มายารัก (จบ)

    บทที่ 7

    ขณะที่กำลังเดินขึ้นบันไดอยู่นั้น เขาได้ยินเสียงระฆังที่ติดไว้ตรงประตูบ้านด้านหน้าดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับกำลังถูกตีโดยมือของคนที่กำลังโกรธจัด เขาอดยิ้มไม่ได้เมื่อคิดถึงว่า นาน่าจะต้องเดินให้ช้าที่สุดเพื่อจะไปเปิดประตูต้อนรับผู้ที่เดินทางมาถึงเขายังคงขึ้นบันไดต่อไปเรื่อยๆ แล้วก็พบว่ามีชาลาแคบๆ ขวางอยู่ตรงชั้นที่หนึ่ง มีประตูอยู่ตรงนั้นบานหนึ่งด้วยน่าจะเป็นทางที่เปิดเข้าสู่ทางขึ้นสำหรับชั้นต่อไป..เขาคิดอยู่ในใจ และไม่ได้รอช้าให้เสียเวลาเลย เมื่อเลยประตูบานนั้นขึ้นบันไดต่อไปอีก ก็ได้พบประตูบานหนึ่งที่สามารถเปิดจากบันไดออกไปได้พอดีเขาเปิดประตูบานนั้น และได้พบด้วยความแปลกใจว่าขณะนี้ เขาเข้ามายืนอยู่ในห้องเล็กๆ เพดานต่ำ ภายในห้องมีเตียงนอน โต๊ะกับเก้าอี้หนึ่งตัว ที่น่าแปลกใจยิ่งไปกว่านั้นคือ มีหนังสือจำนวนมากจัดเรียงอยู่บนชั้นรอบผนังห้องนอกจากนั้น ยังมีหน้าต่างยาวรับแสงอาทิตย์ทั้งยังสามารถมองลงไปเห็นด้านหน้าของตัวบ้านได้ด้วยเขาก้าวเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่างบานนั้นทันที แล้วจึงได้เห็นว่าผู้ที่คิดทำห้องลับแห่งนี้ฉลาดมาก เพราะหน้าต่างบานนี้จะแฝงอยู่ทางด้านหลังต้นไม้ใหญ่และอยู่ตรงชายคาบ้านด้านหนึ่ง ดังนั้น ผู้ที่อยู่ภายนอกจะไม่มีทางเห็นหน้าต่างนี้ได้เลย ทั้งยังเป็นช่องทางแห่งแสงสว่างและเป็นช่องระบายอากาศอย่างดี และไม่เพียงแต่จะมองเห็นทัศนียภาพของเมืองชนบทเท่านั้น แต่ยังสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวกว้างหน้าตัวคฤหาสน์ได้อย่างชัดเจนด้วยและขณะนี้ ดยุคกำลังมองเห็นรถม้าเดินทางกันมหึมาที่อัดแน่นอยู่ด้วยกระเป๋าและหีบเดินทาง บรรดาคนรับใช้ที่กำลังลำเลียงสัมภาระเหล่านั้นลง ล้วนอยู่ในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้ม ประดับด้วยสายเกลียวไหมสีเงิน ตัวเสื้อติดกระดุมเงิน เขาออกแปลกใจที่คนรับใช้ผู้ชายเหล่านั้นมีจำนวนอย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าสิบสองคน ขณะที่กำลังเฝ้าจับตาดูอยู่ ก็ได้เห็นรถม้าอีกคันหนึ่งกำลังวิ่งตามเข้ามา ซึ่งเขาเดาเอาว่าน่าจะเป็นพาหนะของบรรดาสาวใช้สำหรับแม่เลี้ยงของจอร์เจีย ไม่ว่าหล่อนจะเป็นใครก็ตาม ย่อมจะต้องเดินทางอย่างหรูหรา และมันทำให้เขาอดคิดสงสัยต่อไปไม่ได้ว่า ผู้ที่จะติดตามหล่อนมาในครั้งนี้จะเป็นบุคคลที่มีความสำคัญระดับไหน..?แต่..ถ้าหล่อนจำเป็นต้องขนคนรับใช้โขยงใหญ่ขนาดนี้มาจากลอนดอน หรือจะเป็นจากที่ไหนก็ตาม ทำไมคฤหาสน์หลังนี้จึงไม่มีผู้ใดอยู่ดูแลเลยนอกจากนาน่าผู้ชรากับจอร์เจีย..? มันเป็นคำถามที่เขายังหาคำตอบให้ตนเองไม่ได้ เมื่อเขาหันหลังจากหน้าต่างแคบๆ บานนั้นและทรุดตัวลงนั่งตรงขอบเตียง เขาก็เริ่มหัวเราะ เกิดมาในชีวิตเขาไม่เคยคิดฝันเลย ว่าช่วงหนึ่งของชีวิตจะได้มีส่วนในการผจญภัยโลดโผนแบบนี้ และทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันก็เนื่องมาจากการที่ผู้หญิงมักใหญ่ใฝ่สูงคนหนึ่ง คลานขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงเขา