ควันสีขาวลอยฟุ้งกระจายออกมาจากหม้อหุงข้าวมาพร้อมกลิ่นหอมที่ทำให้เกิดความอยากอาหาร แอลลี่มองดูเม็ดข้าวสีขาวภายในหม้อเธอจึงค่อยๆใช้ช้อนตักลงไปบนจานเตรียมอาหารเย็นให้พี่ชายและส่วนของเธอ
“ กินได้ไหม ” โยฮันเดินมาจากด้านนอก เขาปิดตายดาดฟ้าแล้วทางเดียวที่จะขึ้นไปทำลายแผงโซลาร์เซลล์ของเขาคือต้องโยนหินจากตึกด้านข้างขึ้นไป ประตูเหล็กใช้สำหรับขึ้นดาดฟ้าถูกเขาใช้สายไฟฟ้าแรงสูงมัดพันเอาไว้จากด้านนอก การจะตัดทำลายจะต้องอยู่ภายในดาดฟ้าถึงจะทำลายได้
“ หนูยังไม่ได้ลองเลย รอกินพร้อมพี่ ”
“ กลิ่นหอมใช้ได้ เหมือนกับว่ามันจะไม่มีเชื้ออยู่เลย ”
“ หนูขอให้เป็อย่างที่พี่พูดก็แล้วกัน ”
ทูน่ากระป๋องและผักกาดดองเปิดฝาวางเอาไว้บนโต๊ะ นับว่าโชคดีไม่น้อยที่พี่ของเธอสามารถเก็บพวกมันมาได้ราว 3 กระป๋องจึงพอให้มื้อค่ำของวันนี้พอมีรสชาติอยู่บ้าง
หลังจากเหยาะน้ำปลาลงไปบนข้าวสวยร้อนๆเล็กน้อย แอลลี่จึงตักข้าวขึ้นมาหนึ่งช้อนพลางมองไปยังพี่ชาย ข้าวช้อนนี้ราวกับะเิที่ทำให้เธอตายหากว่ามีเชื้อซอมบี้อยู่ข้างใน เธอภาวนาให้เชื้อหายไปเพราะกว่าที่ข้าวจะสุกใช้เวลาต้มราวครึ่งชั่วโมง
เมื่อช้อนนำเข้าไปในปาก แอลลี่เริ่มเคี้ยวข้าวช้าๆเพื่อััหารสชาติอย่างอื่น ข้าวที่ตักเข้าไปยังคงมีรสชาติของข้าวเช่นเดิมไม่มีรสผิดแปลกไปแม้แต่น้อย ทันทีที่เธอกลืนมันลงท้องช้าๆแล้วมองดูตัวเลขสีแดงเธอกลับเบิกตากว้าง เนื่องจากข้าวคำเมื่อครู่เพิ่มอัตราการติดเชื้อสูงถึง 4 %
“ พี่! เชื้อมันยังคงอยู่ ”
“ ดูเหมือนจะต้องใช้ไฟที่ร้อนกว่านี้หากจะทำลายมัน ”
“แต่ถ้าใช้ไฟแรงกว่านี้ก็ไม่มีอะไรกินได้เหมือนกัน ”
แอลลี่มองไปยังข้าวภายในหม้อ รสชาติยังคงเดิมไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ว่ามันกลับปนเปื้อนเชื้อไวรัสซอมบี้ที่มาจากน้ำลายของสิ่งมีชีวิตที่กัดเข้าไปในถุง แม้เธอจะเลือกใช้ข้าวบริเวณที่ไกลจากจุดที่ถูกเจาะเข้าไปก็ตาม ดูเหมือนว่าเชื้อจากน้ำลายจะแพร่ไปทั่วถุงจนทำให้ข้าวทั้งถุงมีเชื้อซอมบี้
“ อย่างน้อยก็น่าจะได้สัก 10 คำ ลองกินให้อัตราการติดเชื้อถึง 50 % ดู ”
