หลายวันที่ผ่านมานี้หลิวซือซือ ได้แต่ทำใจยอมรับในโชคชะตาของข้าที่ไม่อาจะเปลี่ยนเป็อื่นได้ ตามจริงงานครัวนั้นคุณหนูเช่นนางไม่จำเป็ต้องเรียนรู้เพราะเป็งานข้ารับใช้ แต่เนื่องจากที่รู้มาแค่ว่าที่สามีของนางนั้นเป็คหบดีบ้านนอกนางจึงจำเป็ต้องเรียนรู้ไว้ เพราะไม่รู้ว่าทางบ้านเดิมของหยางเฟยิเป็อย่างไร วันนี้ก็เช่นกันข้าได้เตรียมตัวสำหรับการออกเรือน เข้าครัวหัดทำกับข้าวกับแม่บ้างจางซึ่งแม่บ้านจางก็เต็มใจสอนนาง ถ่ายทอดความรู้อย่างเต็มเปี่ยมนางกระตือรือร้นในการสอน ทุกขั้นตอน ไม่เว้นแม้กระทั้งการสอนฆ่าปลา ฆ่าไก่ ถอนขนชำแหละ หลิวซือซือและเสี่ยวหลิน ถึงกับขนลุกกับการสอนเื่งานครัว
“แม่บ้านจางท่านไม่ต้องสอนวิธีฆ่าไก่ ถอนขน ให้ข้าหรอก สอนแค่วิธีทำง่ายๆ ก็พอ”
“ไม่ได้หรอกเ้าค่ะคุณหนู ถ้าเกิดว่าท่านออกเรือนไปแล้วไม่มีใครทำให้ท่านจะทำอย่างไรเ้าคะ บ่าวเป็ห่วงคุณหนูจ้าวค่ะ” แม่ครัวจางร่างตุ้ยนุ้ย บอกอย่างไม่ยอมความพร้อมถ่ายทอดความรู้ที่มีทั้งหมดให้คุณหนูที่นางรัก และเอ็นดู
“ไม่เป็ไรหรอกอย่างน้อยว่าที่สามีข้าคงไม่แร้นแค้นจนถึงให้ข้าเชือดไก่ ถอนขนเองหรอกมั้ง” หลิวซือซือพูดเสร็จก็หัวเราะและส่งยิ้มจนตาหยี๋ ให้แม่ครัวจาง บ่าวคนอื่นๆในครัวพากันหัวเราะไปกับหลิวซือซือ แม่ครัวจางได้แต่ยิ้มเจื่อๆ และถลึงตาใส่บ่าวคนอื่นๆภายในครัวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะคึกครื้น
ทางด้านจวนขนาดใหญ่ ที่มีตัวเรือนหรูหราเป็ไม้หอมราคาแพงตั้งอยู่บนที่ดินกลางเมืองหลวง หยางเฟยหลง นั่งตรวจบัญชีภายในห้องทำงานเรือนใหญ่ มีลมพัดมาวูบหนึ่ง มาพร้อมสายลับของเขาส่งไปติดตามเื่ไข่มุกจันทรา
“คาราวะนาท่าน” สายลับคุกเข่าข้างนึงกับพื้นพร้อมคำนับเขา
“รายงานมา”
“อีก3วัน จะมีการจัดประมูลไข่มุกจันทราขึ้นที่หอประมูลขอรับหนึ่งในนั้นมีรัชทายาทอู๋เหวินหลง ที่้าไข่มุกจันทรามาก”
“ดี เตรียมการให้พร้อม ข้าต้องได้ไข่มุกจันทรามาครองไม่ว่าจะด้วยวิธีได ไม่เลือกวิธีการ” เขากล่าวพร้อมส่งแววตาอำมหิต
“ข้าน้อยจะรีบจัดการขอรับ” กล่าวจบก็เร้นกายหายไปกับสายลม
รถม้าจอดลงหน้าโรงน้ำชาชื่อดังในเมืองหลวงหยางเฟยหลง ลงจากรถม้า ก็มีสายตาหลายคู่จ้องมองมา หนึ่งในนั้นคือ คุณหนูรองหลิวอี้เฟยที่มาโรงน้ำชากับสหายสามนาง
“นั่นใครหรอ” หลิวอี้เฟยเอ่ยถามสหาย
“นี่เ้าไม่รู้จริงๆหรือ ว่านั่นคือ คหบดีหยางเฟยหลง ว่าที่พี่เขยเ้าไง” คุณหนูรองจวนเ้ากรมพิธีการ กล่าวอย่างผู้รอบรู้เื่ซุบซิบในเมืองหลวง
“เสียดายเป็แค่คหบดีบ้านนอกเขาทั้งสง่างาม และรูปงาม” คุณหนูสี่จวนเสนาบดี กล่าวพร้อมส่งแววตาหวานเชื่อมไปยังหยางเฟยหลง
“แต่ข้าว่าเขาไม่น่าจะใช่คหบดีบ้านนอกธรรมดาๆ ผู้หนึ่งหรอก เพราะข้าเพิ่งทราบจากท่านพ่อว่า มีคนซื้อจวนไม้หอมกลางเมืองไปเมื่ออาทิตย์ก่อน ในราคาหมื่นตำลึงทอง” คุณหนูรองผู้รอบรู้ กล่าวด้วยน้ำเสียงรอบรู้
