จะว่าไปเดิมทีพลังเวทมันเป็สิ่งที่ลดลงได้รึเปล่าหว่า......? ถึงจะไม่เคยััได้เลยมาจนถึงตอนนี้ก็เถอะก่อนหน้านี้ลินเซ่ก็บอกว่าพลังเวทของผมมีเยอะมาก เพราะแบบนั้นรึเปล่านะ
ยังไงก็ตามผมเดินเข้าไปหาวงเวท แล้วใช้ฝ่ามือััหน้าผากของเสือขาว โอ้ นุ่มนิ่มจัง
“ปล่อยให้พลังเวทไหลไปแบบนี้เลยใช่ไหม?”
‘ถูกต้องถ่ายมารวดเดียวเลย ขอดูพลังเวทของเ้าหน่อยเถอะ อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ถ้าพลังเวทเหือดแห้งจนล้มลงไปล่ะก็ จะไม่มีการทำพันธะสัญญาเด็ดขาด’
อืมไม่ได้อยากทำพันธะสัญญาถึงขนาดนั้นด้วยสิถ้าระหว่างที่ทำรู้สึกไม่ดีก็ค่อยหยุดละกัน ไม่อยากล้มลงไปด้วยแหละ
“ดีล่ะงั้นก็ลุยล่ะนะ?”
ผมรวบรวมพลังเวทแล้วปล่อยให้ไหลไปทางเ้าเสือผ่านทางฝ่ามือ อืม ไม่ได้มีความรู้สึกแปลก ๆ แฮะ
‘หืม......นี่มัน......อะไรกันแก่นแท้ของพลังเวทที่บริสุทธิ์แบบนี้......!?’
เ้าเสือพูดอะไรบางอย่างจะว่าไปลินเซ่เองก็พูดทำนองนั้นเหมือนกันนี่นา เอาเถอะ ช่างมัน ดูท่าจะไม่เป็ไรถ่ายไปรวดเดียวเลยละกัน ผมเพิ่มระดับการถ่ายพลังเวทให้เ้าเสือในพรวดเดียว
‘ฮึ่ม......!อะ อะไรกัน!?’
หืมไม่เข้าใจััที่ว่าพลังเวทลดลงจริง ๆ ด้วยแฮะต้องถ่ายออกไปให้มากกว่านี้อีกสินะ?
ผมเพิ่มระดับขึ้นไปอีก
‘อุ๊บ......นะนี่มัน......เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน......!’
ไม่เข้าใจจริงๆ ด้วยแฮะ เพิ่มไปอีกละกัน
‘ชะ......ช้าก่อน......ถ้ามากไปกว่านี้......อั่ก......!’
เพิ่มไปอีก......อ๊ะ รู้สึกเหนื่อยขึ้นมานิดหนึ่งแล้วนี่คือััที่เรียกว่าพลังเวทลดลงสินะ
‘......พอได้แล้ว......ขอร้อง......!’
“คุณโทยะ!”
ผมรู้สึกตัวเพราะเสียงของยูมิน่าแล้วมองไปที่เ้าเสือตรงหน้าปรากฏว่าร่างของมันกำลังชักกระตุก มีฟองฟอดออกมาจากปาก และตาขาวเหลือกไปเรียบร้อยถึงมันจะยังยืนอยู่ด้วยขาที่สั่นพั่บ ๆแต่ก็รู้สึกได้ว่าการที่ผมยังไม่ถอนมือออกจากหัวของมันนี่เองที่เป็การบังคับให้มันยืน
พอผมลนลานเลิกถ่ายพลังเวทชักมือกลับมา เ้าเสือก็โซเซแล้วล้มลงไปบนพื้น
“อ้าว?”
รู้สึกอาการจะไม่ดีแฮะแบบนี้ใช้เวทรักษาให้ดีกว่าไหมนะ?ชักกระตุกจนลิ้นห้อยออกมาเลยนะนั่น
“【แสงเอ๋ยจงมาจงเยียวยาอย่างสงบ เคียวฮีล】”
ยังไงก็รักษาก่อนละกันพอดวงตาของเสือขาวกลับมามีแววตาได้ในที่สุด มันก็ลุกขึ้นแบบโซเซ แล้วเดินมาทางผม
‘......ขอถามอะไรสักอย่าง......จากปริมาณพลังเวทเมื่อกี้ ในตัวก็ยังมีอยู่อีกเหลือเฟือเลยสินะ?’
