
บทที่ 4 ร้านอาหารสุดประหลาด
หญิงสาวเดินมานั่งร่วมโต๊ะกับลูเซี่ยนตามคำสั่งของแคลร์ ลูเซี่ยน ลุกไปนั่งฝั่งเดียวกับเซโน่ เพื่อให้ลูกค้านั่งฝั่งตรงข้ามกับตัวเองเพื่อที่จะคุยกันได้สะดวกๆ แคลร์นั่งลงฝั่งเดียวกับลูเซี่ยนปล่อยให้ลูกค้าสาวนั่งฝั่งตรงข้ามเพียงคนเดียว แต่เก้าอี้ที่นั่งอยู่ถูกทำมาให้นั่งสบายๆ เพียงสองคน แต่เพราะแคลร์ตัวค่อนข้างตัวเล็กถึงจะเพิ่มเข้ามาก็ไม่ทำให้เบียดหรือรู้สึกอึดอัดอะไร แต่ลูเซี่ยนก็อดที่จะสงสัยไม่ได้อยู่ดี
ทำไมไม่ไปนั่งฝังนู่นฟะ!!!
แต่เพราะอยู่ต่อหน้าลูกค้าก็เลยไม่ได้พูดออกไป ระหว่างนั้นหางตาของลูเซี่ยนก็เหลือบไปเห็นลูกค้าโต๊ะอื่นๆ ที่นั่งก่อนหน้ามีพนักงานเข้าไปคุยอะไรบางอย่าง จากนั้นก็พากันทยอยเดินออกจากร้านไป แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาสนในเื่คนอื่น ตอนนี้เื่งานต้องมาก่อน
“เออ ถ้าอย่างนั้นจะขอแนะนำตัวก่อนนะครับ สวัสดีครับผมชื่อ ลูเซี่ยน หัวหน้าองค์กรบรรเทาทุกข์สารพัด เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียม ส่วนสองคนนี้เป็ผู้ช่วยของผม ทางซ้ายมือนี่ชื่อว่าเซโน่ ส่วนทางขวามือนี่ชื่อ แคลร์ ส่วนเื่งานจ้างวานในคราวนี้-
ลูเซี่ยนยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงดีดนิ้วดัง เป๊าะ จากนั้นหัวของลูกค้าสาวก็ะเิกระจายออกราวกับผลุในงานเทศกาล เพียงแต่เป็เืสีแดงแล้วก็เศษเนื้อเท่านั้น เศษเืเนื้อที่กระเด็นเข้าใกล้แคลร์ ต่างลุกไหม้เป็ประกายไฟ ชิ้นส่วนต่างๆถูกเผาไหม้ระเหยหายไปกลางอากาศ ราวกับกำลังปกป้องไม่ให้คนผู้นั้นต้องแปดเปื้อน
“ฉันเอง...ก็ไม่อยากจะคิดแบบนี้หรอกนะ แต่นี่คงไม่ใช่ฝีมือเธอใช่ไหม”
ลูเซี่ยนนั่งช็อคไปแล้วแต่ก็ยังคงถามแคลร์เพื่อความแน่ใจ
“เปล่า ฉันว่าบางทีอากาศคงร้อนไปหน่อยหัวลูกค้าก็เลยะเิ” แคลร์แก้ตัวไปส่งๆ
“ผมก็ไม่อยากจะคิดแบบนี้หรอกนะ แต่นี่คงไม่ได้คิดว่าคำแก้ตัวเมื่อกี๊มันเนียนใช่ไหม”
เซโน่นั่งช็อคอยู่แต่ยังคงถามเพื่อความแน่ใจ
“อุ๊ย ตายละเมื่อกี๊นี้ไม่เนียนเหรอ”
แคลร์นั่งแอ๊บแบ๊วไม่รู้สึกอะไร แต่ก็ยังคงถามเพื่อความแน่ใจ