ด้วยความหวังที่จะบีบบังคับให้เขาแต่งงานกับเจ้าหล่อนให้จงได้“ให้ผู้หญิงพวกนั้นไปตกนรกหมกไหม้เสียให้สิ้นซากทีเถอะ..!” ดยุคร้องออกมาดังๆ และแล้ว ก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ทำให้เขาต้องตกมาอยู่ในสภาพนี้ด้วยเช่นกันแต่เขาก็อดคิดด้วยความโล่งใจไม่ได้ว่า อย่างน้อยจอร์เจียก็เป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว เพราะฉะนั้น เขาคงไม่ต้องลำบากใจว่าจะต้องเอาตัวเข้าไปพัวพันกับเธอแน่ เขาอยากจะคิดว่าเธอเป็นทอมบอยตัวจริงเสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อเธอแปลงโฉมด้วยเสื้อผ้าชุดที่สุภาพสตรีสวมใส่ เธอก็ดูเป็นหญิงสาวเต็มตัวที่อ่อนไหว เปราะบางเสียเหลือเกิน“ช่างเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าอะไรอย่างนั้น..!” เขาบ่นอยู่กับตัวเองแต่ถึงอย่างไร เหตุบังเอิญที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มันเป็นอะไรบางอย่างที่เขาคงจะเก็บมาหัวเราะได้เมื่อเวลาหลายปีผ่านไป และหวนกลับมาคิดทบทวนอีกครั้ง ขณะเดียวกันเขาได้แต่หวังว่าจอร์เจียหรือไม่ก็นาน่าจะยังคงจดจำถึงไข่กับแฮมที่ให้เขากินเป็นอาหารเช้าวันนี้ได้ ว่าถึงอย่างไรมันก็ไม่ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังหิวโหยคลายหิวลงได้สักเท่าไรหรอกอย่างไรก็ตาม เมื่อตอนนี้ไม่มีอะไรให้ทำ เขาก็ควรจะนอนหลับสักงีบเขาเปลื้องเสื้อโค้ตออก สังเกตเห็นรอยเปรอะเปื้อนและความยับย่น ซึ่งเกิดจากการที่ต้องแบบถังบรั่นดีไว้อดคิดเลยไปถึงแปกีนเพื่อนรักไม่ได้ ว่าจะต้องยืนยันให้เขาซื้อตัวใหม่ชดใช้แทนตัวนี้แน่ และจะต้องสั่งตัดจากเวสตันด้วยเขาปลดผ้าผูกคอ ที่มีลักษณะคล้ายเนกไทสมัยเก่า โยนลงบนเก้าอี้ อยากจะถอดรองเท้าอยู่เหมือนกัน แต่คงจะลำบากไม่น้อยเมื่อไม่มีต้นห้องคนสนิทคอยช่วยถอดให้ จากนั้น เขาก็ทิ้งตัวลงบนเตียง ผล็อยหลับไปเกือบจะในทันทีเสียด้วยซ้ำ..แต่แล้วเขาก็สะดุ้งตื่นด้วยเสียงเปิดประตู เป็นครู่ที่ให้คิดสงสัยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่พอเห็นจอร์เจียเดินเข้ามาในห้องโดยมีตะกร้าใบหนึ่งติดมือมาด้วย เขาก็จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองได้ทันที“ฉันจำเป็นต้องมาเอง...” เธอพูดเป็นเชิงอธิบาย หางเสียงราวขออภัย “นาน่าบอกว่า บันไดที่ขึ้นมาบนห้องนี้แทบจะทำให้แกเป็นลมตายทุกที ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้ แกจำเป็นต้องประจำอยู่ในครัว ทะเลาะอยู่กับพ่อครัวแล้วก็พวกคนรับใช้ทั้งหลายนั่น หาว่าเขามาทำให้ห้องครัวแก่ยุ่งวุ่นวายไปหมด นาน่าเกลียดพวกคนใช้ที่มาจากลอนดอนยิ่งกว่าทหารในกองทัพนโปเลียนเสียอีก แกหาว่าคนพวกนั้นเป็นทหารเลวที่บุกรุกเข้ามาในครัวของแกด้วยซ้ำ”ดยุคเดาเอาว่า การที่จอร์เจียต้องพูดอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อยๆ เช่นนี้เป็นเพราะความประหม่า เขาลุกขึ้นนั่งเอื้อมไปหยิบผ้าผูกคอ“ต้องขอโทษด้วยที่ผมแต่งตัวไม่เรียบร้อย มันเหนื่อยมากไปหน่อยก็เลยเผลอหลับไป คุณพอจะรู้ไหมว่าตอนนี้ก็โมงแล้ว?