ณ จูร่าหนึ่งในดาวอาณานิคมของเรนต้า
หลังจากร่างของสองสาวปรากฏขึ้นบนแท่นรับส่งอนุภาคบรรดาช่างเทคนิคนับสิบต่างกรูกันเข้ามาตรวจสภาพร่างกายเพื่อให้แน่ใจว่าการจัมป์เป็ไปอย่างสมบูรณ์เมื่อแน่ใจแล้วว่าทั้งสองสาวไม่มีอะไรที่ผิดปกติจึงทำการส่งต่อให้เ้าหน้าที่แผนกประชาสัมพันธ์ของจูร่าพาไปยังห้องพักรับรองแขกระดับวีไอพีของทางบริษัทสเปซจัมป์
“จูร่าขอต้อนรับ!”เสียงที่สองสาวคุ้นเคยดังมาแต่ไกล
เ้าของเสียงอยู่ในชุดรัดรูปสีขาวไม่ต่างจากแอนนากับลิซ่าบ่งบอกชัดเจนว่าได้เดินทางมาด้วยเครื่องจัมป์เกตเฉกเช่นเดียวกัน แต่กลับไม่มีใครแจ้งเื่นี้ให้แอนนาทราบสักคนหรือบิดาสั่งให้เจสันมาตามประกบเธอทุกฝีก้าว!
“คุณเจสัน!มาทำอะไรที่นี่คะ งานที่บริษัทไม่มีให้ทำหรือไง”
“โธ่...อย่าพูดอย่างนั้นสิครับคุณแอนนางานที่สาขานี้ก็จำเป็ไม่แพ้ที่สำนักงานใหญ่นา...”
“เอ๊ะ!ที่นี่มีสาขาของเราตั้งอยู่ด้วยหรือคะ” ลิซ่าเลิกคิ้วสูง พยายามมองหา
“ก็เพิ่งจะมีไม่นานนี่แหละท่านประธานให้มาสร้างไว้รองรับโครงการต่างๆ ในอนาคต”เจสันชี้ไปยังอาคารฝั่งตรงข้ามซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่มากนักเป็อาคารขนาดเล็กแต่สร้างได้กลมกลืนกับสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมของที่นี่อันมีลักษณะคล้ายทรงครึ่งวงกลม
“อ้อแล้วยานล่ะ” แอนนานึกขึ้นได้หันไปถามเจสัน “ทำไมถึงยังไม่เห็น”
“อยู่อีกด้านหนึ่งของอาคารครับวันพรุ่งนี้ถึงจะได้ออกเดินทางกันตอนนี้พวกคุณก็ไปพักในห้องที่จัดไว้ให้ก่อนดีกว่า อีกสักพักใหญ่ๆจะให้คนของทางจูร่าพาออกไปชมเมือง”
“ดีเหมือนกันนะคะพวกเราเองก็ยังไม่เคยมาดาวดวงนี้เลย”
ลิซ่าแอบกระซิบกระซาบกับเ้านายตน
แอนนายืนคิดอยู่อึดใจก็ตกลงตามที่เจสันบอกตัวเธอเองก็อยากออกไปดูความเป็อยู่ของชาวจูร่า เพราะเคยได้ยินข่าวลือมาว่าดาวอาณานิคมมีสภาพไม่ต่างอะไรกับที่ทิ้งขยะ ทุกดาวมีสภาพฟอนเฟะไม่ได้หรูหราเหมือนโซนที่เธออาศัยอยู่แต่ทว่าเท่าที่สังเกตเห็น สภาพภายนอกของดาวนี้ก็ดูไม่แตกต่างอะไรกับเรนต้ามากนักทำให้สงสัยอยู่เหมือนกันว่าข่าวลือที่เธอได้ยินมานั้นจะมีความจริงอยู่กี่มากน้อย