“จะแอ๊บแบ๊วทำบ้าอะไรฟะ!! ลูกค้าหัวะเิไปแล้วทีนี้จะทำยังไง อ้ากกก”
ลูเซี่ยนส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนาและหันมาเขย่าแคลร์อย่างเสียสติ ส่วนเซโน่ก็นอนฟุบไปกับโต๊ะเพื่อแกล้งตาย
“เอาน่าๆ ใจเย็นก่อน ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ตายสักหน่อย”
“เื่นั่นมันจะเป็ไปได้ยังไงเล่า-
แต่ยังไม่ทันที่ลูเซี่ยนจะพูดจบพอหันไปมองร่างของลูกค้าสาวคนนั้นก็เห็นส่วนหัวที่กระจายออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยกำลังค่อยๆ กลับมารวมกันเป็รูปเป็ร่างอีกครั้งเริ่มจากลำคอขึ้นไป ไม่นานนักเธอก็ลุกขึ้นมาตอนนี้เธอฟื้นฟูกลับมาครึ่งหัว แต่ยังไม่ทันที่ส่วนหัวทั้งหมดจะประกอบกันจนครบเธอก็เริ่มพูดอีกครั้ง
“การที่ท่านยื่นมือเข้าช่วยตรงๆ แบบนี้ดีแล้วจริงๆ เหรอ หลังจากนี้พรรคพวกของท่านและตัวท่านเองคงจะถูกเทพองค์อื่นๆเพ่งเล็งเป็แน่ ตัวท่านอาจจะไม่เป็อะไรก็จริงแต่พรรคพวกของท่านล่ะ จะเอาตัวรอดจากเหล่าเทพได้จริงๆเหรอ”
เมื่อเธอพูดจบชิ้นส่วนชิ้นสุดท้ายก็ประกอบรวมกันอีกครั้ง ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่มีทั้งรอยเืและรอยแผล แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้หายดีดาบคาตานะเล่มยาวก็เสียบเข้าที่กลางอกทะลุหัวใจอีกครั้ง ผู้ที่เสียบดาบเล่มนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากแคลร์ แคลร์ขึ้นไปนั่งบนโต๊ะยังคงกำดาบเอาไว้ในมือ และค่อยๆแทงลึกลงไปอย่างช้าๆ เืล้นออกจากคอไหลออกมาทางปากแต่หญิงก็ยังพยายามใช้มือกำตัวดาบเอาไว้ไม่ให้ถูกแทงลึกไปมากกว่านี้
“นั่นเป็ท่าทีของคนที่กำลังพูดกับคนที่อยู่สูงกว่างั้นเหรอ ดูเหมือนว่าเ้านายของเธอจะไม่ค่อยได้อบรมสั่งสอนเธอเท่าไหร่เลยนะ”
หญิงสาวกัดฟันด้วยความโกรธเมื่อได้ยินว่าเ้านายของตัวเองกำลังโดนดูถูก แต่เธอก็ไม่อาจขัดขืนคนที่อยู่ตรงหน้าได้ระดับมันต่างกันเกินไป
“จำใส่กะลาหัวพวกแกเอาไว้ซะ ถ้าขืนพวกแกยังเข้ามายุ่มย่ามมากกว่านี้อีกล่ะก็ ฉันจะจับพวกแกถนกหนังทั้งเป็แล้วโยนลงไปในบ่อน้ำกรดซะ!”
