[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 33 ฉันเห็นพี่ชายเธอเดินออกมาจากห้องประเมิน (6)

            ลู่เซิ่งเดินวนเวียนอยู่ในห้องโถงของสมาคมนักสู้ครู่หนึ่ง เมื่อรู้สึกว่าไม่มีอะไรให้ทำแล้ว จึงเตรียมตัวกลับบ้าน

            ในขณะที่กำลังจะจากไป พลันได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลัง

            “ลู่เซิ่ง!”

            ลู่เซิ่งหันกลับไปมอง เห็นเด็กสาวสามคนยืนอยู่ไม่ไกล

            ทั้งสามคนอายุไล่เลี่ยกัน อายุน้อยกว่าเขาเล็กน้อย และคนที่ยืนอยู่ตรงกลาง กำลังมองมาที่เขาด้วยสีหน้าซับซ้อน

            ถ้าไม่ใช่ลู่ชิงเหอน้องสาวของเขาแล้วจะเป็นใคร

            “ลู่ชิงเหอ? ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

            ลู่เซิ่งเดินเข้าไปหาลู่ชิงเหอและเพื่อน

            “คำถามนี้ฉันควรถามนายมากกว่านะ”

            ลู่ชิงเหอโต้กลับอย่างไม่สบอารมณ์ “โดดเรียน ไม่ไปโรงเรียน เอาแต่นอนอุดอู้อยู่ในห้องไปวันๆ แล้วยังวิ่งมาที่สมาคมนักสู้ทำไมกัน?”

            ลู่ชิงเหอจ้องมองลู่เซิ่ง สีหน้าท่าทางเหมือนนักสืบ

            ลู่เซิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย

            แค่โดดเรียนไม่ไปโรงเรียนก็ว่าไปอย่าง แต่นี่รู้แม้กระทั่งว่าเขาเอาแต่หลับอยู่ในห้อง?

            ดูเหมือนว่าในช่วงนี้น้องสาวคนนี้จะใส่ใจเขาเป็นพิเศษ

            ลู่เซิ่งตอบส่งๆ ไปว่า “มาทำธุระ ตอนนี้เสร็จแล้ว”

            “ใครจะเชื่อ?”

            ลู่ชิงเหอเยาะเย้ย

            ในเวลานั้น เด็กสาวหน้ากลมที่ติดกิ๊บสีชมพู ซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ลู่ชิงเหอ เหลือบมองลู่เซิ่ง แล้วพูดว่า “ชิงเหอ นี่พี่ชายเธอเหรอ? ดูดีนี่นา...”

            พูดจบก็หน้าแดงเล็กน้อยแล้วหันหน้าหนีไป

            เด็กสาวอีกคนที่รูปร่างเพรียวกว่าก็เห็นด้วย “ใช่ๆ ไม่เห็นจะขี้เหร่อย่างที่เธอพูดเลย ออกจะดูดี เป็นหนุ่มหล่อเลยนะเนี่ย...”

            “พวกเธอนี่...”

            ลู่ชิงเหอมองเพื่อนสนิททั้งสองคนที่หันไปเข้าข้างคนอื่นทีละคนแล้วแทบพูดไม่ออก

            ผู้ชายที่เอาแต่กินกับนอนทั้งวัน จะหล่ออะไรกันนักหนา พวกบ้าผู้ชาย

            ลู่เซิ่งเห็นลู่ชิงเหอถูกทำให้เสียหน้า อารมณ์ก็ดีขึ้นมาทันที รีบยื่นมือไปหาเด็กสาวแล้วพูดว่า “สวัสดี ฉันลู่เซิ่ง เป็นพี่ชายของลู่ชิงเหอ ชิงเหอคงสร้างปัญหาให้พวกเธอไม่น้อยเลยใช่ไหม...”

            “นายต่างหากที่สร้างปัญหาให้คนอื่น...”

            ลู่ชิงเหอโต้กลับด้วยความโมโห

            เด็กสาวทั้งสองคนกลับพูดจาดี คนที่รูปร่างเพรียวพยักหน้ายิ้มๆ

            “สวัสดีค่ะพี่ลู่เซิ่ง ฉันชื่อเฝิงฟานฟาน เพื่อนๆ เรียกว่าฟานฟาน ส่วนนี่คือสวีนั่ว

            ปกติชิงเหอสร้างปัญหาให้พวกเราเยอะจริงๆ แต่พวกเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน การดูแลกันเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว”

            “เฝิงฟานฟาน!”

            ลู่ชิงเหอทำท่าราวกับคนใกล้เสียสติ

            นี่มันเล่นตามน้ำแบบออกนอกหน้าจริงๆ สินะ

            อะไรคือปกติสร้างปัญหาให้พวกเธอเยอะ?

            ปกติใครกันแน่ที่คอยดูแลพวกเธอสองคนเหมือนแม่แท้ๆ ตอนอยู่ที่โรงเรียนน่ะ

            ใส่ร้ายเธอก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ยังมาใส่ร้ายต่อหน้าพี่ชายที่เธอเกลียดที่สุดอีก มันเกินไปแล้ว!

            ลู่เซิ่งทักทายเด็กสาวทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม

            คุยกันสองสามคำ ก็วกกลับมาที่หัวข้อเดิม

            “แล้วพวกเธอมาที่นี่ทำไม?”