“เอาน่า...เชื่อมือผมได้เลยรับรองว่าแต่ละที่ที่จะพาไป เหมาะสมกับสาวๆ อย่างพวกคุณแน่นอน”
“ไม่ดีกว่าเจสันคุณแค่เอาข้อมูลเส้นทางกับยานพาหนะดีๆ มาให้สักลำก็พอเดี๋ยวฉันกับลิซ่าจะไปกันเอง”
บุรุษร่างเตี้ยทำตามคำขอนั้นอย่างไม่ปริปากบ่นเขารู้ดีว่าถ้าขัดใจแอนนาแล้วจะเกิดอะไรขึ้นขนาดคาลอสซึ่งเป็บิดายังไม่ค่อยอยากจะขัดใจลูกสาวคนนี้นักถ้าไม่จำเป็
“อีกสิบนาทีทุกอย่างจะได้ตามที่คุณขอกรุณาเก็บสิ่งนี้ไว้ให้ดี อย่าเผลอทำหายละครับไม่งั้นผมต้องเสียเวลาออกมารับคุณที่หน้าโดมอีก”เจสันยื่นคีย์การ์ดห้องพักให้แอนนา
หญิงสาวรับมาไว้ในมือก่อนที่จะส่งให้เลขาประจำตัวเหมือนเช่นทุกครั้ง
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวไปทำงานต่อนะครับ” เจสันก้มศีรษะให้แอนนาเล็กน้อยแล้วเดินแยกไปอีกทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว
แอนนาไม่รีรอรีบจูงมือลิซ่าเดินออกไปให้พ้นจากตรงนั้นทันที
“แล้วเราจะไม่รอข้อมูลเส้นทางกับยานก่อนเหรอคะเดี๋ยวคุณเจสันก็โวยเอาอีกหรอกค่ะ”
“เธอคิดว่าคนอย่างเจสันจะให้เราดูนั่นดูนี่ได้ตามใจชอบเหรอ”แอนนากระซิบ “มันก็เหมือนกับที่เขาพยายามซ่อนความเน่าเหม็นบนเรนต้าเอาไว้นั่นแหละ”
ลิซ่าไม่มีข้อโต้แย้งใดกับผู้เป็นายเธอเองก็ระแคะระคายที่เจสันปกปิดเื่มลพิษบนเรนต้าทั้งที่เขาเองเป็ผู้รับผิดชอบโครงการบำบัดและฟื้นฟูสภาพน้ำในที่ดินของบริษัทแต่อ้างว่าทุกอย่างต้องใช้เวลาแล้วคาลอสผู้เป็นายใหญ่ก็ไม่เคยเอ่ยถึงเื่นี้ในที่ประชุมแสดงว่ารายงานที่แอนนาให้เธอส่งไปนั้นไม่มีใครได้เปิดอ่านมันเลย
“แล้วจะไปกันยังไงคะที่นี่เราไม่รู้จักใครเลย”
“ไม่ยากหรอกน่ารับรองว่าฉันหาทางได้แน่นอน”
แอนนาพูดจบก็จ้ำอ้าวโดยฉุดมือของลิซ่าให้เดินตามไปด้วย
“คุณทั้งสองจะออกไปไหนครับ!”
