ลี่จูกับิซื่อวางงานในมือลง พลางเดินตามหลังพี่เหมยฟางไปล้อมวงทานอาหารกับทุกคน
ลี่จูนั่งลงข้างบิดา นางส่งยิ้มให้กับบิดาและคนอื่น ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส "บะหมี่น้ำดูหอมน่ากินจังเลยเ้าค่ะ"
จางซ่งเหลียนยกมือขึ้นลูบหัวบุตรสาวด้วยความรัก พลางกล่าวด้วยความเอ็นดู "ลองกินดูสิลี่เออร์ แต่ก่อนพ่อเห็นเ้าชอบทาน วันนี้พ่อเลยให้เหมยเซียงเหมยฟางซื้อบะหมี่มาทำให้เ้าและทุกคนได้ทานกัน"
จางซ่งเหลียนไม่ใช่คนจำพวกตระหนี่แต่อย่างใด เมื่อพอมีเงินจากการแสดงเข้ามาเหลือพอที่จะซื้อของพวกนี้ได้ เขาก็อยากให้บุตรสาวและลูกน้องทุกคนได้ทานของดีๆบ้าง ถึงแม้จะไม่บ่อย แต่ก็ถือว่าไม่แย่จนเกินไป
"เ้าค่ะ"
ลี่จูยกยิ้มให้กับบิดา นางยกถ้วยบะหมี่น้ำขึ้นมาถือไว้ ก่อนใช้ตะเกียบคีบเส้นบะหมี่สีเหลืองนวลขึ้นมาทาน รสชาดนุ่มลิ้นจากเส้นบะหมี่ไข่บวกกับความหวานของน้ำปรุงจากโครงกระดูกไก่ติดอยู่ที่ลิ้นนาง ลี่จูค่อยๆเคี้ยวเส้นบะหมี่อย่างระมัดระวัง ก่อนกลืนลงท้อง นางยกถ้วยบะหมี่น้ำขึ้นซดน้ำปรุงให้คล่องคอ พลางคีบบะหมี่กินต่อด้วยความเอร็ดอร่อย
"ลี่เออร์เ้า้าผู้ช่วยทำลูกอมเพิ่มหรือไม่" จางซ่งเหลียนกล่าวถามบุตรสาว
ลี่จูเงยหน้าขึ้นจากถ้วยบะหมี่น้ำ พลางกล่าวตอบ "ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านพ่อ ข้ามีพี่ิซื่อกับพี่สาวทั้งสองคอยช่วยเหลือแล้วเ้าค่ะ อีกอย่างของที่ข้าเตรียมก็ใกล้เสร็จแล้วและเหลืออีกไม่กี่ขั้นตอนก็จะแล้วเสร็จเ้าค่ะ"
"อืม หากขาดเหลือสิ่งใดให้รีบมาแจ้งกับพ่อ" จางซ่งเหลียนกล่าวเน้นย้ำกับบุตรสาวด้วยความเป็ห่วง เพราะการทำลูกอมเป็สินค้าชิ้นแรกที่บุตรสาวลองทำขาย ดังนั้นเขาที่เป็บิดาจึงรู้สึกเป็ห่วงอยู่มาก อีกทั้งนางยังเด็กอยู่ด้วย
"เ้าค่ะ"
เมื่อเห็นว่าบิดาไม่กล่าวสิ่งใดกับนางต่อ ลี่จูจึงก้มหน้ากินบะหมี่น้ำต่อจนหมดชาม จากนั้นจึงดื่มน้ำชาดอกเหลียนฮวาเพื่อล้างปาก
แต่ก่อนคณะของท่านพ่อจะดื่มเพียงน้ำต้มสุกเท่านั้น เพราะท่านพ่อไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อแม้กระทั้งใบชาราคาถูกให้ทุกคนได้ดื่ม แต่เมื่อปานตะวันมาอยู่แทนเ้าของร่างเดิม นางพอมีความรู้เื่ชาอยู่บ้าง เมื่อครั้งที่ลี่จูไปเดินเล่นที่บึงหนองน้ำใกล้กับจุดที่พวกนางพัก ลี่จูเจอเข้ากับดอกเหลียนฮวามากมายเต็มหนองน้ำ ดังนั้นจึงให้ท่านลุงที่ไปด้วยกันช่วยว่ายน้ำไปเก็บดอกเหลียนฮวามาตากแห้งเพื่อทำชาให้ทุกคนได้ดื่มกันทั้งคณะ