            ลู่ชิงเหอมองเขาด้วยสายตาขวางๆ เห็นได้ชัดว่าไม่อยากตอบ

            เด็กสาวที่ชื่อสวีนั่วรีบอธิบาย “พวกเรามาเป็นเพื่อนรุ่นพี่หยางยวน รุ่นพี่หยางยวนเป็นรุ่นพี่ในชมรมศิลปะการต่อสู้ของพวกเรา แล้วก็สนิทกับพวกเรามาก...”

            “ใช่ๆ รุ่นพี่หยางยวนเก่งมากเลย ในโรงเรียนของพวกเราติดอันดับหนึ่งในสามของอัจฉริยะเลยนะ ครั้งนี้มาเข้ารับการทดสอบนักสู้ระดับหนึ่ง”

            “รุ่นพี่หยางยวนต้องผ่านแน่นอน”

            เด็กสาวทั้งสองคนพูดกันคนละประโยค เล่าเรื่องราวให้ฟังอย่างละเอียด

            หลังจากที่ลู่เซิ่งเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ก็เงยหน้ามองนาฬิกาแล้วพูดว่า “ในเมื่อพวกเธอต้องรอคน งั้นฉันก็ไม่รบกวนแล้วนะ เจอกันครั้งหน้าจะเลี้ยงข้าวพวกเธอ”

            “ค่ะ พี่ลู่เซิ่ง”

            “ใครอยากให้นายเลี้ยงข้าวกัน...”

            เสียงร่าเริงสองเสียงปนกับเสียงเถียงอย่างอ่อนแรงของลู่ชิงเหอ

            ลู่เซิ่งยิ้มเล็กน้อย ยื่นมือไปขยี้ผมลู่ชิงเหอ ทำให้ลู่ชิงเหอหน้าแดงแล้วทำท่าจะตีเขา จากนั้นก็เดินออกจากสมาคมนักสู้โดยไม่หันหลังกลับ

            ...

            “โมโหสุดๆ!”

            ลู่ชิงเหอจัดผมที่ถูกลู่เซิ่งขยี้จนยุ่งเหยิง แล้วพูดออกมาอย่างขุ่นเคือง

            ในใจกลับเกิดระลอกคลื่นแปลกๆ

            เธอจำได้รางๆ ว่าเมื่อก่อนตอนเด็กๆ ลู่เซิ่งชอบขยี้ผมเธอแบบนี้ ตอนนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองคนยังดีมาก

            ต่อมาไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อไร ความสัมพันธ์ก็จืดจางลง...

            แต่เมื่อกี้ เหมือนกับว่าได้กลับไปในอดีตอีกครั้ง

            “ชิงเหอ พี่ชายเธอดูดีนะ สูง ขาว หล่อ แต่ก็ไม่เหมือนพวกหนุ่มสำอาง ดูเท่ห์มาก...”

            เฝิงฟานฟานมองตามทิศทางที่ลู่เซิ่งจากไปแล้วบ่นพึมพำ ราวกับกำลังรำลึกถึงอะไรบางอย่าง

            “ใช่ๆๆ”

            สวีนั่วที่อยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าอย่างบ้าคลั่ง เห็นด้วย “หล่ออย่างกับเทพบุตร!”

            “พวกเธอนี่ตาบอดไปแล้วมั้ง...”

            ลู่ชิงเหอรู้สึกหมดแรง

            “โอ๊ะ จริงสิ...”

            เฝิงฟานฟานนึกอะไรขึ้นมาได้จึงพูดว่า “ว่าแต่พี่ชายเธอมาทำอะไรที่สมาคมนักสู้กันแน่? เมื่อกี้ฉันเหมือนจะเห็นเขาเดินออกมาจากห้องประเมินนักสู้นะ...”

            “พี่ชายเธอคงไม่ได้มาประเมินนักสู้เหมือนรุ่นพี่หยางยวนหรอกมั้ง...”

            สวีนั่วพูดแทรก

            “เป็นไปไม่ได้!”

            ลู่ชิงเหอมองทั้งสองคนด้วยสายตาที่เหมือนกับว่าพวกเธอทั้งสองคนป่วย และป่วยหนักจนรักษาไม่หาย แล้วพูดว่า “พี่ชายฉันเป็นนักเรียนของโรงเรียนมัธยมไป๋เหอสาขาสามนะ แถมยังไม่ไปเรียนทุกวัน เขาจะมาประเมินนักสู้ได้ยังไง?

            ถ้าเป็นแบบนั้น แม่หมูคงปีนต้นไม้ได้แล้ว

            เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”

            เฝิงฟานฟานพึมพำ “แต่เมื่อกี้ฉันเห็นกับตาว่าพี่ชายเธอเดินออกมาจากห้องประเมินนักสู้นี่นา...”

            “เธอตาฝาดไปเอง”

            ลู่ชิงเหอพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นอย่างยิ่ง

            เฝิงฟานฟานยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ในเวลานั้น สวีนั่วมองไปในทิศทางหนึ่งแล้วร้องออกมาด้วยความดีใจ “รุ่นพี่หยางยวนออกมาแล้ว!”

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】 ที่คุณอ่าน