แคลร์ดึงดาบออกมาสะบัดเืก่อนจะปล่อยให้หญิงสาววิ่งหนีออกจากร้านไป จากนั้นจึงย้ายไปนั่งที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับลูเซี่ยน ก่อนที่พนักงานคนนึงในร้านจะเดินมาที่โต๊ะและยื่นผ้าสีขาวมาให้แคลร์อย่างนอบน้อม แคลร์รับผ้ามาแล้วนำมาเช็ดเืที่ดาบก่อนจะส่งผ้าที่เปื้อนเืคืนกลับไปให้แล้วจึงเอาดาบกลับไปที่มิติแยก
ส่วนพนักงานคนอื่นๆ ก็มาช่วยกันเช็ดเืที่หยดอยู่บนพื้นตามทางที่หญิงสาววิ่งหนีไป ทุกอย่างเป็ไปด้วยความรวดเร็วไม่นานร้านก็กลับมาสะอาดใสปิ้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แคลร์มองที่สองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่ตอนนี้ฟุบตัวลงนอนบนโต๊ะแกล้งตายไปทั้งสองคน แคลร์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะตั้งวงสวิงฟาดลงไปทีเดียวโดนถึงสองคนราวกับละครไทยทำเอาศพทั้งสองถึงกับสะดุ้ง
“นี่พวกแกจะแกล้งตายกันอีกนานไหม มาร้านอาหารไม่คิดจะสั่งอาหารเลยรึไง”
หลังจากได้ยินคำว่าอาหารเซโน่ก็ลุกขึ้นมาราวกับซอมบี้
“อาหารรรรรร” เสียงลากยาวไร้ชีวิตชีวาราวกับผีดิบ
“เอานี่เมนู สั่งได้เต็มที่เลยนะเดี๋ยวเ้าหัวทองที่นอนฟุบอยู่ตรงนั้นจะเป็คนจ่ายเอง”
พอได้ยินว่าจะต้องเสียเงินลูเซี่ยนก็ดีดตัวลุกขึ้นมาราวกับติดสปริง
“เดี๋ยวก่อนเซโน่ พวกเรามีงบจำกัดนะ”
“เย้~”
เซโน่ส่งเสียงดีใจไม่สนใจเสียงห้ามปรามของเ้าของกระเป๋าสตางค์แม้แต่นิดเดียว
หลังจากเซโน่สั่งไปหลายต่อหลายเมนู ลูเซี่ยนก็ตัดสินใจไม่สั่งอะไรมาทานเลยเพราะกลัวกระเป๋าฉีก ในระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งรออาหารมาเสิร์ฟก็นั่งคุยปรึกษากันถึงเื่ที่เกิดขึ้น
“ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย เธอกับพี่สาวคนเมื่อกี๊รู้จักกันงั้นเหรอ แล้วพี่สาวคนนั้นเป็ตัวอะไรกันั้แ่เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้นมาก่อนเลย ขนาดหัวหายไปแล้วทั้งหัวก็ยังฟื้นฟูกลับมาได้” แคลร์เงียบไปครู่นึงแล้วคิดว่าจะเริ่มอธิบายยังไงดี
“ก่อนอื่นเลยฉันไม่รู้จักยัยพี่สาวที่นายว่าเมื่อกี๊นี้ คำถามต่อมาคือยัยนั่นเป็ตัวอะไรกันแน่ นายรู้จักเผ่าเทพแล้วใช่ไหม”
“ก็เทพพระเ้าแบบเธอใช่ไหมล่ะ”
“ถ้างั้นคิดว่าตัวตนอะไรที่อยู่ตรงข้ามกับพระเ้า”
“ปีศาจ? ”
“อื้ม หัวไวสมกับเป็เซโน่ ผู้หญิงคนนั้นเป็เผ่าปีศาจที่เป็ผู้รับใช้ของเทพสักองค์นึง”
“ปีศาจที่เป็ผู้รับใช้ของเทพเหรอ?! ไม่ใช่ว่าเทพกับปีศาจไม่ถูกกันงั้นเหรอ” ลูเซี่ยนกล่าว
“ก็ไม่ถึงกับรักใคร่ปรองดองกัน แต่ปกติก็ไม่ได้ตีกันตลอดเวลาหรอกนะ ส่วนใหญ่เทพที่มีปีศาจเป็ผู้รับใช้ก็มักจะเป็พวกลูกครึ่งอย่างพวกครึ่งเทพครึ่งปีศาจ”
“ไม่รักใคร่ปรองดองอะไรกัน ก็ได้กันแล้วไม่ใช่เหรอน่ะ ถ้ารักกันนี่ไม่รวมร่างกันเลยเรอะ”
ตามความเข้าใจของลูเซี่ยนการจะให้กำเนิดต้องมีความสัมพันธ์กันฉันท์ชู้สาว แต่ในความเป็จริงแล้วเทพสามารถให้กำเนิดได้หลายวิธีไม่จำเป็ต้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแต่เพียงอย่างเดียว
“พวกลูกครึ่งแบบนี้มีไม่มากนักหรอกถ้าลองให้พวกปีศาจด้วยกันเองสืบหาดูก็คงรู้ตัวเทพที่เป็ผู้บงการได้ไม่ยากนัก หึหึหึ” แคลร์หัวเราะชั่วร้ายออกมา
ยัยนี่ไม่ว่าดูยังไงก็ไม่เหมือนเทพเลยสักนิด
“เซโน่ฉันว่ายัยนี่ต้องเป็จอมมารปลอมตัวมาทำลายโลกแหงๆ เลย”
“มารู้ตัวตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะลูเซี่ยน”
นั่นสินะ...