เมื่อทุกคนทยอยเริ่มกินอิ่มกันไปเกือบเกินครึ่งหนึ่ง ลี่จูก็เริ่มลงมือเก็บชามรวมกันเพื่อรอยกไปล้างทำความสะอาด
"ลี่เออร์ วันนี้ไม่ต้องยกไปล้างหรอก เดี๋ยวพวกพี่จัดการเอง เ้าไปทำงานของเ้าต่อเถอะ" เหมยเซียงกล่าวกับลี่จู เมื่อเห็นลี่จูลุกขึ้นยืนเดินเก็บถ้วยชามมากองรวมกันไว้
"งั้นวันนี้ข้ารบกวนพวกพี่ทั้งสองด้วยนะเ้าคะ" ลี่จูกล่าวด้วยสีหน้าเกรงใจพี่สาวทั้งสองคน
ลี่จูเดินกลับมายังจุดที่ทำลูกอมต่อ โดยมีพี่ิซื่อเดินตามมาติดๆเช่นกัน คนทั้งสองเริ่มลงมือทำงานที่ยังค้างของตนอยู่อย่างตั้งใจ
เมื่อทุกอย่างที่ถูกเตรียมไว้เสร็จเรียบร้อย ลี่จูเริ่มโยนท่อนฟืนเข้าไปในกองไฟมากขึ้นเร่งให้ไฟแรง นางนำกระทะมาตั้งไฟ รอจนกระทะเริ่มร้อนจึงนำน้ำตาลปึกใส่ลงไปในกระทะ ตามด้วยน้ำกะทิ เทเกลือลงเพิ่มรสชาดเล็กน้อย จากนั้นก็เคี่ยวจนน้ำตาลละลายเหนียวหนืดจนได้ที่ นางนำถั่วลิสงคั่วบดหยาบลงไปในกระทะกวนต่อให้เข้ากันดี จากนั้นรอเคี่ยวต่ออีกนิดจนได้ที่จึงนำออกมาจากกระทะ เทใส่ถาดพักไว้ โดยลี่จูทำให้พี่ิซื่อดูเป็ตัวอย่างในกระทะแรก ส่วนกระทะต่อๆไปพี่ิซื่อจะเป็คนทำต่อเอง ลี่จูเพียงคอยควบคุมดูอยู่ห่างๆ
ลี่จูนำกระดาษมาเตรียมไว้รอ จากนั้นก็หยิบถาดอีกสามอันมาวางเรียงกัน นางเริ่มปั้นน้ำตาลให้เป็รูปกลมๆพอดีคำทั้งที่ยังร้อนๆอยู่วางไว้ในถาดที่เตรียมไว้ สายตาคอยตรวจดูกระทะและเตาไฟเป็ระยะ จากนั้นรอให้เย็นตัวจึงนำกระดาษมาห่อไว้ เมื่อนางทำเสร็จ พี่ิซื่อก็กวนน้ำตาลผสมกับถั่วลิสงในกระทะเสร็จ ลี่จูก็เป็ฝ่ายจัดการที่เหลือต่อ ส่วนพี่ิซื่อกลับไปกวนน้ำตาลในกระทะเป็ครั้งที่สาม วนเวียนเช่นนี้ไปจนผ่านไปถึงสิบกระทะจึงแล้วเสร็จ
เมื่อทำลูกอมกะทิถั่วลิสงเสร็จ พี่สาวทั้งสองก็เสร็จจากงานที่ทำ พวกนางจึงมาช่วยลี่จูและิซื่อทำลูกอมต่อ
"ลี่เออร์ให้พวกพี่ช่วยทำสิ่งใดบ้าง" เหมยฟางกล่าวถาม
"พี่เหมยฟางช่วยข้าก่อกองไฟเพิ่มอีกสักกองหน่อยเ้าค่ะ" ลี่จูกล่าวตอบ
เหมยฟางพยักหน้ารับ พลางเดินไปเก็บฟืนมาเพื่อก่อไฟเพิ่ม
"พี่เหมยฟาง ข้าอยากได้กระทะอีกสักใบเ้าค่ะ" ลี่จูกล่าวในสิ่งที่ตนเอง้า
