“เธอให้คนอื่นเห็นเธอในชุดนี้”
น้ำเสียงหลากหลายอารมณ์ของเขาดังขึ้นยังไม่ทันที่ซูเจี่ยนอันจะนึกสงสัยว่าเขาหึงหรือเปล่าลู่เป๋าเหยียนก็ก้มลงมาครอบครองเรียวปากเธอซะแล้ว
สัมผัสอุ่นร้อนที่ประทับลงมาลมหายใจถี่ที่รดลงบนใบหน้า ในไม่ช้าสัมผัสทั้งหมดก็ครอบงำความรู้สึกของเธอไว้จนหมด
ราวกับว่านอกจากสัมผัสของเขา เธอไม่อาจรับรู้สัมผัสอื่นๆ ได้อีกต่อไป
ตอนแรกเขาแค่จูบเพื่อลิ้มรสอ่อนหวานอย่างแผ่วเบาแต่ผ่านไปสักพักเขาก็เริ่มไม่พอใจเพียงแค่นั้น และรั้งตัวเธอเข้าไปในอ้อมกอดก่อนจะจูบอย่างดูดดื่ม
ซูเจี่ยนอันเริ่มเจ็บริมฝีปากขึ้นมานิดๆแต่ลมหายใจของเขาที่รดอยู่ตรงใบหน้าเธอ ทำให้ลืมความเจ็บปวดไปจนหมดเธอเผยอเรียวปากเพื่อต้อนรับสัมผัสของเขาด้วยตัวเอง
การกระทำดังกล่าวของเธอทำให้ลู่เป๋าเหยียนแย้มยิ้มอย่างพอใจ เขาค่อยๆ จูบเธออย่างหนักหน่วงมือที่โอบเอวเธออยู่ก็ค่อยๆ เลื่อนขึ้นสูงเรื่อยๆ
ซูเจี่ยนอันเพิ่งได้รู้ว่าการจูบช่างเป็นสัมผัสที่แสนวิเศษยามดุดันก็เหมือนพายุที่พัดผ่าน แต่ขณะเดียวกันก็สามารถอ่อนโยนดั่งสายน้ำไหลพละกำลังของเธอเหมือนกับถูกสัมผัสของเขาดูดซับเสียจนหมดสิ้นเธอทำได้แค่เพียงกอดเขาเพื่อพยุงตัวเองเอาไว้
ลู่เป๋าเหยียนกระชับอ้อมกอดของตนไว้แน่นและเริ่มจูบอย่างดูดดื่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซูเจี่ยนอันชักจะหน้าแดงขึ้นมาอย่างอายๆ...การทำแบบนี้เหมือนประเคนตัวเองให้เขาชัดๆ
แต่ก่อนที่เธอจะดิ้นออกจากวงแขนเขาก็ผลักเธอให้ล้มลงไปบนเตียง และทาบทับลงมา
“ลู่เป๋าเหยียน...” ซูเจี่ยนอันพูดอย่างตกใจ
เธออยากจะเอ่ยคำปฏิเสธแต่ทำยังไงก็พูดไม่ออก
“หืม?”นิ้วเรียวของเขาลูบไล้ริมฝีปากเธอก่อนถาม “มีอะไร”
“นาย...”ซูเจี่ยนอันกลืนน้ำลายพลางรู้สึกว่าเรียวปากของเธอในวันนี้ช่างไวต่อความรู้สึกเหลือเกิน
“นาย...”
ลู่เป๋าเหยียนจ้องมองเธอพลางคิดว่าจะแกล้งเธออย่างไรต่อดีแต่โทรศัพท์ในห้องทำงานกลับดังขึ้นเสียก่อน
ซูเจี่ยนอันจึงใช้โอกาสนี้ผลักเขาให้ออกห่างก่อนพูดเตือน
“ผอ.ลู่นี่เป็นเวลางานของคุณนะคะ”
ลู่เป๋าเหยียนขบกัดเรียวปากบางก่อนจะกระซิบลงที่ข้างหู
“ถ้ายังไม่เปลี่ยนชุดก็ห้ามออกไปไหนทั้งนั้น”
ซูเจี่ยนอันมองประตูห้องที่ปิดลงก่อนจะลุกออกจากเตียงเดินไปที่ริมหน้าต่าง สายรุ้งงามยังคงพาดผ่านฟ้าใสดังเดิม
นี่ไม่ใช่ความฝันการที่เธอได้อยู่กับเขานั้นเป็นเรื่องจริงที่สวยงามเหลือเกิน
หลังเปลี่ยนกลับมาใส่ชุดเดิมของตนและจัดเตียงนอนให้เรียบร้อยแล้วก็ใกล้ถึงเวลาเลิกงานพอดี
ตอนนี้คงไม่มีใครอยู่ออฟฟิศของลู่เป๋าเหยียนแล้วล่ะมั้ง?
