ตอนที่ 4 หุบเขาลี้ลับ
ณ หมู่บ้านซาน หมู่บ้านทางทิศเหนือในหุบเขาลี้ลับ
(ชื่อหุบเขาลี้ลับเพราะหมู่บ้านซานตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงที่อยู่ห่างไกล)
(หมู่บ้านหลายหมู่บ้านประกอบกันเป็เมือง เมืองหลายเมืองประกอบกันเป็เขตปกครอง)
แสงอรุณส่องสว่างหน้าหนาวในยามเช้า
ความสงบในหมู่บ้านเริ่มที่จะถูกขัดโดยเสียงะโ
“พวกเราเช้าแล้ว”
“รีบลุกขึ้นมาทำงานได้แล้ว”
"พระอาทิตย์ใกล้จะขึ้นแล้ว"
"ลุกขึ้นมาทำงานเพื่อผู้นำซาน"
"ขอให้เป็วันที่สุขสงบ ภายใต้การปกครองของตระกูลซาน"
เสียงะโเกิดขึ้นทั่วทุกทิศ
เสียงจากคนบอกเวลาหลายคนของหมู่บ้าน ดังขึ้นจากยอดหอสูง ซ้ำไปซ้ำมาในชีวิตประจำวัน
." รับใช้ตระกลูซานอันยิ่งใหญ่!" เสียงะโจากคนบอกเวลาของหมู่บ้านดังขึ้นซ้ำและซ้ำอีก
หลายคนกำลังเตรียมตัวเพื่อผจญภัยในวันนี้ ตามคำสั่งของผู้นำซาน
ผู้นำซานเป็ผู้ปกครองของหมู่บ้านแห่งนี้
หมู่บ้านซานอยู่บนเทือกเขาสูงที่อยู่ห่างไกล และอยู่ในอำนาจการปกครองแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
การค้าขายเนื้อสัตว์และแร่เหล็กเป็กิจกรรมที่สำคัญของหมู่บ้านนี้
เมื่อถึงเวลาผู้นำซานจะส่งบรรณาการไปยังเมืองที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อให้เมืองเ่าั้คอยคุ้มครอง และส่งความคิดถึงให้กับหมู่บ้านซาน
เซียงหยุนยังคงหลับสนิท จนกิ่งก่าหิมะเข้ามาเลียที่ใบหน้าซ้ำๆ จนเปียกแฉะ
เมื่อรู้สึกถึงความเย็นในอากาศ เซียงหยุนค่อยๆ ลืมตาตื่น
เขามองไปรอบๆ ตามสภาพห้องนอนไม้ที่ใกล้จะพัง ทั้งเก่าทรุดโทรม และมีกลิ่นอับชื้นที่น่าไม่พอใจ
เด็กหนุ่มค่อยๆ ลุกออกมาจากเตียงไม้ จัดที่นอน เก็บหมอนและผ้าห่มเก่าๆ ที่มีรอยขาดเป็ทางยาวต่อๆ กันแต่ถูกเย็บไว้อย่างดี
เขาเก็บไว้ในตู้เก็บของ
พอเขาได้สติก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ถูกกลั่นแกล้งเมื่อคืนทำให้ใจของเด็กหนุ่มรู้สึกเ็ป
ความหนาวที่ทำให้เขารู้สึกเย็นสั่นทั้งตัว
แต่เขาต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเจอเื่ต่างๆ ในวันนี้
“สู้ สู้ๆ ข้าทำได้ วันนี้ข้าจะโชคดีกว่าวันไหนๆ”
วันที่เขาจะทำให้ทุกคนรู้ว่าเขามีพลังและกล้าหาญ ซึ่งนี้เป็แค่วันหนึ่งที่เขาต้องพิสูจน์ตัวเอง
ในใจของเขามีความอึดอัดและความรู้สึกที่ไม่สงบใจ
ก่อนที่เขาจะออกจากบ้าน อย่างน้อยเขาจะต้องปิดบังความเ็ปในใจก่อน
เซียงหยุนเมื่อเขาได้ััความเย็นจากลมหนาว
แสงของดวงอาทิตย์ก็ค่อย ๆ ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น