"เดี๋ยวพี่ให้เหมยเซียงไปยกมาให้" เหมยฟางละมือจากกองไฟ พลางเดินไปหาฝาแฝดอีกคนให้ยกกระทะมาให้ลี่จู
ลี่จูจำเป็ต้องใช้กระทะทั้งสองใบพร้อมกัน เพราะระยะเวลาในการทำกาละแมค่อนข้างใช้เวลานาน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา อีกทั้งมีพวกพี่ๆช่วยกันหลายคน ลี่จูจึงกวนกาละแมพร้อมกันทั้งสองกระทะ
นางบอกถึงวิธีการทำอย่างคร่าวๆ ให้พวกพี่ๆทั้งสามคนฟังก่อน จากนั้นก็เริ่มลงมือกวนกาละแมกัน โดยลี่จูนำแป้งข้าวเหนียวที่โม่ได้มาเทลงกระทะพร้อมกับน้ำกะทิสด กวนจนแป้งข้าวเหนียวแตกตัวจึงนำน้ำตาลใส่ลงไป จากนั้นกวนต่อไปถึงหนึ่งชั่วยามครึ่งเป็อันเสร็จ ในระหว่างที่กวนคนทั้งสี่คนผลัดช่วยกันกวนจนได้ที่ จึงตักกาละแมออกจากกระทะ โรยหน้าด้วยงาขาว จากนั้นรอให้เย็นจึงนำมาห่อใส่กระดาษในรูปแบบที่ต่างกันกับลูกอมกะทิถั่วลิสง
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เวลาก็ผ่านไปเกือบเที่ยงคืน บิดาของลี่จูเดินออกมาตามถึงสองครั้งก็ยังไม่แล้วเสร็จ จึงเดินกลับไปรอบุตรสาวที่กระโจม
"ลองชิมดูเ้าค่ะ" ลี่จูยื่นลูกอมรสกะทิถั่วลิสงและกาละแมให้พวกพี่ๆทั้งสามคนลองชิมดู
คนทั้งสามรับลูกอมมาแกะชิมดูด้วยความอยากรู้ถึงรสชาด เพราะยามที่พวกเขากวนอยู่ในกระทะ ลูกอมกะทิถั่วลิสงและกาละแมส่งกลิ่นหอมยั่วยวนเป็อย่างมาก
"อืม อร่อยหอมหวานกลมกล่อม" เหมยฟางกล่าวในขณะที่ลูกอมถั่วลิสงค่อยๆละลายในปากช้าๆ
"อร่อยจริงด้วย" เหมยเซียงกล่าวบ้าง
ลี่จูจึงหันหน้ามาหาพี่ิซื่ออย่างรอคอยคำตอบจากอีกฝ่าย "เป็อย่างไรเ้าคะ พี่ิซื่อ"
"รสชาดดีมากลี่เออร์ ไม่เสียแรงที่พี่กวนจนแขนแทบหลุด" ิซื่อกล่าว
ลี่จูได้ยินดังนั้น นางพลันรู้สึกสงสารพวกพี่ๆขึ้นมาทันที พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้า "ข้าใช้แรงพวกพี่ๆหนักเพียงนี้ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้พวกพี่ๆจะเล่นดนตรีกันไหวหรือไม่เ้าคะ"
"โธ่ ลี่เออร์พี่แค่ล้อเ้าเล่นก็เท่านั้น ดูสิพี่แข็งแรงเพียงนี้ กวนอีกสิบกระทะยังได้เลย" ิซื่อกล่าวปลอบใจลี่จู
อันที่จริงเขาก็ไม่ได้เหนื่อยแต่อย่างใด เพียงแค่้าเหย้าแย่ลี่เออร์เล่นเพียงเท่านั้น ไม่คิดว่าลี่เออร์จะทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้จริงๆ ถึงแม้เขาจะไม่ใช่พวกที่มีวรยุทธ์เก่งกาจมากนัก แต่การที่นางใช้ให้เขากวนลูกอมช่วยก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอันใดนัก ดีเสียอีกจะได้ฝึกกำลังแขนไปในตัว