“จะว่าไปเมื่อวานเธอบอกว่าจะไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยไม่ใช่เหรอ อยู่ดีๆทำไมถึงเปลี่ยนใจซะล่ะ”
“นั่นสินะ ถ้าลูปที่แล้วนายไม่โดนปีศาจตัวเมื่อกี๊ฟันจนขาดเป็สองท่อนต่อหน้าฉัน ฉันก็คงไม่ต้องมาเสียเวลาลงมือเองแบบนี้หรอก”
“?!…นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเคยเจอพี่สาวคนนั้นงั้นเหรอ”
“นายไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับลูปก่อนๆ แล้วจะเอาอะไรมาตัดสินล่ะว่านี้คือครั้งแรกหรือว่าไม่ใช่ เพราะว่าห่วงเวลาถูกรีเซ็ตจะบอกว่านี่เป็ครั้งแรกที่เจอกันก็ไม่ผิด แต่ถ้าถ้านับจากความทรงจำฉันล่ะก็นี่นับว่าเป็ครั้งที่สามแล้วที่นายเจอกับปีศาจตนเมื่อกี๊”
“แปลว่าทั้งสองครั้งก่อนหน้าถูกฆ่าทั้งสองครั้งเลยสินะ”
“ก็เป็แบบนั้นแหละ”
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอถามหน่อยนะ เออ...คือฉันตายมาแล้วกี่ครั้ง?”
“ถ้าจะให้ตอบตรงๆล่ะก็ ไม่ได้นับ แต่ถ้าจะให้เล่าการตายที่ประทับใจล่ะก็…นั่นสินะ อาหารเป็พิษเพราะกินไม่ระวัง 5 ครั้ง พลาดตกท่อน้ำทิ้งแล้วดันว่ายน้ำไม่เป็ 2 ครั้ง เคี้ยวอาหารไม่ละเอียดติดคอ 3 ครั้ง สกู๊ตเตอร์เสียหลักแหกโค้ง 1 ครั้ง แต่ที่ประทับใจที่สุดเห็นจะเป็นายให้เซโน่ขับสกู๊ตเตอร์แล้วนายเป็คนซ้อนท้ายทำสถิติสูงที่สุด รถะเิ 5 ครั้ง ขับลงเหว 10 ครั้ง ขับชนปั้มน้ำมัน 4 ครั้ง ขับตกสะพาน 6 ครั้ง รวมทั้งหมดแล้วตายไป 25ครั้ง ทุกครั้งที่เซโน่ขับรถอัตตราการตายของนายจะเพิ่มขึ้นสูงถึง 83.33 เปอร์เซ็นต์!!!!” แคลร์เล่าราวกับกำลังพากษ์ช็อตเด็ดกีฬาดังยังไงยังงั้น
ยัยนี่ดันมาเห็นการตายของคนอื่นเป็เื่สนุกซะได้!!!
