เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากหลิวหว่านตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นมากกว่าวันก่อนๆ นางรู้สึกว่าร่างกายเริ่มฟื้นตัวจากการเดินทางไกลหลายวัน แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านหน้าต่างห้องนอน นางลุกขึ้นแต่งตัวด้วยชุดผ้าไหมสีเขียวมรกตเรียบหรู ผมดำขลับมวยสูงประดับปิ่นหยก แล้วเดินลงมาที่ห้องโถงด้านล่างเพื่อทานอาหารเช้า
หลิวเหว่ยและหลิวเหมยกำลังนั่งทานข้าวต้มกันอยู่แล้ว ทั้งสองหันมายิ้มให้เมื่อเห็นนางเดินเข้ามา
"หว่านเอ๋อร์ ตื่นแล้วหรือ" หลิวเหว่ยลุกขึ้นยิ้มกว้าง "เมื่อคืนหลับสบายไหม"
"เ้าค่ะ ข้าหลับสนิทเลย" หลิวหว่านตอบ ยิ้มตอบสามีแล้วหันไปลูบหัวลูกสาว "เหมยเอ๋อร์ เมื่อวานไปดูร้านใหม่กับท่านพ่อเป็อย่างไรบ้าง"
หลิวเหมยยิ้มหวาน "สนุกมากเลยเ้าค่ะท่านแม่ ร้านใหม่กว้างขึ้นเยอะ ผ้าไหมจากทางใต้ที่เพิ่งมาถึงก็สวยมาก ท่านพ่อบอกว่าจะให้ท่านแม่ไปดูด้วยวันหลังเ้าค่ะ"
หลิวเหว่ยพยักหน้า "ใช่ ข้าคิดว่าหว่านเอ๋อร์น่าจะชอบ ผ้าเนื้อดีมาก เหมาะทำชุดสำหรับงานเทศกาลปลายปี"
หลิวหว่านนั่งลงข้างสามี ยิ้มอย่างมีความสุข "ดีเลยเ้าค่ะ ข้าจะไปดูเร็วๆ นี้ แต่เช้านี้ข้าคิดว่าจะไปร้านหลักอีกสักพัก ดูบัญชีและลูกค้าที่ค้างไว้บ้าง"
หลังอาหารเช้า หลิวเหว่ยและหลิวเหมยออกไปดูแลกิจการตามปกติ หลิวหว่านใช้เวลาจัดแจงตัวเองเล็กน้อยก่อนเดินไปยังร้านผ้าตระกูลหลิวที่ตั้งอยู่กลางย่านการค้า บรรยากาศในร้านยังคงคึกคัก ลูกค้าต่างๆ เดินเข้าออก บ่าวไพร่กำลังจัดเรียงผ้าไหมสีสันสดใสบนชั้นวาง
นางเดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ จดบัญชีและตรวจสอบงานประจำ รวมถึงยอดขายผ้าต่างๆ ระหว่างนั้นก็ทักทายลูกค้าที่คุ้นเคย บรรยากาศทำให้ใจนางผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
จนกระทั่งใกล้เที่ยง จางเหาเดินเข้ามาที่หน้าร้านอีกครั้ง ท่าทางสุภาพเรียบร้อยเหมือนเช่นเคย เขาสวมชุดผ้าไหมสีเทาอ่อน ดูสะอาดสะอ้านและมีฐานะ
"น้องสะใภ้หลิว วันนี้เ้าดูสดชื่นขึ้นมากเลยนะ" จางเหาทักทายด้วยรอยยิ้มเป็มิตรที่ดูอบอุ่น ยกมือประสานเล็กน้อยตามมารยาท "ข้าแวะมาทักทายตามเคย เห็นเ้ามาที่ร้านแต่เช้าเลยคิดว่าจะมาทักทายสักหน่อย การได้คุยกับเ้าทำให้ข้ารู้สึกสนุกสนานเสมอ"
หลิวหว่านหันมายิ้มตอบอย่างอบอุ่น ยกมือคำนับตอบอย่างสุภาพ "พี่จางมาได้พอดีเลยเ้าค่ะ ข้าเพิ่งมาถึงไม่นาน กำลังจัดเรียงงานที่ค้างไว้่ที่ไม่อยู่ ท่านมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าแค่แวะมาทักทายเฉยๆ"
จางเหาเดินเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์มากขึ้น มองไปรอบๆ ร้านด้วยสายตาชื่นชม ดวงตาของเขาส่องประกายเมื่อเห็นผ้าไหมสีสันสดใสที่จัดเรียงอย่างสวยงาม "ไม่มีธุระใหญ่โตอะไรหรอก แค่คิดถึงเ้าหลังจากที่เ้าไม่อยู่หลายวัน เลยอยากมาทักทาย ร้านของพวกท่านยังคงคึกคักเหมือนเดิมเลยนะ ผ้าไหมชุดใหม่ที่เ้านำมาด้วยจากเมืองเฉินหยางนี่สวยนัก ข้าดูแล้วนึกถึงงานเทศกาลปลายปีที่จะถึง สีสันสดใสและเนื้อผ้าดูมีคุณภาพดีมาก"
"ขอบคุณที่ชมนะเ้าค่ะ" หลิวหว่านยิ้มกว้างขึ้น ความภาคภูมิใจในสินค้าของตนเองเปล่งออกมา "จริงเ้าค่ะ ข้าสั่งผ้าเนื้อดีมาพอสมควรเลย เลือกมาเฉพาะที่มีคุณภาพดีและสีสันสวยงาม พี่จางจะลองดูไหมเ้าคะ มีทั้งสีเขียวมรกตกับสีม่วงอ่อนที่เหมาะกับฤดูหนาว และยังมีสีแดงสดใหม่ที่เหมาะสำหรับงานมงคลต่างๆ ผ้าเหล่านี้ทอจากไหมแท้ เนื้อนุ่มและทนทาน"
จางเหาพยักหน้าด้วยความสนใจ แต่แล้วก็ลดเสียงลงเล็กน้อย "ได้สิ แต่ข้าคงไม่ซื้อตอนนี้ ข้าแค่อยากมาคุยกับเ้าสักหน่อย จริงๆ แล้วข้ามีเื่อยากปรึกษาท่านสักหน่อยเกี่ยวกับกิจการค้า สามีและลูกสาวของเ้าทั้งสองคนดูสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ ใน่ที่เ้าไม่อยู่ อีกอย่างข้าได้ยินว่าเหมยเอ๋อร์ก็ใกล้จะมีข่าวดี ดูท่าทางแล้วเ้าก็คงสบายใจขึ้นมาก จะได้สนใจกิจการร้านได้เต็มที่"
หลิวหว่านพยักหน้ารับอย่างยินดี ใบหน้าเต็มไปด้วยความอบอุ่น "เ้าค่ะ ข้าก็ดีใจเหมือนกัน เห็นบิดากับเหมยเอ๋อร์สนิทกันแบบนี้ ข้ารู้สึกโล่งใจมาก ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ นางก็ช่วยดูแลบิดาของนางได้ดี งานแต่งก็ใกล้เข้ามาแล้ว ข้าฝากสามีข้าช่วยดูแลการเตรียมงานแทน ข้ายังเป็ห่วงว่าจะมีอะไรขาดตกบกพร่องไปหรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าเขาและเหมยเอ๋อร์จะช่วยกันอย่างเต็มที่ ข้าทั้งรู้สึกโล่งใจและดีใจ ว่าแต่เื่กิจการค้าที่พี่จางพูดถึงคืออะไรคะ บอกข้าได้เลยเ้าค่ะ"
จางเหาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วลดเสียงลงเล็กน้อย "จริงๆ แล้วข้ามีของฝากจากเมืองหลี่เฉิงที่เพิ่งได้รับมา เป็ผ้าไหมเนื้อพิเศษที่หายากมาก ข้าคิดว่าเ้าน่าจะชอบ เพราะเ้าชอบผ้าเนื้อดีอยู่แล้ว แต่ข้าอยากให้เ้าไปดูที่บ้านข้าเอง เพราะผ้าเ่าั้ยังไม่ได้แกะออกจากหีบเลย ข้าจะได้อธิบายให้เ้าฟังพร้อมกันว่ามาจากแหล่งไหน และราคาที่เหมาะสม ข้าคิดว่าถ้าเ้าสนใจ เราอาจจะร่วมมือกันทำธุรกิจได้"