เมื่อเด็กหนุ่มหันมองไปนอกหน้าต่างบ้านเพื่อปรับอารมณ์ ก็เห็นดวงอาทิตย์กำลังขึ้นส่องแสงสวยงามในยามเช้า
แสงยามเช้าทอดยาวกับเมฆหมอก “ช่างเป็ภาพที่สวยงาม ประสานสอดรับกับดอกไม้และต้นไม้ที่ท่านตาได้ปลูกไว้”
เซียงหยุนพูดพึมพำกับตนเอง
ความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์เริ่มที่ส่องเข้ามา ควบคู่กับความเย็นที่ยังคงเกาะอยู่ในอากาศ นำเขากลับสู่สภาพความจำก่อนหน้านี้
เสียงของตาเซียงซื่อ ดังขึ้น
“เซียงหยุนตื่น ลุกได้แล้ว ตารออยู่หน้าบ้าน"
"เ้าพร้อมออกไปทำงานรึยัง”
เสียงะโถามจากเซียงซื่อ ชายแก่ที่ยืนรออยู่หน้าบ้าน พร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือจัดสวนที่วางกองอยู่ข้างๆ
เด็กหนุ่มะโตอบ “ข้ากำลังจะพร้อม และใกล้จะพร้อมแล้ว รอสักครู่นะท่านตา”
จากนั้นเด็กหนุ่มจึงรีบถอดเสื้อนอน เปลี่ยนมาอยู่ในชุดคนสวนเสื้อผ้าเก่าๆ ดำๆ ล้างหน้าบ้วนปาก
เขาวิ่งตรงไปที่ห้องครัวหลังบ้าน หยิบน้ำที่ใส่อยู่ในแก้วโบราณขึ้นดื่ม
น้ำที่ดื่มเป็น้ำผสมหญ้าหวานกับกลีบดอกไม้บนูเาที่ชายแก่ทำให้หลานชายดื่มตอนเช้าของทุกๆ วัน
หลังจากดื่มน้ำจนหมดแก้ว เด็กหนุ่มจึงคว้าหยิบแอปเปิลเขียวขึ้นมากัด
เด็กหนุ่มพร้อมเดินออกจากบ้านมาหาเซียงซื่อที่ยืนรออยู่
เมื่อเซียงหยุนเตรียมพร้อมแล้ว เขาก็ก้าวเท้าออกจากบ้าน
โลกที่เขาเคยรู้จักมานั้นดูไม่เหมือนเคยอีกต่อไป
ความเงียบสงบอย่างธรรมชาติ แต่ในความเงียบนี้ เขารู้สึกถึงความไม่สบายใจ ความหงุดหงิดที่ค้างอยู่ในใจไม่หายไป
เด็กหนุ่มเดินอย่างเร็วเพื่อไปหาเซียงซื่อที่ยืนรออยู่หน้าบ้าน
ความเงียบสงบที่หมู่บ้านในตอนเช้ากลับเปลี่ยนเป็ความวุ่นวายที่เข้ามาอย่างกะทันหัน
ในสมองของเด็กหนุ่มเสียงฉากฉายภาพของผู้อัญเชิญดวงจิตนกพิราบ และดวงจิตกวางเหลือง กำลังก่อความรำคาญเป็ที่สุดในใจของเซียงหยุน
ร่างเงาชราตัวสูงใหญ่ สะท้อนแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าดูน่านับถือ
เซียงซื่อเห็นเด็กหนุ่มเข้ามา หน้าตาเขาดูสับสน
เมื่อสังเกตว่าข้างกายของหลานชายไม่มีจิติญญาอสูร จึงได้พูดกับหลานชายเพื่อปลอบใจ
"เซียงหยุน มีอะไรที่รบกวนใจใช่ไหม" "
"เมื่อคืนเป็ยังไงบ้าง ถึงเหล่าจิติญญาอสูรทั้งหลายจะไม่เลือกเ้า แต่ยังมีอีกหลายอาชีพที่เ้าจะเป็ได้นะ"
เซียงหยุนเอ่ยตอบออกมาด้วยเสียงที่ค่อนข้างต่ำ แต่ก็พอให้คนข้างๆ ได้ยิน
"ท่านตาเซียงซื่อ มันก็คือทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนครับ ผมรู้สึกไม่สบายใจเลยว่าเป็เื่ที่ปกติในหมู่บ้านนี้"
ทำให้ตาแก่เซียงซื่อกอดเขาไว้เบาๆ ช่วยให้เซียงหยุนรู้สึกถูกต้อนรับและสงบใจลงในหัวใจ