“คุณหนูสี่สนใจเขาหรือไม่ ข้าที่เป็สหายเ้าพร้อมส่งเสริม” หลิวอี้เฟยยกยิ้มส่งให้สหายอย่างมีนัยพร้อมส่งสายตามองตามหยางเฟยหลงไป อย่างริษยาพี่สาวต่างมารดาที่แม้จะพลาดจากองค์รัชทายาทไป ก็ยังมีว่าที่สามีที่เพียบพร้อม
สามสหายหัวเราะยกยิ้มให้กันอย่างมีความนัย
เมื่อขึ้นไปบนห้องรับรองพิเศษในโรงน้ำชา มีชายหนุ่มรูปร่างสูงผอมอย่างบัณฑิต ใบหน้าหวานนั่งอยู่ในนั้น เขาคือ องค์ชายสามอู๋เว่ยหลง ข้างๆ เขามีชายหนุ่ม รูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมเข้ม แม่ทัพบูรพา ซูอี้เหวิน รอเขาอยู่ข้างในก่อนแล้ว พวกเขาสามคนเป็สหายกันแต่ยังเยาว์เจอกันในสำนักศึกษาบนในหุบเขาเซียน เมื่ออยู่กันลำพังจึงพูดคุยเรียกชื่อกันธรรมดาไม่ได้มากพิธี
“เฟยหลงกว่าเ้าจะมาถึงข้าดื่มชาหมดไป 2 กาแล้ว” องค์ชายสามอู๋เว่ยหลง บ่นสหายเขาอย่างอดไม่ได้
“พวกเ้าอย่าเพิ่งทะเราะกันเลย นานๆ จะเจอกันที” แม่ทัพซูอี้เหวิน เอ่ยห้ามทัพสหาย
“เข้าเื่ดีกว่า อีกสามวันจะมีการประมูลไข่มุกจันทราขึ้นที่หอประมูลพันดารา และพวกเราต้องได้มันมาก่อนที่รัชทายาทจะได้มันไป” หยางเฟยหลงพูดเสียงเรียบ
“เราต้องวางแผนให้รอบครอบ งานนี้จะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาดเว่ยหลงงานวันนั้นพวกเราต้องไปพร้อมกันกับเฟยพลง ข้าคิดว่าอาจมีการปล้นไข่มุกจันทรากลางงานประมูล” แม่ทัพซูอี้เหวินเอ่ยออกไปอย่างหนักใจ
“ข้าเตรียมคนและวางสายลับในหอประมูลพันดาราไว้รอพร้อมแล้วหากเกิดอะไรก็สามารถลงมือได้เลย” หยางเฟยหลงกล่าวอย่างมั่นใจ
“อ้อ ข้าเพิ่งรู้ว่าเ้าทุ่มเทเพื่อข้ามากถึงขั้นจะแต่งคุณหนูรองจวนราชการครูตัดหน้ารัชทายาทเพื่อเป็ฐานกำลังให้ข้า แม้แต่เป็โจรเด็ดบุปผาย่องเข้าเรือนคุณหนูรองหลิวซือซือนี่เป็หนึ่งในแผนการของเ้าใช่หรือไม่” องค์ชายสาม กล่าวอย่างแย้มยิ้มไปจิบชาไป
“ข้าเพิ่งรู้ว่าองค์ชายสามอย่างเ้าว่างงานจนรู้ทุกเื่ของข้า ชั่งน่านับถือ” หยางเฟยเมื่อได้ยินก็หูแดง แต่ก็ไม่อาจจะเอ่ยอะไรได้ นอกจากกัดฟันเอ่ยคำประชดสหายไปอย่างอดไม่ได้
“เว่ยหลงเ้าก็อย่าหยอกล้อเฟยหลงให้เขินอายเลย แต่จะว่าไปข้าก็แปลกใจเหมือนกันนะเฟยหลงที่เ้าทำตัวเยี่ยงโจรเด็ดบุปผา ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เ้าทำตัวเยี่ยงนักบวช ตอนข้ารู้ข้ายังไม่อยากจะเชื่อ ถ้าเป็เว่ยหลงก็ว่าไปอย่าง” แม่ทัพซูอี้เหวิน เอ่มห้ามแต่ก็อดอยากรู้ไม่ได้
“แล้วข้าเป็เยี่ยงไร” องค์ชายสามถามไป หัวคิ้วกระตุกไป
“ก็เ้าหน่ะ สาวงามเต็มจวน จนจะล้นวังหลังอยู่แล้ว” แม่ทัพซูอี้เหวินตอบเสร็จ หลางเฟยหลงก็อดที่จะหัวเราะตามออกไปไม่ได้
กว่าจะสนทนากันเสร็จก็ล่วงเลยไปเกือบ 2ชั่วยาม ทั้งสามจึงได้แยกย้ายกลับจวน เพื่อเตรียมการสำหรับงานประมูลที่จะเกิดขึ้นที่หอประมูลพันดารา