ซูเจี่ยนอันค่อยๆเดินออกไปอย่างระมัดระวัง ลู่เป๋าเหยียนถือกระเป๋า CELINE ของเธอเดินมาพอดีเธอรับกระเป๋ามาสะพายก่อนถาม
“พวกเราจะกลับบ้านกันเลยหรือเปล่า”
“เธออยากจะไปไหน?”ลู่เป๋าเหยียนถาม
ซูเจี่ยนอันอยู่นิ่งๆมาตั้งหลายวัน เธออยากจะออกไปเดินเล่นใจจะขาด แต่เมื่อมองลู่เป๋าเหยียนเธอก็ส่ายหน้า
“ช่างเถอะนายคงไม่ชอบ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ”
ลู่เป๋าเหยียนไม่ได้ว่าอะไรเขาพาเธอลงไปชั้นล่าง ซึ่งอาเฉียนได้เตรียมรถไว้แล้วลู่เป๋าเหยียนพูดอะไรกับเขานิดหน่อยก่อนที่อาเฉียนจะพยักหน้าและยื่นกุญแจรถให้กับเขา
ซูเจี่ยนอันมองอย่างงงๆลู่เป๋าเหยียนเหนื่อยกับงานมาทั้งวันแล้ว เขายังอยากจะเป็นคนขับรถอีกเหรอ
แต่ลู่เป๋าเหยียนไม่ได้เข้าไปนั่งในที่นั่งคนขับเขาเดินกลับมาหาเธอก่อนจะยื่นกุญแจรถให้
“เธอขับอยากไปไหนก็ได้ ตามใจเธอ”
ซูเจี่ยนอันพยายามไม่ดีใจจนออกนอกหน้ามากนักและถามย้ำอย่างไม่อยากเชื่อ
“นายจะไปเป็นเพื่อนฉัน?”
“อืมฉันจะไปเป็นเพื่อนเธอ” ลู่เป๋าเหยียนยิ้มตอบ
ซูเจี่ยนอันพยายามไม่กู่ร้องอย่างดีใจเธอวิ่งเข้าไปนั่งในรถ ส่วนลู่เป๋าเหยียนก็เข้ามานั่งตรงที่นั่งข้างคนขับซูเจี่ยนอันสตาร์ทรถและมุ่งหน้าไปยังใจกลางเมือง
เวลาเลิกงานแบบนี้ถนนคนเดินในย่านธุรกิจจึงเต็มไปด้วยผู้คน แต่เพราะซูเจี่ยนอันคุ้นเคยกับที่นี่ดีทำให้ไม่นานก็หาที่จอดรถได้เธอจูงมือลู่เป๋าเหยียนให้เดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่
ลู่เป๋าเหยียนรู้จักซูเจี่ยนอันดีเธอไม่ใช่คนชอบช้อปปิ้งเหมือนลั่วเสี่ยวซีเขามั่นใจว่าซูเจี่ยนอันคงไม่ได้พาเขามารูดบัตรเครดิตแน่นอน
แล้วก็เป็นไปตามที่คาดเธอไม่ปรายตามองบรรดาเครื่องประดับหรือเครื่องสำอางเลยสักนิดแต่กลับลากเขาเข้าไปในลิฟต์ และขึ้นไปยังชั้นบนสุด
ในลิฟต์มีหญิงสาวกลุ่มหนึ่งยืนอยู่แล้วตอนแรกซูเจี่ยนอันก็ไม่รู้สึกอะไร แต่พวกเธอต่างพากันแอบมองลู่เป๋าเหยียนเป็นระยะจนไปๆ มาๆ กลายเป็นจ้องเขาอย่างออกนอกหน้า
เอ่อนี่พวกเธอกำลังส่องสามีเธออยู่งั้นเหรอ
หญิงสาวสูงโปร่งและหน้าตาสะสวยที่สุดในกลุ่มเธอคือผู้กล้าที่เดินตรงเข้ามาหาลู่เป๋าเหยียน
“สุดหล่อเรามาแลกเบอร์กันไหม ฉันอยากเป็นแฟนกับคุณ”
ซูเจี่ยนอันเพิ่งเคยเห็นการจีบกันโต้งๆแบบนี้เป็นครั้งแรก เธอเริ่มรู้สึกสนุกขึ้นมา พลางคิดว่าจะหนีออกห่างลู่เป๋าเหยียนเธออยากรู้ว่าเขาจะรับมืออย่างไร
แต่ลู่เป๋าเหยียนกลับรั้งตัวเธอเข้าไปใกล้
“ผมแต่งงานแล้ว”