หัวใจเขาก็รู้ว่าได้คำแนะนำที่ดีและอยากให้เขามีความสุข
สิ่งนี้ก็ทำให้เซียงหยุน มอบคำพูดขอบคุณออกมาทางเดียว โดยมีรอยยิ้มอ่อนๆ บนใบหน้า
เซียงซื่ออยู่ด้วยความสงบสุข รู้ว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาที่เซียงหยุนจะฟังซึ้งคำแนะนำของเขา และรู้สึกดีใจที่ได้เป็เพื่อนแท้ของเด็กหนุ่มคนนี้ในหมู่บ้านซานที่เงียบสงบและลึกซึ้ง
"เอาละมาเริ่มงานวันนี้กันเถอะ"
เมื่อพูดจบเ้าหิมะน้อยก็ขึ้นมาเกาะแขนชายแก่พยายามออกเสียงเป็ภาษาสัตว์อสูรคล้ายๆ มันเองก็อยากเข้ามาช่วยปลอบใจ
“วันนี้งานของเ้าคือนำปุ๋ยหมักมาใส่ต้นไม้และดอกไม้นะ หลานรัก”
"ให้ใช้เศษพืชผสมมูลสัตว์ตามที่ตาเคยสอนมาทำปุ๋ยสำรอง และนำปุ๋ยที่ตาเตรียมไว้เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนที่ได้สอนเ้ามาใช้"
สิ้นเสียงเซียงซื่อ ตาและหลานก็ช่วยกันแบกเครื่องมือ เดินตรงสู่บ้านหลังใหญ่และสวยงามที่สุดในหมู่บ้าน
บ้านหลังนี้มีบริเวณพื้นที่กว้างถึง 5 ไร่ กับอีก 3 งาน
*** (1 ไร่ = 4 งาน และ 1 งาน = 100 ตารางวา) ***
และเศษพื้นที่ที่ไม่ใช้งานอยู่อีกหลายชิ้น
นั่นคือบ้านหลังที่หากใครเข้ามาพบก็คงต้องประหลาดใจที่ความงามและความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่นี้
โดยบริเวณพื้นที่รอบบ้านประดับไปด้วยสวนดอกไม้ สวนหิน สวนพืชผักผลไม้ และพืชสมุนไพร ผสมกัน
ซึ่งแน่นอนว่าเป็บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านซาน และมีป้ายเขียนไว้หน้าบ้านว่า บ้านผู้นำตระกูลซาน หัวหน้าหมู่บ้าน
*** (ซาน 山 = ูเา) *** ***
บรรพบุรุษตระกูลซานเป็ผู้ก่อตั้งหมู่บ้านบนูเาแห่งนี้
โดยมีชาวบ้านเข้ามาร่วมอาศัยอยู่ประมาณ 800 คน หุบเขาลี้ลับเป็พื้นที่พิเศษ
แต่เพราะการเปิดเส้นทางเข้าหมู่บ้านหลากหลายเส้นทาง
ทำให้การเดินทางเข้าหมู่บ้านทำได้ง่ายมากขึ้น จึงมีคนต่างถิ่นเข้ามาท่องเที่ยวและทำการค้าอยู่ประมาณ 500 คนต่อปี
ดังนั้นเพื่อเป็การให้เกียรติผู้ก่อตั้งหมู่บ้าน. หมู่บ้านแห่งนี้จึงชื่อ หมู่บ้านซาน และให้ทายาทตระกูลซานรับ่เป็ผู้นำหมู่บ้านเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน***
———————————————————————
เซียงหยุนเดินเข้าสู่สวนหลังบ้าน
สักการะอยู่ที่สวนดอกไม้ที่มีดอกไม้สีสันสวยงามที่สร้างสรรค์อย่างดี
หลายชนิดของดอกไม้ที่เรียงรายตามหมายเลขที่เตรียมไว้เพื่องานนี้ สะสมอยู่อย่างสวยงาม และก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นในใจ