แอลลี่ทำตามพี่ชาย ครั้งนี้เธอตักทูน่ากระป๋องและผักกาดดองเข้าไปด้วย โยฮันจึงลงมือทานข้าวเช่นเดียวกัน คืนนี้คงเป็อีกวันที่เขาคิดว่ายังไม่ได้เลวร้ายเพราะยังมีอาหารให้กินประทังความหิว ซึ่งอัตราการติดเชื้อของเขายังคงเป็ 0 % เช่นเดิมต่างจากน้องสาวที่พุ่งขึ้นเรื่อยๆจนเธอต้องวางช้อนเมื่ออัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้นมาที่ 50 % แล้ว
“ อิ่มไหม ” ร่างของแอลลี่เปลี่ยนไป ตามร่างกายของเธอเต็มไปด้วยเส้นเืสีดำปูดโปนขึ้นมา นอกจากนั้นเธอยังหายใจถี่มากยิ่งขึ้นราวกับผู้ป่วยหอบหืด
“ หนูคิดว่าอิ่มอยู่นะคะ ถ้ากินประมาณนี้ทุกวันถือว่าพอดีเลย แต่สภาพร่างกายหนูคิดว่าไม่โอเคเท่าไหร่ ”
“ งั้นมารอดูกันว่าร่างกายของเธอจะกำจัดเชื้อได้หรือเปล่า ”
โยฮันเป็ฝ่ายเก็บขยะและทำความสะอาดหม้อหุงข้าวด้วยการใช้ทิชชูในการทำความสะอาด น้ำกลายเป็สิ่งหายาก ต่อให้เขาจะสามารถใช้ไฟฟ้าได้แล้วก็ตาม เครื่องปั๊มน้ำกลับไม่สามารถดึงน้ำประปามาใช้งานได้
ความมืดมิดค่อยๆปกคลุมรอบๆบ้าน เสียงเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆเริ่มเงียบลงไป ซอมบี้มากมายหยุดเคลื่อนไหวหลังจากที่ความมืดปกคลุมเมือง
ขณะที่เฝ้ารอน้องสาวตรวจสอบร่างกาย โยฮันก็เริ่มวางแผนว่าเขาจะทำเช่นไรต่อไป คืนนี้เป็คืนที่ 3 แล้วกลับยังไม่มีการเคลื่อนไหวจากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลยสักนิดเดียว วิทยุภายในบ้านยังคงเงียบไม่มีสัญญาณใดให้เกาะ โทรศัพท์มือถือที่ชาร์จจนเต็มไม่มีสัญญาณให้เชื่อมต่อ เขาจึงทำได้เพียงแค่รอและพยายามหาอาหารมาเติมเต็มไม่ให้ตนเองต้องหิวตาย
แม้ในความคิดอยากจะพาน้องสาวหนีออกจากเมืองนี้ไปให้ไกล เมืองที่อยู่ข้างเคียงกลับอยู่ไกล หลังจากออกจากตัวเมืองไปแล้วเขาก็ต้องผ่านทุ่งนากว้างไกล มีูเาล้อมรอบ ไม่แน่เมืองที่อยู่ด้านข้างอาจจะมีเชื้อซอมบี้แพร่กระจายเช่นกัน การเดินทางของเขากับน้องสาวอาจจะทำให้พลาดหลายอย่าง พลาดการช่วยเหลือของทางกองทัพที่อาจจะมาทางอากาศ เขาจึงคิดว่าการหลบอยู่ที่นี่รอดูสถานการณ์อีกสักเล็กน้อยเผื่อวิทยุและอินเทอร์เน็ตจะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ไม่แน่เขาอาจจะไม่ต้องวิ่งไปไหนไกล รัฐบาลอาจจะปิดเมืองนี้เอาไว้แล้วกำลังส่งคนเข้ามาช่วยเหลือพร้อมกับวัคซีน
“พี่คะ อัตราการติดเชื้อของหนูลดเหลือ 49 % แล้ว ”
