจ้าก็โหดเหี้ยมแม้กระทั่งสังหารพวกพ้องเพราะคิดจะฮุบเอารางวัลจากการสังหารข้าและเจ้าหญิงเอาไว้ในมือล่ะสิถึงได้ลงมือสังหารพวกเดียวกันจนหมดแบบนั้น" 
               "ห้ะ เจ้า เจ้ายังไม่ตายได้ยังไง อา….ไม่" 
               ในระหว่างที่หันไปสนทนากับเอเลน่าสายตาก็เบนกลับมายังร่างที่เขาใช้ดาบทะลวงอกไปก็ถึงกับตกตะลึงในทันที เพราะร่างร่างนั้นมันคือพวกพ้องของตนเองในตอนนี้เขาได้ลงมือสังหารไปสองคนทั้งหมดแล้ว 
               "เป็นไปได้ยังไง เจ้าทำอะไรลงไปกันแน่" 
               "อืม ในฐานะที่มีความสามารถพอเป็นหญ้าประดับทางเข้าวังของเจ้าหญิงของข้า ได้ข้าจะพูดให้ฟังสั้นๆก่อนที่เจ้าจะตามพวกพ้องของเจ้าไปก็แล้วกัน นั่นน่ะเป็นร่างแยกของข้าและความสามารถของร่างแยกสามารถลวงตาของศัตรูที่คิดจะสังหารข้าได้ทันทีและโดยเฉพาะเจ้าที่ไม่มีความสามารถมากพอรวมถึงไม่ใช้เวทมนตร์ป้องกันตัวเองตั้งแต่แรกหรืออุปกรณ์ที่ทำให้ตัวเองหลุดจากภาพลวงตาของข้าได้ทำให้เจ้าไม่ต่างอะไรไปจากไก่ในกำมือของข้า เจ้าประมาทข้าเอง" 
               มีดสั้นของเอเลน่าตวัดผ่าลำคอของคนชุดดำโดยที่เขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาได้จบชีวิตลงไปแล้วทำให้การต่อสู้จบลงในทันที 
              "พวกเจ้านี่นะแทนที่จะรุมโจมตีข้าคนเดียวสิบคนอาจพอมีโอกาสเข้าใกล้ข้าได้สักครั้งกลับไปหาเรื่องคนที่ไม่ควรหาเรื่องด้วยมากที่สุดซะได้" 
              การต่อสู้ของเอเลน่าจบลงเร็วมากโดยทางฝั่งของอเล็กซานดร้ายังหยั่งเชิงกันอยู่นางนั่งชมการต่อสู้โดยที่ไม่ได้เข้าไปช่วยอเล็กซานดร้าแต่อย่างใด 
              "รุมจัดการเจ้าหญิงก่อนเอาให้แน่ใจว่าตายแน่ๆ" 
              ดาบในมือของคนชุดดำกว่าเจ็ดคนไม่กล้าที่จะประมาทแต่ละคนรีบเร่งอัดพลังทั้งหมดที่มีเพื่อหวังจบการต่อสู้ในครั้งเดียว 
              "เทคนิคดาบของมือสังหารนี่ไม่ว่าจะดูกี่ทีก็น่าสนใจศาสตร์การต่อสู้ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ในตัวเองแต่ว่าข้ารังเกียจพวกลอบเข้าด้านหลังที่สุด แค่พวกเจ้าคงไม่ต้องถึงกับใช้ดาบสองเล่มนั่นหรอกแค่หมัดนี่ก็จบชีวิตพวกเจ้าได้แล้ว" 
               ทักษะสังหารที่ปลดปล่อยพลังทั้งหมดพุ่งเข้าไปหาอเล็กซานดร้าคนชุดดำทุกคนต่างแสดงสีหน้าที่เหี้ยมโหดออกมา 
                อเล็กซานดร้าไม่คิดประมาทมือทั้งสองข้างของนางกำแน่นหมัดสองข้างห่อหุ้มเอาไว้ด้วยพลังงานสีดำที่มาจากพลังของดาบเล่มสีดำตั้งท่ารับการโจมตี 
               ปัง ปัง ปัง 
               "งานนี้คิดไว้แล้วต้องง่ายดายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปาก" 