เด็กหนุ่มจำได้ว่าตำราสอนเขาว่า การหายใจที่ดีนั่นคือการให้ใจเปิดรับความรู้สึกและความเชื่อมั่นในการทำงานที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้
วันนี้เด็กหนุ่มมีความหวังและความใฝ่ฝันในอนาคตเต็มไปด้วยความสดใสป็นแรงบันดาลใจให้ก้าวออกไปสู่สวนดอกไม้
บริเวณพื้นที่ขอบรั้วบ้าน ณ บ้านผู้นำหมู่บ้านซาน
แสงแดดเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ เวลาทำงานผ่านไปอย่างรวดเร็วก็เข้าสู่่เวลาบ่าย
เป็่เวลาที่อากาศบนูเาเริ่มร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ
“เหลือเพียงนำปุ๋ยไปใส่ต้นไม้ใหญ่อีก 2 ต้น งานของข้าวันนี้ก็จะเสร็จแล้ว”
เซียงหยุนบ่นกับตัวเอง พร้อมหิ้วถังปุ๋ยขนาดเท่าเอว 2 ถัง
เชาเดินยิ้มอย่างมีความสุขไปทางต้นไม้ใหญ่ ที่อยู่สุดขอบรั้วบ้านซาน
เซียงหยุนเดินไปทางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่สุดขอบรั้วบ้านซานอย่างช้าๆ
ในที่สุดเขาได้ถึงและเห็นต้นไม้ที่สูงเริ่มหันใบใบลงมาบางส่วนเพื่อหาความเย็นใน่เวลาที่แสงแดดร้อนจัด
เซียงหยุนจัดถังปุ๋ยสองถังที่หิ้วมาและเริ่มใส่ปุ๋ยไปในฐานะของต้นไม้ที่อยู่ข้างหน้า
ฐานของต้นไม้นี้มีขนาดใหญ่เหมือนกับต้นไม้ที่เป็สัญญาณของบ้านผู้นำหมู่บ้านซาน
ใบใมสีเขียวอมเหลืองสวยงาม ซึ่งบ่งบอกถึงความสดใส และความเจริญรุ่งเรืองของบ้านซานนี้อย่างชัดเจน
โดยเขาเลือกใช้ปุ๋ยที่ทำจากเศษพืชผสมมูลสัตว์ตามที่ตาเคยสอนมา
มันเป็ปุ๋ยสำรองที่ให้สารอาหารที่เพียงพอในการกระจายให้กับต้นไม้ ดอกไม้ในสวนให้เติบโต และร่วมกันสร้างสรรค์ภูมิทัศน์ที่สวยงามเอาไว้
ในขณะระหว่างที่เซียงหยุนกำลังก้มตัวใส่ปุ๋ยผสมหญ้าแห้งให้ต้นไม้อย่างมีความสุข
ได้มีคนเข้ามาเตะเด็กหนุ่มบริเวณเอวจากด้านหลังอย่างรุนแรง
... " " ทำให้ล้มลงไปนอนอยู่ที่พื้น
เซียงหยุนหลังจากที่ล้มลงนอนอยู่ที่พื้นก็รีบพลิกตัวหันไปมองหาคนที่ทำร้ายตน.
สังเกตเห็นจี้กุน เด็กหัวเหม่งล้านโล้นตัวสูงใหญ่มีกล้ามเป็มัดๆ อายุประมาณ 15 ลูกน้องคนสนิทของซานมิ่งยืนยิ้มอยู่
เสียงะโตามหลังจี้กุน “จับมันมัดไว้กับต้นไม้ วันนี้มันต้องได้รับการสั่งสอน” คือเสียงซานมิ่งที่อยู่ในอารมณ์โกรธ
ซานมิ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้เซียงหยุน จี้กุนเตะเข้าไปที่ใบหน้าของเซียงหยุน
แล้วเข้ามาจับมือเซียงหยุนจากด้านหลัง มัดมือด้วยเชือด
ดึงผมของเซียงหยุนลากตรงมาที่ต้นไม้ใหญ่
ใช้เวลาเพียงไม่นานเซียงหยุนก็ถูกจี้กุนจับมัดติดอยู่กับต้นไม้
และโดนซานมิ่งที่เดินมาถึงตบหน้าด้วยกำลังสุดแรง
"เพียะ" ไปหนึ่งครั้งทำให้เซียงหยุนมีเืออกที่มุมปากเล็กน้อย