มีเสียงะโไล่หลังมาสองสาวถึงกับชะงัก หันกลับไปดูพบว่าเป็ชายสองคนอยู่ในชุดรัดรูปสีเขียวมีแถบรัดข้อมือสีแดง ส่วนตรงเอวคาดเข็มขัดสีเงินและมีอาวุธปืนเหน็บอยู่
ลิซ่าขอให้เ้านายสาวหยุดรอเธอไม่อยากสร้างปัญหาอะไรให้คาลอสต้องปวดหัวอีกชายสองคนที่กำลังตรงเข้ามาอาจเป็คนของเจสันที่ส่งมาเพื่อคอยติดตามดูพฤติกรรมพวกเธอ
“มีอะไรเหรอคะ”ลิซ่าเป็คนเอ่ยถามชายทั้งสอง
“คุณเจสันให้พวกเรามาคอยดูแลพวกคุณครับเขาบอกล่วงหน้าไว้แล้วว่าพวกคุณต้องหนีออกมาแน่เลยให้มาดักรออยู่ตรงทางออกของอาคาร”
เป็อย่างที่แอนนาและลิซ่าคิดไว้ไม่มีผิดเจสันไม่มีทางยอมปล่อยให้พวกเธอออกไปข้างนอกแบบสะดวกโยธินแน่
“เขาจ้างพวกคุณเท่าไหร่ฉันจะให้เป็สองเท่า ถ้ายอมเลิกตามก้นพวกเรา” แอนนายื่นข้อเสนอ
“ขอสี่แสนฟาเรน”ชายอีกคนเอ่ยขึ้นทันที
“แล้วเราจะบอกคุณเจสันว่าคลาดกับพวกคุณ”
ดาวแต่ละดวงมีสกุลเงินเฉพาะที่แตกต่างกันออกไปมีเพียงสกุลเงินฟาเรนเท่านั้นที่ใช้ได้ทั้งดาวเรนต้าและอาณานิคมทั้งหมดและก็ยังสามารถนำไปใช้ได้กับทุกดาวเคราะห์หรือสถานีอวกาศที่เคยทำการค้ากับเรนต้าโดยค่าแรงปกติของคนทำงานทั่วไปต่อวันจะได้ประมาณหนึ่งร้อยฟาเรนฉะนั้นเงินจำนวนสี่แสนฟาเรนจึงค่อนข้างเยอะพอสมควรแต่มันไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงสำหรับนักธุรกิจสาวอย่างแอนนา
ชายในชุดสีเขียวคนหนึ่งยื่นแขนขวาออกมาแล้วเปิดระบบเพื่อใช้งานแป้นคีย์ข้อมูล แอนนาไม่รีรอรีบจัดการโอนเงินให้ชายทั้งสองเมื่อชายคนดังกล่าวตรวจสอบยอดเงินในบัญชีเสร็จก็หันไปพยักหน้ากับเพื่อนแล้วพากันเดินผละออกไปเงียบๆ เหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน
“มาถึงก็เสียเงินเลยแถมตั้งสี่แสนฟาเรน” ลิซ่าบ่นอุบอิบ
“เอาน่า...ตัดความรำคาญเงินสี่แสนนั่นมันก็ไม่ได้มากมายอะไรเลยสำหรับฉันถ้ามันจะทำให้มีอิสระในการไปไหนมาไหนได้ก็คุ้มค่าอยู่”
เลขาสาวได้แต่ถอนใจเงินจำนวนนั้นสามารถทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง ถ้าให้เธอหาเองกว่าจะได้มาจนครบคงต้องใช้เวลาหลายปีอยู่ผิดกับเ้านายของเธอที่ไม่ได้รู้สึกเสียดายเงินพวกนั้นแม้แต่น้อยคงเพราะรู้ดีว่าสามารถหากลับคืนมาได้ภายในไม่กี่วินาทีผ่านสายงานที่บริหารอยู่ในคาลอสเอนเนอร์จี
“แล้วจะเอาไงต่อคะ”
“เดินดูอะไรไปเรื่อยๆนี่แหละ ถ้าโชคเข้าข้าง เราสองคนอาจจะได้เจอสิ่งที่เจสันไม่อยากให้รู้ก็เป็ได้”
แอนนาพูดจบก็หันซ้ายแลขวาเพื่อดูให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครมาทำให้ต้องเสียเวลาอีกเมื่อแน่ใจแล้วจึงรีบจูงมือลิซ่าเดินตรงไปยังย่านใจกลางเมืองจูร่าเพื่อดูชีวิตความเป็อยู่ของชาวพื้นเมืองอย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก
จูร่าแวดล้อมไปด้วยอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่างๆด้วยความที่เป็ดาวอาณานิคมทำให้ต้องเปิดรับเอาสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็คน สิ่งของ หรือวัฒนธรรมมาจากเรนต้าเสียส่วนใหญ่เป็เหตุให้ใน่ก่อนหน้านี้ชนเผ่าดั้งเดิมของจูร่าแทบไม่มีที่ยืนในสังคมเป็ได้แค่คนงานระดับล่าง ไม่มีสิทธิพิเศษก่อตั้งบริษัทอะไรยังดีที่ตอนนี้ได้รับการผ่อนผันจากบรรดากฎต่างๆจากเดิมที่ต้องแบ่งรายได้ของการเป็เมืองท่าสำหรับจัมป์ไปสู่ต่างกาแล็กซีหรือดาวใกล้เคียงในอัตราที่สูงลิ่วเปลี่ยนมาเป็ไม่ต้องจ่ายแม้แต่แดงเดียวให้ทางเรนต้า เนื่องจากเรนต้าสั่งให้รัฐบาลจูร่านำเงินเ่าั้มาใช้พัฒนาดาวและเพิ่มศักยภาพให้กับชนเผ่าดั้งเดิมแทนนั่นทำให้ดาวแห่งนี้เกิดการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้บริษัทคาลอสเอนเนอร์จีและบริษัทสเปซจัมป์ต่างมองเห็นโอกาสทางธรุกิจพากันมาตั้งสาขาเพื่อรองรับกับสิ่งที่จะตามมาในอนาคตของบริษัทตัวเอง
สองสาวตระเวนหาอะไรทานรองท้องกันอยู่พักหนึ่งอาหารการกินของที่นี่ได้รับวัฒธรรมมาจากหลายชนเผ่าในจักรวาลเนื่องจากเป็เมืองท่าจอดยานที่รู้จักในวงกว้างของเหล่านักเดินทางจึงไม่แปลกเลยที่จะมีอาหารั้แ่สุดแสนธรรมดาไปจนถึงบรรดาอาหารที่ล้ำเกินกว่าจะนึกถึงอย่างเช่น ตัวกินุสย่าง เป็ต้น
ตัวกินุสเป็หนึ่งในสัตว์ท้องถิ่นประจำดาวจูร่าเป็สัตว์จำพวกหนู แต่ตัวใหญ่กว่าประมาณสามเท่า มีสองหัวติดกันขนทั้งตัวมีสีแดงอมม่วง ต่างกับเนื้อของมันซึ่งเป็สีชมพูอ่อนเนื้อของกินุสจะอร่อยมากถ้านำมาย่างอย่างถูกกรรมวิธี แล้วจะเหนียวมากถ้านำไปต้มหรือทอดแอนนานึกสนุกลองสั่งมาทานถึงได้รู้ว่ารสชาติของมันดีกว่ารูปร่างที่นอนนิ่งอยู่บนจานส่วนราคานั้นพอรับได้ คือเพียงตัวละยี่สิบฟาเรนเท่านั้นแอนนาสั่งมาให้ลิซ่าทานด้วยอีกตัวหนึ่งแต่โดนอีกฝ่ายปฏิเสธทันควันเพราะกลัวสัตว์มีขนหยุบหยับทุกชนิดเลยขอเปลี่ยนเป็ผลไม้ท้องถิ่นแทน เมื่อทานกันจนอิ่มท้องสองสาวก็สอบถามเ้าของร้านว่ามีที่ไหนน่าเที่ยวบ้างซึ่งก็ได้รับคำแนะนำที่น่าสนใจไม่น้อย จึงรีบออกเดินทาง ขืนชักช้ากว่านี้เจสันอาจส่งคนตามมาทัน
“มีอะไรคะคุณหนู”
ลิซ่าตั้งหลักไม่ทันเอ่ยถามเ้านายสาวเพราะพากันออกมาจากร้านอาหารได้สักพัก แอนนาก็กลับหยุดเดินกะทันหัน
แอนนาไม่ตอบในทันทีเพราะกำลังมองอะไรบางอย่างด้วยหางตาแล้วจู่ๆ เธอก็ดึงลิซ่าให้เข้าไปหลบในมุมมืดข้างอาคารหลังหนึ่งด้วยกัน
“ฉันรู้สึกว่ามีคนตามเรามา”
“คะ!?” ลิซ่าตาโตด้วยความใ
“ชูว์ เบาๆสิลิซ่า” แอนนาเอ็ดเลขาส่วนตัว ขณะเดียวกันก็ยังคงด้อมๆ มองๆ ออกไปยังนอกถนนเธอสังเกตเห็นว่ามีคนสะกดรอยตามมาตั้ง แต่ออกจากร้านอาหารแล้วคนผู้นั้นพยายามรักษาระยะห่างพอสมควร แอนนาเลยซุ่มดักรอเจอบุคคลนิรนามที่แอบตามมา
“กลับกันเถอะค่ะดิฉันว่ามันชักไม่สนุกแล้ว”
“ไม่มีอันตรายอะไรหรอกมั้งลิซ่าฉันอาจคิดมากไปเอง...โอ๊ย!!”