               "นั่นสิงานง่ายขนาดนี้ดันใช้พวกเราที่อยู่ระดับสูงเสียได้" 
               "ทางเราเสร็จแล้วทางสามคนนั้นก็น่าจะเรียบร้อยแล้วสิ" 
               "หะ...หัวหน้า ดูทางนั้นสิ" 
               คนชุดดำมองไปตามมือของคนชุดดำที่อยู่ในกลุ่มชี้ไปทางศพที่สภาพดูไม่ได้ของพวกพ้องพวกเขาและมีเอเลน่าที่นั่งดูพวกเขาต่อสู้กับอเล็กซานดร้าด้วยท่าทีที่ไม่เดือดร้อนอะไร ทั้งคนต่างคิดไปแล้วว่า บ้าไปแล้วเด็กแค่เจ็ดขวบปีมีความสามารถขนาดนี้ 
               "แหม หันไปสนใจทางอื่นแล้วหรือ ลงมือต่อสิเมื่อสักครู่พวกเจ้าใช้ทักษะโจมตีสังหารที่เบาที่สุดใช่ไหม ไม่ได้สิเห็นข้าเป็นเด็กแบบนี้ยิ่งควรลงมือจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุดสิ พวกเจ้าควรใช้พลังทั้งหมดที่มีตั้งแต่แรกพอจบภารกิจที่สังหารข้าสำเร็จพวกเจ้าจะได้พักผ่อนกันสบายไปทั้งชีวิตกับผลประโยชน์มากมายไม่ดีกว่าหรือ" 
               คนชุดดำเบนสายตามาทางด้านจุดที่พวกเขาต่างปลดปล่อยทักษะเพื่อสังหารอเล็กซานดร้าไป ปรากฏว่านางไม่มีแม้แต่รอยแผลอะไรเลย นั่นทำให้ดวงตาพวกเขาแทบจะถลนออกนอกเบ้า 
                 'นี่ก็อีกคนบ้าไปแล้วทักษะโจมตีสุดยอดทักษะสังหารที่ทรงพลังที่สุดไม่สามารถสังหารได้แม้กระทั่งเด็กไม่สิต้องบอกว่าแม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนเลยด้วยซ้ำ' 
                เมื่อเห็นเช่นนั้นคนชุดดำทั้งหมดหันหลังวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วพวกเขาต่างใช้สุดยอดทักษะหลบหนีกันอย่างไม่คิดชีวิต 
               "เฮ้อ มาแล้วก็ไปไม่คิดรึอย่างไรว่าข้าคนนี้บอกให้ไปรึยัง" 
              อเล็กซานดร้าขยับนิ้วชี้ของตนเองเข้าหาตัวเล็กน้อยมือสังหารในคราบคนชุดดำห้าในเจ็ดคนตัวระเบิดกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและเหลืออีกสองคนที่หยุดการเคลื่อนไหวร่างกายในทันทีโดยที่มีเส้นใยมากมายแทบจะตรึงร่างพวกเขาเอาไว้ทั้งหมดแต่ว่าพวกเขาสองคนที่เหลือแทบไม่รู้สึกถึงเลยว่ามีเส้นใยมากมายขนาดนี้อยู่กับพวกเขาตลอดเวลา 
                "ไหนบอกมาซิว่าใครสั่งการมา" 
                ทันทีที่อเล็กซานดร้าเอ่ยปากคนชุดดำทั้งสองก็ตัวระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดไป เนื่องมาจากเวทมนตร์ประหลาดที่ถ้าเจอคำถามถึงผู้ว่าจ้างและคนที่อยู่เบื้องหลังจะมีจุดจบเช่นนี้เสมอ 
                "เอเลน่าฝากเก็บกวาดด้วยนะข้าต้องไปช่วยคนพวกนั้นเสียก่อน" 
                "เข้าใจแล้ว" 
                    สิ่งที่เกิดขึ้นกับมือสังหารเหล่านี้จากฝั่งของเอเลน่านั้นคือพวกเขาประมาทเอเลน่าที่เป็นแค่เด็กสาวจึงไม่ได้เปิดใช้เวทมนตร์ป้องกันร่างกายและจิตวิญญาณเอาไว้ ถ้าหากพวกเขาไม่ประมาทและเปิดใช้งานบางทีผลลัพธ์อาจทำให้พวกเขามีชีวิตได้นานขึ้นกว่าเดิม 