สายตาเย็นเยียบของสาวๆกลุ่มนั้นตวัดมองซูเจี่ยนอันทันที จนเธอรู้สึกได้ถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจนในขณะที่เธอยังช็อกไม่หาย ลู่เป๋าเหยียนก็โอบเอวเธออย่างใกล้ชิด จนพวกสาวๆ เดินออกจากลิฟต์ไปอย่างหงุดหงิด
ประตูลิฟต์ปิดลงอีกครั้งซูเจี่ยนอันจ้องลู่เป๋าเหยียนอย่างพิจารณา
“คุณลู่เสน่ห์แรงไม่เบานะคะเนี่ย”
ลู่เป๋าเหยียนกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น
“งั้นเธอยังคิดจะหนีอีกไหม?”
และแล้วก็ถึงชั้นสิบสอง หลังจากประตูลิฟต์เปิดออกด้านหน้าของพวกเธอก็คือที่จำหน่ายตั๋วของโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง
ซูเจี่ยนอันสำรวจสีหน้าของลู่เป๋าเหยียนก่อนถามอย่างสงสัย
“ฉันพานายมาดูหนังนะทำไมไม่ตกใจเลยล่ะ”
ยังไม่ทันที่ลู่เป๋าเหยียนจะตอบชายหนุ่มในชุดสูทที่ห้อยป้ายพนักงานก็เดินเข้ามา
“ผอ.ลู่คุณนายลู่ ถ้าจะมาน่าจะแจ้งกันก่อนนะครับเนี่ยผมจะได้เตรียมการรับรองไว้ให้พร้อมที่สุด”
ซูเจี่ยนอันนิ่งอึ้งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าห้างนี้ก็เป็นของเครือลู่เหมือนกัน ตอนที่เธอกดลิฟต์มาชั้นสิบสอง ลู่เป๋าเหยียนคงรู้อยู่แล้วว่าเธอจะมาดูหนังสินะมิน่าถึงไม่ดูประหลาดใจเลย
ลู่เป๋าเหยียนหันมาถามเธอ“อยากดูเรื่องอะไร”
ซูเจี่ยนอันบอกชื่อหนังออกไปซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังฮิตมากในตอนนี้ ยากที่จะมีที่นั่งว่าง
สีหน้าของผู้จัดการดูหนักใจตามคาดซูเจี่ยนอันจึงรีบพูดเสริม
“ถ้าไม่มีที่นั่งก็ไม่เป็นไรค่ะพวกเราดูเรื่องอื่นก็ได้”
“ไม่เป็นไรครับนานๆ ทีผอ.ลู่จะมาสักครั้ง เรื่องที่นั่งเดี๋ยวทางผมจะจัดการให้เองกรุณารอสักครู่นะครับ”
พูดจบผู้จัดการก็เดินไปก่อนจะกลับมาพร้อมตั๋วในมือสองใบ ซึ่งเป็นที่นั่งตรงกลางของแถวกลางอีกด้วย
“เชิญทางนี้เลยครับ”
อีกสิบนาทีก็จะถึงรอบฉายตอนนี้ผู้คนต่างพากันต่อแถวเพื่อตรวจตั๋วก่อนเข้าโรงถ้าผู้จัดการเป็นคนพาพวกเธอเข้าไปคงจะเด่นเกินไป ซูเจี่ยนอันจึงรีบพูดขึ้น
“ขอบคุณค่ะแต่เดี๋ยวพวกเราไปกันเองก็ได้ค่ะ”
ผู้จัดการหันไปมองลู่เป๋าเหยียนได้ข่าวว่าผอ.ลู่ที่เคารพรักของพวกเขาเป็นคนตามใจศรีภรรยาที่สุด คิดได้ดังนั้นเขาจึงยื่นตั๋วให้ซูเจี่ยนอัน ก่อนขอตัวเดินแยกออกไป
ซูเจี่ยนอันกับลั่วเสี่ยวซีชอบมาดูหนังที่นี่เพราะป๊อปคอร์นของที่นี่อร่อยที่สุด แถมที่นั่งก็นั่งสบายสุดๆเพราะฉะนั้นเธอจึงเดินพาลู่เป๋าเหยียนเข้าไปในโรงอย่างคุ้นเคยก่อนจะถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“นายไม่ค่อยมาที่นี่งั้นเหรอผู้จัดการเจอหน้านายดูดีใจกว่าได้เจอเทพเจ้าแห่งโชคลาภเสียอีก”
