บทที่ 119
“จ้าๆๆ ไปไงมาไงเนี่ย ว่าแต่แกยังไม่เลิกขี้แย้อีกเหรอ..” ครีมทำเหมือนปกติที่ทำกับเพื่อนสาวทั่วๆไป ถึงจะไม่ได้สนิทกันมากเท่าไร แต่ก็ต้องยอมรับว่าในสี่ปีที่เรียนมามันก็ผ่านอะไรกันมาเยอะอยู่“งืมมมๆๆ ฉันดีใจนะที่เจอพวกแกอีก สาขาเรามีคนน้อย จบมาก็แยกย้ายกันไปต่างที่ต่างเมืองกันหมด ฉันเลยค่อนข้างเหงาๆน่ะ.. แล้วพวกแกล่ะ เป็นไงบ้างสบายดีนะ” ปิ่นกล่าวออกมาอย่างสบายๆ เกียรติไกรกับไอซ์ถึงกับเกาหัวกันเลยทีเดียวกับความโลกที่มันเหมือนจะแคบเกินwx“ปิ่น ตอนแกแต่งงานไม่เห็นแกลงรูปในเฟซแกเลย นี่กะจะปิดเงียบเอาไว้เลยหรือยังไงห๊ะ” บิวตี้ที่นอนป่วยอยู่เอ่ยทักขึ้นมา เธอไม่รู้ข่าวของเพื่อนคนนี้เลยแม้แต่น้อย ในเฟซหลักของเธอก็ไม่ได้มีอะไรเคลื่อนไหวมาเป็นปีแล้ว“ก็..ไม่ค่อยอยากให้เพื่อนๆรู้เท่าไรน่ะ แกจำกลุ่มยัยป่านได้ไหม ฉันดันไปสัญญาว่าจะไปฉลองสาวโสดกับพวกนางตอนอายุ 30 น่ะ เฮ้อ.. นี่ก็กำลังคิดอยู่ว่าจะอธิบายยังไงดี” ปิ่นกล่าวตอบกับบิวตี้ พร้อมกับเข้าไปสวมกอดกับเธอเล็กน้อย“อีกตั้งเกือบ 5 ปี แกจะรีบคิดไปทำไมกันเล่า อีกอย่างพวกนั้นมันก็คงไม่โกรธแกหรอก ยัยพวกนั้นคงจะยินดีกับแกมากกว่าที่ได้แต่งานกับคนดีๆอย่างคุณเกียรติไกรน่ะ..” ครีมอดไม่ได้ที่จะบ่นเจ้าเพื่อนบ้าคนนี้ ถ้าเป็นเธอ เธอคงจะอวดเต็มเฟซไปแล้ว ไม่เข้าใจความคิดของเพื่อนคนนี้เลยจริงๆ“แหะๆ ก็คนมันไม่กล้านี่นา..” ปิ่นแลบลิ้นออกมาเล็กน้อยพร้อมกับหัวเราะอย่างเขินๆ“ก็สมกับเป็นแกดีล่ะนะ ช่างเถอะ ว่าแต่ทำงานอะไรเหรอ เห็นล่าสุดเป็นสาวแบงก์ตอนนี้ไม่ทำแล้วหรือไง..” บิวตี้กล่าวถามกับปิ่น“ก็เพิ่งออกมาได้ไม่นานหลังจากแต่งงานกับพี่ไกรเขาน่ะ ก็อย่างที่รู้ เขาเป็นถึงระดับผู้จัดการ ถ้าฉันทำงานที่นั่นมันอาจจะดูไม่ดีในสายตาของคนอื่น..” ปิ่นกล่าวตอบคำถามของเพื่อนๆเธอ“พบรักกันที่ธนาคารว่างั้นเถอะ..” บิวตี้กล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย ไอซ์ที่เห็นว่าจะไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้ว เขาก็เอ่ยขึ้นมาด้วยเช่นกัน“ผมก็เป็นห่วงว่าจะเข้ากันไม่ได้ซะอีก เป็นเพื่อนกันสะอย่างนั้น.. ก็ดีเลย วันพรุ่งนี้ก็นัดกันไปดูเฟอร์ให้เรียบร้อยนะครับ ผมยังต้องไปจัดการเรื่องโฉนดที่ดินกับเกียรติไกรต่อในวันพรุ่งนี้.. ส่วนพี่บิวตี้ นอนพักไปนะครับ ห้ามหนีไปกับพวกเขาด้วย” ไอซ์กล่าวด้วยความสบายใจ หลายๆอย่างมันดูง่าย และลงตัวมากขึ้น จากนั้นเขาก็พูดดักพี่บิวตี้เอาไว้ก่อน เพราะเธอเป็นประเภทที่มีเรื่องสนุกจะเป็นจะตายแค่ไหนก็ต้องเข้าร่วมให้ได้“แงๆๆ ไม่ยอม เค้าไม่ยอมนะ..