                    ส่วนทางด้านของอเล็กซานดร้าเองนางได้วางกับดักซ้อนกับดักที่สร้างมาจากเวทมนตร์ในชีวิตประจำวันโดยมีเส้นใยพิเศษที่ทำมาจากแร่พิเศษหลายชนิดผสมกันขึ้นมา มันมีคุณสมบัติรับแรงปะทะได้สูงและสามารถกระจายพลังเวทมนตร์ได้ดี และในด้านการป้องกันมันได้ถูกใช้รวมเข้าไปกับพลังที่มาจากดาบเล่มสีดำทำให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิมนั่นก็เลยทำให้มือสังหารไม่สามารถโจมตีสังหารอเล็กซานด้ราได้และก็ไม่อาจทำให้อเล็กซานดร้ามีบาดแผลขึ้นมาได้เลย 
                    คุณสมบัติที่น่ากลัวอีกอย่างหลังจากกระตุ้นใช้งานถ้าหากเส้นใยเหล่านี้สัมผัสถูกอะไรก็ตามจะทำให้สิ่งที่ถูกสัมผัสถูกตัดขาดพร้อมแฝงไปด้วยพลังที่เหมือนระเบิดเวลาที่ถ้าหากเข้าไปในร่างกายวิ่งเข้าสู่ระบบไหลเวียนพลังเวทย์เมื่อไหร่ก็ไม่ต่างอะไรไปจากกำลังต้องที่จะระเบิดตัวเอง 
                    แน่นอนว่ามือสังหารที่จะมาสังหารพวกนางทางด้านนั้นไม่แม้แต่จะรู้ความสามารถของพวกนางจึงต้องจบชีวิตลงในครั้งนี้อย่างน่าอนาถ 
                หลังจากที่ทุกอย่างจบลงทำไมเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงขนาดนี้แล้วไม่มีใครเข้ามาช่วยนั่นเพราะทุกคนที่เป็นคณะเดินทางในครั้งนี้ติดอยู่ภายในเขตภาพลวงตาที่ไม่อาจออกมาได้นอกจากคนร่ายอยู่ห่างมากเกินไป ไม่ก็ตายจากไปและคลายออกให้เท่านั้นจึงทำให้ไม่มีใครล่วงรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด นั่นพิสูจน์ให้เห็นว่ามือสังหารพวกนี้วางแผนมาดีมาก 
                 "จากที่ข้าตรวจสอบพวกศพดูแล้วมีหลายเผ่าพันธุ์รวมกันและมีเผ่าปีศาจของพวกเราร่วมด้วย ซานดร้าข้าคิดว่าคนที่คิดแบบนี้ได้ถ้าไม่ใช่คนจากเผ่าอื่นที่รวมหัวกันมาก็คงเป็นคนในราชวงศ์ปีศาจ" 
                "ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกันและตลอดเส้นทางพวกมันก็จะส่งมาเรื่อยๆจนกว่าภารกิจสังหารข้าและเจ้าจะสำเร็จ ก็คงไม่แปลกเพราะในราชวงศ์สายเลือดต้นตระกูลจริงๆที่เหลือผู้สืบทอดก็คงเป็นท่านพ่อของข้าแต่ทั้งชีวิตท่านคงไม่ขึ้นเป็นจอมมารแน่ๆและอีกคนก็คือข้าที่ได้รับตำแหน่งรัชทายาทผู้สืบทอดจอมมารตั้งแต่เกิดวันแรกทันทีนั่นทำให้พวกที่ก่อกบฏต่างขบฟันและหาโอกาสกำจัดข้ารวมถึงพวกนอกเผ่าที่คิดจะตัดเชื้อสายสืบทอดทิ้งไปเรื่องครั้งนี้คาดเดาไม่ได้จริงๆตัวแปรมันมีมากเกินไป" 
                 "วันนี้ก็พักผ่อนกันเถอะมีร่างแยกของข้าอยู่ถ้ามีใครเข้ามาในอาณาเขตของข้า ข้าก็จะรู้ตัวทันที" 