หลิวหว่านลังเลเล็กน้อย นางมองไปรอบๆ ร้านที่ยังมีลูกค้าอยู่ไม่กี่คน แล้วหันกลับมามองจางเหา ในใจคิดถึงความเหมาะสมของการไปบ้านเพื่อนบ้านคนเดียว
"ที่บ้านท่านหรือเ้าคะ..." นางพูดด้วยความลังเล "ข้าคงไม่สะดวกเท่าไหร่เ้าค่ะ ถ้าเป็เื่ธุรกิจ ท่านพามาที่ร้านนี่ก็ได้นะเ้าคะ หรือว่าจะนัดเวลาให้สามีข้าไปด้วยก็ได้"
จางเหายกมือขึ้นรีบอธิบาย ท่าทางดูจริงใจและเข้าใจ "ข้าเข้าใจ น้องสะใภ้หลิว แต่บ้านข้าก็อยู่ข้างบ้านท่านเอง แค่เดินข้ามรั้วหลังบ้านไม่ถึงสิบก้าว ข้าแค่อยากให้เ้าได้เห็นผ้าเ่าั้ด้วยตาตัวเอง แล้วก็ปรึกษากันเื่ราคาที่ควรตั้งขาย แต่ถ้าเ้าไม่สะดวกจริงๆ ข้าก็ไม่กล้าขอรบกวน เดิมข้าคิดว่าเ้าน่าจะเหมาะสมในการคุยเื่นี้ด้วย เพราะผ้าแบบนี้เหมาะกับงานเทศกาลปลายปีมาก และที่สำคัญคือราคาที่ข้าได้มานั้นดีมาก ถ้าเ้าสนใจ เราจะได้ร่วมมือกันสร้างกำไรที่คุ้มค่า"
หลิวหว่านคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางรู้สึกว่าจางเหาเป็เพื่อนบ้านที่ดีและสุภาพมาตลอด ไม่เคยมีท่าทีไม่เหมาะสม การพูดจาของเขาก็สุภาพและตรงไปตรงมา นอกจากนี้ บ้านของจางเหาอยู่ติดกันจริงๆ แค่ข้ามรั้วหลังบ้านเท่านั้น การไปดูผ้าสักพักคงไม่เป็ไร และเื่ผ้าไหมเนื้อพิเศษก็เป็สิ่งที่นางสนใจจริงๆ เพราะร้านกำลัง้าสินค้าใหม่ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มสูง โดยเฉพาะใน่เทศกาลที่กำลังจะมาถึง
"งั้น..." นางตอบในที่สุด ด้วยน้ำเสียงที่ยังลังเลเล็กน้อย "ข้าจะไปดูสักพักก็ได้เ้าค่ะ แต่ไม่นานนะเ้าคะ ข้ายังมีงานที่ร้านต้องทำต่อ และข้าต้องกลับไปดูแลการเตรียมอาหารเย็นให้สามีกับลูกสาวของข้าอีกด้วย"
จางเหายิ้มกว้างขึ้น ดวงตาเปล่งประกายด้วยความพอใจ "เยี่ยมมากเลย ข้าจะไม่รบกวนเ้านานแน่นอน ไปๆ เชิญทางนี้เลย ข้าจะพาเ้าไปทางที่สั้นที่สุด"
หลิวหว่านหันไปสั่งบ่าวไพร่ที่อยู่ใกล้ๆ "พวกเ้าดูแลร้านต่อนะ ถ้ามีลูกค้าถามหาข้า ให้บอกว่าข้าไปธุระสักพัก เดี๋ยวกลับมา ถ้ามีเื่สำคัญ ให้คนมาตามข้าที่บ้านนายท่านจาง หรือตามนายท่านที่ร้านใหม่ที่เราเปิดไว้ได้"
"เ้าค่ะ ฮูหยิน" บ่าวไพร่ตอบรับอย่างเคารพ
หลิวหว่านเดินตามจางเหาออกมาจากร้าน ทางเดินหลังร้านแคบแต่สะอาด มีต้นไผ่เล็กๆ ปลูกเป็แนวตามทางเดิน รั้วไม้ต่ำกั้นระหว่างสองบ้าน จางเหาเปิดประตูรั้วเล็กๆ ที่ทำด้วยไม้สักแกะสลักลายดอกไม้อย่างประณีต เชิญนางข้ามไป