“เฮ้อ~ ไม่ว่าจะครั้งไหนก็ฟังดูน่าอนาถทั้งนั้น ตัวฉัน...” ลูเซี่ยนพูดแล้วก็อดสงสารตัวเองไม่ได้
“งั้นก็แปลว่าแคลร์เองก็อยู่กับพวกเรามาตั้งนานแล้วน่ะสิ แต่พวกเรากลับไม่รู้เื่เลย” พอเซโน่พูดแบบนี้มันก็จริงแหะ
“เอาน่าอย่าใส่ใจเลย ยังไงคนที่เป็คนยื่นข้อเสนอมันก็ฉันเองนี่นะ”
แต่ยัยนี่ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจขนาดนั้นแหะ เพราะเป็เทพก็เลยไม่ใส่ใจเื่เวลาอย่างงั้นเหรอ ไม่รู้ว่ายัยนี่อยู่ที่นี่เพราะพวกเรามานานขนาดไหนแล้ว คงรบกวนยัยนี่เอาไว้ไม่น้อยเลยสินะแถมครั้งนี้เองก็ยังช่วยพวกเราด้วย อย่างน้อยๆ เราเองก็ต้องตอบแทนอะไรบ้าง
“ไหนๆ ก็ออกมากินข้าวข้างนอกแล้วทั้งที เธอเองก็สั่งอะไรบ้างสิยังไงมื้อนี้ฉันก็ต้องเป็คนออกเงินอยู่แล้ว”
“แล้วอย่ามาทวงคืนที่หลังล่ะ”
“ไม่ทำหรอกน่า ฉันเองก็หิวแล้วสั่งบ้างดีกว่า” พอลองดูเมนูแล้วมีให้เลือกหลายอย่างเลยแหะ มีหลายสัญชาติทั้งของคาวของหวาน แถมชื่อเมนูแต่ละอันก็แปลกๆ ทั้งนั้น ‘ทักษะการโต้คลื่นของปลาสุดฉลาดล้ำ’ เดี๋ยวนะนี่ชื่อเมนูเหรอ พอดูจากรูปแล้วเหมือนจะเป็สเต็กปลาอะไรสักอย่าง ‘มีเธอ มีฉัน แล้วมีอะไรอยู่ในจาน’
เื่นั้นฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันโว้ยยย!!
‘น้ำพุแห่งผู้เรืองปัญญา’
ก็แค่น้ำเปล่าไม่ใช่รึไง!! ผมเปิดเมนูไปเรื่อยๆ ไม่ว่าอันไหนก็มีแต่ชื่อเมนูพิสดารทั้งนั้นจนเปิดไปถึงหน้าสุดท้าย เมนูแนะนำ...
‘ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกสุดมหัศจรรย์ของท่านเคียวโกะ’
นอกจากเส้นก๋ยวเตี๋ยวแบบธรรมดาอย่าง เส้นเล็ก เส้นใหญ่ บะหมี่ แล้วยังมีเส้นอย่างอื่นให้เลือกอีกหลายอย่างเส้นราเมง หรือ เส้นอุด้ง แล้วก็ยังมีอีกหลายแบบที่ไม่คุ้นตา น่าสนใจดีแหะ
ถ้างั้นเลือกอันนี้ล่ะกัน เมื่อตัดสินใจได้แล้วผมก็เรียกคุณพนักงานเสิร์ฟแล้วสั่ง ก๋วยตี๋ยวน้ำตกสุดมหัศจรรย์ของท่านเคียวโกะ ส่วนเส้นเลือกเป็ เส้นราเมงมาลองดู ในระหว่างนั้นเองอาหารที่เซโน่สั่งก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ ถึงตอนนี้พอเห็นปริมาณที่เซโน่สั่งแล้วผมก็เริ่มรู้สึกหนาวๆขึ้นมาอีกครั้ง แต่ดูจากราคาที่อยู่ในเมนูนับว่าถูกกว่าที่คิดไว้มากถ้าเทียบกับร้านระดับนี้แล้ว แถมยังมีเมนูอยู่เยอะอย่างน่าเหลือเชื่อ ทำเอาผมเริ่มสงสัยเลยว่าร้านนี้เอากำไรมาจากที่ไหน ถ้าจะมีที่ที่นึกออกล่ะก็คงเป็ที่นั่นสินะ ร้านอาวุธที่อยู่ที่ชั้นสอง