“บ่ายสองโมงเศษแล้วละค่ะ อันที่จริงฉันควรจะเอาอาหารมาให้คุณรองท้องก่อนหน้านี้ แต่นาน่าทำพายนกพิราบให้คุณ”“เป็นความเมตตาอย่างยิ่ง” ดยุคกล่าว “ยอมรับเลยว่าผมหิวมาก กินทั้งฝูงยังได้เลย”จอร์เจียเอาตะกร้าอาหารวางลงบนเก้าอี้ ยกชามพายออกมาพร้อมกับขนมปังอบใหม่ๆ ก้อนใหญ่ เนย แฮมเย็นและยังสตรอเบอรี่สดอีกหนึ่งตะกร้าเล็ก“ฉันไปเก็บสตรอเบอรี่สดมาจากในสวนเอง” เธอบอก “ไม่มีประโยชน์ที่จะสั่งคนสวน เพราะหลบเข้าไปขังตัวเองอยู่ในเรือนต้นไม้ตั้งแต่เช้า แกเกลียดแม่เลี้ยงฉันเป็นที่สุดดยุคผูกผ้าพันคอเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตั้งใจจะสวมเสื้อโค้ท แต่จอร์เจียห้ามไว้“ไม่เป็นไรหรอก รับประทานโดยสวมแค่เสื้อเชิ้ตก็ได้ชาร์ลสทำออกบ่อยไป“ชาร์ลสคือสามีคุณงั้นหรือ? ” ดยุคถามตรงๆ“ไม่ใช่หรอก ชาร์ลสเป็นน้องชายฉันเอง เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านนายพลคอลลิงวู้ด”ผมคิดว่าคุณคงจะตั้งความหวังว่าอีกไม่นานเขาจะได้พักราชการและขึ้นฝั่งเสียทีสินะ” ดยุดเริ่มชวนคุยเป็นการคุยแบบสบายๆ ไม่ต้องใช้ความคิดอะไรมาก แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นสีหน้าของจอร์เจียราวปิดกั้นความรู้สึกไว้หมดสิ้น แถมแววในดวงตายังขุ่นขึ้ง“ไม่หรอกค่ะ..เขาจะไม่กลับมาบ้านหรอก” แต่แล้วคล้ายกับเธอเกรงว่าดยุคจะตั้งคำถามยืดยาวต่อไปจึงรีบกล่าวต่อว่า“อันที่จริง การที่ฉันเอาคุณมาซ่อนไว้อย่างนี้มันออกจะโง่ไปหน่อย แต่คุณคงไม่รู้หรอกว่ามันเป็นความยากลำบากขนาดไหน พวกคนรับใช้จะต้องรีบรายงานแม่เลี้ยงฉันทันที ว่าตอนที่พวกเขามาถึงบ้านได้เห็นว่าในบ้านนี้มีผู้ชายอยู่ด้วย และจากนั้น แม่เลี้ยงฉันก็จะต้องตั้งคำถามมากมายและอาจจะสรุปลงไปเลยว่า คุณได้เข้ามามีส่วนในการขนของเถื่อนนั่นด้วย ซึ่งถ้ารู้อย่างนั้น รับรองได้เลยว่าเธอจะต้องโกรธมาก“ถ้าเช่นนั้น ก็หมายความว่าแม่เลี้ยงของคุณมีส่วนร่วมรู้เห็นในกิจกรรมขนของหนีภาษีของคุณด้วยน่ะสิดยุคพูดขณะเปิดชามพาย กลิ่นหอมอวลอบไปทั้งห้อง“ค่ะ...เธอทราบ” จอร์เจียตอบขณะนั้น ดยุคนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่มีเพียงตัวเดียว ส่วนจอร์เจียนั่งอยู่ตรงขอบเตียง สีหน้าของเธอในยามนี้ทั้งอิดโรยและกังวล พวงผมรุ่ยร่ายล้อมกรอบใบหน้านวลผ่อง ดยุครู้สึกเห็นใจเธอเป็นกำลัง“แม่นมของคุณเป็นแม่ครัวที่ฝีมือเยี่ยมมาก” เขาเปลี่ยนเรื่องสนทนา“ซึ่งแกต้องให้เหตุผลเป็นทำนองว่า ว่าสัญญากับครอบครัวหนึ่งในหมู่บ้านที่ตอนนี้กำลังมีคนป่วยอยู่ ไว้ว่าจะทำพายไปให้น่ะค่ะ” จอร์เจียตอบ “ไม่อย่างนั้นคนพวกนั้นจะต้องคิดว่าแปลกมากที่แกอบพายอันใหญ่ขนาดนี้สำหรับฉันกับตัวแก ที่มีกันอยู่เพียงแค่สองคนเท่านั้น”ธอหยุดเว้นระยะไปเป็นครู่ ก่อนจะเสริมขึ้นราวปรารภกับตัวเอง“โกหก..ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องโกหกมดเท็จทั้งนั้น ..ชีวิตดูแทบจะไม่มีค่าอะไรเลย..”ดยุคตัดพายเพิ่มไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ ออกมาหลังจากเวลาผ่านไปชั่วครู่จอร์เจียก็เอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยน้ำเสียงขัดเขิน“เอ้อ..ฉันเอาบรั่นดีมาให้คุณด้วย นาน่าดูจะมั่นใจมากว่าคุณจะต้องพอใจมากกว่าเครื่องดื่มอย่างอื่น”“ผมเห็นจะเถียงไม่ได้หรอก” ดยุคพูดพร้อมด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า