โดนตบหน้าอย่างแรงจากซานมิ่ง สภาพอารมณ์ของเขาสลับไปกับความกังวลและสลักความโกรธลงในใจ
เซียงหยุนรู้สึกถึงความไม่สะดวกใจ และความไม่มั่นใจภายในตัวเขา
แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะมองหาคำตอบในขณะนี้
มันเหมือนกับใจของเขาถูกทดสอบความแข็งแกร่งในเวลานี้
เขาะโและเริ่มต่อต้าน "ข้าเซียงหยุนทำอะไรให้พี่ซานมิ่งไม่พอใจ ช่วยอธิบายให้ข้าทราบด้วย"
แม้เซียงหยุนจะมีอารมณ์โกรธจากการาเ็ที่ใบหน้า บริเวณด้านหลังที่ถูกเตะ
เซียงหยุนยังยอมพูดอ่อนข้อให้กับซานมิ่ง
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ได้แต่นิ่งเงียบ
ระหว่างซานมิ่งและเซียงหยุนคือสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหมู่บ้านซาน
ทุกคนรู้สึกได้ว่าบรรยากาศในบ้านมีความตึงเครียดอย่างชัดเจน
"แก เพราะ แก เซียงหยุน ทำให้พวกข้าทุกคนถูกลงโทษจากกฎของหมู่บ้าน"
ซานมิ่งกล่าวด้วยอารมณ์โกรธ ใบหน้าอ้วนๆ ค่อยๆ แดงขึ้น
"กฎอะไรเื่อะไรข้าไม่เข้าใจ??"เซียงหยุนพูดขึ้นจากความสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น
"ข้อห้ามทำร้ายกันเองและทำลายทรัพย์สินภายในหมู่บ้านนี้ ทำให้พวกข้าอีก 8 คนถูกจับขังคุกมืด 10 วัน
โชคดีที่ข้าเป็ลูกหัวหน้าหมู่บ้าน และจี้กุนเป็ลูกรองหัวหน้าหมู่บ้าน จึงไม่โดนขังไปด้วย
แต่ต้องจ่ายเงินคนละ 3 เหรียญทอง กับอีก 30 เหรียญเงินให้กับหมู่บ้าน
พวกข้าสองคนจึงโดนพ่อแม่ลงโทษงดรับเงินค่าขนม 1 เดือน"
ซานมิ่งจ้องมองไปที่เซียงหยุนอย่างมุ่งร้าย
ด้วยความเจ็บใจที่ลูกน้องถูกขังในคุกมืดและพวกมันสองคนต้องโดนลงโทษงดเงินค่าขนมตลอดทั้งเดือน
*** รูปแบบเงิน คือ 100 เหรียญทองแดง ได้ 1 เหรียญเงิน และ 100 เหรียญเงินได้ 1 เหรียญทอง ซาลาเปาไส้หมู 1 ลูก ต้องจ่ายประมาณ 20-30 เหรียญทองแดง ***
เซียงหยุนรู้สึกสงสัย ทำไมข้าต้องทราบถึงความผิดที่ทำให้เ้าถูกลงโทษ ความทุกข์ที่ซานมิ่งต้องตระเตรียมเงินให้กับหมู่บ้าน
ทั้งที่ข้าเซียงหยุนก็ต้องเอาใจใส่ในการทำงานให้ดีขึ้น
ในขณะที่ซานมิ่งยืนอยู่หน้าเซียงหยุน ความโกรธของเซียงหยุนกำลังดังในใจของเขา
เซียงหยุน ตอบกลับ "ข้าเซียงหยุนไม่เคยเล่าเื่ใดๆ เกี่ยวกับท่านและกลุ่มของท่านต่อเหล่าผู้ใหญ่ในหมู่บ้านเลยสักครั้ง" เซียงหยุนเริ่มมีอาการหงุดหงิดอารมณ์เริ่มร้อนขึ้นตามสภาพอากาศ
ซานมิ่งชกไปที่ท้องของเซียงหยุนและกล่าวขึ้นว่า
"เพราะเมื่อวานพ่อของหยู่หนิง นายพรานหยู่ฉ่างไปฟ้องเหล่ากรรมการหมู่บ้านนะสิ
โดยมีหยู่หนิงเป็พยานว่าพวกข้ารังแกเ้า!"