“หือ? เอ่อจะว่าเหลือเฟือมันก็ควรบอกว่าลดลงไปแค่นิดเดียวมากกว่า จะว่าไป อ้าว? ฟื้นฟูแล้วมั้งเนี่ย”
‘อะไร......!’
เ้าเสือถึงกับพูดไม่ออกงั้นเหรอ การที่ผมไม่รู้สึกถึงการใช้พลังเวทเลยเป็เพราะมันฟื้นฟูไปก่อนนี่เองสินะ เข้าใจได้ซะที
“แล้วเื่พันธะสัญญาล่ะ......”
‘......ขอทราบชื่อหน่อยได้ไหม?’
“? โมจิซึคิ โทยะ อ๊ะ ชื่อคือโทยะ นะ”
พอหันไปมองด้วยท่าทางประหลาดใจที่เ้าเสือเปลี่ยนน้ำเสียงอย่างกะทันหันก็เห็นว่าเ้าเสือกำลังก้มหัวอย่างสงบอยู่
‘ท่านโมจิซึคิโทยะ ข้าได้ประจักษ์แล้วว่าท่านเหมาะสมที่จะเป็นายแห่งข้าได้โปรดทำพันธะสัญญานายบ่าวกับผมด้วยเถอะครับ’
โอ้ได้เสือขาวมาเป็พวกพ้องแล้ว
“พันธะสัญญาเนี่ยต้องทำยังไงบ้างล่ะ?”
‘ตั้งชื่อให้ผมสิ่งนั้นคือหลักฐานของพันธะสัญญาครับและมันจะกลายเป็ลิ่มที่ตอกตัวตนของผมไว้กับโลกนี้’
“ชื่อเหรอ......อืม......”
เสือเสือขาว นั่นสินะ......
“โคฮาคุที่แปลว่าสีอำพันเป็ไง”
‘โคฮาคุ?’
“เขียนแบบนี้”
ผมเขียนคำว่า“โคฮาคุ” บนพื้นดินให้ดู
“ตรงนี้คือเสือแล้ว ตรงนี้คือสีขาว และที่อยู่ข้าง ๆ นี่มีความหมายว่าาาไงล่ะ1”
‘พยัคฆ์ขาวที่ยืนอยู่เคียงข้างราชันเป็ชื่อที่เหมาะสมกับผมจริง ๆ ขอบคุณมากครับนับจากนี้ไปโปรดเรียกผมว่าโคฮาคุด้วยครับ’
ดูเหมือนการทำพันธะสัญญาจะเสร็จสมบูรณ์แล้วโคฮาคุค่อย ๆ เดินออกมาจากวงเวท จนข้ามมาฝั่งนี้ได้ในที่สุด
“สุดยอดเลยค่ะคุณโทยะ...... ทำพันธะสัญญากับ ‘จักรพรรดิพิสุทธิ์’ ได้ด้วย......”
‘สาวน้อยเอ๋ยตอนนี้ฉันไม่ใช่ “จักรพรรดิพิสุทธิ์” แล้ว ช่วยเรียกว่าโคฮาคุทีนะ’
“อ๊ะค่ะ คุณโคฮาคุ”
โคฮาคุพูดกับยูมิน่าที่พึมพำด้วยความอึ้งว่า“จักรพรรดิพิสุทธิ์” อีกครั้ง ส่วนข้างหลังของยูมิน่า
เ้าหมาป่าเงินซิลเวอร์ยังกลัวอยู่เลยพอรู้สึกถึงสายตาของโคฮาคุ มันก็ลนลานหายเข้าไปในเงาของยูมิน่าทันที
‘เ้านายเอ๋ยขออะไรสักอย่างได้ไหมครับ’
“อะไรล่ะ?”
‘โปรดอนุญาตให้ผมมีตัวตนอยู่ทางนี้ตลอดเวลาด้วยเถอะครับ’
“? หมายความว่าไงเหรอ?”
‘ปกติแล้วเวลาที่ผู้ใช้เรียกพวกเราออกมาจำเป็ต้องใช้พลังเวทของผู้ใช้ในการคงสภาพตัวตนน่ะครับ ดังนั้นถ้าหากคงสภาพตัวตนไปเรื่อย ๆ พอพลังเวทหมดพวกเราก็จะหายตัวไปจากโลกนี้ในที่สุดนี่คือเื่ปกติ แต่ว่า พลังเวทของเ้านายแทบไม่ได้ลดลงจากเมื่อกี้เลยถ้าเป็แบบนี้ต่อให้ผมคงสภาพตัวตนอยู่ที่โลกฝั่งนี้ก็คิดว่าไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ’
อ๋อคงเพราะปริมาณพลังเวทที่ฟื้นฟูตามธรรมชาติของผมมันมากกว่าปริมาณพลังเวทที่โคฮาคุใช้ในการคงสภาพตัวตนสินะ เอาเถอะถ้าไม่ได้ทำให้เดือดร้อนผมก็ไม่ขัดข้องหรอก แต่ว่า......