“ ถ้ามันลดอีกบอกฉันด้วยนะ ดูเหมือนว่าคืนนี้ฉันคงต้องออกไปหาอาหารอีกเช่นเคย ”
“ พี่ไม่พักก่อนล่ะ ”
“ ฉันมีความรู้สึกว่าการรออาจจะทำให้เราพลาดหลายๆอย่าง ดูเหมือนว่ามนุษย์จะปรับตัวได้แล้วทำให้ร้านสะดวกซื้อถูกปล้นไปหมด ”
“ ให้หนูไปช่วยขนของไหม ”
“ ไม่ เธออยู่ที่นี่คอยเปิดวิทยุหาสัญญาณขอความช่วยเหลือก็พอ ”
โยฮันมองออกไปนอกหน้าต่างชั้นสอง ยังคงมีเพียงแสงจากดวงดาวที่ส่องลงมากระทบสิ่งต่างๆรอบตัวเช่นเดิม ยังไม่มีจุดใดเกิดแสงสว่าง ดูเหมือนว่ากลุ่มคนที่เข้าไปในร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้วนำหลอดไฟโซลาร์เซลล์ไปทั้งหมดจะไม่ได้อยู่ใกล้บ้านของเขา จึงไม่มีแสงสว่างส่องออกมา
“ พี่คะ อัตราการติดเชื้อลดเหลือ 48 % แล้วหนูคิดว่าน่าจะใช้เวลาราว 12 ชั่วโมงเพื่อให้มันกลับไปเป็ 0 % นอกจากนั้นเส้นเืสีดำพวกนี้ก็เหมือนจะลดจำนวนลงด้วย”
“ งั้นก็เป็ข่าวดีน่ะสิ ”
“ ข่าวดีอะไรเหรอคะ ”
“ เธอสามารถกินข้าวได้ทุก 12 ชั่วโมง ในหนึ่งวันเธอจึงสามารถกินข้าวได้ 2 มื้อ ”
โยฮันรับรู้ได้ถึงเสียงลมหายใจของน้องสาวที่เหมือนจะแสดงท่าทางดีใจออกมา เขาจึงบอกให้เธอหลบใต้เตียงเหมือนเดิมก่อนจะนำกระเป๋าทั้ง 5 ใบติดตัวไปด้วย
“ ครั้งนี้พี่จะไปที่ไหน ”
“ ว่าจะข้ามแม่น้ำไปดู เผื่อจะมีร้านสะดวกซื้อที่ยังไม่ถูกปล้น ถ้าเช้าฉันยังไม่กลับให้เธอกินอะไรง่ายๆรอไปก่อน อย่าพึ่งทำอาหารไม่งั้นกลิ่นอาจจะดึงคนมาหาเธอ ”
“ หนูเข้าใจแล้ว ระวังตัวด้วยนะคะ ”
“ อย่าลืมเปิดวิทยุไปด้วยล่ะ ”
“ ค่า ”
โยฮันปีนป่ายออกไปทางหน้าต่างพร้อมกับสวมใส่เสื้อผ้าสีดำปกปิดใบหน้า ขาถูกปกปิดด้วยเช่นกันต่อให้เขาจะคลุมตนเองด้วยกระดองปูก็ไม่มีใครสังเกตเห็นได้ มือทั้งสองของเขาสวมถุงมือเอาไว้ ป้องกันการถูกพบเห็นอีกทาง
หลังจากออกมานอกบ้านเขาก็เริ่มวิ่งไปทางสะพานที่เคยข้ามไปจับกุ้งเป็ประจำ ด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแม้จะต้องกวัดแกว่งมือฆ่าซอมบี้ระหว่างวิ่งผ่านก็ตาม เขาใช้เวลาเพียง 7 นาทีก็มาถึงสะพานได้ในที่สุด
“ แสงไฟเหรอ ”