ยังไม่ทันพูดจบแอนนาก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพร้อมส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเ็ป
“คุณหนู!”ลิซ่าร้องออกมาอย่างใพอกัน
แอนนามองไปที่ขาของตัวเองบัดนี้ชุดบริเวณนั้นขาดวิ่นเผยให้เห็นรอยไหม้แดงที่ลึกเข้าไปถึงผิวด้านในมันเป็รอยจากการถูกอาวุธปืนเลเซอร์ยิงอย่างไม่ต้องสงสัยแถมยังจับทิศทางไม่ได้ด้วยว่ายิงมาจากจุดไหนกันแน่
“นี่มันเื่บ้าอะไรกัน”แอนนากัดฟันข่มความเ็ปที่เพิ่งได้รับ มองไปรอบทิศ
“คุณหนูเดินไหวไหมคะเรารีบไปขอความช่วยเหลือกันเถอะค่ะ”
แอนนาพยายามลุกขึ้นยืนแต่ก็ต้องล้มลงตอนนี้รอยไหม้ที่ขาเริ่มขยายวงกว้างมากขึ้นแม้ทั้งคู่จะไม่มีความรู้เื่อาวุธมากนักแต่ก็ศึกษามาบ้างทำให้พอรู้ว่าอาวุธจำพวกปืนเลเซอร์ที่ชาวจักรวาลส่วนใหญ่ใช้จะสร้างรอยไหม้แค่ครั้งเดียวแล้วจบไม่มีการขยายผลไปมากกว่านั้น
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับแอนนาตอนนี้มันต่างจากที่ควรจะเป็อย่างสิ้นเชิง!
“ปล่อยฉันไว้ตรงนี้เถอะลิซ่า”
“ได้ยังไงกันคะเกิดมันย้อนกลับมาทำร้ายอีก...”
“มันจ้องจะเล่นงานฉันแค่คนเดียวแน่ถ้าเธอรีบหนีไปตอนนี้มันคงไม่คิดตามเธอไปหรอก”
“ไม่ค่ะ!”ลิซ่าปฏิเสธเสียงแข็ง
แอนนาถึงกับมองหน้าเลขาตนอย่างไม่เชื่อหูบ่อยครั้งที่เธอทำไม่ดีต่อผู้หญิงคนนี้ ทว่าลิซ่าไม่เคยโกรธแถมยังคอยติดตามไปไหนมาไหนเป็เงาตามตัวเสมอคอยเตือนสติเธอทุกครั้งก่อนที่จะคิดทำอะไรลงไป พอมาครั้งนี้เป็เื่ของความเป็ความตายแท้ๆ ลิซ่าก็ยังไม่ยอมทิ้งเธอไปไหนทั้งที่อาจจะพลอยติดร่างแหไปด้วย
“ฉันไล่เธอออกจะไสหัวไปไหนก็ไป!”