"ตรงนี้ระวังขั้นบันไดนะ" เขาเอื้อมมือมาช่วยพยุงแขนของนางเบาๆ เมื่อเห็นนางก้าวข้ามธรณีประตู การัันั้นสั้นและสุภาพ ไม่มีอะไรไม่เหมาะสม
บ้านของเขาติดกับบ้านตระกูลหลิวจริงๆ เพียงเดินไม่ถึงสิบก้าวก็ถึงประตูไม้แกะสลักเรียบหรู ประตูทำด้วยไม้สักเก่าแก่ แกะสลักลายนกยูงและดอกโบตั๋นอย่างวิจิตร บริเวณหน้าบ้านมีกระถางดอกไม้วางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ มีทั้งดอกกุหลาบ ดอกมะลิ และดอกไผ่ป่า กลิ่นหอมของดอกไม้ผสมกับกลิ่นธูปจากศาลเ้าเล็กๆ ในบ้านทำให้บรรยากาศดูสงบและน่าอยู่
ภายในบ้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่มีรสนิยม ห้องโถงกว้างขวาง เพดานสูง มีคานไม้แกะสลักลายัพาดผ่าน ผนังประดับด้วยภาพเขียนลายเส้นจีนโบราณ และพู่กันแขวนอยู่หลายด้าม โต๊ะชาไม้สักตั้งอยู่กลางห้อง รอบๆ มีเก้าอี้ไม้แกะสลักวางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ บนโต๊ะมีชุดชาเซรามิกสีขาวที่มีลายดอกบัวสีฟ้าอ่อน และแจกันใส่ดอกไผ่ป่าสีขาวที่ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ
"เชิญนั่งน้องสะใภ้หลิว" จางเหาเชิญให้นางนั่งบนเก้าอี้ที่นุ่มสบาย "ข้าจะไปหยิบผ้ามาให้เ้าดู นั่งดื่มชารอตรงนี้สักครู่นะ"
หลิวหว่านนั่งลงอย่างสุภาพ มองไปรอบๆ ห้อง รู้สึกประทับใจกับการตกแต่งที่เรียบง่ายแต่มีรสนิยม บ้านหลังนี้ดูอบอุ่นและเป็ระเบียบ แสดงให้เห็นว่าเ้าของบ้านเป็คนที่มีระเบียบและรู้จักการดูแลรักษา
จางเหาเดินไปหยิบหีบผ้าใบเล็กมาวางตรงหน้านาง หีบนั้นทำด้วยไม้สักแกะสลักลายดอกโบตั๋น ดูมีค่าและประณีต "นี่คือผ้าที่ข้าพูดถึง" เขาเปิดหีบออกช้าๆ อย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นผ้าไหมเนื้อบางเบาสีทองอ่อนและสีน้ำเงินเข้ม ปักลายดอกโบตั๋นด้วยด้ายเงินอย่างประณีต ลายปักละเอียดและสวยงาม แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างทำให้ด้ายเงินระยิบระยับเหมือนดาว
"ผ้าเหล่านี้มาจากโรงทอชื่อดังทางใต้ ทอด้วยมือทั้งหมด เนื้อนุ่มมากและทนทาน" เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "ข้าคิดว่าถ้าเ้านำไปตัดชุดสำหรับงานเทศกาล น่าจะขายดีมาก ลูกค้าที่มีฐานะจะชอบแน่นอน เพราะผ้าแบบนี้หาได้ยากในท้องถิ่นนี้"
หลิวหว่านเอื้อมมือไปััเนื้อผ้าเบาๆ รู้สึกถึงความนุ่มลื่นและความประณีตของลายปัก เนื้อผ้าบางเบาแต่แข็งแรง ััได้ถึงคุณภาพที่ดีเยี่ยม นางพยักหน้าชื่นชม "สวยจริงๆ เ้าค่ะ พี่จาง ท่านได้มาอย่างไรเ้าคะ ราคาคงไม่ถูกเลยใช่ไหม ผ้าคุณภาพแบบนี้ในเมืองหลวงคงขายได้ราคาสูงมาก"