ซานมิ่งะโตอบและคิดว่าเื่ทั้งหมดเกิดจากเซียงหยุน
(เหล่ากรรมการหมู่บ้าน คือ ผู้รักษากฎระเบียบภายในหมู่บ้าน ทำหน้าที่แทนผู้นำฯ)
"แค่ถีบเ้าตอนงานคัดเลือกิญญาอสูรก็ทำให้ข้าต้องถูกลงโทษ"
ซานมิ่งชี้นิ้วให้จี้กุนไปหยิบถังปุ๋ยมาวางใกล้ๆ
"ของขวัญจากพวกข้า ที่ต้องถูกลงโทษ"
กล่าวจบซานมิ่งใช้กระบอกไม้ตักปุ๋ยในถังมาเท ละเลงลงบนตัวของเซียงหยุน ั้แ่หัวจนถึงเท้า ทั้งตัวเต็มไปด้วยปุ๋ยที่มีกลิ่นเหม็น
เซียงหยุนรู้สึกถูกทำร้ายทั้งกายและใจ
ความยินดีต่อสวนดอกไม้ที่เคยมีได้หายไป
เซียงหยุนรู้สึกถึงความโกรธ ความเ็ป ความสับสนที่เขามี มากที่สุดั้แ่ที่มีชีวิตอยู่ ในหมู่บ้านซาน
แม้เซียงหยุนจะไม่เคยตอบโต้ ไม่เคยแสดงสีหน้าใดๆ
แต่ความโกรธจากการเป็ผู้ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวก็ไม่อาจจะปิดกั้นได้อีกต่อไป
สายตาที่ดูน่ากลัวเหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่กำลังจ้องมองเหยื่อ
สายตาอาฆาตแค้นและแววตาอันตรายดูน่ากลัว
เริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
ซานมิ่งพูดอย่างมั่นใจ “อีกไม่นานหยู่หนิงก็ต้องเป็เมียของข้า
เ้าเป็เพียงคนสวนอย่าริอาจมาตีเสมอนาง”
ในอำนาจและบารมีของข้าซานมิ่ง
“จำไว้อย่าให้ข้าเห็นเ้าเข้าใกล้หยู่หนิง.
จี้กุนพวกเรากลับ” ซานมิ่งหันหลังกลับพร้อมหัวเราะอย่างผู้ชนะ
เซียงหยุนหันหน้ากลับมามองซานมิ่งอีกครั้ง
เซียงหยุนเขายังถูกมัดติดกับต้นไม้ ร่างกายถูกแดดเผา ใบหน้ามีรอยแดง และมุมปากมีเืไหลออกมานิดหน่อย
เซียนหยุนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าบ่นกับตัวเอง
"ข้าจะต้องอดทนไปอีกนานแค่ไหน"
“ถือว่าเ้าโชคดีเ้าอ้วนซานมิ่ง หากเมื่อกี้เ้าไม่หยุดมือ ข้าคงไม่อาจจะอดทนได้อีกต่อไป”
เสียงของเซียงหยุนพูดออกมาเบาๆ หลังจากที่ซานมิ่งและจี้กุนเดินหายออกไปจากสายตา
หลังจากที่ซานมิ่งและจี้กุนได้หลุดพ้นออกไป
ซึ่งหลังจากไร้ผู้คน เซียงหยุนได้แสดงให้เห็นถึงความอาฆาต และพลังอำนาจที่ซ่อนอยู่ในตัว
เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าปอดเพื่อขยายกำลัง
พร้อมออกแรงนิดหน่อยเชือดที่รัดร่างอย่างแน่นอยู่ก็ขาดออกจากกันทันที
เซียงหยุนรีบเดินไปเข้าห้องน้ำของคนงานเพื่ออาบน้ำล้างหน้าล้างตัวจากสิ่งสกปรกและกลิ่นปฏิกูล
พอเซียงหยุนถอดเสื้อ ก็พบว่าตัวเองมีแผลเป็สองรอย เป็เส้นขนานกันปรากฏอยู่กลางหลัง
เป็แบบนี้ทุกครั้งที่เซียงหยุนใช้กำลังที่เหนือกว่าคนปกติ
โดยจะเห็นเป็รอยแดงเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ
ในตอนบ่ายวันนั้น เซียงหยุนได้กลับเข้าไปทำงานให้เสร็จสิ้น
เซียงหยุนเขาก็ไม่ลืมที่จะตระหนักถึงการทำร้ายที่เกิดขึ้นใน่นั้น
ความโกรธและความเ็ปที่มากขึ้น
ทำให้เขาตัดสินใจที่จะรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านอย่างสมเหตุสมผล
อาจจะไม่ใช่วันนี้ แต่เขาจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีในอนาคต เพื่อให้มีความเป็อยู่ที่ดีขึ้น
----------------------------------------------------------------------