ตอนที่ ๑
เขตชายแดนทางตะวันตกของแคว้นเกิดาั้แ่ราชวงศ์ก่อนจนมาถึงราชวงศ์ปัจจุบันเป็าที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงอย่างที่คิด
“พวกเ้านำทัพไปทางตะวันออกส่วนเ้าไปทางเหนือ ส่วนข้าจะไปทางใต้”
“ขอรับท่านแม่ทัพ”
ปัจจุบันกองทัพทหารมีแม่ทัพใหญ่นามว่าหลี่เฟยเย่ เป็ผู้คอยออกคำสั่งแก่เหล่าทหารมากมายศึกครั้งนี้มันช่างยาวนานนักสำหรับเขานี่มันก็ผ่านมาเกือบจะสองปีแล้วที่เขาออกมารบกับข้าศึก
หลี่เฟยเย่หากคิดว่าศึกครั้งนี้เขาควรจะรีบยุติสักทีหากนานกว่านี้เขาคิดว่าคงไม่ดีเป็แน่ เฟยเย่ลอบเข้าไปตอนกลางดึกหรือ*ยามจื่อเขาเก่งเื่วรยุทธยิ่งกว่าผู้ใดการลอบเข้าไปสังหารใครสักคนคงไม่ใช่เื่ที่ยากเย็นสำหรับเขา
ฉึบ...เสียงของคมดาบถูกสะบั้นเข้าที่คอของฝ่ายศัตรูจนขาดออกจากร่างเฟยเย่หยิบถือหัวของศัตรูขึ้นมาด้วยความภาคภูมิใจ
“ในที่สุดานี้ก็จบสักที”
หลังจากทำการลอบสังหารกองทัพของฝ่ายแม่ทัพหลี่เฟยเย่ก็เป็ฝ่ายชนะศึกครั้งนี้หัวที่ถูกฟันขาดนั้นเป็สิ่งยืนยันชัยชนะครั้งนี้เพราะมันเป็หัวของผู้นำฝ่ายศัตรู
แม่ทัพหลี่พร้อมกับทหารนับหมื่นนายยกทัพกลับไปยังวังหลวงหมายทูลกับฮ่องเต้ว่าฝ่ายตนเป็ฝ่ายชนะศึก
“ฝ่าา...แม่ทัพหลี่ขอเข้าเฝ้า....”กงกงคนสนิทเอ่ย
“ให้เข้ามาได้”
หลังจากกลับมาถึงวังหลวงเฟยเย่รีบเข้าเฝ้าพร้อมกับนำผลงานชิ้นเอกถวายแก่ฮ่องเต้
“ครั้งนี้เ้าไม่ได้ทำให้ข้าผิดหวังเลย...แม่ทัพหลี่ลำบากเ้าจริงๆ ข้าไม่รู้ว่าจะกล่าวชมเ้ายังไงดีชัยชนะครั้งนี้เ้ามีผลงานดีขนาดนี้ข้าจะตบรางวัลให้เ้าเ้า้าสิ่งใดบอกข้าได้ข้าจักหามาให้กับเ้า”
“ขอบพระทัยฝ่าากระหม่อมไม่้าสิ่งใดที่กระหม่อมทำนั้นล้วนเป็หน้าที่”
เื่สิ่งของรางวัลเฟยเย่ไม่้าอีกแล้วที่จวนของเขามีแทบจะทุกอย่างไม่เคยขาดเหลืออันใดเสียแต่ว่าเขายังไม่ มีฮูหยิน...หรือกล่าวอีกอย่างเฟยเย่ยังไม่มีเมียนั่นเอง
ฮ่องเต้ได้กล่าวกับหลี่เฟยเย่อยู่นานพอสมควรเป็เื่สำคัญสำหรับหลี่เฟยเย่
“พรุ่งนี้ข้าจะมีราชโองการไปให้เ้า”
“ขอบพระทัยฝ่าากระหม่อมขอทูลลา...”