                "นั่นสินะ พวกเรานี่ทำตัวไม่สมเป็นเด็กจริงๆถึงสมองจะวิเคราะห์ไปมากมายและวิธีคิดเป็นเหมือนผู้ใหญ่ก็จริงแต่ว่าร่างกายก็ยังเป็นแค่เด็กฉะนั้นควรนอนพักเพื่อรีบเติบโต" 
                    อย่างที่เขาว่ากันจริงๆยิ่งสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งโดดเดี่ยว ศัตรูที่อเล็กซานดร้าเจอวันนี้หากถามว่าถ้าเป็นเด็กเจ็ดขวบปีธรรมดามีพรสวรรค์สูงส่งแน่นอนการรับมือนั้นแทบเป็นไปไม่ได้อย่างมากก็อาจเอาชีวิตรอดได้แต่ก็บาดเจ็บสาหัสตั้งแต่วันแรกๆแต่วันต่อๆไปก็อาจไม่เหลือชีวิตให้ได้ใช้อีก ศัตรูของปีศาจแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเงาตามตัวไปทุกที่  
    นางล่ะสงสัยจริงๆว่าคนพวกนี้ถึงได้หมายหัวมุ่งเป้าไปที่เผ่าปีศาจกันแบบไม่เกรงใจแบบนี้เหตุผลที่แค่พลังแห่งความมืดเป็นความชั่วร้าย? มันก็ไม่เพียงพอให้ผู้คนพุ่งเป้ามาขนาดนี้นั่นเพราะเผ่าที่ใช้พลังแห่งความมืดแทบไม่ได้แสดงด้านชั่วร้ายออกไปแบบโต้งๆขนาดว่าไปสังหารล้างเผ่าพันธุ์ใครเข้าอะไรแบบนั้นมันไม่เคยมี 
    และถ้าโยงไปยังเมื่อเจ็ดปีก่อนเรื่องที่เคยได้เข้าร่วมการเข้าพบจอมมารครั้งนั้นถ้าจำไม่ผิดผู้กล้าของแต่ละเผ่าพันธุ์จะเกิดขึ้นมาทุกๆหนึ่งพันปีและจะพุ่งเป้ามาที่จอมมารอย่างไม่ลดละความพยายามและพยายามสุมไฟให้มากขึ้นเพื่อสาดโคลนให้ปีศาจและเผ่าที่ใช้พลังแห่งความมืดเป็นพวกชั่วร้ายจนกลายเป็นเรื่องที่ใครที่เกิดมาจะรู้เลยว่าจอมมารและหมู่มวลปีศาจทั้งหลายชั่วร้ายและน่ากลัวมันกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตของเผ่าพันธุ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับพลังแห่งความมืด 
    อีกเรื่องก็คือเรื่องของพี่สาวของจอมมารหรือก็คือท่านป้าของนางที่เสียชีวิตแบบปริศนาจากการที่นางเดินทางออกจากเผ่ามีมูลเหตุมาจากเป็นเพราะความเชื่อใจในมนุษย์กลุ่มหนึ่งอย่างหมดหัวใจและถูกจับตัวกว่ายี่สิบปีไปโดยมังกรและมนุษย์ร่วมมือกัน จนทำให้สุดท้ายเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณกลับมาหาจอมมารผู้เป็นน้องทั้งยังทิ้งรอยบาดแผลตามร่างกายที่เกิดจากกามราคะของคนพวกนั้น 
    ‘เรื่องมันมีให้คิดไปหมดจริงๆปริศนามากมายขนาดนี้ แล้วที่มันอยู่เบื้องหลังจริงๆแล้วมันจะดำมืดถึงขนาดไหนกันนะ….ช่างเถอะตอนนี้คิดมากไปก็ปวดหัวเคร่งเครียดไปเปล่าๆแค่ตอนนี้เอาชีวิตให้รอดปลอดภัยและผ่านบททดสอบของท่านลุงโนอาห์ให้ได้ก่อนก็พอ เรื่องทั้งหมดเมื่อถึงเวลาถึงแม้ข้าจะไม่ไปค้นหามันเดี๋ยวมันก็เปิดเผยออกมาเอง’  
    อเล็กซานดร้าหลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทราในทันที 

       ................