ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 61 อย่าโทษฉันที่ไม่เห็นแกเป็นลูก

            “ลูกคนนี้พูดเหลวไหลอะไร!”

            หลินอันมองหลินเฉวียนที่นอนอยู่ในอ้อมแขนของสวีหว่านหนิงเธอจับเสื้อของตัวเองแน่น ผิวกายที่โผล่พ้นร่มผ้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ

            ไม่รู้ว่าบาดเจ็บรุนแรงมากแค่ไหน

            หลินอันสูดหายใจลึกหลังพยายามข่มใจให้สงบ เขาก็ก้าวเท้าตรงไปหาไต้เหว่ย

            เขายื่นมือออกไปจะปลดโซ่ให้ไต้เหว่ยแต่กลับถูกพี่ใหญ่ของตระกูลไต้ขวางไว้

            “หลินอันนี่เป็นเรื่องภายในตระกูลไต้ มั่นใจหรือว่าจะเข้ามาแทรกแซง”

            ลูกชายคนโตของตระกูลไต้อายุสี่สิบกว่าแล้วเดิมเขาคิดว่าตนจะขู่หลินอันสำเร็จ แต่สุดท้ายกลับถูกสายตาเรียบเฉยของอีกฝ่ายมองมาจนตัวเองต้องถอยห่างเพราะความหวาดกลัว

            ไม่ได้เจอกันมานานทำไมหลินอันถึงดูน่าเกรงขามขนาดนี้?

            “ใครกล้าขัดขวางผมอีกระวังกำปั้นของผมไว้ให้ดี”

            ลูกชายคนโตของตระกูลไต้เห็นความเย็นชาในแววตาของหลินอันแล้วจึงก้าวถอยหลังไปอีกหลายก้าว ไม่กล้ายืนขวางไต้เหว่ยอีกต่อไป

            หลินอันปลดโซ่เหล็กสำเร็จ

            “ไต้เหว่ยตอนนี้นายควรไปหาหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่และผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านหมิงกวง เรื่องบางเรื่องควรพูดต่อหน้าพวกเขา”

            “ผมจะไปเดี๋ยวนี้!”

            “เหล่าซาน! [1] ”

            แม่ใหญ่ของตระกูลไต้มองไต้เหว่ยอย่างอ่อนใจแล้วขู่ว่า “วันนี้ถ้ากล้าก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนี้แม้แต่ก้าวเดียว ก็อย่ามาโทษฉันเลยถ้าฉันจะไม่คิดนับแกเป็นลูกชาย!”

            สวีหว่านหนิงลอบเบ้ปาก

            ยายแก่คนนี้ไร้เหตุผลจริงๆอยู่ต่อหน้าพวกเธอยังกล้ากร่างขนาดนี้ ไม่รู้ว่าลับหลังรังแกหลินเฉวียนอย่างไรบ้าง!

            ไต้เหว่ยจ้องหน้าแม่ตัวเองแล้วรีบวิ่งออกไปจากบ้าน

            หลังเขาวิ่งไปได้สักระยะสวีหว่านหนิงก็ได้ยินเสียงตะโกนของเขา

            “ช่วยด้วยผู้ใหญ่บ้าน รีบมาช่วยหลินเฉวียนที หลินเฉวียนใกล้ถูกพวกเขาซ้อมตายอยู่แล้ว!”

            โอ้โหไต้เหว่ยคนนี้กล้าหาญไม่เบา

            สวีหว่านหนิงชื่นชมนิสัยของเขา

            แม่ใหญ่ไต้เดือดจัดจนอยากลงไม้ลงมือกับใครสักคนแต่เมื่อกวาดตามองรอบกาย ก็พบว่าหลินเฉวียนคือคนเดียวที่เป็นลูกไก่ในกำมือของเธอ และตอนนี้หลินเฉวียนกำลังได้รับการปกป้องจากหลินอันและสวีหว่านหนิง

            ส่วนสะใภ้คนอื่นๆแต่ละคนร้ายกาจนัก เธอไม่อยากทำให้ครอบครัวลุกเป็นไฟจึงไม่กล้าลงมือกับพวกเขา

            “หลินอัน” สวีหว่านหนิงกระตุกชายเสื้อหลินอันเบาๆ “หลินเฉวียนท่าทางไม่สู้ดีควรให้เธอนอนพักสักหน่อย”