"พวกพี่ทั้งสองก็ไม่ได้เหนื่อยเท่าไหร่หรอกลี่เออร์ เ้าอย่ากังวลไปเลย" เหมยเซียงกล่าวกับลี่จูพร้อมกับส่งยิ้มอบอุ่นให้ ก่อนหันหน้าไปกล่าวกับิซื่อต่อ "ให้ิซื่อได้ออกกำลังแขนบ้างก็ดีเหมือนกันนะ ใช่หรือไม่ิซื่อ"
"ถูกต้องแล้วพี่เหมยเซียง เ้าอย่ากังวลเื่แค่นี้เลยลี่เออร์ หากเ้ากลัวพี่จะเหนื่อยเ้าก็เพียงจ่ายค่าแรงพี่เป็ลูกอมพวกนี้ก็ได้" ิซื่อกล่าวพลางมองดูลูกอมในกระบุงทั้งสองด้วยแววตาอยากกินอีก
ลี่จูเห็นดังนั้นก็รู้สึกดีขึ้นบ้าง นางเดินไปยกกระบุงทั้งสองมาตั้งไว้ตรงหน้าพี่ิซื่อ "เชิญพี่ิซื่อหยิบตามใจชอบได้เลยเ้าค่ะ และไม่ต้องเกรงใจข้า ถือเสียว่าเป็ค่าแรงที่ช่วยข้าทำก็แล้วกันเ้าค่ะ"
ิซื่อหยิบลูกอมและกาละแมมาอย่างละสามอัน "พี่คิดค่าแรงลี่เออร์แค่นี้แหละ"
"หยิบอีกสิเ้าค่ะ พี่สาวทั้งสองด้วยเ้าค่ะ" ลี่จูกล่าวกับคนทั้งสาม
เหมยเซียงและเหมยฟางเดินเข้ามาหยิบลูกอมและกาละแมไปอย่างละสามอันเช่นเดียวกันกับิซื่อ
"ทำไมพวกพี่ๆถึงได้หยิบกันแค่คนละหกอันเล่าเ้าคะ ในกระบุงเหลืออีกเยอะแยะหยิบไปอีกเถิดเ้าค่ะ" ลี่จูกล่าวเมื่อเห็นว่าพวกพี่ๆแต่ละคนหยิบกันไปแค่เล็กน้อยเพียงเท่านั้น
"ลี่เออร์เก็บไว้ขายพรุ่งนี้เถิด พวกพี่แค่จะเก็บไว้ชิมดูเท่านั้น อีกอย่างหากเกิดลูกอมของเ้าขายดีขึ้นมา พวกพี่ก็จะมาช่วยลี่เออร์กวนอีกครั้ง เมื่อถึงยามนั้นพวกพี่ค่อยหยิบลูกอมเพิ่มก็ได้" เหมยฟางกล่าวอย่างมีเหตุผล
"เอาอย่างนั้นก็ได้เ้าค่ะ"
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย คนทั้งสี่คนช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดจนแล้วเสร็จ จากนั้นจึงแยกย้ายกันกลับกระโจมของตนเอง โดยพี่ิซื่อเดินถือกระบุงลูกอมมาส่งลี่จูถึงหน้ากระโจม
"ขอบคุณเ้าค่ะ พี่ิซื่อ" ลี่จูรับกระบุงจากอีกฝ่ายมาถือไว้
"อืม พี่ไปนอนก่อนนะ" ิซื่อกล่าวลาลี่จู พลางเดินกลับไปที่กระโจมของตนเอง
ลี่จูนำกระบุงทั้งสองอันยกเข้ามาในกระโจม
เมื่อจางซ่งเหลียนเห็นบุตรสาวเดินเข้ามาในกระโจมจึงละสายตาจากตำราที่อ่านอยู่ พลางกล่าวถามบุตรสาว "เสร็จแล้วหรือลี่เออร์"