“ไม่ค่ะ!”ลิซ่ายังคงปฏิเสธคำเดิม เวลานี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตของเ้านายสาวถึงเธอจะขี้กลัวก็ตาม แต่ไม่ใช่คนขี้ขลาดที่จะหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว!
“คุณไม่มีสิทธิ์ไล่พนักงานอย่างลิซ่าออกค่ะท่านคาลอสต่างหากที่มีอำนาจ”
“โธ่ลิซ่า...”แอนนาถึงกับส่ายหัว เธอทำทุกทางเพื่อที่จะให้เพื่อนรักคนนี้ได้รอดตายแต่กลายเป็ว่าลิซ่าก็พยายามหาข้อโต้แย้งมาได้ตลอดแถมยังเป็ข้อโต้แย้งที่แอนนาปฏิเสธไม่ได้อีกด้วย สมแล้วที่คาลอสไว้ใจให้ลิซ่าคอยติดตามเธอตลอดเวลา
“ว่าแต่ใครกันที่ทำแบบนี้”ลิซ่าเป็ฝ่ายกลับมาสนใจแผลที่ขาของเ้านายสาวมองดูรอยไหม้ที่เริ่มลุกลามมากขึ้นทุกที
“...หรือว่าจะเป็ฝีมือของคนที่แอบตามมาคะ”
“ฉันไม่รู้”แอนนาบอกตรงๆ เพราะก็ตอบคำถามนั้นของลิซ่าไม่ได้เหมือนกันตอนนี้คนลึกลับนั่นก็หายไปไหนแล้วไม่รู้
“ถ้างั้นเธอออกไปตามคนที่สาขามาช่วยฉันทีลิซ่า”
“แต่ว่า...”คำสั่งนั้นทำให้ลิซ่าคิดหนัก เธอไม่อยากทิ้งแอนนาไปไหน กว่าจะไปตามคนที่สาขามาช่วยกว่าจะกลับมาน่าจะใช้เวลานานอยู่ คนร้ายอาจกำลังรอจังหวะออกมาจากที่ซ่อน เพื่อฆ่าแอนนาให้จบเื่จบราวก็เป็ได้
ลิซ่าคิดเช่นนั้นเลยมองซ้ายมองขวาระวังภัยให้เ้านายสาว
“เราอย่าเสี่ยงดีกว่าค่ะไปขอความช่วยเหลือจากคนท้องถิ่นก่อนดีกว่า”
ไม่รอฟังความเห็นของแอนนาลิซ่าก็รีบวิ่งออกไปตามคนมาช่วยทันที!
ทางด้านคินวาเ้าของบริษัทสเปซจัมป์ นั่งอยู่เพียงผู้เดียวภายในห้องส่วนตัวสุดหรูของสำนักงานใหญ่สีหน้าของเขาบ่งบอกว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนักสายตาจับจ้องไปยังหน้าจอขนาดใหญ่บนผนังห้องที่เป็ทั้งโทรทัศน์และอุปกรณ์สื่อสารในเวลาเดียวกัน
เสียงสัญญาณดังขึ้นที่จอบอกว่ามีสายจากภายนอกติดต่อเข้ามา ประธานใหญ่รีบกดรับทันทีประหนึ่งกำลังรออยู่เช่นกันภาพของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีน้ำตาลมิดหัวและบดบังใบหน้าเอาไว้ด้วยหน้ากากโลหะสีดำปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
“ว่าไงอย่าบอกนะว่าพลาด”
“ไม่เชิง...”คนในจอตอบเสียงแ่อยู่ในที “พอดีเกิดความผิดพลาดนิดหน่อย แต่จะรีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยตามที่ตกลงกันไว้”
ได้ยินคำตอบนั้นนายใหญ่แห่งสเปซจัมป์ถึงกับถอนใจออกมาเฮือกใหญ่แสดงออกให้เห็นชัดเจนว่าไม่สบอารมณ์กับคำตอบที่ได้รับ