“ตั้งแต่ที่นี่เปิดทำการฉันเคยมาที่นี่แค่ครั้งเดียวในคืนคริสต์มาสอีฟปีที่แล้ว”ลู่เป๋าเหยียนตอบเน้นย้ำวันที่
“เอ๋? คริสต์มาสอีฟปีที่แล้วนายอยู่ที่นี่?” ซูเจี่ยนอันถามอย่างประหลาดใจ“วันนั้นฉันก็มาดูหนังกับลั่วเสี่ยวซีเหมือนกัน คริสต์มาสอีฟของทุกปีคนมักจะมาดูหนังกันที่นี่จนเต็มโรงตอนที่ฉันมาถึงขนาดรอบเที่ยงคืนยังเต็มหมดแล้วเลย ดีนะที่พวกเราโชคดีมีคนสองคนติดธุระต้องออกไปก่อน พวกเขาเลยขายตั๋วให้กับพวกฉันนายว่าถ้าเราเจอกันเมื่อปีที่แล้วจะเป็นยังไง”
ความจริงแล้ววันนั้นลู่เป๋าเหยียนเห็นซูเจี่ยนอัน
คืนคริสต์มาสอีฟที่หิมะตกหนักบรรยากาศแห่งคริสต์มาสอบอวลไปทั่วห้างสรรพสินค้า เธอใส่เสื้อกันหนาวตัวหนาสวมหมวกไหมพรมปิดหูและพันผ้าพันคอรอบคอปิดขึ้นมายันริมฝีปากเพื่อให้ความอบอุ่นราวกับหมีตัวน้อยๆ ที่กลัวความหนาวมีเพียงนัยน์ตาเท่านั้นที่โผล่ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นลู่เป๋าเหยียนมองแค่แวบเดียวก็รู้ทันทีว่าเป็นเธอ
แต่ตอนหลังเขาก็แค่ยืนมองเธอเดินเข้าไปข้างใน เพราะฉะนั้น...
“ต่อให้เห็นก็คงไม่มีอะไร” เขาตอบ
ซูเจี่ยนอันคิดแล้วก็เห็นด้วยต่อให้เจอกันในวันนั้น แต่เพราะพวกเธอไม่ได้เจอหน้ากันเป็นสิบปีแล้วลู่เป๋าเหยียนอาจจะจำเธอไม่ได้ก็ได้ดีไม่ดีพวกเธออาจจะเคยเดินสวนกันโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อนด้วยซ้ำ
แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญอีกต่อไปสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ
เธอดันลืมซื้อป๊อปคอร์นไปซะได้!
“รอเดี๋ยว...”ซูเจี่ยนอันลากลู่เป๋าเหยียนเดินไปที่เคาน์เตอร์ขายของว่าง
“นายจะดื่มอะไรไหมฉันเอาโค้กกับป๊อปคอร์น!”
ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้ว“ไม่ได้ เปลี่ยนเป็นอย่างอื่น”
“ไม่เอานะ”ซูเจี่ยนอันปฏิเสธเสียงแข็ง “กินโค้กกับป๊อปคอร์นตอนดูหนังนี่แหละเริ่ดที่สุดนายไม่ชอบกินโค้กใช่ไหม งั้นนายกินน้ำเปล่าแทนละกัน”
เธอสั่งน้ำแร่ยี่ห้อที่เขาดื่มเป็นประจำแต่เขาก็ยังทำหน้าไม่พอใจ ซูเจี่ยนอันเขย่าแขนเขาเบาๆ
“แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะคราวหน้าฉันจะเชื่อฟังนาย”
ท่าทางออดอ้อนของเธอทำให้คนเห็นยากที่จะปฏิเสธลู่เป๋าเหยียนจึงไม่ได้ว่าอะไร เขาหารู้ไม่ว่าในใจของซูเจี่ยนอันตอนนี้คิดแค่ว่า
‘คราวหน้าเธอจะไม่มาดูหนังกับเขาเด็ดขาดถ้าจะดูหนังต้องดูกับลั่วเสี่ยวซีถึงจะเริ่ดที่สุด!’