"เ้าค่ะท่านพ่อ"
"งั้นก็มานอนเถิด พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า" จางซ่งเหลียนเก็บตำราลงหีบ พลางเดินกลับมายังที่นอนของตนเอง
"เ้าค่ะ"
วันนี้นางก็เหนื่อยเช่นกัน ดังนั้นจึงเดินไปนอนยังที่นอนของตนเอง เมื่อจางซ่งเหลียนเห็นบุตรสาวล้มตัวลงนอนแล้ว เขาจึงดับเทียนในกระโจมเพื่อพักผ่อน
ในเช้าวันถัดมา ลี่จูตื่นแต่เช้าเช่นเดิม ทั้งที่นางยังรู้สึกง่วงอยู่แต่ก็ลุกออกจากที่นอนเพื่อไปช่วยพี่สาวฝาแฝดทำอาหาร
หลังจากทานอาหารเรียบร้อยแล้ว ลี่จูจึงนำลูกอมกะทิถั่วลิสงและกาละแมออกมาให้ทุกคนได้ชิม นางเดินแจกทุกคนๆละสองอันจนครบก็กลับมานั่งยังที่นั่งของตนเอง
"ท่านพ่อ ท่านลุง พวกพี่ๆช่วยบอกข้าทีเ้าค่ะว่ารสชาดเป็อย่างไร ข้าจะได้นำไปปรับปรุงสูตรให้ดีขึ้นเ้าค่ะ" ถึงแม้นางจะเคยทำลูกอมและกาละแมอยู่หลายครั้งเมื่อตอนที่ยังเป็เด็กอยู่ที่สถานสงเคราะห์ แต่นั้นมันก็นานมากแล้วอีกทั้งวัตถุดิบที่โลกเดิมก็ดูสะดวกสบายในการทำกว่าในโลกใบนี้ ดังนั้นนางจึงอยากให้ทุกคนลองชิมดูเพื่อติชมรสชาดลูกอมทั้งสองนี้ เพราะไม่รู้ว่าลูกอมของที่นี่เป็เช่นใด
"อร่อยลี่เออร์" ท่านลุงที่นั่งถัดจากพี่ิซื่อกล่าวขึ้นมา พลางอมลูกอมด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
"อร่อยจริงด้วย" ท่านลุงอีกคนกล่าวขึ้นมา
"อา ข้าไม่เคยได้กินลูกอมที่มีรสหวานมันเช่นนี้มาก่อนเลย สิ่งนี้เรียกว่าอะไรหรือลี่เออร์" ท่านลุงคนที่สามกล่าวถามด้วยความสงสัย
"ลูกอมที่ท่านลุงกินเมื่อสักครู่นี้ เรียกว่า ลูกอมกะทิถั่วลิสงเ้าค่ะ ส่วนในมือที่ท่านลุงกำลังถืออยู่เรียกว่า กาละแมเ้าค่ะ" ลี่จูกล่าวอธิบาย
"ชื่อแปลกดีนะ ลุงไม่เคยได้ยินมาก่อน"
"ข้าเคยอ่านเจอในตำราที่ท่านพ่อนำมาฝากเลยลองทำดูเ้าค่ะ" ลี่จูกล่าวตอบ โดยใช้การชอบอ่านตำราของลี่จูคนเก่ามากล่าวอ้างแทน เพราะบิดาของนางชอบซื้อหนังสือมากมายมาฝากนางเป็ประจำ จึงไม่ทำให้คนอื่นเกิดความสงสัยอันใด อีกทั้งบิดาของนางก็ไม่ได้สงสัยเช่นกัน เพราะเขาซื้อหนังสือมากมายมาฝากบุตรสาว จึงจำไม่ได้ว่ามีสูตรการทำลูกอมมาด้วยหรือไม่
เมื่อทุกคนลงความเห็นว่าอร่อย ลี่จูจึงคลายความกังวลลงบ้าง คงเหลือแค่นำลูกอมพวกนี้ไปขายในเมืองก็เท่านั้น ค่อยมาลุ้นกันว่านางจะสามารถขายได้หมดหรือไม่