วันต่อมาฮ่องเต้จึงมีราชโองการไปถึงวังหลังโดยกงกงผู้สนิทของฮ่องเต้เป็นำราชโองการไป
“พระสนมฉางจ้ายมีราชโองการเพคะ”นางกำนัลคนสนิทกล่าวบอกผู้เป็นายก่อนที่พระสนมจะรีบเดินออกมาหน้าตำหนักพร้อมกับนั่งคุกเข่ารับราชโองการ
“รับราชโองการ........พระสนมฉางจ้ายฝ่าามีพระประสงค์ให้องค์ชายซิ่วเหออภิเสกสมรสกับแม่ทัพหลี่เฟยเย่”หลังจากที่ได้ฟังกงกงพูด พระสนมฉางจ้ายถึงกับเงยหน้าขึ้นไปมองกงกง ก่อนจะรับราชโองการมาถือในมือ
“ขอบพระทัยฝ่าา”
พอกงกงเดินจากไปพระสนมฉางจ้ายก็แทบเป็ลมล้มทั้งยืนแต่ยังดีที่นางกำนัลสามารถรับได้ทันเวลา
“พระสนมเพคะ!! พระสนม....”
“ฝ่าา.....ฝ่าาเหตุใดถึงทำกับหม่อมฉันอย่างนี้”
ประทานอภิเษกสมรสให้กับบุตรชายของนางหากคนที่ให้แต่งงานด้วยกับเป็บุรุษ...แบบนี้จะไม่ให้นางเป็ลมได้อย่างไร
“พระสนมเพคะ....รีบๆไปเอายาหอมมาเร็วเข้า”
เหล่านางกำลังคนรับใช้กับขันทีรีบพาพระสนมฉางจ้ายเข้าไปพักภายในตำหนักทั้งพัดแล้วก็ยาหอมไม่นานพระสนมฉางจ้ายก็เริ่มรู้สึกตัว
“พระสนมเพคะ...”นางกำนัลเข้าไปช่วยพยุงพระสนมนางให้ลุกขึ้นนั่ง
“ทำไมกัน...อึกฝ่าาถึงทำกับข้าเช่นนี้ หือๆ...”
“พระสนมเพคะอย่าเสียพระทัยเลยเพคะ...”
“ถ้าจะให้ซิ่วเหอแต่งงานกับบุรุษสู้ให้ข้าถูกปะาเสียดีกว่า หือๆ...”
แน่นอนว่าการแต่งงานกับบุรุษนั้นยากจะรับได้แต่ก็มิใช่ว่าจะไม่มีเื่แบบนี้เพราะบุรุษบางคนก็สามารถมีบุตรได้
พระสนมฉางจ้ายนางเป็พระสนมหางแถวแถมยังถูกดูิ่จากพระสนมองค์อื่นทั้งนางแล้วก็บุตรชายของนางล้วนถูกกลั่นแกล้งอยู่ทุกครั้งเื่เช่นนั้นนางรับได้แล้วก็ทนมันได้ แต่เื่พระราชทานสมรสนี้นางมิสามารถทนได้เหตุ ใดฮ่องเต้ถึงมีรับสั่งเช่นนี้ ไม่เคยมาใส่ใจดูแลแล้ว แถมยังรับสั่งเื่แต่งงานเช่นนี้นางสนมคนอื่นคงนั่งหัวเราะนางเป็แน่เสีย
จวนสกุลหลี่ทางนี้ก็มีราชโองการมาถึงเช่นกันทุกคนภายในจวนต่างรับรู้แล้วจัดเตรียมงานทันทีเพราะอีสามวันก็จะมีพิธีมงคลเกิดขึ้นภายในจวนแห่งนี้
“เฟยเย่...เ้ารับได้หรือ”
“ท่านแม่...ข้ารับได้ถึงข้ารับมิได้ก็มิอาจขัดราชองค์ของฮ่องเต้ได้ขอรับ”
“ถ้าเ้าคิดอย่างนั้นแม่ก็มิมีอะไรจะกล่าวกับเ้าอีกแล้ว”
ห้องเครื่องในวังหลวงอบอวนไปด้วยกลิ่นอาหารหลากรส และอาหารทุกอย่างถูกจัดขึ้นด้วยฝีมือขององค์ชายก้นครัวและองค์ชายผู้นี้ก็เป็บุตรของพระสนมฉางจ้าย
“องค์ชายเพคะ.....องค์ชาย...”นางกำนัลคนสนิทของ พระสนมฉางจ้ายรีบวิ่งเข้ายังห้องเครื่อง
“เ้ามีเื่อันใดหรือถึงวิ่งมาเช่นนี้”องค์ชายเอ่ยถามนางกำนัลที่มาเรียกถึงปากจะพูดอยู่แต่มือยังมิวางการทำอาหาร
“พระสนมฉางจ้ายให้หม่อมฉันมาตามองค์ชายเพคะ”
“เกิดกระไรขึ้นกับเสด็จแม่ข้า...”