หลังจากนั้นพวกเรากินกันจนพุงกาง หลายๆอย่างที่สั่งมาอร่อยเกินคาด ถ้าไม่นับพนักงานร้านที่ดูดุเกินไปหน่อยกับกฎของร้านที่ต้องคอยระมัดระวังเป็พิเศษละก็นับว่าเป็ร้านที่ดีมากร้านนึงเลย ในระหว่างที่พวกเราทานอาหารก็มีลูกค้าทยอยแวะเวียนมาที่นี่อย่างไม่ขาดสาย ผมพยายามทำตามกฎอย่างเคร่งครัดเพื่อที่จะไม่มีปัญหา ไม่จ้องมองใครเป็พิเศษ แต่ขนาดแค่มองผ่านๆ ก็ยังเห็นอยู่หลากหลายเผ่าพันธุ์ในร้านแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็เอลฟ์ แม่มด จอมเวทย์ ไซบอร์ก ทำให้ผมได้เข้าใจว่าจักรวาลนี้กว้างใหญ่เพียงไหน
“นี่ลองขึ้นไปดูที่ชั้นสองกันเถอะ” ผมชักชวนทั้งสองคนที่เพิ่งทานอาหารเสร็จ
“อืม เอาสิ” แคลร์ที่เพิ่งใช้ผ้าเช็ดปากเสร็จตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ยัยนี่จะตื่นเต้นหน่อยไม่ได้รึไง
“ลูเซี่ยนดูสนใจชั้นสองจังเลยนะ เพราะว่ามีอาวุธขายอยู่เหรอ”
“แน่นอนสิ ช่องทางการซื้ออาวุธมีทางเลือกมากกว่าหนึ่งย่อมดีกว่า ะเิมือที่เราใช้คราวที่แล้วราคาแต่ละลูกนี่เกือบจะเท่าราคาค่าตัวพวกเราแต่ล่ะคนในทำงานครั้งนึงเลยนะ แถมยังแพงขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ถ้ามีทางเลือกมากกว่าหนึ่งย่อมดีกว่าอยู่แล้ว”
“แต่ไม่มีอะไรรับประกันนิว่าเค้าจะยอมขายให้ก่อนหน้าคุณพนักงานต้อนรับก็บอกแล้วนี่ แล้วอีกอย่างทำไมลูเซี่ยนไม่เปลี่ยนมาใช้มีดสั้นแบบผมล่ะ สะดวกดีออกเสียเงินแค่ครั้งเดียวใช้ได้ยาวๆเลย”
ถ้าฉันเคลื่อนไหวร่างกายได้คล่องแคล่วเหมือนแกก็อยากจะใช้อยู่หรอก แต่พอขึ้นเลขสามแล้วอะไรๆก็เปลี่ยนไป แต่ถ้าพูดออกไปมันต้องหาว่าเราแก่แล้วแหงๆ
“ใช้อาวุธที่ถนัดมันสบายใจกว่าน่ะ อย่ามัวแต่พูดมากรีบไปกันได้แล้วหลังจากนี้ยังต้องไปรับผ้าที่ส่งซักไว้อีก”
ลูเซี่ยนไม่รีรอเรียกคิดเงินค่าอาหาร เดินนำขึ้นชั้นสองไปทั้งสองคนก็พากันเดินตามมาติดๆ ที่ชั้นบนเป็ห้องโล่งขนาดใหญ่ที่เคาน์เตอร์และมีพนักงานขายเพียงไม่กี่คนยืนเฝ้าอยู่ที่เคาน์เตอร์ บนเพดานกลางห้องมีโคมไฟแชนเดเรียสีดำแขวนอยู่ ที่พื้นห้องถูกปูด้วยพรมสีม่วงเข้ม มีชั้นวางของสูงเท่ากำแพงวางเรียงอยู่ตามพนังห้อง ในชั้นวางของมีของใส่โชว์เอาไว้อยู่ของที่โชว์มีป้ายชื่อสินค้า ราคา และข้อมูลของสินค้านั้นๆ เอาไว้ด้วย ้านี้นอกจากทั้งสามคนแล้วไม่มีแขกคนอื่นๆอยู่เลย