“ก็ไม่ขัดข้องเื่ที่จะคงสภาพตัวตนไว้ตลอดหรอกนะแต่การเอาเสือั์ไปเดินวนเวียนอยู่ในเมืองนี่มันออกจะ......”
‘หืม......ถ้างั้นจะแปลงร่างละกันครับ’
“เอ๋?”
พอพูดไม่ทันขาดคำป๊อง โคฮาคุก็แปลงร่างเป็ลูกเสือไปเรียบร้อยแล้ว ทำเื่แบบนั้นได้ด้วยเหรอ
ขนาดก็ประมาณหมาพันธุ์เล็กแขนขาสั้นป้อม หางเองก็ป้อม ๆ จิตคุกคามติดลบ 100% ความน่ารักบวก 100%
น่ารักมากซะจนเผลอยกขึ้นมากอดเลยทีเดียวอ๊าาา นุ่มเป็บ้าเลย โล่งอกจากใจจริงเลยที่อัญเชิญได้โคฮาคุมาตอนนี้ผมรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ
‘ถ้าเป็ร่างนี้ล่ะก็คิดว่าคงไม่สะดุดตาแล้วนะครับ’
โอ้พูดได้ด้วย ความน่ารักยิ่งเพิ่มขึ้นอีก
“เื่ไม่สะดุดตามันก็ไม่สะดุดอ่ะนะแต่ว่าเอาเถอะ คงไม่เป็ไรมั้ง”
‘ขอบคุณมากครับถ้างั้นจะอยู่ในร่างนี้- อุ๊บ!?’
“กรี๊ด── น่ารักจัง──────!!”
ยูมิน่าฉกโคฮาคุไปจากมือของผมแล้วกอดซะแน่นเลยทางโคฮาคุเองก็ตะเกียกตะกายเงยหน้าที่โดนกดลงไปขึ้นมา
‘เดี๋ยวเดี๋ยวเถอะปล่อยนะ! นี่มันอะไรกันเนี่ยเ้านาย!?’
“อ๊ะยังไม่ได้แนะนำตัวสินะคะ ฉันชื่อยูมิน่า เป็เ้าสาวของคุณโทยะค่ะ”
‘ภรรยาของเ้านาย!?’
ไม่เคยคิดเลยแฮะว่าจะได้เห็นเสือทำหน้าใว่าแต่ ยังไม่ใช่เ้าสาวซะหน่อย
โคฮาคุยังคงถูกยูมิน่าลูบๆ คลำ ๆ ต่อไปอีกพักหนึ่ง ถึงจะเหนื่อยหน่ายเต็มทน แต่ก็ยังอดทนได้อยู่แฮะ
การที่โคฮาคุไม่ต่อต้านสาวน้อยที่ประกาศตัวว่าเป็ภรรยาของเ้านายคงเพราะรู้สึกผิดสินะพอผ่านไปซักพักถึงได้เลิกต่อต้าน แล้วปล่อยเลยตามเลย
ไม่นานต่อมาระหว่างที่ยูมิน่ากำลังมีความสุขกับความนุ่มนิ่ม พวกเอลเซ่ก็ปรากฏตัวแล้วก็กลายเป็สถานการณ์เหมือนยูมิน่าเมื่อกี้จนได้ แถมคราวนี้โดนลูบ ๆ คลำ ๆสามเท่าเลยด้วย
‘จะเ้านาย! ช่วยทำอะไรซักอย่างทีเถอะ!’
“อดทนไว้อยู่นิ่ง ๆ แบบนั้นแหละ”
‘อะไรกัน!’
ด้วยเหตุนี้พวกผมจึงได้พวกพ้องใหม่มา หรือที่เรียกอีกอย่างว่า มาสคอต นั่นเอง
พอทุกคนพอใจกับความนุ่มนิ่มกันเรียบร้อยแล้วผมเองก็เลยเอาบ้าง
ผมเงยหน้ามองท้องฟ้าพลางฟังเสียงกรีดร้องของโคฮาคุวันนี้ก็อากาศดีจังเลยน้า
พระเ้าก็ยังอยู่บนท้องฟ้าทุกสรรพสิ่งบนโลกก็ยังคงสงบสุข