แสงสีขาวส่องอยู่บนยอดตึก โยฮันจึงปีนขึ้นไปบนสะพานเพื่อให้แน่ใจว่าแสงที่กำลังส่องสว่างมาจากผู้คน ทันทีที่ขึ้นมายังส่วนโค้งของสะพานสูงราว 20 เมตรเขาก็พบว่าบนดาดฟ้าตึกขนาดใหญ่ที่มีตึกเชื่อมเข้าหากันราว 3 ตึกมีไฟเปิดสว่าง นอกจากนั้นเขายังเห็นควันลอยขึ้นไปบนอากาศ ดูเหมือนว่าจะมีคนกำลังประกอบอาหารอยู่บนนั้น
โยฮันกลับไม่คิดเข้าไปใกล้เพราะยังไม่ถึงเวลา ดังนั้นเขาจึงวิ่งข้ามสะพานพลางฆ่าซอมบี้ระดับ 1 จากนั้นก็พุ่งเลียบแม่น้ำไปยังร้านสะดวกซื้อในความทรงจำที่เคยเข้าไปใช้บริการ
เมื่อมาถึงร้าน ประตูทางเข้าและกระจกหน้าร้านถูกพังเสียหาย ซอมบี้ด้านในตกตาย จากร่องรอยล้วนแล้วถูกะุเจาะทะลุศีรษะ ของที่อยู่ด้านในถูกกวาดออกไปทั้งหมดแม้แต่ข้าวสักกระสอบยังไม่เหลือ ของใช้ในชีวิตประจำวันจำพวกแปรงสีฟัน น้ำยาล้างจาน ทุกอย่างถูกกวาดไปเกลี้ยงจนเหลือเพียงชั้นวางของเท่านั้น
ประตูเชื่อมไปยังด้านหลังร้านที่ใช้เก็บอาหารเปิดอ้าออก มันถูกใครบางคนใช้เหล็กงัดเข้าไป ด้านในล้วนว่างเปล่าไม่มีสิ่งใด โยฮันจึงวิ่งออกจากร้านมุ่งหน้าไปตามถนน ยังเหลือร้านสะดวกซื้อในความทรงจำอีกร้านหนึ่ง ซึ่งมันเป็ร้านที่พี่ทอมจากกลุ่มนักตกปลาเคยวานให้เขาไปซื้อข้าวในวันที่ฝนตกหนักเพื่อแลกกับการที่อีกฝ่ายบอกจุดจับกุ้งดีๆให้กับเขา
“ เยี่ยม ”
ความรู้สึกดีใจเผยบนใบหน้าของโยฮัน ประตูทางเข้าร้านยังดูใหม่ กระจกหน้าร้านไม่มีรอยขีดข่วนแต่อย่างใด เมื่อมองเข้าไปในร้านเขาพบซอมบี้ตัวหนึ่งยืนอยู่หลังเคาเตอร์พยายามใช้ร่างของมันชนเคาเตอร์เพื่อจะออกมา จากสิ่งที่เห็นนับว่าเป็ข่าวดีเพราะยังไม่มีใครเข้าไปด้านใน
โยฮันไม่รอช้าใช้มือเปิดประตูเข้าไป โดยไม่ได้ทำลายกระจกเพราะจะทำให้เกิดเสียงดัง เมื่อเข้ามาถึงเขาทำเพียงยื่นมือไปหักคอซอมบี้จากนั้นก็เปิดไฟฉายกวาดมองไปทั่วร้าน อาหารด้านในยังคงเหลืออยู่ แม้จะไม่มากเพราะดูเหมือนว่าพนักงานจะยังไม่นำอาหารมาเติม แต่มันก็พอให้เขาและน้องสาวใช้ชีวิตไปเป็เดือนจากอาหารกระป๋องที่วางเรียงราย
กระเป๋าหนึ่งใบรูดซิปเผยให้เห็นด้านในที่ว่างเปล่า โยฮันไม่รอช้ากวาดกระป๋องทั้งหมดที่เห็นเข้าไปจนกระเป๋าเต็มจึงรูดซิปแล้วเปิดกระเป๋าใบใหม่ เมื่อมองไปยังโซนอาหารแห้งกึ่งสำเร็จรูปบนใบหน้าเขายิ่งปรากฎความพอใจเพราะมันมีมากพอให้เขาและน้องสาวกินมันทุกมื้อไปอีก 2 - 3 เดือนโยฮันจึงกวาดมันลงไปในกระเป๋าทั้ง 5 จนเต็ม ทว่าเขากลับยังไม่พอยังคงวิ่งไปยังเคาเตอร์เพื่อหยิบถุงมาใส่อาหารแล้วนำเชือกมามัดถุงเข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้ยกกลับไปยังบ้านได้ในครั้งเดียว