ยังไม่ทันจะรอฟังคำตอบของนางกำนัลผู้นั้นองค์ชายรีบวิ่งจากห้องเครื่องมายังตำหนักของพระสนมฉางจ้ายโดยเร็ว
“เสด็จแม่...”
“ซิ่วเหอ...หือๆ”
“เกิดกระไรขึ้นเหตุใดเสด็จแม่ข้าถึงร้องไห้” องค์ชายเอยขึ้นพร้อมกับหันไปหานางกำนัลสองคน
“ซิ่วเหอ...แม่กับลูกไปทำกรรมเช่นใดไว้ทำไม์ถึงลงโทษข้ากับลูกเช่นนี้ หือๆ...”
“เสด็จแม่....”
พระสนมยื่นราชโองการให้กับองค์ชายซิ่วเหอเขารับราชโองการนั้นมาอ่านสุดท้ายแล้วก็ต้องรู้สึกโกรธฮ่องเต้ขึ้นมาทันทีก่อนจะเขวี้ยงราชโองการลงไปกระทบกับพื้น
“เสด็จแม่...นี่มันกระไรกันพะยะค่ะพระราชทานสมรสนี้...”
“อึก...หือๆ...”
“เสด็จแม่....เื่นี้ลูกไม่ยอมลูกจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้!”
ไม่ทันจะได้หักห้ามบุตรชายของตัวเององค์ชายซิ่วเหอรีบเดินตรงไปหาฮ่องเต้และตอนนี้ฮ่องเต้กำลังทรงงานอยู่ที่ตำหนัก
“ข้ามาเข้าเฝ้าฮ่องเต้...”
แม้ซิ่วเหอจะบอกกับองครักษ์ไปอย่างนั้นก็ไม่มีทีท่าจะได้เข้าเฝ้า
“ข้างนอกเอะอะอันใดกัน...”ฮ่องเต้เอ่ยขึ้น
“ทูลฝ่าา....องค์ชายซิ่วเหอมาขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ทันทีก่อนจะวางฎีกาลงตรงหน้าเขาคิดไว้อยู่แล้วว่าต้องมีเหตุการณ์แบบนี้และก็รู้ว่าต้องมีคนไม่พอใจกับราชโองการ
“ให้เขาเข้ามา...”
ซิ่วเหอได้รับคำสั่งให้เข้าเฝ้าเขารีบเดินเข้ามาพร้อมกับยืนประชันหน้ากับฮ่องเต้โดยมิกลัวอันใดเลยสักนิด
“ฝ่าา...เหตุใดฝ่าาถึงทำเช่นนี้กับข้าและเสด็จแม่....”
“ซิ่วเหอ...หากเ้าใจเย็นลงเมื่อใดค่อยมาพูดกับข้าอีกครั้งถ้าเ้ายังใช้อารมณ์อยู่แบบนี้ข้าพูดอันใดไปเ้าก็ไม่ฟังอยู่ดีข้าพูดถูกหรือไม่...”
“ฝ่าา...จะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไรในเมื่อข้าต้องแต่งงานกับบุรุษเช่นนี้ทุกวันนี้ข้ากับเสด็จแม่ยังถูกผู้อื่นดูถูกยังไม่พองั้นหรือ...ฝ่าาถึงทำกับข้าเช่นนี้”
“ราชโองการก็ออกไปแล้วเ้าจะคล่ำควรอันใดกัน กลับไปเตรียมตัวเถิด...”แม้จะเอ่ยไปอย่างนั้นภายในใจก็รู้สึกเศร้าโศกเสียใจกับเื่นี้แต่หากทำไปเพราะเขารักลูกชายผู้นี้มากกว่าผู้ใด
“ข้าไม่แต่ง! ยังไงข้าก็ไม่แต่ง!!”
“ถ้าเ้ายืนกรานเช่นนั้น....ทหารนำตัวองค์ชายซิ่วเหอคุมขัง!!”
ซิ่วเหอถูกจับขังในคุกหลวงเื่นี้ดังไกลไปถึงตำหนักของพระสนมฉางจ้ายนางได้ยินว่าบุตรของตัวเองถูกฮ่องเต้จับคุมขังจึงรีบมา
“ซิ่วเหอ..เ้าเป็อย่างไรบ้างทำไมฮ่องเต้รับสั่งขังเ้า”นางพูดขึ้นด้วยความเป็ห่วงบุตรชายหากสงสัยว่าเหตุใดฮ่องเต้ถึงได้ทำเช่นนี้ หรือซิ่วเหอจะทำให้ฮ่องเต้พิโรธ
“ลูกบอกฝ่าาไปว่าลูกจะไม่แต่งงาน...”