พอใจแกยังล่ะไอซ์” บิวตี้แสร้งทำเป็นร้องออกมาอย่างกับเด็กน้อย และมันสร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่อยู่ในห้องได้เป็นอย่างดี สาวๆต่างก็ใช้เวลาไม่นานก็หมือนกับว่าจะสนิทกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ปล่อยเกียรติไกรกับไอซ์นั่งเหงาคุยกันอยู่สองคน“เกียรติไกร ตามที่เราคุยกันเอาไว้ พรุ่งนี้จัดการเรื่องช้อปปิ้งให้เสร็จ มีมี่เองก็คงจะเคลียร์เรื่องที่ดินแล้วตอนนี้ ผู้พันก็มีส่วนช่วยในเรื่องนี้ ดังนั้นก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง.. แล้วก็ฝากดูเรื่องบริษัทเลม่อนด้วย เหมือนว่ากำลังการผลิตจะไม่เพียงพอ ถ้าต้องเพิ่มอะไรก็จัดการได้เลย..” ไอซ์กล่าวเน้นย้ำกับเกียรติไกร เพราะตอนนี้เกียรติไกรถือได้ว่ามาทำงานกับไอซ์อย่างเป็นทางการแล้ว ดังนั้นก็ต้องหางานให้กับเกียรติไกรทำบ้าง“ทราบแล้วครับคุณไอซ์ เรื่องบริษัทเลม่อนคุณไม่ต้องเป็นกังวล ที่นั่นมีบุคลากรอันทรงคุณค่าอยู่หลายท่านด้วยกัน จะเป็นห่วงก็แต่บริษัทโคมลอยที่เพิ่งก่อตั้งมาน่ะครับ ถึงมันจะเป็นฉากบังหน้าก็ควรให้มันดูสมจริงบ้าง คุณสะดวกเวลาไหนครับ..เราจะได้เริ่มจัดการปัญหาเรื่องนี้กัน” เกียรติไกรกล่าว“นั่นสินะ.. พรุ่งนี้เช้าเป็นวันจันทร์ซะด้วย ผมมีเรียนตอนช่วงเช้า ฟางฟางเองก็คงต้องไปกับผมด้วยเช่นกัน เหมือนว่าเวลาช่วงบ่ายๆจะเป็นช่วงที่สาวๆเขาจะออกไปช้อปปิ้งกันนะ นายก็ไม่น่าจะว่างอีก เอาเป็นตอนกลางคืนพรุ่งนี้ก็แล้วกัน อย่างน้อยๆก็น่าจะวางแผนอะไรได้บ้าง” ไอซ์กล่าว ตามความคิดของเขาแล้ว บริษัทดันเจี้ยนสเลเยอร์นั้นมันต่างจากบริษัทเลม่อนเอามากๆ มันเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในด้านธุรกิจ เขาจะต้องหาพนักงานเอง และพนักงานนั่นจะต้องไว้ใจได้ระดับหนึ่ง ไม่อย่างนั้นมันอาจจะสร้างหายนะให้กับเขาในภายหลังได้ ในระหว่างที่ทุกคนแยกออกเป็นสองกลุ่มอยู่นั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เรียกร้องให้ทุกคนหันไปสนใจที่ประตูทางเข้า“สวัสดีค้า.. ปอน ลูก เข้ามาช่วยแม่ถือของหน่อยสิ” แม่กัญญาเดินเข้ามาพร้อมกับข้าวของรุงรังไปหมด และทั้งหมดนั้นต่างก็เป็นวัตถุดิบที่เธอจะทำอาหารในเย็นวันนี้ตามที่ตั้งใจเอาไว้“ค่ะคุณแม่..” ปังปอนที่เห็นอย่างนั้นก็เดินเข้าไปถือของช่วยคุณแม่ของตนเอง หลินฟางฟางก็มีน้ำใจเข้าไปช่วยแม่เพื่อนสาวอีกด้วย และแน่นอนว่ามันสร้างความตกใจให้กับแม่กัญญาเอามากๆ“อ๊ายยยย! น้องหลินฟางฟาง.. ตัวจริงเหรอเนี่ย พี่สาวขอถ่ายรูปด้วยหน่อยสิ..” กัญญากล่าวอย่างตื่นเต้น พี่แป้งพี่สาวของปังปอนที่ได้ยินชื่อของหลินฟางฟางจากปากแม่ก็เป็นไปอีกคน ของที่เธอถือมาต่างก็ปล่อยออกมาจากมือ ก่อนจะเลื่อนโทรศัพท์เตรียมเข้าไปถ่ายรูปทันที“ไหนๆ น้องหลิน...