จางเหายิ้ม ดวงตาเปล่งประกายด้วยความพอใจที่เห็นนางสนใจ "ข้าสั่งตรงจากทางโรงทอเลย เพราะสนิทกับเ้าของโรง พอดีเขาส่งมาให้ข้าดูเป็พิเศษ ข้าจึงคิดถึงเ้าทันที เพราะรู้ว่าเ้าชอบผ้าเนื้อดีแบบนี้ และมีลูกค้าที่ชื่นชอบสินค้าคุณภาพสูง ราคาที่ข้าได้มานั้นดีกว่าที่คิด เพราะเป็การสั่งตรงจากโรงทอ ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ถ้าเราขายในราคาที่เหมาะสม กำไรจะดีมาก"
ทั้งสองคุยกันต่ออีกพักใหญ่ เื่ราคา เื่ปริมาณที่ควรสั่ง เื่การตัดเย็บ และเื่ตลาดใน่เทศกาล จางเหาอธิบายรายละเอียดของผ้าแต่ละชิ้น บอกที่มาที่ไป และเสนอราคาที่น่าสนใจ หลิวหว่านรู้สึกผ่อนคลายและสนุกกับการคุยเื่การค้าแบบนี้ นางไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรไม่เหมาะสม จางเหาพูดจาสุภาพและตรงไปตรงมา ไม่มีท่าทีเกินเลยแม้แต่น้อย การสนทนาเป็ไปในลักษณะของหุ้นส่วนทางธุรกิจที่เคารพซึ่งกันและกัน
"ผ้าสีทองอ่อนนี้เหมาะกับสุภาพสตรีที่มีผิวขาว" จางเหายกผ้าขึ้นให้ดู "ส่วนสีน้ำเงินเข้มนี้เหมาะกับงานพิธีการที่เป็ทางการ ลายปักดอกโบตั๋นก็มีความหมายดี เป็สัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและความสุขสมบูรณ์ ลูกค้าจะชอบแน่นอน"
"ใช่เ้าค่ะ" หลิวหว่านพยักหน้าเห็นด้วย "ข้าคิดว่าผ้าเหล่านี้จะขายดีใน่เทศกาลปลายปี คนมักจะซื้อชุดใหม่เพื่อเข้าร่วมงานต่างๆ และผ้าคุณภาพดีแบบนี้ก็เป็ที่้าของลูกค้าที่มีฐานะ ราคาที่พี่จางได้ข้อเสนอมานั้นสมเหตุสมผลดี ถ้าเราขายในราคาที่เหมาะสม กำไรจะคุ้มค่าจริงๆ"
"ถ้าเ้าสนใจ ข้าจะสั่งให้คนส่งผ้าไปที่ร้านพรุ่งนี้เลยก็ได้" จางเหากล่าวในที่สุด ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง "หรือถ้าเ้า้าปรึกษากับสามีก่อน ข้าก็เข้าใจ เป็เื่ปกติของการทำธุรกิจครอบครัว"
หลิวหว่านคิดอยู่สักครู่ แล้วพยักหน้า "เ้าค่ะ ข้าสนใจมาก ขอบคุณพี่จางมากนะเ้าคะที่คิดถึงข้า และเสนอโอกาสดีๆ แบบนี้ให้ ข้าจะปรึกษากับสามีเมื่อกลับไป แล้วจะให้คำตอบท่านพรุ่งนี้ ถ้าเขาเห็นด้วย เราจะเริ่มความร่วมมือกันได้เลย"
จางเหายิ้มกว้าง ความพอใจเปล่งออกมาจากใบหน้า "ไม่เป็ไรขอรับ เป็เื่ปกติของเพื่อนบ้านกัน การช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเื่ธุรกิจก็เป็สิ่งที่ดี ข้าหวังว่าเราจะได้ร่วมมือกันอย่างยาวนาน"