คุณพนักงานผู้ชายที่ประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์ มีผมสีดำและดวงตาสีแดงเหมือนกับพนักงานคนอื่นๆ
แต่ท่าทางดูสุขุมภูมฐานกว่า สวมเสื้อคอเต่าสีดำ ทับด้วยเสื้อโค้ทสีดำยาวอีกชั้น ข้างขวาใส่ต่างหูสีดำที่เหมือนกับป้ายแท็กยาวลงมาถึงกลางคอประดับด้วยลวดลายสีทอง มือทั้งสองข้างใส่ถุงมือสีดำ สวมแหวนสีทองที่นิ้วชี้ข้างขวา ผมยาวประบ่า มัดครึ่งศรีษะดูยุ่งนิดๆ ดวงตาเรียวคมั์ตาสีแดง เมื่อเข้ามาถึงแล้วลองกวาดสายตาดูรอบๆ ก็พบว่าที่นี่มีทั้งหนังสือ อาวุธ ยาแปลกๆ ที่ถูกปรุงเอาไว้มากมาย มีทั้งยาที่เพิ่มความสูง ยาที่สามารถเปลี่ยนเพศได้
ยาที่เพิ่มความสามารถในการใช้เวทมนต์ ยาลดอายุแบบชั่วคราว อาวุธเวทมนต์ ชุดอุปกรณ์การเล่นแร่แปลธาตุ คทาเวทมนต์ มีดอาบยาพิษ สมุนไพร แร่หายาก น้ำหอม ชุดเกราะ มีแม้กระทั่งชุดเครื่องครัวแบบพกพา หรือชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น เรียกได้ว่ามีั้แ่สากกะเบือยันเรือรบเลยจริงๆ ถ้าจะให้ตามหาของที่อยากได้เองแบบนั้นคงยาก ลูเซี่ยนจึงเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อสอบถามพนักงาน ในระหว่างนี้เซโน่ก็เดินสำรวจนู่นนี่นั่นภายในร้าน
“ได้ยินมาว่าที่นี่ขายอาวุธด้วย ไม่ทราบว่าพอจะมีะเิที่พกพาง่ายๆหรือะเิมือขายบ้างไหม” ผมเข้าไปสอบถาม จากนั้นพนักงานก็หยิบหนังสือแคตตาล็อกขึ้นมาโดยไม่พูดอะไร เปิดหาอยู่สักพักก่อนจะยื่นหน้าที่เปิดเอาไว้มาให้ผมดู ผมรับมาก็พบว่าในนั้นมีะเิแบบต่างๆ อยู่มากมายแต่ละอันก็มีความรุนแรงที่แตกต่างกันไป แล้วยังมีรูปแบบการใช้งานหลากหลาย อย่างเช่นอันนี้ เป็ะเิกระแสไฟฟ้าจะทำให้ผู้ที่โดนเป็อัมพาตไปพักหนึ่ง แต่ที่ชวนให้น่าสงสัยก็คือ ทุกอย่างในนี้เขียนว่าไม่ขายทั้งหมดเลย
“เออ คือขอถามอะไรหน่อยได้ไหมทำไมมันถึงขึ้นว่าไม่ขายทั้งหมดเลยล่ะ”
“เพราะว่าลูกค้าของพวกเรามาจากหลากหลายที่ในจักรวาล สภาพแวดล้อมแต่ละที่ก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย ของบางอย่างอยู่อีกที่นึงไม่ส่งผลร้ายแรงอะไรแต่พออยู่อีกที่กลับกลายเป็อาวุธร้ายแรง เพราะฉะนั้นเวลาจะขายอะไรให้จึงต้องคิดถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย อย่างเช่น