หลังจ่ายเงินเรียบร้อยทั้งสองคนก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ตรวจตั๋ว ซึ่งขณะนี้มีคนต่อคิวเป็นแถวเรียงยาวพวกเธอเดินเข้าไปต่อคิวตามปกติ แต่ก็มีคนไม่น้อยที่หันหน้ากลับมามอง
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ใครเข้ามาจีบลู่เป๋าเหยียนอีกซูเจี่ยนอันจึงคล้องแขนเขาเอาไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ
ไม่ว่าในภายภาคหน้าพวกเธอจะเป็นอย่างไรแต่ในตอนนี้ลู่เป๋าเหยียนเป็นของเธอ เพราะฉะนั้นใครหน้าไหนก็ห้ามแตะ!
ลู่เป๋าเหยียนมองคนที่เกาะแขนเขาอย่างกับหมีโคอาล่าอย่างซูเจี่ยนอันพลางยิ้มบางเขารับป๊อปคอร์นจากมือเธอมาถือ ก่อนจะยื่นตั๋วให้พนักงาน และเดินเข้าไปนั่งในโรง
ที่นั่งตรงกลางของแถวกลางหาไม่ยากหลังพวกเธอนั่งลงก็มีหญิงสาวรายหนึ่งเข้ามาถามลู่เป๋าเหยียน
“สวัสดีค่ะไม่ทราบว่าแถว K อยู่ตรงไหนเหรอคะ”
ซูเจี่ยนอันยิ้มตาหยีก่อนชี้ไปที่ด้านหลัง
“แถวหลังสุดเลยค่ะ”
เห็นได้ชัดว่าหญิงคนนั้นนึกไม่ถึงว่าลู่เป๋าเหยียนจะมากับซูเจี่ยนอันเธอถึงกับหน้าตึงก่อนจะเดินจากไป ซูเจี่ยนอันล้วงป๊อปคอร์นส่งเข้าปาก ก่อนจะเคี้ยวอย่างหงุดหงิด
ต่อไปเธอจะไม่พาเขามาในสถานที่ที่คนพลุกพล่านแบบนี้อีกแล้วคนแอบมองเขาเยอะเหลือเกิน
หลังผู้ชมเข้ามานั่งจนใกล้จะเต็มโรงหนังก็เริ่มฉาย ซูเจี่ยนอันเป็นแฟนคลับของหนังแนวนี้มาโดยตลอดเธอกินป๊อปคอร์นไปพลางดูหนังไปพลางอย่างเพลิดเพลิน
เธอนั่งอยู่ทางขวามือของลู่เป๋าเหยียนเพื่อให้เธอหยิบป๊อปคอร์นได้สะดวก ลู่เป๋าเหยียนจึงใช้มือขวาถือมันไว้ แต่อยู่ๆ มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็สั่นเบาๆเขาเปลี่ยนไปใช้มือซ้ายถือถังป๊อปคอร์น ก่อนที่จะหยิบมือถือออกมา ดังนั้นเมื่อซูเจี่ยนอันยื่นมือมาจะหยิบป๊อปคอร์นดังเดิมจึงคว้าอากาศเข้าให้มือของเธอปัดป่ายไปตามตัวเขาอย่างมั่วซั่ว
เพราะกำลังอินกับภาพยนตร์ตรงหน้าทำให้ซูเจี่ยนอันไม่ได้ละสายตาจากจอแม้แต่น้อย จนกระทั่งผ่านไปได้สักพักเธอจึงหันกลับมามองหน้าเขา ลู่เป๋าเหยียนกำลังมองเธอด้วยสายตาเย็น
ในขณะที่มือของเธอ...
เอ่อเมื่อกี้มือเธอจับไปโดนส่วนไหนของเขากัน?!