            ตามหลักแล้วเวลาแบบนี้ควรพาไปส่งโรงพยาบาลก่อนเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดแต่สถานการณ์ตรงหน้านี้ชัดเจนว่า หลินเฉวียนคงยังไปไหนไม่ได้ มิเช่นนั้นลับหลังคนตระกูลไต้อาจจะทำลายชื่อเสียงของเธอด้วยวิธีต่างๆ นานา

            โชคดีที่ช่องมิติของสวีหว่านหนิงมียาเธอจึงเตรียมแอบเอาให้หลินเฉวียนกินก่อน

            หลินอันลากโต๊ะที่ใช้ล่ามตัวไต้เหว่ยออกมาแล้วถอดเสื้อคลุมทหารของตัวเองปูลงบนโต๊ะ ก่อนจะพาหลินเฉวียนขึ้นไปนอนบนนั้น

            “ช่วยดูแลเธอทีฉันจะไปเอากระบอกน้ำมาให้เธอดื่มน้ำสักหน่อย”

            กระบอกน้ำแขวนอยู่กับมือจับของจักรยานสวีหว่านหนิงหันหลังให้ทุกคนแล้วแอบเอายาแก้ปวดออกมาจากช่องมิติเธอแกะแคปซูลออกแล้วเทผงยาลงไปผสมกับน้ำ คนอื่นจะได้ดูไม่ออกก่อนจะถือกระบอกน้ำไปให้หลินเฉวียนดื่มจนหมด

            หลังหลินเฉวียนดื่มน้ำอุ่นไปหลายอึกอย่างยากลำบากสวีหว่านหนิงก็ยัดยาแก้อักเสบสีขาวใส่ในปากของหลินเฉวียนแล้วกระซิบว่า “กินยาเม็ดนี้ด้วยไม่อย่างนั้นร่างกายของเธอจะมีปัญหา”

            หลินเฉวียนรู้สึกเจ็บไปทั้งตัวไม่มีแรงปฏิเสธสวีหว่านหนิง จึงได้แต่กลืนยาลงไป

            ไม่นานนักไต้เหว่ยก็พาผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ของหมู่บ้านหมิงกวงกลับมา

            “ตระกูลไต้ของพวกเธอเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกหรือ” ผู้ใหญ่บ้านคือชายชราวัยหกสิบกว่าเมื่อได้ยินว่าตระกูลไต้ก่อเรื่องอีกแล้ว จึงรู้สึกปวดหัว

            ตระกูลไต้ก่อเรื่องเก่งเหลือเกิน

            แม่ใหญ่ของตระกูลไต้ชิงพูดก่อนหลินอัน“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร พวกลูกสะใภ้ทะเลาะกันเล็กน้อยก็เท่านั้นพี่ชายของสะใภ้เหล่าซานมาเยี่ยมพอดี พอเขาเห็นจึงโกรธมาก”

            “ทะเลาะกันเล็กน้อยก็จับตัวกดกับพื้นแล้วทุบตีงั้นหรือ?แถมยังซ้อมเธอแบบห้ารุมหนึ่ง ถ้าวันนี้ฉันกับหลินอันมาไม่ทันพวกคุณคิดจะซ้อมหลินเฉวียนจนตายเลยหรือเปล่า” สวีหว่านหนิงพูดด้วยน้ำเสียงเดือดจัด

            ปกติเธอเป็นคนโมโหยากแต่ถ้าโมโหเมื่อไร เพลิงโทสะก็อยากที่จะดับมอด

            “ยายแก่อย่างป้าทำไมถึงพูดโกหกได้หน้าตาเฉยแบบนี้? ดูบาดแผลตามตัวหลินเฉวียน มีทั้งแผลใหม่แผลเก่าเต็มตัวไปหมดมันไม่ได้เกิดขึ้นจากการทุบตีแค่ครั้งเดียวอย่างแน่นอน! ฉันขอถามป้าหน่อยว่าหัวใจของป้าถูกหมากินไปแล้วหรือไง!”

            “หลินเฉวียนของพวกเรามีครอบครัวคอยหนุนหลังเช่นกันไม่จำเป็นต้องให้พวกลูกสะใภ้ของป้าช่วยอบรมสั่งสอน!”