“ ยังได้อีก ”
หลังจากลองยกน้ำหนักของสิ่งที่จะนำกลับไป เขายังคงยกได้สบายๆโยฮันจึงวิ่งไปหลังร้าน ภายในห้องเก็บของเพื่อนำมาเติมสต็อกมีของเหลือเล็กน้อย เขากลับไม่สนใจโยนพวกมันลงไปบนตะกร้าหลายใบแล้วมัดเข้าไว้ด้วยกัน
เมื่อกวาดตามองดูภายในร้าน ไม่มีอะไรให้หยิบติดกลับไปแล้วนอกจากน้ำอัดลม โยฮันจึงสะพายกระเป๋า 5 ใบไปทางด้านหน้าของตน จากนั้นก็จับไปยังสายสะพายที่มัดตะกร้าใส่ของจำนวน 20 ตะกร้าที่ถูกมัดเอาไว้ด้วยกัน มันมีทั้งน้ำดื่มและขนมขบเคี้ยวมากพอจะกินไปเป็เดือน
เสียงครางเบาๆส่งออกมาจากลำคอ ปริมาณสิ่งของที่เขากำลังยกหามมีน้ำหนักราว 3,000 - 4,000 กิโลกรัม โยฮันกลับยังคงรับไหว แม้ความเร็วของเขาจะลดลงมาเหลือ 40 กิโลเมตรยังคงเป็ความเร็วที่สามารถวิ่งกลับบ้านได้ หลังจากมัดทุกอย่างให้แน่นเพื่อไม่ให้สิ่งใดตกหล่น โยฮันก็ได้เปิดฝายาชูกำลังก่อนจะกระดกดื่มแล้ววิ่งกลับบ้าน เขาไม่รู้เช่นกันว่าทำไมยาชูกำลังถึงให้ผลดีต่อร่างกายของเขาในตอนนี้ แต่สำหรับเขาขอเพียงแค่มันฟื้นฟูพละกำลังให้เขาได้เร็วกว่าการกินอาหารเพียงเท่านั้นก็มากพอให้เขาดื่มมันเกินวันละ 2 ขวด
เพล้ง!
กระจกหน้าร้านสะดวกซื้อถูกกระแทกจากคนที่อยู่ข้างใน จากเดิม้าปล้นให้เงียบที่สุด ทว่าตอนนี้เขาจะไปแล้วจึงไม่จำเป็ต้องเงียบเสียง ต่อให้ผู้คนจะมองหาต้นเสียงเขากลับคิดว่าตนเองคงจะหนีไปไกลแล้ว
หลังจากสองเท้าออกวิ่งเต็มกำลัง ความเร็วของโยฮันก็ได้ลดลงอย่างที่เขาคิดเอาไว้จากการยกของหนัก ทว่าเขากลับสามารถวิ่งได้เร็วกว่าคนปกติเช่นเดิมจึงออกวิ่งไปยังสะพานข้ามแม่น้ำมุ่งหน้าไปยังบ้านของตน
“ ให้ตายสิ ลืมคิดวิธีฆ่าหลังจากยกของหนัก ”
โยฮันถอนหายใจออกมาเบาๆ ระยะแขนของเขายังคงเท่าเดิม เพียงแต่กระเป๋าสะพายทั้ง 5 ที่อยู่ด้านหน้ายื่นออกไปไกลทำให้เขาฆ่าซอมบี้เหมือนเดิมไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจวิ่งชนพวกมัน นับว่าโชคดีไม่น้อยที่ระหว่างวิ่งมาเขาฆ่าพวกมันเพื่อเปิดทางทำให้ขากลับมีทางวิ่งสบาย.