“ทำไมเ้าทำแบบนี้เ้ารู้ไหมว่าขัดราชโองการมีโทษถึงตาย...”
“ข้ารู้แต่เสด็จแม่มิต้องเป็ห่วงข้าถึงข้าต้องตายก็ไม่เสียดายชีวิต ดีกว่าเสียศักดิ์ศรีไปแต่งงานกับบุรุษ”
“เ้าพูดเช่นนั้นได้อย่างไรกันถ้าเ้าตายไปแล้วแม่จะอยู่ได้อย่างไรเ้ายอมแต่งงานเพื่อแม่ได้ไหมประเดี๋ยวแม่จะไปทูลฮ่องเต้ให้...”
ด้วยความเป็ห่วงบุตรชายพระสนมฉางจ้ายจึงรีบไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ถึงจะเสียศักดิ์ศรีแต่ก็ดีกว่าเสียบุตรชายไป เพราะเหตุนั้นนางจึงยอมมิได้
“พระสนมฉางจ้ายของเข้าเฝ้า.....”
“ให้เข้ามา...”
“ฝ่าา....อึก”พระสนมรีบคุกเข่าต่อหน้าของฮ่องเต้
“นี่เ้าจะทำกระไรของเ้ารีบลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!!”
“ฝ่าา...โปรดอภัยให้ลูกของหม่อมฉันด้วยเพคะ..หือๆอึก...ที่เขาทำไปก็เพราะ....”
“ข้าบอกให้เ้าลุกขึ้น....”พระสนมฉางจ้ายรีบทำตามทันทีนางลุกขึ้นพร้อมใช้มือเช็ดน้ำตา“ที่ข้าสั่งขังซิ่วเหอก็เพราะข้าอยากจะดัดนิสัยของเขาก็เท่านั้น”
“แล้วเื่พระราชทานสมรสฝ่าาคิดอย่างถึงให้ ซิ่วเหอแต่งกับท่านแม่ทัพหลี่ แม้จะมีกฎหมายที่ถูกต้องแต่หม่อมฉันก็รับไม่ได้ที่ลูกของหม่อมฉันต้องแต่งงานกับบุรุษด้วยกัน”
“เื่นี้ข้าไตร่ตรองเห็นว่าสมควรเ้าเองก็ควรยินดีกับซิ่วเหอมิใช่รึ...”
“หม่อมฉัน....”
“เอาหล่ะข้าไม่อยากกล่าวอันใดให้มากความเ้ารีบกลับไปเตรียมตัวให้ซิ่วเหอเถิด”
“เพคะฝ่าา...หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ”
พอถึงวันที่สามก็เป็งานพระราชทานสมรสขององค์ชายซิ่วเหอกับแม่ทัพหลี่เฟยเย่ขบวนเกี้ยวเดินทางพร้อมส่วนซิ่วเหอถูกปล่อยแล้วโดนจับมาส่วมชุดแต่งงานอย่างสมเกียรติระหว่างนำขบวนเกี้ยวเดินทางไปยังจวนของแม่ทัพหลี่มีทหารและองครักษ์คอยคุ้มกัน เพื่อไม่ให้ซิ่วเหอหนีการแต่งงานครั้งนี้
“ชูเฉียง...”ซิ่วเหอเปิดหน้าต่างออกแล้วเรียกขันทีคนสนิทระหว่างเดินทาง
“พะยะค่ะองค์ชาย”
“ทำไมข้าต้องขึ้นเกี้ยวด้วยแบบนี้ก็เหมือนกับว่าข้าถูกแต่งเข้าจวนของ...โอ๊ย!! ข้าจะหนีงานแต่งงานครั้งนี้...”
“หนีไม่ได้พะยะค่ะ...องครักษ์หนาแน่นเกินไป...”
ถึงแม้ซิ่วเหอคิดจะหนียังไงหรือใช้กลอุบายแบบไหนก็ไม่สามารถหนีไปได้เขาต้องจำใจนั่งอยู่ในเกี้ยวขบวนจนมาหยุดอยู่ที่หน้าจวนหลี่
“องค์ชายถึงแล้วพะยะค่ะ” ซิ่วเหอรีบลงจากเกี้ยวทัน ทีก่อนจะหันไปมองคนผู้นั้น ผู้ที่เขาต้องตบแต่งด้วยในวันนี้ซิ่ว เหอทำหน้าไม่พอใจก่อนจะรีบเดินเข้าไปภายในจวน