“ผมลงทุนจ้างไปหลายล้านฟาเรนตกลงคุณมีฝีมือจริงหรือเปล่าเนี่ย หรือแค่ราคาคุย”
คู่สนทนาลึกลับเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยออกมา
“ถ้าคุณไม่พอใจจะคืนเงินทั้งหมดให้ทุกฟาเรนก็ได้”
“ช่างเถอะ!ผมแค่หงุดหงิดนิดหน่อย ทำงานของคุณไป กลับมาแล้วผมจะจ่ายเพิ่มให้อีก”คินวารีบตัดบทเพื่อไม่ให้การสนทนาต้องยืดเยื้อ
คนในจอพยักหน้าเล็กน้อยแล้วตัดสัญญาณการสื่อสาร
“ให้ตายเถอะ”คินวาได้แต่บ่นกับตัวเองก่อนเอนกายพิงพนักเก้าอี้ทอดสายตามองออกไปยังนอกหน้าต่างอาคารอย่างกังวลใจ
ทางด้านลิซ่าเธอกลับมาหาแอนนาพร้อมชาวเมืองอีกสองสามคนพวกเขายินดีให้แอนนาไปพักรักษาตัวที่บ้าน เพื่อรอคนของบริษัทคาลอสเอนเนอร์จีมารับ ทว่าคนเจ็บอย่างแอนนากลับปฏิเสธและขอให้ช่วยพากลับบริษัทเลยเพราะกลัวคนร้ายยังตามมาและจะพานได้รับอันตรายกันไปหมดชาวจู่ร่าจึงรีบช่วยกันปฐมพยาบาลให้แอนนาก่อนพาสองสาวมาส่งที่บริษัทคาลอสเอนเนอร์จีสาขาจูร่าตามที่แอนนาร้องขอ
เจสันรีบรุดมายังชั้นล่างของอาคารทันทีที่รู้ว่าสองสาวเดินทางกลับมาถึงแถมหนึ่งในนั้นซึ่งเป็ลูกสาวของนายใหญ่ยังาเ็อีกเขาโมโหมากที่การ์ดของสเปซจัมป์ปล่อยให้คนทั้งคู่ออกไปโดยไม่มีใครอารักขา รวมทั้งบ่นลิซ่าด้วยที่ไม่ยอมพกเครื่องสื่อสารและรอยานพาหนะที่เขากำลังไปเตรียมอีกจนเป็สาเหตุทำให้แอนนาต้องได้รับอันตรายอย่างที่เห็นถ้าขืนคาลอสผู้เป็นายใหญ่รู้เื่นี้เข้าเขาไม่อยากคิดเลยว่างานนี้ใครจะถูกเด้งออกจากบริษัทบ้าง
“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะครับผมไม่มีหูมากพอที่จะฟังคุณคา ลอสบ่น”
“เชิญไปฟ้องคุณพ่อเลยฉันไม่แคร์หรอก”
แอนนาเบ้ปากใส่เจสันทั้งที่ตัวเองก็ยังปวดแผลอยู่
“โฮ่ๆผมไม่หาเื่ใส่ตัวหรอกครับ” เจสันรีบโบกมือ“อีกอย่าง...คุณเองก็ไม่ได้เป็อะไรมากด้วย”
เจสันมองดูแผลที่ขาของแอนนาตอนนี้รอยไหม้แดงหยุดลุกลามแล้วเนื่องจากได้รับการรักษาจากหน่วยแพทย์ที่ถูกส่งมาเพื่อดูแลคนในทีมสำรวจ
“หวังว่าจะไม่เกิดเื่แบบนี้ขึ้นอีกนะครับคุณแอนนาผมคงต้องให้คุณนอนพักรักษาตัวสักสองวันส่วนผมจะไปแจ้งกับทางเ้าหน้าที่ของดาวจูร่าเอง เผื่อจะได้เบาะแสของคนร้ายบ้าง”
พูดจบเจสันก็เดินผละออกไปปล่อยให้แอนนาอยู่กับหน่วยแพทย์และลิซ่าที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่างกาย