บทที่ 1 ตอนที่ 2
''ข้าในฐานะของผู้ส่งสาสน์ จะขอกล่าวอะไรในเบื้องต้นก่อนเล็กน้อย'' ''ในดินแดนแห่งความหวาดผวานี้ คือหนทางในการเอาตัวรอดของพวกท่านนั้นจะเปรียบเสมือนกับตัวละครในเกมส์ ข้านั้นได้ข่าวมาว่า พวกท่านนั้นมีรสนิยมที่ชื่นชอบเกี่ยวกับการเล่นเกมส์ การเอาสิ่งที่เรียกว่า NPC ไปตบตีกันโดยพวกมันนั้นสามารถฟื้นคืนกลับได้คงจะเป็นเรื่องที่น่าสนุกยิ่ง แต่หากจะมีสิ่งที่น่าสนุกและตื่นเต้นกว่านั้นเล่า หากพวกท่านจะได้รับโอกาสเป็นตัวละครที่สามารถพัฒนาตนเองขึ้นไปได้เรื่อยๆ สามารถปลิดชีวิตสังหารสิ่งมีชีวิตตนใดก็ได้ตามที่ใจปรารถนา แต่ในดินแดนแห่งความหวาดผวา สิ่งมีชีวิตโดยทั่วไปจะไม่มีการดรอปสิ่งของใดๆทั้งสิ้น จะมีก็เพียงแค่คะแนนนักล่าเท่านั้นที่พวกท่านจะได้รับหลังจากการสังหารพวกมันลงไป หากเป็นสิ่งมีชีวิตระดับผู้นำ อาวุธของพวกมันบางทีก็ดูจะน่าสนใจมิใช่น้อย หากมองดูแล้วเหมาะสมพวกท่านก็สามารถสังหารมันและหยิบจับมาใช้ได้ตามแต่ต้องการ แต่อาวุธเหล่านั้นหากมิได้ยอมรับพวกท่านเป็นเจ้าของจริงๆ ก็สามารถที่จะถูกแย่งไปได้ทุกเมื่อ และหากเป็นเกมส์ออนไลน์ ย่อมแน่นอนว่าการพัฒนาตัวละครก็เป็นเรื่องสำคัญ น่าเสียดายที่ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า 'ค่าประสบการณ์' หากพวกท่านต้องการที่จะพัฒนาตนเอง ก็สามารถกระทำได้โดยจ่ายคะแนนนักล่าจำนวนหนึ่งเพื่อแลกเปลี่ยนกับความแข็งแกร่งของร่างกาย พวกท่านจะพัฒนาตนเองไปตามพรสวรรค์ที่มีแต่ต้น หรือจะเปลี่ยนผันร่างกายตนเองก็ตามแต่ต้องการ...'' เจ้าภูติน้อยกล่าวอธิบายออกมายาว แต่ทุกคำล้วนฟังได้อย่างชัดเจนไม่ผิดเพี้ยน ทั้งๆที่มันมีขนาดตัวที่เล็กและอยู่ห่างไกลมาก เสียงที่ได้ยินกลับดังชัดเจนราวกับมันพูดอยู่ตรงหน้า ช่างน่าอัศจรรย์ จากเนื้อความที่ได้ยินมา เจ้าภูติน้อยอิลล์กำลังจะบอกว่าชีวิตของพวกเขาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่โลกเดิม แต่กำลังใช้ชีวิตอยู่ที่ดินแดนแห่งความหวาดผวาซึ่งพวกเขาจะใช้ชีวิตเหมือนกับตัวละครในเกมส์ที่สามารถฆ่าฟันสิ่งใดก็ได้เพื่อให้ได้ความสามารถในการพัฒนาตนเองมา ฟังดูแล้วก็อาจจะเป็นเรื่องที่น่าสนุกมีการสนทนามากมายดังขึ้น บ้างก็บอกว่าพวกมันช่างโชคดีเสียจริงที่ถูกนำพามาในการละเล่นที่น่าสนุกแบบนี้ มันก็ควรจะเป็นเช่นนั้น จนกระทั้งประโยคต่อไปได้ดังออกมา... ''เกมส์ออนไลน์จะขาดสิ่งใดไปได้นอกจากระบบคืนชีพ! ด้วยการคืนชีพชีวิตที่ตายลงไปจากความหยิ่งทะนงก็ยิ่งจะทำให้คนผู้นั้นแข็งแกร่งขึ้นไปเรื่อยๆจนผิดมนุษย์'' ในจุดนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด ทุกคนต่างเฝ้าฟังสิ่งที่มันจะพูดออกมาอย่างตั้งใจ แต่เจ้าภูติน้อยอิลล์กลับเว้นช่วงไปเนิ่นนาน ทำเอาจิตใจของผู้คนทั้งหลายเต้นไม่เป็นจังหวะ ''ฮิฮิ'' เสียงหัวเราะของมันช่างดูเต็มไปด้วยเล่ห์กล ดูไม่น่าเชื่อใจเป็นอย่างยิ่ง และก็เป็นไปเช่นนั้น... ''น่าเสียดาย พวกท่านทั้งหลายมีโอกาสเพียงครั้งเดียว หากถูกสิ่งใดฆ่าจะถูกกลืนกินเป็นกฏโดยทั่วๆไป นี้คือชีวิตจริงพวกท่านคงทราบดี อย่างเช่นผู้ที่ถูกสังหารไปเมื่อครู่ทั้ง 4 คน พวกมันจะไม่มีโอกาสได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกอีกต่อไปช่างน่าเสียดายจริงๆ ดังนั้นพวกท่านทั้งหลายจงระวังตนเองเอาไว้ให้ดี หากตายไปนั้นสิ่งของที่จะใช้ชุบชีวิตได้มันหายากยิ่งกว่ารักแท้เสียอีก ฮิฮิ'' เพียงถ้อยคำประโยคนี้ ก็เปลี่ยนผันจากความคิดที่เริ่มจะน่าสนุก กลับแปรเปลี่ยนไปเป็นความหวาดกลัวเหนือคนานับ แต่ในขณะที่ความสิ้นหวังเริ่มเข้ามากัดกินหัวใจทุกคนอีกครั้ง เสียงแห่งความหวังเสียงหนึ่งก็ได้ดังขึ้น พร้อมกับปรากฏผู้กล้าที่กำลังชูแขนขึ้นเป็นจุดเด่น ''ที่คุณพูดว่าของที่ใช้ชุบชีวิตนั้นหายาก มันก็หมายความว่าพวกเรายังสามารถหามันได้ใช่หรือเปล่าครับ? แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจะมีวิธีไหนบ้างที่จะใช้ชุบชีวิตหรือรักษาร่างกายได้บ้างหรอครับ?'' ชายหนุ่มที่น่าจะอยู่ในรั้วมหาลัยดูได้จากการแต่งกายได้ยกมือถามขึ้น หากแต่ก็ใช่ว่าไร้ความกลัว มือที่ยกชูนั้นสั่นไหวไปมาอย่างเห็นได้ชัด เจ้าภูติน้อยแสยะยิ้มออกมาเล็กๆ ก่อนจะเหินร่อนลงไปยังทิศทางที่ชายหนุ่มคนนั้นยืนอยู่ ''ย่อมแน่นอนว่ามี ซึ่งข้านั้นก็พอจะมีมันติดตัวอยู่บ้าง'' ภูติน้อยอิลล์ได้กวาดมือเบาๆ แต่บัดนั้นกลับปรากฏสิ่งที่คล้ายกับหยดน้ำตาแต่ดูจะแข็งเป็นผลึกสีใสเป็นประกายงดงาม ''แต่ก่อนจะทราบรู้ถึงผล ก็ควรจะมีสิ่งที่ได้ทดสอบบ้าง ฮิฮิ'' มันหัวเราะออกมาอย่างมีเลศนัย ''คุณจะทำอะระ...' โพล๊ะ!!! ศีรษะของชายหนุ่มผู้นั้นแตกกระจายออกก่อนที่จะทันได้พูดจบเสียอีก หากแต่คราวนี้นั้นแทบทุกคนจะได้เห็นแล้ว ว่าทั้ง 4 คนก่อนหน้าตายลงได้ด้วยสาเหตุอะไร แม้ไม่แน่ใจแต่เห็นได้ชัดว่าเจ้าภูติน้อยอิลล์นั้นเหมือนจะสามารถสร้างวงเวทขึ้นมาเองได้เฉกเช่นมายากล แต่เมื่อกลนั้นแสดงจบกลับสร้างเป็นก้อนลมพุ่งกระแทกศีรษะของมนุษย์จนทำให้ตายลงอย่างไร้ท่าทีต่อต้าน ความสยดสยองเมื่อยังไม่รู้สาเหตุการตาย กับเมื่อครั้งได้พบเห็นต่อหน้านั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง อึดใจเดียวหลังจากนั้นก็มีคนจำนวนมากถึงกับวิงเวียนอาเจียนกันออกมา โดยส่วนมากแล้วจะเป็นสตรีเพศที่รับไม่ได้กับเรื่องพวกนี้ แม้กระทั่งรามที่ใช้ชีวิตท่ามกลางเรื่องราวพวกนี้ เขายังรู้สึกเวียนศีรษะเมื่อได้เห็นวิธีการสังหารที่ง่ายดาย และใบหน้าที่ยังยิ้มแย้มเหมือนฆาตกรโรคจิตนี้ มันไม่ใช่เรื่องพบเจอกันบ่อยนัก แต่หากเป็นเช่นนี้ไม่ใช่ว่าในภายภาคหน้าเขาจะต้องเจอเรื่องพวกนี้อีกมากมายเลยงั้นหรอ? ''นี่คือ 'ความเสียใจของราชา' เป็นหยดน้ำตาของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่มีอำนาจพอจะคืนชีพของสิ่งมีชีวิตได้ เป็นหนึ่งในสิ่งที่มีอำนาจในการฝืนกฏของธรรมชาติ แต่ก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งเช่นเดียวกัน วิธีใช้งานมันก็เพียงแค่วางลงไปบนร่างของสิ่งที่ต้องการฟื้นคืน แต่เงื่อนไขคือต้องใช้กับศพที่พึ่งตายลงไปไม่เกิน 1 ชั่วโมงเท่านั้น'' กล่าวจบสิ่งที่เรียกว่าความเสียใจของราชาก็ได้ถูกโยนลงไปบนร่างของชายหนุ่ม ไม่นานหลังจากนั้น จากศีรษะที่เคยแตกสลายกลายเป็นเศษเนื้อ ก็ค่อยๆที่จะก่อร่างขึ้นมาใหม่ เริ่มตั้นตั้งแต่กระดูกซึ่งเป็นฐาน กล้ามเนื้อ เส้นเลือดโลหิตและท่อของเหลวต่างๆ ไปจนถึงผิวหนังและขนทุกเส้น ทั้งหมดถูกฟื้นคืนให้กลับมาเป็นสภาพเดิมเหมือนความฝัน โดยใช้เวลาไปเพียง 1 นาทีโดยประมาณเท่านั้น ชายหนุ่มที่พึ่งตายและฟื้น ดีดตัวขึ้นมานั่งหอบหายใจอย่างแรง ทั้งร่างเต็มไปด้วยเหงื่อที่ทำให้ชุดนักศึกษาเปียกโชกไปหมด มันมองไปรอบกายเหมือนหวังจะให้เหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงแค่ความฝัน แต่ช่างน่าเสียดาย