อ๊ายย ฉันเป็นแฟนคลับของคุณค้า ขอถ่ายรูปด้วยคนนะคะ..” พี่แป้งกล่าว ปังปอนที่เห็นอย่างนั้นก็ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอชินแล้วกับเรื่องอย่างนี้ของครอบครัว“จะถ่ายปอนก็ไม่ว่าหรอกนะคะคุณแม่ พี่แป้ง แต่ช่วยกันขนของเข้าครัวก่อนดีไหม..” ปังปอนกล่าวอย่างหนักใจ ไอซ์ที่เห็นอย่างนั้นก็สะกิดให้เกียรติไกรลุกขึ้นยืนพร้อมกับไอซ์ เพื่อที่จะได้เข้าไปช่วยปังปอนถือของ“ปล่อยคุณแม่กับพี่แป้งไปเถอะครับ เดี๋ยวทางนี้พวกผมจัดการกันเองได้ครับ ปอนไปนั่งพักตรงนั้นกับพวกพี่ครีมก่อนก็ได้นะครับ...” ไอซ์กล่าวอย่างสุภาพบุรุษ ก่อนจะชี้ให้เธอไปพักผ่อนกับพวกพี่สาวที่กำลังทำหน้าอึ้งๆ เหมือนเจอผีอย่างไรอย่างนั้น ปังปอนที่เห็นว่าบรรยากาศตรงที่สามพี่สาวนั้นแปลกๆไป เธอจึงตัดสินใจที่จะช่วยไอซ์ถือของจะดีกว่า“ไม่เป็นไรค่ะ ปอนว่าพวกพี่เขาดูแปลกๆไปนะคะ.. ปอนว่าปอนช่วยไอซ์ถือของดีกว่า” ถึงไอซ์จะไม่เข้าใจว่าพวกพี่สาวนั้นเป็นอะไร แต่เขาก็พยักหน้าให้กับปังปอน แบ่งของที่เบาที่สุดให้กับเธอถือสักสองสามชิ้น จากนั้นพวกเขาทั้งสามก็มุ่งตรงที่ครัว ก่อนจะได้ยินเสียงดังจากปากของบิวตี้ด้วยความตกใจ“ยัยแป้ง!!!!...” บิวตี้กล่าว“เอ๊ะ! อ่าว...นั่นมันยัยบิวตี้จอมจุ้น.. ยัยครีมจอมงก แล้วก็ยัยปิ่นขี้แยนี่นา พวกเธอมาทำอะไรกันที่นี่” แป้งกล่าวออกมาอย่างสงสัย เธอทำหน้างงเหมือนกับว่าทั้งหมดนี้คือความฝัน“ฉันต่างหากที่ควรถามแก แกเป็นพี่สาวของน้องปอนเหรอ.. โลกอะไรมันจะกลมปานนั้น” ครีมกล่าวถาม แต่ดูเหมือนว่าแป้งไม่ได้มีทีท่าสนใจพวกเธอมากนัก นอกจากนี้ยังหันกลับมาพูดกับพวกเธออีกว่า“พวกแกรออยู่ตรงนั้นก่อนนะ ห้ามไปไหน ฉันขอถ่ายรูปกับน้องหลินก่อน ..คุณแม่! คุณแม่ถ่ายไปเยอะแล้วนะ ตาหนูบ้างสิ!...” แป้งกล่าวพร้อมกับเข้ายึดแย่งพื้นที่กับแม่ของตัวเองที่กำลังทำท่าอย่างน่ารัก และแน่นอนว่าใบหน้าของหลินฟางฟางในตอนนี้ก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆออกมา“เรียกใครว่าแม่! เรียกพี่สาวสิยะ ยัยลูกคนนี้นี่...” แม่กัญญาหันกลับมาพูดสวนใส่ลูกสาวคนโต ก่อนจะกลับไปโพสต์ท่าตามเดิม“รู้ละ ว่ายัยแป้งมันได้ใครมา... เฮ้อ เหมือนกันอย่างกับแกะ” สามสาวส่ายหน้าพร้อมกัน..