            หลินอันรอสวีหว่านหนิงระบายอารมณ์เสร็จแล้วถึงพูดกับผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ของหมู่บ้านหมิงกวงว่า“จากการบอกเล่าของคนตระกูลไต้ พวกเขาบอกว่าหลินเฉวียนไปใกล้ชิดกับชายอื่นผมไม่ทราบความจริงของเรื่องนี้จึงยังตัดสินไม่ได้แต่ผมเชื่อว่าน้องสาวของผมไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้น”

            “การคบชู้สู่ชายมีโทษตามกฎหมายแต่ถ้ามีใครใส่ร้ายว่าน้องสาวของผมไปมีสัมพันธ์กับชายอื่น พฤติกรรมบ่อนทำลายชื่อเสียงของน้องสาวผมเช่นนี้ถือว่ามีความผิดเช่นกันคำขอของผมนั้นเรียบง่าย สอบสวนเรื่องที่พวกเขารุมซ้อมน้องสาวของผมให้ชัดเจนและแก้ไขปัญหานี้อย่างสมเหตุสมผล”

            “เพราะให้เกียรติพวกคุณผมจึงแจ้งเรื่องนี้กับพวกคุณก่อน หวังว่าพวกคุณจะสืบสวนความจริงอย่างยุติธรรมมิเช่นนั้นผมคงต้องแจ้งความกับตำรวจ หากกลายเป็นเรื่องใหญ่ฝ่ายคณะใหญ่ของพวกคุณคงหมดสิทธิ์ได้รับการประเมินและการสนับสนุนจากรัฐ”

            ภายใต้น้ำเสียงอันราบเรียบของหลินอันกลับแฝงไปด้วยคำข่มขู่

            ต่อให้ผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่อยากเข้าข้างตระกูลไต้ก็คงทำไม่ได้

            พวกเขาปล่อยให้เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ทำลายหมู่บ้านหมิงกวงทั้งหมู่บ้านหรือส่งผลกระทบต่อฝ่ายคณะใหญ่ไม่ได้เด็ดขาด

            พวกเขาไม่ได้มีอำนาจอยู่ในมือขนาดนั้น!

            “สะใภ้ใหญ่เธอบอกว่าหลินเฉวียนมีสัมพันธ์กับชายอื่นงั้นหรือ เอาหลักฐานออกมาสิ” ผู้ใหญ่บ้านถาม

            “ฉันเห็นเองกับตาตาของฉันก็คือหลักฐาน!”

            “ใครจะไปรู้ว่าคุณกุเรื่องขึ้นมาหรือเปล่านอกเสียจากว่าจะมีคนอื่นเห็นพร้อมคุณด้วย มันถึงจะเรียกว่าหลักฐานไม่อย่างนั้นพฤติกรรมของคุณก็คือการใส่ความ พวกเราสามารถฟ้องคุณได้!” ท่าทีของสะใภ้ใหญ่โอหังมากแต่ท่าทีของสวีหว่านหนิงนั้นแข็งกร้าวยิ่งกว่าเธอเสียอีก

            สะใภ้ใหญ่ถูกยั่วยุจึงพูดชื่อหลายคนออกมา“วันนั้นพวกเราไปเก็บฟืนบนเขาด้วยกัน พวกเขาเห็นพร้อมฉันถ้าไม่เชื่อก็ไปถามพวกเขาได้!”

            “ได้ไต้เหว่ย ลำบากเธอช่วยไปเรียกคนที่พี่สะใภ้ใหญ่ของเธอพูดชื่อมาทีเราจะสอบสวนกันซึ่งๆ หน้า” หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่กล่าว

            สะใภ้ใหญ่ไม่กลัวสักนิดเธอมองหน้าหลินเฉวียนและครอบครัวอย่างสะใจ

            มีพี่ชายรับราชการอยู่ในกองทัพแล้วอย่างไรสุดท้ายก็ถูกสะใภ้อย่างพวกเธอกำราบจนอยู่หมัด!

            ไม่นานนักไต้เหว่ยก็พาพวกเขามาที่บ้าน

            หัวหน้าฝ่ายคณะใหญ่ถามว่า“สะใภ้ใหญ่ตระกูลไต้กล่าวว่า พวกเธอเห็นหลินเฉวียนสนิมสนมกับชายอื่นมีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ แล้วผู้ชายคนนั้นคือใคร”

          


    เชิงอรรถ

    [1]คำเรียกลูกชายคนที่สาม



    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】 ที่คุณอ่าน