ถ้าเอาอาวุธเวทมนต์ไปขายให้กับคนในโลกที่ไม่มีเวทมนต์ล่ะก็คนที่ได้อาวุธนั้นไปก็คงกลายเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนั้นได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร แต่เราต้องคิดถึงความโกลาหลที่จะตามมาในภายหลังด้วย พวกเราคำนึงถึงเื่พวกนี้จึงต้องเลือกว่าจะขายให้ใครหรือไม่ขายให้ใคร ก็อย่างที่คุณลูกค้าเห็นที่ชั้นสองนี้ไม่ได้ต้อนรับทุกคนเหมือนกับชั้นแรก
คนที่จะเข้ามาที่นี่ได้จำเป็ที่จะต้องได้รับคำเชิญจากพนักงานคนแรกที่เจอซะก่อน ถ้าไม่ได้รับคำเชิญก็จะบอกแค่กฎของทางร้านเท่านั้น ซึ่งผู้ที่เป็คนตัดสินใจว่าใครจะขึ้นมา้านี้ได้หรือไม่ได้มีเพียงแค่นายท่านเท่านั้น ซึ่งก็ดูเหมือนว่าพวกคุณจะได้รับอนุญาตสินะ”
“อ่อ ถ้างั้นมีอะไรที่ฉันพอจะซื้อที่นี่ได้บ้างล่ะ”
“ไม่มีครับ”
“?!…จะเป็ไปได้ยังไงเล่าถ้าได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาก็น่าจะพอซื้ออะไรที่นี่ได้บ้างไม่ใช่เหรอ ไม่อย่างนั้นจะให้พวกเราขึ้นมาที่นี่ทำไมกัน”
“ถ้าถามข้าบางที นายท่านก็แค่อยากจะอวดเท่านั้น ไม่ได้คิดจะขายจริงๆ” คุณพนักงานตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“หา?!”
ผมถึงกับอึ้งไปเลยเมื่อได้คำตอบแบบนี้ ไอ้นายท่านนั่นมันเป็คนยังไงกันแน่นะ ชักจะอยากเห็นหน้าขึ้นมาแล้วสิ!!!
ผมเดินกลับลงมามือเปล่าด้วยสีหน้าผิดหวังสุดๆ
“อุตส่าห์คิดว่าจะหาช่องทางซื้ออาวุธโดยที่ไม่ต้องผ่านนายหน้าแล้วเชียว”
“ก็ช่วยไม่ได้แหละนะ คุณพนักงานก็บอกแล้วนิว่าถ้าขายให้ไม่ระวังอาจจะเกิดปัญหาตามลงมาในภายหลังน่ะ”
“แต่ถึงแบบนั้นก็เถอะเ้านายท่านที่ว่าเนี่ยน่าโมโหชะมัดเลย ให้พวกเราขึ้นไปเพียงเพราะแค่อยากอวดสินค้าแค่นั้นน่ะนะ”
ลูเซี่ยนเดินบ่นพึมพำลงมาอย่างหัวเสีย ทั้งสามพากันเดินออกจากร้านไป พากันซ้อนท้ายเพื่อที่จะไปรับเสื้อผ้าที่ร้านซักรีดต่อ แต่เซโน่กินเยอะเกินไปจึงไม่สามารถเบียดเข้าไปอยู่ตรงกลางได้เหมือนตอนขามา จึงเปลี่ยนให้แคลร์นั่งตรงกลางแทนแล้วเซโน่นั่งท้าย เซโน่นั่งหันหลังชนกับแคลร์แล้วให้ลูเซี่ยนเป็คนขับ หลังจากขับออกจาร้านไปสักพักจู่ๆ ก็มีรอยแยกปรากฎขึ้นอย่างกระทันหันในทางที่รถเพิ่งขับผ่านมา เซโน่ถูกดึงเข้าไปในรอยแยกเพียงคนเดียวโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
Watashi Da : Gate of Hell เป็ร้านอาหารที่ดีจริงๆเลยนะว่าไหม