มันกลับพบเห็นเจ้าภูติน้อยอิลล์ที่ยิ้มให้มันอยู่ทำเอาหัวใจของชายหนุ่มหล่นลงไปกองอยู่บนพื้นด้วยความหวาดกลัว ''ถือเป็นคำถามที่ดี ดังนั้นท่านเองก็สมควรที่จะได้รับรางวัล'' ภูติน้อยอิลล์ลอยต่ำลง พร้อมๆกับฝ่ามือของมันที่ปรากฏ 'ความเสียใจของราชา' ขึ้นมาอีกหยดหนึ่ง ''เก็บมันเอาไว้ ระวังอย่าให้คนแย่งมันไปก็พอแล้ว'' สิ่งที่เห็นมันราวกับว่าภูติน้อยอิลล์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตใจดี แต่หากความจริงแล้วไม่ใช่เลย ทุกคนได้เห็นแล้วว่า 'ความเสียใจของราชา' นั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากขนาดไหน สิ่งที่สามารถใช้ชุบชีวิตได้มันไม่มีสิ่งใดเลยที่จะสามารถนำมาประเมินราคาได้ การมอบมันให้กับชายหนุ่มนักศึกษาอ่อนแอมันก็เหมือนให้หมาบ้านกัดก้อนเนื้อก้อนใหญ่เอาไว้ในขณะที่มีหมาป่าหิวกระหายห้อมล้อมอยู่รอบกาย ในสถานการณ์นี้ช่างล่อตาล่อใจ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครกล้าที่จะลงมือทำอะไรในขณะที่ยังมีภูติน้อยอิลล์อยู่ มันกำลังกลัวว่าหากลงมือใช้กำลังแย่งมาในตอนนี้ ก็จะถูกฆ่าตายเป็นคนที่ 5 โดยฝีมือของภูติตนนี้ หลังจากเงียบมาสักพักหนึ่ง ภูติน้อยอิลล์ก็ได้สร้างวงเวทขนาดใหญ่ขึ้น มันแตกกระจายออกเป็นวงเวทขนาดเล็กมากมายไปลอยอยู่ตรงหน้าของทุกคน สิ่งของบางอย่างที่คล้ายจะเป็นแผ่นโลหะสีดำได้หล่นลงมาอยู่ตรงหน้าให้ทุกคนได้หยิบ ''สิ่งนั้นคือ 'พีเอสการ์ด(Personal status card)' เป็นสิ่งที่จะบอกถึงความสามารถส่วนบุคคล และหลังจากที่ทุกคนได้รับการปลุกพรสวรรค์ขึ้นมาแล้ว จะยังบ่งบอกถึงพลังพรสวรรค์ที่ได้รับอีกด้วย'' ''สำหรับค่าสถานะโดยทั่วๆ ไปนั้น จะอยู่ที่ 1-10 หน่วยเป็นพื้นฐาน แต่หากมีมากเกินกว่า 10 ในค่าสถานะใดก็หมายความว่าพวกท่านนั้นมีพรสวรรค์ในด้านนั้นเป็นพิเศษ มีความเป็นไปได้มากที่การปลุกพรสวรรค์จะเกี่ยวข้องกับพรสวรรค์ในค่าสถานะนั้น'' ทุกคนต่างมองดูสิ่งที่เขียนเอาไว้ในพีเอสการ์ดอย่างตั้งใจ เพื่อมองดูว่าตนนั้นใช้ชีวิตมาโดยมีค่าสถานะเป็นอย่างไร และหวังว่าตนจะมีพรสวรรค์ในด้านที่ตนเองคิด [ทรัพย์นารักษ์ ราม]ความแข็งแรง : 14 หน่วยความคล่องตัว : 14 หน่วยสัญชาตญาณ : 17 หน่วยสติปัญญา : 20 หน่วยวิญญาณ : 2 หน่วยพรสวรรค์ : [ยังไม่ทราบ]